ฟูจิฟิล์มประกาศชัด: จากผู้ขายเครื่องพิมพ์ สู่ One-Stop DX Partner
ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เดินเกมปี 2569 แบบไม่ธรรมดา ประกาศบทบาทใหม่ในฐานะ One-Stop DX Partner ที่ไม่ได้แค่ขายเครื่องพิมพ์หรือโซลูชันไอที แต่พร้อมเข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์ดิจิทัลให้กับทุกองค์กร ตั้งแต่ธุรกิจใหญ่จนถึง SME
ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน สงครามการค้า และความไม่แน่นอนรอบด้าน ฟูจิฟิล์มยังคงรักษาการเติบโตในไทยได้อย่างมั่นคง ด้วยการปรับพอร์ตธุรกิจให้หลากหลาย และขยับตัวทันกับยุคที่ ดิจิทัลเวิร์กโฟลว์ กลายเป็นหัวใจของการทำงานองค์กรทุกขนาด
3 เสาหลักธุรกิจที่ขับเคลื่อนการเติบโต
ผู้บริหารฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) เปิดภาพรวมว่า บริษัทฯ บริหารธุรกิจอย่างระมัดระวังในปี 2568 ท่ามกลางตลาดที่แข่งขันดุเดือด แต่ยังตั้งเป้ารักษาระดับรายได้ พร้อมดันสัดส่วนกำไรให้เติบโตจากปีก่อนหน้า
พลังหลักขององค์กรมาจาก 3 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่
Business Solutions – โซลูชันและบริการงานเอกสารครบวงจร เน้นการจัดการข้อมูลและเวิร์กโฟลว์อัจฉริยะ
Office Solutions – เครื่องพิมพ์และมัลติฟังก์ชันสำหรับสำนักงาน ที่เชื่อมต่อกับระบบดิจิทัลได้ลึกกว่าแค่การพิมพ์
Graphic Communications – ผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ดิจิทัลระดับโปรดักชัน และโซลูชันสำหรับธุรกิจการพิมพ์เชิงพาณิชย์
องค์กรเดินหน้าภายใต้วิสัยทัศน์ Trusted DX Partner ตั้งใจจะไม่เป็นแค่ผู้ขายโซลูชัน แต่เป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยให้ลูกค้าข้ามผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างลื่นไหลและยั่งยืน
ภาพใหญ่ระดับกลุ่มฟูจิฟิล์ม: DX คือเครื่องยนต์หลัก
ในระดับกลุ่มบริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของรายได้ โดยมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 38% มากกว่ากลุ่ม Healthcare, Electronic Materials และ Imaging
เทคโนโลยีจากทุกกลุ่มธุรกิจถูกนำมาผสานเป็นโซลูชันดิจิทัลที่หลากหลาย เช่น
ระบบจัดการเอกสารอัจฉริยะ
ดิจิทัลโซลูชันสำหรับองค์กร
การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไอที
เป้าหมายคือ ตอบโจทย์ตลาดที่เปลี่ยนเร็ว และลดภาระงานซ้ำซ้อนที่กินเวลาไปจากงานที่สร้างมูลค่าจริง
ตลาดแข่งขันดุ แต่ปัญหาคือ “ใช้เทคโนโลยีไม่ถูกจุด”
ฝ่ายการตลาดของฟูจิฟิล์มมองว่า ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายสุด ๆ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัว และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีจากผู้เล่นหลากหลายชาติ แต่สิ่งที่เห็นชัดในตลาดคือ
หลายองค์กรลงทุนเทคโนโลยีแล้ว ไม่ค่อยได้ผลลัพธ์จริง
โซลูชันที่ติดตั้ง ไม่ตอบรูปแบบการทำงานจริง ขององค์กร
ผู้ให้บริการบางราย ไม่เข้าใจบริบทอุตสาหกรรม ของลูกค้าอย่างแท้จริง
ฟูจิฟิล์มจึงเลือกใช้ 3 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจ:
Select & Focus – เลือกทำในสิ่งที่ถนัดและสร้างความต่างได้จริง
Market Coverage Optimization – บริหารพื้นที่และกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมและคุ้มค่า
New Image Creation – สร้างภาพลักษณ์ใหม่ในฐานะพาร์ทเนอร์ด้าน DX ไม่ใช่แค่แบรนด์เครื่องพิมพ์
