รับแอปรับแอป

AirPods ครบรอบ 9 ปี จากหูฟังที่โดนล้อสู่ไอคอนแห่งยุคไร้สาย ที่เปลี่ยนวิธีฟังเพลงของทั้งโลก

วิทยา พูนทรัพย์12-22

ถ้าย้อนเวลากลับไปช่วงปลายปี 2016 ภาพหนึ่งที่หลายคนจำได้แม่นคือ iPhone 7 ที่ไม่มีช่องเสียบหูฟัง และหูฟังสีขาวหน้าตาแปลก ๆ ที่ดูเหมือน EarPods โดนตัดสายทิ้ง ใช่แล้ว…นั่นคือช่วงเวลาที่ AirPods ถือกำเนิด และวันนี้ AirPods ก็เดินทางมาใกล้ครบหนึ่งทศวรรษแบบเต็มตัว เป็นเวลา 9 ปีพอดีตั้งแต่วันวางขายจริง 19 ธันวาคม 2016

จากวันที่โดนแซว โดนมีมถล่ม ว่า “ใครจะใส่หูฟังแบบนี้” สู่วันที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ AirPods ไม่ได้แค่เป็นอุปกรณ์เสริมของ Apple แต่เป็นตัวเปลี่ยนเกมของอุตสาหกรรมหูฟังทั้งโลก


ก่อนจะเป็น AirPods โลกหูฟังไร้สายอยู่ตรงไหน

ก่อนปี 2016 หูฟังไร้สายมีอยู่แล้ว แต่ยังเป็นของเฉพาะกลุ่ม

  • ต่อยาก

  • หลุดบ่อย

  • แบตสั้น

  • ดีเลย์เสียง

  • ดีไซน์ไม่เป็นมิตรกับชีวิตประจำวัน

ผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังรู้สึกว่า “สายเสียบไว้ยังง่ายกว่า” จนกระทั่ง Apple เปิดตัว AirPods พร้อม iPhone 7 และโยนคำว่า “ไร้สายแบบไร้รอยต่อ” ลงกลางเวที

Phil Schiller ขึ้นพูดด้วยประโยคที่กลายเป็นตำนาน

"AirPods are simple and magical to use"

และคำว่า “magical” นี่แหละที่ Apple ทำได้จริง


AirPods รุ่นแรก ทำอะไรที่คนอื่นยังทำไม่ได้

AirPods รุ่นแรก ราคาเปิดตัว 159 ดอลลาร์ มาพร้อมของใหม่ที่ตอนนั้นแทบไม่มีใครทำได้ครบแบบนี้

  • One-tap pairing เปิดฝา ใกล้ iPhone กดครั้งเดียว ใช้ได้ทันที

  • ชิป Apple W1 เชื่อมต่อเสถียร ลื่นกว่าหูฟังไร้สายทั่วไป

  • In-ear detection ถอดข้างหนึ่ง เพลงหยุดอัตโนมัติ

  • สลับอุปกรณ์ Apple ได้เนียน จาก iPhone ไป iPad ไป Mac แบบไม่ต้องตั้งค่าใหม่

  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ทั้งวัน ด้วยเคสชาร์จที่คิดมาแล้ว

ทั้งหมดนี้ทำให้ AirPods ไม่ใช่แค่ “หูฟังไร้สาย” แต่เป็นประสบการณ์ใหม่ของการใช้งาน


จากโดนล้อสู่ของมันต้องมี

ช่วงเปิดตัว ภาพ AirPods โดนเอาไปทำมีมเพียบ
“เหมือนหูฟังที่สายขาด”
“ใส่แล้วดูตลก”
“หลุดหายแน่นอน”

แต่พอคนเริ่มใช้จริง กระแสก็กลับทันที

  • เชื่อมต่อง่าย

  • ไม่หลุด

  • เสียงเสถียร

  • ใช้เดิน ใช้ทำงาน ใช้คุยโทรศัพท์สะดวกกว่าที่คิด

AirPods กลายเป็นของที่พอได้ลองแล้ว “กลับไปใช้หูฟังมีสายไม่ไหวอีกเลย”


