ทะยานสู่อนาคตกับแสงซินโครตรอน
สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ยกขบวนผลงานวิจัยและเทคโนโลยีต้นแบบฝีมือคนไทยไปจัดแสดงในงาน “อว.แฟร์ 2025” ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ภายในบูธเน้นชูผลงานที่ พร้อมต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรม ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ต้นแบบบนกระดาษ ครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ วัสดุล้ำยุค เครื่องมือชั้นสูง ไปจนถึงระบบตรวจสอบตู้สินค้าพลังรังสีเอกซ์
ธีมของนิทรรศการคือ Synchrotron for Tomorrow – เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน สร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีแสงซินโครตรอนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน
Synchrotron for Tomorrow: ไฮไลต์ 6 เทคโนโลยีต้นแบบ
สถาบันฯ นำเสนอ 6 เทคโนโลยีต้นแบบที่พัฒนาโดยนักวิจัยไทย และสามารถถ่ายทอดสู่ภาคอุตสาหกรรมได้แล้ว มาดูกันทีละชิ้นว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง
1. ฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชร: บรรจุภัณฑ์อาหารยุคใหม่
“พลิกโฉมบรรจุภัณฑ์แห่งอนาคตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีฟิล์มคาร์บอนเสมือนเพชร”
เทคโนโลยีนี้จัดแสดงเครื่องเคลือบฟิล์มบางคาร์บอนเสมือนเพชร (DLC) สำหรับบรรจุภัณฑ์อาหาร จุดเด่นคือ
ช่วยยืดอายุอาหารได้ยาวนานขึ้น
คงความสด รักษาคุณค่าทางโภชนาการได้ดี
รีไซเคิลได้ ลดขยะบรรจุภัณฑ์
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์โลกยุคกรีน
จากบรรจุภัณฑ์ธรรมดา กลายเป็นบรรจุภัณฑ์สมาร์ตที่ทั้งยืดอายุอาหารและดูแลโลกไปพร้อมกัน
2. เปลี่ยนขยะเป็นกราฟีน: วัสดุมหัศจรรย์ที่สร้างโอกาสใหม่
“เทคโนโลยีเปลี่ยนขยะเป็นกราฟีนวัสดุมหัศจรรย์พลังที่สร้างความแตกต่าง”
นี่คือต้นแบบเทคโนโลยีผลิตกราฟีนจากของเหลือทิ้งและวัสดุเหลือใช้ เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นวัสดุขั้นสูงที่ทั่วโลกจับตามอง โดยกราฟีนมีคุณสมบัติเด่นคือ
นำไฟฟ้าได้ดีเยี่ยม
แข็งแรงกว่าเหล็กถึงประมาณ 100 เท่า
นำความร้อนได้ดี
ยืดหยุ่นและทนต่อการกัดกร่อน
ด้วยคุณสมบัติระดับนี้ กราฟีนสามารถนำไปต่อยอดใช้ในหลายอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน วัสดุโครงสร้าง เซนเซอร์ และอีกมากมาย
ขยะที่เคยไร้ค่า สามารถถูกยกระดับเป็นวัสดุยุทธศาสตร์แห่งอนาคตได้ด้วยเทคโนโลยีของคนไทย
3. ฟิล์มนาโนเมตรหลายชั้น: เทคโนโลยีเบื้องหลังเครื่องซินโครตรอน
“เครื่องเคลือบด้วยฟิล์มนาโนเมตรหลายชั้นที่มีความแม่นยำสูง”
เครื่องนี้ออกแบบมาเพื่อผลิตกระจกชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอน ซึ่งต้องการความแม่นยำสูงระดับนาโนเมตร จุดเด่นคือ
เคลือบฟิล์มบางหลายชั้นได้อย่างเที่ยงตรง
ควบคุมความหนาและคุณสมบัติของแต่ละชั้นได้แม่นยำ
รองรับการใช้งานในห้องปฏิบัติการดาราศาสตร์
สามารถต่อยอดใช้กับอุปกรณ์เซนเซอร์เฉพาะทางอื่น ๆ
เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ไทย ลดการพึ่งพาอุปกรณ์นำเข้า และพัฒนาชิ้นส่วนขั้นสูงได้เองในประเทศ
4. SYNAPSE: แผนที่สมองมนุษย์แบบสามมิติ
“การสร้างแผนที่สมองมนุษย์แบบสามมิติด้วยแสงซินโครตรอน (SYNAPSE) ยกระดับวิจัยสมองไทยสู่สากล”
