ไทยแลนด์บนเวทีอาหารโลก
วงการอาหารไทยยังคงแรงไม่หยุด! ปี 2025 นี้มีถึง 6 ร้านอาหารในประเทศไทย ทะยานติดลิสต์ 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก (The World’s 50 Best Restaurants 2025)
งานประกาศจัดขึ้นที่เมืองตูริน ประเทศอิตาลี และในบรรดา 50 ร้านจาก 32 เมือง 22 ประเทศ ท็อปเทเบิลในไทยก็สามารถแจ้งเกิดบนเวทีโลกได้อย่างสวยงาม
แต่ละร้านคือผลงานของเชฟมากฝีมือ ที่ใช้ทั้งเทคนิคสมัยใหม่ เรื่องราววัฒนธรรม และเอกลักษณ์รสชาติแบบไทย ๆ สร้างความประทับใจให้ต่างชาติแบบ ยืนหนึ่งไม่แพ้ใคร
ทำไมต้องรู้จัก 6 ร้านนี้?
แต่ละร้านคือ “หน้าตา” ของวงการอาหารไทยบนเวทีโลก
เป็นจุดหมายที่สายกินทั่วโลกอยากตามรอย
สะท้อนให้เห็นว่า อาหารไทยไม่ใช่แค่เรื่องของความอร่อย แต่คือประสบการณ์และเรื่องเล่า
ต่อไปนี้คือ 6 ร้านจากไทยที่ติดอันดับ พร้อมคาแรกเตอร์เด่น ๆ ที่ทำให้โลกต้องหันมามอง
อันดับที่ 35: Nusara – รสไทยราชสำนักในมู้ดโมเดิร์น

Nusara (นุสรา) คือร้านที่สะท้อนเสน่ห์อาหารไทยโบราณในเวอร์ชันร่วมสมัย ผ่านมุมมองของเชฟที่หลงใหลวัตถุดิบท้องถิ่น
จุดเด่นของร้านนี้คือการดึงเอา สูตรอาหารในราชสำนักสมัยรัชกาลที่ 5 มาตีความใหม่ ด้วยเทคนิคและไอเดียแบบยุคปัจจุบัน ทำให้จานอาหารดูคลาสสิกแต่ไม่เชย แถมยังเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ชวนว้าวในทุกคำ
วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นของไทย
รสชาติอิงตำรับดั้งเดิม แต่จัดเสิร์ฟในสไตล์ร่วมสมัย
เหมาะกับสายกินที่ชอบงานละเอียด และหลงรักเสน่ห์ความเป็นไทยแบบลึกซึ้ง
อันดับที่ 30: Le Du – ฤดูกาลบนจานที่เปลี่ยนไปทุกช่วงเวลา

Le Du แปลว่า “ฤดูกาล” และคอนเซ็ปต์นี้ก็ถูกถ่ายทอดลงบนจานอย่างจริงจังในสไตล์ fine dining อาหารไทยร่วมสมัย
ร้านนี้โดดเด่นด้วยการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลของไทย มาผสมกับเทคนิคการครัวที่สั่งสมมานานหลายปี ทำให้เมนูมีทั้งความคุ้นเคยและเซอร์ไพรส์ในเวลาเดียวกัน
เมนูเปลี่ยนไปตามฤดูกาล วัตถุดิบไม่ซ้ำ
หน้าตาอาหารโมเดิร์น แต่รสชาติยังมีความเป็นไทยชัดเจน
เหมาะกับคนที่ชอบเห็น “ของธรรมดา” ถูกยกระดับให้ไม่ธรรมดา
อันดับที่ 22: Sühring – เยอรมันคลาสสิกที่มาเล่าเรื่องในกรุงเทพฯ

Sühring (ซูห์ริ่ง) คือร้านอาหารเยอรมันสไตล์คลาสสิกร่วมสมัย ที่ยกประสบการณ์รสชาติจากยุโรปมาไว้ในไทยแบบเต็มเหนี่ยว
สองพี่น้องฝาแฝด Mathias และ Thomas Sühring นำเอา
รสชาติจากเยอรมนีบ้านเกิด
ประสบการณ์การทำงานจากเนเธอร์แลนด์และอิตาลี
รวมถึงอิทธิพลจากการใช้ชีวิตในประเทศไทย
มาผสมกันจนเกิดเป็นเมนูที่ทั้ง ซับซ้อน มีเลเยอร์ แต่ยังดูร่วมสมัยและเข้าถึงได้
สำหรับสายกินที่หลงรักอาหารยุโรปสไตล์ประณีต ร้านนี้คือหนึ่งในลิสต์ที่ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ
อันดับที่ 17: Sorn – ความทรงจำอาหารใต้ที่เข้มข้นทุกดีเทล

