รับแอปรับแอป

กระแสไม่เป็นใจ Apple Vision Pro รุ่น M5 ส่อหยุดผลิต หลังยอดขายไม่เข้าเป้า อนาคตสาย Headset ยังคลุมเครือ

ธีรเดช จิตต์ดี01-12

ดูเหมือนเส้นทางของ Apple ในตลาดแว่น Mixed Reality จะยังไม่ราบรื่นอย่างที่หวัง เมื่อล่าสุดมีข่าวลือว่า Apple Vision Pro รุ่นใหม่ที่ใช้ชิป M5 อาจถูก “ระงับการผลิต” ไปแล้ว จากปัญหายอดขายที่ไม่เป็นไปตามเป้า แม้จะอัปเกรดชิปประมวลผลให้แรงขึ้นอย่างชัดเจนก็ตาม

ก่อนหน้านี้ Apple เพิ่งถูกเปิดเผยว่าลดงบการตลาดของ Vision Pro รุ่น M5 ลงไปถึง 95% ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่แรงพอสมควร และข่าวลือล่าสุดก็ยิ่งตอกย้ำว่า อนาคตของไลน์อัปแว่นตาอัจฉริยะของ Apple อาจยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน


แหล่งข่าวจีนเผย Apple “ระงับการสนับสนุนการผลิต” Vision Pro M5

ข่าวลือนี้มาจากแพลตฟอร์ม Weibo โดยแหล่งข่าวที่ใช้ชื่อว่า Fixed-focus digital cameras ระบุว่า Apple ได้ “ระงับการสนับสนุน” สำหรับการผลิต Vision Pro รุ่น M5 ซึ่งตีความได้ว่า

  • ไม่มีการเดินสายการผลิตเพิ่ม

  • ไม่มีการเร่งประกอบหรือเพิ่มจำนวนสินค้าในตลาด

หากข้อมูลนี้เป็นจริง ก็เท่ากับว่า Apple ยังไม่สามารถผลักดันยอดขายของ Vision Pro รุ่นใหม่ให้ถึงระดับที่คุ้มค่ากับการลงทุนด้านการผลิตและการตลาด


แม้เปลี่ยนเป็นชิป M5 แต่กระแสตอบรับยังไม่ดีพอ

Apple Vision Pro รุ่นใหม่นี้ถูกคาดหวังว่าจะสร้างแรงดึงดูดด้วยการอัปเกรดมาใช้ ชิป M5 ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดจาก M2 ที่ใช้ในรุ่นแรก แต่ดูเหมือนว่า “พลังที่แรงขึ้น” จะไม่เพียงพอในการแก้ปัญหาหลักของผลิตภัณฑ์

ทั้ง Vision Pro รุ่นแรกและรุ่นต่อยอด ต่างได้รับเสียงตอบรับที่ถูกอธิบายว่า “ไม่ถึงขั้นน่าประทับใจ” เมื่อเทียบกับมาตรฐานความสำเร็จของ Apple เอง


ยอดขาย Vision Pro: ไม่แย่สำหรับสินค้าใหม่ แต่ยังไม่ใช่แบบ Apple

มีการประเมินว่า Apple Vision Pro รุ่นแรก มียอดจัดส่งต่ำกว่า 500,000 เครื่อง ซึ่งหากมองในมุมของสินค้าเจเนอเรชันแรก ก็ถือว่าไม่เลวเลย โดยเฉพาะเมื่อมีราคาเริ่มต้นสูงถึง 3,499 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของ Apple คือ

สินค้าส่วนใหญ่ของบริษัทมักขายได้ “หลักล้านเครื่อง”

เมื่อเอามาตรฐานเดียวกันมาวัด Vision Pro ยอดขายระดับนี้จึงยังไม่เพียงพอจะเรียกว่าประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจ


ราคาแพง น้ำหนักมาก อุปสรรคสำคัญที่ยังแก้ไม่ตก

Tim Cook ซีอีโอของ Apple เคยให้สัมภาษณ์ไว้ชัดเจนว่า Vision Pro

  • ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ใช้ทั่วไป

  • แต่เป็นอุปกรณ์สำหรับคนที่อยาก “สัมผัสเทคโนโลยีแห่งอนาคตตั้งแต่วันนี้”