โครงการ SYNAPSE เป็นความร่วมมือกับเครือข่ายนานาชาติ เป้าหมายคือสร้างแผนที่การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสมองมนุษย์แบบสามมิติ โดยใช้ศักยภาพของแสงซินโครตรอนในการมองทะลุโครงสร้างภายในในระดับละเอียดมาก
ประโยชน์ที่ตามมา ได้แก่
ยกระดับงานวิจัยด้านสมองของไทยให้ทัดเทียมเวทีโลก
ช่วยทำความเข้าใจกลไกของสมองและโรคทางระบบประสาท
วางฐานข้อมูลสำคัญเพื่อรองรับการแพทย์แม่นยำในอนาคต
จากแสงในห้องปฏิบัติการ สู่ความหวังใหม่ในการทำความเข้าใจสมองมนุษย์
5. แม่เหล็ก 3 GeV และปั๊มสุญญากาศระดับยิ่งยวด: หัวใจของเครื่องเร่งอนุภาคไทย
“ต้นแบบแม่เหล็กสำหรับเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนระดับพลังงาน 3 GeV, ปั๊มสุญญากาศระดับยิ่งยวดแบบผสม”
เทคโนโลยีนี้คือการพัฒนาต้นแบบแม่เหล็กสำหรับเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนพลังงาน 3 GeV โดยฝีมือคนไทย เพื่อรองรับการสร้างเครื่องซินโครตรอนรุ่นใหม่ในประเทศ โดยมีเป้าหมายให้
ใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีภายในประเทศไม่น้อยกว่า 50%
ลดการนำเข้าอุปกรณ์ราคาแพงจากต่างประเทศ
สร้างความมั่นคงด้านเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์
ควบคู่กันยังมี ปั๊มสุญญากาศระดับสูงยิ่งยวดแบบผสม ที่วิศวกรและผู้ประกอบการไทยร่วมกันพัฒนา สามารถสร้างสภาวะสุญญากาศขั้นสูง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของ
เครื่องเร่งอนุภาค
เครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนพลังงานสูง
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ไทยไม่ได้เป็นแค่ผู้ใช้งานเครื่องซินโครตรอน แต่กำลังก้าวสู่การเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานด้วยตนเอง
6. เครื่องฉายรังสีตรวจสอบตู้สินค้า: ด่านความปลอดภัยยุคใหม่
“เครื่องฉายรังสีตรวจสอบตู้สินค้า”
เทคโนโลยีต้นแบบชิ้นนี้ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญด้านเครื่องเร่งอนุภาคของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน นำไปสู่การพัฒนาระบบ Linear Accelerator (LINAC) สำหรับตรวจสอบตู้สินค้าขนาดใหญ่ โดยมีคุณสมบัติสำคัญคือ
ผลิตรังสีเอกซ์พลังงานสูง ทะลุทะลวงได้แม้โครงสร้างเหล็กหรือคอนกรีต
ตรวจจับและจำแนกวัสดุภายในตู้สินค้าได้อย่างแม่นยำ
รองรับการตรวจสอบตู้สินค้า ยานพาหนะ หรือสินค้ากองรวมขนาดใหญ่
ช่วยให้การตรวจสอบปลอดภัย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เทคโนโลยีแบบนี้มีบทบาทโดยตรงกับความมั่นคง การตรวจของผิดกฎหมาย และระบบโลจิสติกส์สมัยใหม่
ปิดท้าย: ซินโครตรอนไม่ได้ไกลตัวอย่างที่คิด
เมื่อฟังคำว่า “แสงซินโครตรอน” หลายคนอาจนึกถึงงานวิจัยระดับสูงที่ไกลตัว แต่จากทั้ง 6 เทคโนโลยีที่จัดแสดง จะเห็นชัดว่า
มันเชื่อมโยงกับ ชีวิตประจำวัน ทั้งอาหาร บรรจุภัณฑ์ ความปลอดภัย และสาธารณสุข
เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อ อุตสาหกรรมยุคใหม่ของไทย
ทำให้คนไทยก้าวสู่การเป็น ผู้สร้างเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่ผู้บริโภค
ใครที่สนใจโลกของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแบบจับต้องได้ การมาเยี่ยมชมผลงานของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนในงานลักษณะนี้ จะช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่า อนาคตของเทคโนโลยีไทยกำลังถูกออกแบบอยู่ตรงหน้าเราแล้ว