Sorn (ศรณ์) คือร้านที่เปลี่ยนภาพอาหารใต้จากความเผ็ดร้อนจัดจ้าน ให้กลายเป็นประสบการณ์สุดประณีตโดยไม่ทิ้งคาแรกเตอร์ดั้งเดิม
แรงบันดาลใจของร้านนี้มาจาก
รสมือของคุณยาย
วัฒนธรรมของภาคใต้ที่หลากหลาย
วัตถุดิบพื้นถิ่นที่ถูกเล่าเรื่องแบบใหม่
ผลลัพธ์คือเมนูที่ดูแปลกใหม่ แต่ยังเต็มไปด้วย อารมณ์ ความทรงจำ และเอกลักษณ์อาหารใต้ ที่ชัดมากในทุกจาน
สายอาหารจัดจ้านที่ชอบความดิบแท้ผสมความเนี้ยบ ต้องลองสักครั้งในชีวิต
อันดับที่ 13: Potong – ไทย–จีนไฟน์ไดนิ่งกลางเยาวราช

Potong (โพทง) คือร้านไฟน์ไดนิ่งไทย–จีน ในอาคารเก่ากลางเยาวราช ที่เอาเสน่ห์ย่านเก่ามาผสานกับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว
จานอาหารของที่นี่ถูกออกแบบภายใต้ 5 องค์ประกอบหลักของรสชาติและประสบการณ์ คือ
เค็ม
เปรี้ยว
เผ็ด
เนื้อสัมผัส
เมลลาร์ด (Maillard reaction – เสน่ห์กลิ่นและรสจากการไหม้และความร้อน)
ทุกจานจึงไม่ได้เล่าแค่รสชาติ แต่เล่า เรื่องราวของอาหารไทย–จีนและความทรงจำของย่านเยาวราช ไปพร้อม ๆ กัน
นี่คือหนึ่งในร้านที่คว้ารางวัลมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดในปี 2564 ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งยืนยันว่าไม่ใช่กระแสชั่วคราว
อันดับที่ 6: Gaggan – ความคิดสร้างสรรค์ที่ระเบิดอยู่บนจาน

Gaggan (กากัน) คือร้านจากกรุงเทพฯ ที่ไต่ขึ้นมาติด อันดับ 6 ของโลก และเป็นร้านจากประเทศไทยที่อยู่ในอันดับสูงที่สุดประจำปีนี้
จุดเด่นของ Gaggan คือการใช้ความคิดสร้างสรรค์สุดขีด ผสมกับสีสันและเทคนิคหลากหลายสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็น
อาหารอินเดียสมัยใหม่
ฝรั่งเศส
ไทย
ญี่ปุ่น
แล้วจัดวางออกมาเป็นประสบการณ์การรับประทานแบบใหม่ ที่ทั้งหรูหรา สนุก และชวนให้คนกินรู้สึกเหมือนได้ดูโชว์ไปพร้อม ๆ กัน
นี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่คือเวทีทดลองไอเดียของเชฟ ที่ทำให้คนทั้งโลกหันมามองกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองหลวงของวงการอาหารร่วมสมัย
ทำไมสายกินไม่ควรพลาดลิสต์นี้
เพราะทั้ง 6 ร้านคือภาพรวมสำคัญของวงการอาหารไทยยุคใหม่
แต่ละที่มีแนวคิดชัด คาแรกเตอร์แรง และเล่าเรื่องผ่านอาหารได้อย่างทรงพลัง
เป็นจุดหมายที่ทำให้เห็นว่า อาหารไทยไปได้ไกลกว่าคำว่า “อร่อย” แต่คือศิลปะและตัวตนของวัฒนธรรม
สำหรับใครที่อินกับร้านอาหารแปลกใหม่ มีคอนเซ็ปต์ชัด และชอบเก็บประสบการณ์การกินระดับโลกไว้ในลิสต์ชีวิต ลองค่อย ๆ ไล่จองทีละร้าน ดูว่าร้านไหนคือสไตล์ของคุณ แล้วคุณจะรู้ว่า “ไทยแลนด์” บนโต๊ะอาหารนั้นยิ่งใหญ่กว่าที่คิดมากนัก