อย่างไรก็ตาม ความจริงในตลาดก็คือ

  • ราคา 3,499 ดอลลาร์ เป็นกำแพงสูงมาก

  • ด้วยเงินจำนวนนี้ ผู้บริโภคสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ Apple ได้หลายชิ้น

นอกจากนี้ ผู้ใช้บางส่วนที่ตัดสินใจซื้อ Vision Pro รุ่น M5 ก็ยังบ่นถึงปัญหา น้ำหนักตัวเครื่อง ที่ทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าและปวดศีรษะหลังใช้งานได้ไม่นาน ซึ่งเป็นข้อจำกัดเชิงกายภาพที่แก้ไขได้ยาก


ความหวังสุดท้าย: Vision Air รุ่นราคาจับต้องได้กว่า

หากมองไปข้างหน้า นักวิเคราะห์หลายรายเห็นตรงกันว่า
ทางรอดเดียวของธุรกิจ Headset ของ Apple คือการเปิดตัวรุ่นที่ราคาย่อมเยาลง ซึ่งมีข่าวลือก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า Apple Vision Air

แนวคิดคือ

  • ลดต้นทุน

  • เข้าถึงผู้ใช้วงกว้างมากขึ้น

  • เปลี่ยน Vision จากของเล่นไฮเอนด์ เป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีที่คนทั่วไปพอเอื้อมถึง

แต่ข่าวร้ายคือ รุ่นราคาประหยัดนี้เองก็ดูเหมือนจะเจออุปสรรคไม่แพ้กัน


Samsung ถอนตัว ซัพพลายเชน Vision Air สะดุด

รายงานก่อนหน้าระบุว่า Samsung ซึ่งเป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์สำคัญ ได้ หยุดพัฒนาแผงหน้าจอ สำหรับ Vision Air ไปแล้ว ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่า

  • โครงการรุ่นราคาประหยัดเจอปัญหาด้านต้นทุน

  • หรือ Apple ยังไม่มั่นใจพอจะเดินหน้าต่อ

เมื่อทั้ง Vision Pro รุ่นแพง และ Vision Air รุ่นถูก ต่างเผชิญปัญหา ทำให้อนาคตของไลน์ผลิตภัณฑ์นี้ยิ่งดูไม่ชัดเจนขึ้นไปอีก


ภาพสะท้อนตำแหน่งของ Apple ในตลาด Mixed Reality

แม้ข่าวทั้งหมดจะยังอยู่ในระดับ “ข่าวลือ” และควรรับฟังด้วยความระมัดระวัง แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธได้ยากคือ
Vision Pro รุ่น M5 ไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้ดีกว่ารุ่นแรก

สิ่งนี้สะท้อนว่า Apple ยังต้องใช้เวลาอีกมากในการหาจุดสมดุลระหว่าง

  • เทคโนโลยีล้ำสมัย

  • ราคา

  • ความสบายในการใช้งาน

  • และการใช้งานในชีวิตจริง

ในตลาด Mixed Reality ที่ยังเล็ก และยังไม่พร้อมสำหรับผู้บริโภควงกว้าง


บทสรุป: Vision Pro อาจล้ำหน้าเกินเวลา มากกว่าล้ำหน้าคู่แข่ง

กรณีข่าวลือการหยุดผลิต Vision Pro รุ่น M5 ชี้ให้เห็นว่า แม้ Apple จะเก่งด้านการสร้างนวัตกรรม แต่ก็ไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ที่จะประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ทันที

Vision Pro อาจเป็นตัวอย่างของเทคโนโลยีที่

  • ล้ำหน้า

  • น่าทึ่ง

  • แต่ยังไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมและกำลังซื้อของตลาดในปัจจุบัน

คำถามสำคัญต่อจากนี้คือ Apple จะ

  • อดทนพัฒนาแนวคิดนี้ต่อไป

  • หรือพักเกมชั่วคราวเพื่อรอเวลาที่เหมาะสมกว่านี้

ซึ่งคำตอบนั้น อาจเป็นตัวชี้ชะตาอนาคตของ Apple ในโลก Mixed Reality อย่างแท้จริง

ที่มา wccftech