ภาพรวมตลาดแรงงานไทยปี 2025: เกมการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นทุกปี
ตลาดแรงงานไทยปี 2025 ยังเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีใหม่ที่ถาโถมเข้ามาแบบไม่พัก
องค์กรที่อยากอยู่รอดจึงไม่พอแค่ “ปรับตัว” แต่ต้อง ชิงจังหวะให้ทันก่อนคู่แข่ง โดยเฉพาะใน 3 สมรภูมิใหญ่ ทั้ง AI ความยืดหยุ่นในการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กรแบบเปิดรับความหลากหลาย (DEI)
ในขณะเดียวกัน ภาพรวมโครงสร้างเงินเดือนก็สะท้อนชัดว่า ทักษะที่ใช่ + ทัศนคติที่ดี + Soft Skills แน่น คือของจริงในการแข่งขันยุคใหม่ โดยเฉพาะในสายงานเทคโนโลยีที่ยังพุ่งไม่หยุด
3 กลยุทธ์ที่องค์กรต้องเร่งอัปเกรดให้ทันยุค
1. ยกระดับ AI จาก “เครื่องมือเสริม” เป็น “กลยุทธ์หลักของธุรกิจ”
เทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นแค่ของเล่นหรือเครื่องมือเล็กๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็น หัวใจในการวางกลยุทธ์ธุรกิจและดึงดูด Talent โดยตรง
องค์กรจึงต้อง:
นำ AI เข้ามาช่วยทั้งในงานปฏิบัติการและงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์
ลงทุนใน การพัฒนาทักษะ AI ให้กับพนักงาน ทุกระดับ
เสริมทั้งด้าน Digital Literacy เพื่อให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด ปลอดภัย และสร้างสรรค์
องค์กรที่ทำได้ดีในจุดนี้จะได้เปรียบมหาศาล ทั้งในแง่ประสิทธิภาพงาน และในฐานะแม่เหล็กดึงดูดคนเก่งเข้าทีม
2. ดีไซน์รูปแบบการทำงานให้ยืดหยุ่นแบบจริงจัง ไม่ใช่แค่คำสวยหรู
คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z เข้ามามีบทบาทในตลาดแรงงานมากขึ้น พร้อมความต้องการในการทำงานที่ต่างจากเจเนอเรชันก่อนหน้าอย่างชัดเจน
Work-Life Balance จึงไม่ใช่แค่คำเท่ๆ หรือการเลิกงานให้ตรงเวลา แต่หมายถึงการออกแบบงานให้ตอบโจทย์ “ชีวิตทั้งชีวิต” ของคนทำงาน
แนวทางสำคัญ เช่น:
รูปแบบงานที่ยืดหยุ่น บริหารเวลาได้เอง
โฟกัสที่ ผลลัพธ์ของงาน แทนการจับเวลานั่งโต๊ะ ตามแนวคิด ROWE (Result-Oriented Work Environment)
สวัสดิการและนโยบายที่เข้าใจวิถีชีวิตของคนทำงานยุคใหม่จริงๆ
องค์กรที่จัดระบบแบบนี้ได้ดี จะกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของ Talent ที่มีทางเลือกมากมายในตลาด
3. ปั้นวัฒนธรรม DEI ให้เป็นจุดขายและจุดแข็งขององค์กร
แม้บางประเทศจะเริ่มทบทวนแนวทางด้านความหลากหลายและเท่าเทียม แต่ในไทย ประเด็น DEI (Diversity, Equity & Inclusion) ยังเป็น แต้มต่อสำคัญ ในการสร้างความแตกต่างและดึงดูดคนเก่ง
วัฒนธรรมที่เปิดรับความหลากหลายด้านเพศ วัย ไลฟ์สไตล์ และมุมมอง
การใช้ DEI เป็นส่วนหนึ่งของ Employer Branding
การออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทำให้คนรู้สึก “เป็นตัวเองได้เต็มที่”
เทรนด์นี้ยังถูกมองว่าจะอยู่ในกระแสหลักของ HR Trends อย่างน้อย 1–2 ปีต่อจากนี้
สำหรับคนทำงาน: ทักษะ AI และ Soft Skills ไม่ใช่ตัวเลือก แต่คือ “พื้นฐานใหม่”
คำแนะนำสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังหางานหรืออยากอัปเกรดเส้นทางอาชีพในยุคนี้คือ ต้อง เข้าใจและใช้ AI และเครื่องมือดิจิทัลได้จริง ไม่ว่าคุณจะจบจากสาขาไหนหรือทำงานมานานเท่าไหร่ก็ตาม
หัวใจคือ:
ใช้ AI เป็นผู้ช่วย ไม่ใช่คู่แข่ง
เปิดโอกาสให้ตัวเองลองทำงานหลากหลายเพื่อเก็บประสบการณ์จริง
พัฒนา Soft Skills ควบคู่ไปกับทักษะสายงาน เช่น
