ก้าวกระโดดของงานวิจัยไทยด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยวสีเขียว
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีประกาศความภาคภูมิใจ กับความสำเร็จของทีมคณาจารย์และนักศึกษา ที่สามารถผลักดันผลงานวิจัยด้านเทคโนโลยีการท่องเที่ยวสีเขียวให้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติระดับสูง ฐานข้อมูล Scopus กลุ่ม Q1 ในวารสาร Environmental Challenges ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Percentile 90%
ผลงานนี้ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของนักวิจัยไทยในเวทีวิชาการระดับนานาชาติ แต่ยังชี้ทิศทางใหม่ให้กับการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคต
เบื้องหลังความสำเร็จของทีมวิจัย
ผลงานครั้งนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของคณาจารย์ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และนักวิจัยต่างชาติ ซึ่งผสานองค์ความรู้ด้านบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ และการจัดการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน เพื่อออกแบบงานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาโลกยุคใหม่
การร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไทยกับสถาบันต่างประเทศ ยังช่วยเพิ่มมุมมองเชิงเปรียบเทียบ ทำให้ผลการวิจัยมีความลึกซึ้งและประยุกต์ใช้ได้ในหลายบริบทของการท่องเที่ยวธรรมชาติ
หัวใจของงานวิจัย: เทคโนโลยีท่องเที่ยวสีเขียวอัจฉริยะ
งานวิจัยฉบับนี้มุ่งศึกษาบทบาทของ เทคโนโลยีการท่องเที่ยวสีเขียวอัจฉริยะ (Smart Green Tourism Technologies) ว่ามีผลอย่างไรต่อ “ความตั้งใจ” และ “พฤติกรรม” ของนักท่องเที่ยวยุคใหม่
ประเด็นสำคัญของการศึกษา คือการทำความเข้าใจว่า เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นได้อย่างไร โดยยังคงรักษาเสน่ห์และตัวตนของแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเอาไว้
งานวิจัยจึงไม่ได้มองเทคโนโลยีในมิติของความสะดวกสบายเพียงอย่างเดียว แต่มองในฐานะ “ตัวกลาง” ที่ช่วยเชื่อมระหว่างการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์กับแนวคิดการท่องเที่ยวที่ไม่ทำร้ายธรรมชาติ
สมดุลระหว่างความแท้จริงกับความยั่งยืน
หนึ่งในประเด็นที่งานวิจัยหยิบมาวิเคราะห์อย่างจริงจัง คือการหาคำตอบว่า จะทำอย่างไรให้ ประสบการณ์ท่องเที่ยว ยังคงความแท้จริง แต่ในขณะเดียวกันก็ ไม่บั่นทอนทรัพยากรธรรมชาติ
งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า เทคโนโลยีสีเขียวที่ออกแบบอย่างเหมาะสม สามารถช่วยให้เกิดสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ได้ เช่น
การใช้ระบบดิจิทัลช่วยบริหารจัดการจำนวนนักท่องเที่ยวในพื้นที่ธรรมชาติ
แพลตฟอร์มให้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเตือนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมท่องเที่ยว
แอปพลิเคชันที่ส่งเสริมพฤติกรรมรับผิดชอบต่อแหล่งท่องเที่ยว เช่น การจัดการขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า
เมื่อออกแบบได้อย่างลงตัว เทคโนโลยีจะไม่กลบเสน่ห์ความเป็นธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยว แต่กลับช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัส “ความแท้จริง” ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เชื่อมโยงสู่ SDG 12: การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
สิ่งที่ทำให้งานวิจัยนี้โดดเด่นขึ้นไปอีกขั้น คือการเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเฉพาะ SDG 12: การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
งานวิจัยนำเสนอว่า หากใช้เทคโนโลยีท่องเที่ยวสีเขียวอย่างเหมาะสม จะสามารถช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวให้มุ่งสู่การท่องเที่ยวที่รับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างรูปแบบการบริโภคและการผลิตที่ไม่ทำลายสมดุลของระบบนิเวศ
จุดแข็งของงานวิจัย อยู่ที่การไม่พูดเรื่องความยั่งยืนในเชิงอุดมคติ แต่ใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์มาหนุน ว่าเทคโนโลยีสามารถเป็นเครื่องมือจริงในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้อย่างไร
ทำไมผลงานนี้จึงสำคัญต่ออนาคตการท่องเที่ยวไทย
สำหรับประเทศไทยที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมาก งานวิจัยลักษณะนี้มีความหมายเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะช่วยให้เห็นทิศทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในมิติใหม่
ช่วยออกแบบนโยบายท่องเที่ยวที่มองทั้งมุมเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน
เป็นฐานความรู้ให้ผู้ประกอบการและหน่วยงานเกี่ยวข้องนำไปใช้ต่อยอดบริการและประสบการณ์ท่องเที่ยว
สร้างองค์ความรู้ไทยที่สามารถอ้างอิงได้ในระดับสากล
เมื่อผลงานได้รับการยอมรับในวารสารระดับ Scopus Q1 จึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จของทีมวิจัยเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันว่า งานวิจัยไทยก็สามารถนำเทรนด์โลกด้านเทคโนโลยีท่องเที่ยวสีเขียวได้เช่นกัน
บทสรุป: จากงานวิจัยสู่การเปลี่ยนแปลงจริง
ผลงานวิจัยเรื่อง “The role of smart green tourism technologies in shaping tourist intentions: Balancing authenticity and sustainability in natural tourism” คือหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องสวนทางกับธรรมชาติ หากออกแบบอย่างเข้าใจบริบทและคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นหลัก
ในวันที่โลกท่องเที่ยวต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมผู้บริโภค งานวิจัยเชิงลึกที่มองไกลแบบนี้ คือหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวไทยเดินหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
เมื่อเทคโนโลยีสีเขียวจับมือกับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ อนาคตของการท่องเที่ยวไทยอาจไม่ได้แค่สวยงามในสายตานักท่องเที่ยว แต่ยังสวยงามต่อโลกใบนี้ด้วย