AirPods เปลี่ยนอุตสาหกรรมยังไง

หลัง AirPods ประสบความสำเร็จ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ

  • หูฟัง Truly Wireless กลายเป็นมาตรฐาน

  • แบรนด์มือถือเริ่มตัดช่องหูฟังตาม

  • ผู้ใช้เริ่มคุ้นชินกับการชาร์จหูฟัง

  • ตลาดหูฟังไร้สายเติบโตแบบก้าวกระโดด

แม้ Apple จะไม่เคยเปิดเผยยอดขาย แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่า AirPods ขายได้ “หลายสิบล้านชิ้นต่อปี” และเป็น หูฟังไร้สายที่ขายดีที่สุดในโลก ต่อเนื่องหลายปี


วิวัฒนาการ AirPods จากรุ่นแรกถึงปัจจุบัน

ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา AirPods ไม่ได้หยุดนิ่ง

AirPods รุ่นที่ 2 (2019)

  • ชิป H1

  • เรียก “Hey Siri” ได้

  • เชื่อมต่อเร็วขึ้น

  • มีเคสชาร์จไร้สาย

AirPods รุ่นที่ 3 (2021)

  • ดีไซน์ใหม่

  • เสียง Spatial Audio

  • แบตอึดขึ้น

  • กันเหงื่อ กันน้ำ

AirPods รุ่นที่ 4 (2024)

  • คุณภาพเสียงดีขึ้น

  • รองรับ Active Noise Cancellation

  • ชัดเจนขึ้นว่า AirPods ธรรมดาก็เริ่มจริงจังเรื่องเสียง

AirPods Pro และ AirPods Max

  • AirPods Pro (2019): ตัดเสียงรบกวน กลายเป็นตัวเลือกหลักของสายทำงาน

  • AirPods Max (2020): หูฟังครอบหูพรีเมียมสำหรับสายคุณภาพเสียง

และตอนนี้ก็มีข่าวลือว่า AirPods รุ่นที่ 5 กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา


ทำไม AirPods ถึงยังขายดีแม้ราคาสูง

คำตอบสั้น ๆ คือ “ประสบการณ์”
AirPods ไม่ได้ขายแค่เสียง แต่ขายความสะดวก

  • หยิบมาใช้ได้ทันที

  • เชื่อมต่อกับ Apple Ecosystem แบบไร้รอยต่อ

  • เสถียร ใช้งานง่าย

  • ดีไซน์ที่กลายเป็นเอกลักษณ์

สำหรับคนใช้ iPhone, iPad, Mac, Apple Watch
AirPods ยังเป็นตัวเลือกที่ “ไม่ต้องคิดเยอะ”


ครบ 9 ปี AirPods ยังน่าใช้ไหมในปีนี้

ถ้ามองจากภาพรวม คำตอบคือ “ยัง”
โดยเฉพาะกับผู้ใช้ Apple

  • รุ่นใหม่ ๆ แก้จุดอ่อนรุ่นแรกไปเกือบหมด

  • คุณภาพเสียงและไมค์ดีขึ้นชัด

  • ANC ทำได้ดีขึ้น

  • ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ใครกำลังมองหา AirPods ของแท้ อุปกรณ์เสริม หรือเคสป้องกันคุณภาพดี การเลือกซื้อจากแหล่งที่ไว้ใจได้อย่าง Zestbuy ก็ช่วยให้มั่นใจเรื่องของแท้ ราคา และการรับประกัน ใช้คู่กับอุปกรณ์ Apple ได้แบบสบายใจ


สรุป: 9 ปี AirPods ไม่ได้แค่รอด แต่กลายเป็นตำนาน

จากหูฟังที่เคยโดนล้อ สู่สินค้าที่แทบทุกคนเคยเห็น เคยใช้ หรืออยากได้
AirPods คือหนึ่งในอุปกรณ์ที่สะท้อนความสามารถของ Apple ในการเปลี่ยน “ของธรรมดา” ให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลกเทคโนโลยี

และถ้ามองจากทิศทางทั้งหมดที่เกิดขึ้น
AirPods ยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว
แต่กำลังเดินหน้าสู่ยุคใหม่ของเสียงไร้สายอย่างเต็มตัว