การทำงานเป็นทีม
การแก้ปัญหา
ความคิดสร้างสรรค์
การผสมผสานระหว่างทักษะสายอาชีพและ Soft Skills ทำให้คนทำงาน โดดเด่นกว่าใบสมัครอื่นๆ และช่วยให้ค้นพบทั้งความชอบและจุดแข็งของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น พร้อมต่อยอดไปสู่ตำแหน่งและงานที่ตรงใจมากขึ้นในระยะยาว
องค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและการสร้างนวัตกรรม จะมีโอกาส รักษาคนเก่งไว้ในทีม และเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายที่ผันผวน
Thailand Salary Guide 2025: เงินเดือนสาย Tech มาแรงไม่หยุด
ในมุมของค่าตอบแทน Thailand Salary Guide 2025 สะท้อนภาพตลาดแรงงานชัดเจนว่า แม้ภาพรวมเงินเดือนองค์กรจะไม่ได้ขยับแรงทุกสาย แต่ สาย Tech ยังวิ่งนำอยู่แบบทิ้งระยะ
ประเด็นที่น่าสนใจคือ:
ระดับ Junior (ประสบการณ์ 0–3 ปี) ในสายเทคโนโลยี ตำแหน่ง Full Stack Developer สามารถทำเงินเดือนสูงสุดได้ถึง 100,000 บาท
ระดับผู้บริหารอย่าง CEO / COO เพดานเงินเดือนขยับไปถึง 800,000 บาท จากเดิมราว 600,000 บาท
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า:
บทบาทของผู้บริหารระดับสูงมีน้ำหนักต่อการพาองค์กร “รอดหรือร่วง” ในยุคเศรษฐกิจและเทคโนโลยีผันผวนอย่างมาก
ทักษะเชิงเทคโนโลยี โดยเฉพาะในสายงาน Tech และอุตสาหกรรมใหม่ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ตลาดยอมจ่ายแพง
เทคโนโลยีใหม่ กดดันแรงงานเก่า แต่ก็เปิดโอกาสให้คนพร้อมจะเรียนรู้
ตลาดแรงงานปี 2024 ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่หลายองค์กรต้องเร่งปรับตัวจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้ง:
เทคโนโลยีใหม่อย่าง Generative AI
การเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจระดับประเทศ ภูมิภาค และโลก
อุตสาหกรรมสำคัญอย่าง:
เซมิคอนดักเตอร์ เติบโตต่อเนื่อง แต่ขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง
ยานยนต์ เผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไฟฟ้า และการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
สำหรับคนทำงาน การจะดันเงินเดือนให้สูงขึ้นไม่ว่าจะอยู่ระดับไหน ไม่ได้มีแค่ “ทักษะสายงาน” เท่านั้น แต่ยังต้องมี Soft Skills ที่ทำให้คุณ ไปต่อได้ไกลกว่า คนอื่น เช่น
ทัศนคติที่ดี
ความคิดสร้างสรรค์
ความกระหายที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด
ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
อินไซต์แรงงานไทย: คนทำงานเปิดใจย้ายงานสูง แต่ Work-Life Balance คือตัวแปรหลัก
มีข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจต่อทิศทางตลาดแรงงานไทยในหลายมิติ ดังนี้
1. Work-Life Balance กลายเป็นเหตุผลหลักในการเลือกงาน
คนทำงานถึง 93% เปิดรับโอกาสใหม่ ในการทำงาน และกว่า 40% ตั้งใจหางานใหม่จริงจัง
นอกจากเรื่องค่าตอบแทนแล้ว สิ่งที่ถูกยกขึ้นมาเป็นปัจจัยสำคัญมากคือ Work-Life Balance ซึ่งมีความสำคัญเพิ่มขึ้นจาก 58% ในปี 2023 เป็น 67% ในปี 2024
แปลว่า:
Work-Life Balance ไม่ใช่แค่ของแถม แต่เป็น ตัวชี้เป็นชี้ตาย ในการแข่งขันแย่ง Talent ขององค์กร
บริษัทที่ให้น้ำหนักกับคุณภาพชีวิตคนทำงานชัดเจน มีโอกาสได้และรักษาคนเก่งมากกว่าองค์กรที่คิดถึงแต่ผลงานอย่างเดียว
2. AI กลายเป็นผู้ช่วยประจำวันของคนทำงานส่วนใหญ่
การใช้งาน AI ในที่ทำงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผลสำรวจพบว่า:
มากถึง 83% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ใช้ AI ในการทำงานทุกวัน
กลุ่มที่ใช้มากที่สุดคือ ผู้บริหาร ซึ่งใช้ AI เพื่อช่วยวางแผนและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
AI ยังถูกนำมาใช้ในกระบวนการ สรรหาและคัดเลือกพนักงาน ขององค์กรด้วย
แต่ในอีกด้านหนึ่ง พบว่า:
มีเพียงประมาณ หนึ่งในสามขององค์กร เท่านั้นที่จัดให้มีการฝึกอบรม AI อย่างต่อเนื่อง
จุดนี้จึงเป็นทั้ง “ช่องว่าง” และ “โอกาส” สำหรับองค์กรที่อยากวิ่งแซงคู่แข่งด้วยการลงทุนด้านทักษะ AI ของคนในทีม
3. การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและการทำงานแบบยืดหยุ่น มีผลต่อทุกอุตสาหกรรม
การเปลี่ยนวิธีทำงานให้เป็นดิจิทัล (digitization) ควบคู่กับรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น กลายเป็นเทรนด์ใหญ่ที่คนทำงาน 74% มองว่ามีผลกับงานของตัวเองสูงที่สุด
โดยเฉพาะในกลุ่ม:
ธุรกิจไอที
งานบริการและที่ปรึกษา
งานก่อสร้างและวิศวกรรม
เทรนด์เด่นที่พ่วงมาด้วย ได้แก่:
การใช้ Generative AI ในงานประจำวัน
การนำ ระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้มากขึ้นในกระบวนการทำงาน
4. วัฒนธรรมที่ยอมรับความหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ “ประกาศรับสมัครงาน”
การสร้างความหลากหลายในองค์กรไม่ได้เริ่มแค่ตอนพนักงานเข้ามาทำงานแล้ว แต่เริ่มตั้งแต่ การสื่อสารและรูปแบบของการเปิดรับสมัครงาน เลยทีเดียว
นโยบายที่มีผลชัดในแง่การส่งเสริม DEI เช่น:
การเปิดโอกาสให้รูปแบบงานที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์คนหลายกลุ่ม
การประกาศเป้าหมายด้าน DEI ขององค์กรอย่างชัดเจน
การไม่จำกัดเพศ อายุ หรือสภาพร่างกายในนโยบายการจ้างงาน
แม้บางประเด็นยังไม่ถูกพูดถึงมากนัก แต่ทั้งหมดล้วนช่วยให้เกิด “ความหลากหลายที่แท้จริง” ในที่ทำงาน
5. ทักษะที่ทำให้คุณ “แข่งขันได้จริง” ในโลกการทำงานยุคใหม่
ในยุคที่เทคโนโลยี วิถีชีวิต และรูปแบบธุรกิจเปลี่ยนเร็ว ทักษะที่ทำให้คนทำงาน อยู่รอดและเติบโตได้จริง มีมากกว่าความรู้ในสายงานตัวเอง
ทักษะสำคัญที่โดดเด่น ได้แก่:
การวิเคราะห์ข้อมูล
ทักษะความเป็นผู้นำ
ทักษะการใช้งานเครื่องจักรและเทคโนโลยีต่างๆ
และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทักษะด้าน AI
มีถึง 49% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า การมีทักษะ AI จะช่วยให้ตนเองได้งาน เลื่อนตำแหน่ง หรือได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น
สรุป: เกมแรงงานปี 2025 เป็นของคนที่กล้าปรับ และองค์กรที่กล้าลงทุนกับคน
โลกการทำงานปี 2025 ไม่ได้ใจดีกับคนที่ยืนอยู่ที่เดิม แต่เปิดโอกาสอย่างมากให้กับคนและองค์กรที่ “กล้าปรับ” และ “กล้าเรียนรู้”
สำหรับองค์กร:
ลงทุนกับ AI และทักษะดิจิทัลของทีม
ออกแบบการทำงานให้ยืดหยุ่นอย่างมีเป้าหมาย
ใช้ DEI เป็นจุดแข็งในการสร้างทีมและวัฒนธรรม
สำหรับคนทำงาน:
อัปสกิลด้าน AI และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง
เสริม Soft Skills ให้แน่น เพื่อให้ตัวเองน่าจดจำมากกว่าแค่เรซูเม่หนึ่งใบ
เลือกงานที่ให้ทั้งค่าตอบแทนและคุณภาพชีวิตที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิต
ใครเข้าใจเกมนี้และลงมือก่อน จะเป็นฝ่ายกำหนดอนาคตของตัวเองได้มากกว่ารอให้ตลาดเป็นคนตัดสินแทน