ผลลัพธ์คือ สามารถรักษาระดับรายได้จาก 3 แกนธุรกิจได้ต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1–3 และเพิ่มสัดส่วนกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 3 ได้อีก 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
โอกาสใหญ่: DX, Cyber Security และ AI โตแรงในไทย
ตัวเลขจากตลาดชี้ชัดว่าองค์กรไทยกำลังเร่งทำ Digital Transformation อย่างจริงจัง โดยคาดว่า:
มูลค่าตลาด Digital Transformation + IT Infrastructure ในไทยจะพุ่งแตะประมาณ 489.61 พันล้านบาท ภายในปี 2573 ด้วย CAGR ราว 9.30%
ตลาด Cyber Security ในไทยมีมูลค่าราว 30.59 พันล้านบาท
อุตสาหกรรม AI คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 20–25% ต่อปี ช่วงปี 2566–2573
ในอีกด้านหนึ่ง การคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 มีแนวโน้มโตเพียง 1.8% ยิ่งเป็นแรงกดดันให้ทุกองค์กรต้อง ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และบริหารทรัพยากรให้ฉลาดขึ้น ซึ่งเป็นจังหวะที่ DX และ AI กำลังตอบโจทย์พอดี
AI: หัวใจของการขับเคลื่อน One-Stop DX
ฟูจิฟิล์มวาง เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการทำ Digital Transformation ในองค์กร ไม่ใช่แค่ฟังก์ชันเสริมแต่เป็นโครงสร้างสำคัญที่วางครอบคลุมทั้งสำนักงานและอุตสาหกรรมการพิมพ์เชิงพาณิชย์
จุดสำคัญคือการเปลี่ยน ข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง (Unstructured Data) จำนวนมหาศาล ให้กลายเป็น สินทรัพย์ความรู้ ที่ใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็น
เอกสารกระดาษ
ภาพถ่ายและภาพสแกน
วิดีโอ
องค์ความรู้จากการปฏิบัติงานจริง
AI ของฟูจิฟิล์มถูกออกแบบให้ทำงานใน 5 แกนหลัก ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพงาน การช่วยตัดสินใจแบบผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการปรับแต่งและเพิ่มศักยภาพของอุปกรณ์อัจฉริยะในองค์กร
เชื่อม 3 ธุรกิจหลักด้วย AI + Workflow อัจฉริยะ
AI จึงกลายเป็นรากฐานสำคัญของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจ:
Business Solutions – เปลี่ยนข้อมูลดิบของลูกค้าให้กลายเป็นอินไซต์เชิงลึก ที่นำไปต่อยอดธุรกิจได้
Office Solutions – ใช้ AI ยกระดับงานขาย การบำรุงรักษา และการดูแลเครื่องจากระยะไกล ลดการพึ่งแรงงานและลด Downtime
Graphic Communications – นำ AI มาช่วยจัดการเวิร์กโฟลว์งานพิมพ์ที่ซับซ้อน และยกระดับคุณภาพงานพิมพ์ระดับโปรดักชัน
ผลลัพธ์ไม่ใช่แค่ “ทำงานเร็วขึ้น” แต่คือการ เปลี่ยนรูปแบบการทำงานทั้งระบบ เปิดพื้นที่ให้ทีมงานใช้เวลาไปกับงานเชิงกลยุทธ์และงานสร้างสรรค์มากขึ้น
FUJIFILM IWpro: จากซอฟต์แวร์เวิร์กโฟลว์ สู่ Workspace บนคลาวด์
หนึ่งในไฮไลต์ด้านซอฟต์แวร์คือการยกระดับ “FUJIFILM IWpro” จากโซลูชันเวิร์กโฟลว์เดิมให้กลายเป็น แพลตฟอร์ม Workspace บนคลาวด์ ที่ฝังเทคโนโลยี Generative AI + OCR เข้าไปอย่างจริงจัง
เป้าหมายคือแก้ Pain Point ใหญ่ของแทบทุกองค์กร:
“ข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้าง” ที่กระจายอยู่ทุกที่ แต่ใช้ประโยชน์แทบไม่ได้
ตัวอย่างข้อมูลที่ IWpro เข้าไปจัดการได้ดีเป็นพิเศษ เช่น
ใบเสร็จ
ใบสั่งซื้อ
เอกสารในรูปแบบไฟล์ภาพหรือสแกน
ระบบจะช่วยแปลงข้อมูลเหล่านี้ให้กลายเป็นข้อมูลดิจิทัลที่ แม่นยำ พร้อมใช้งาน และพร้อมเชื่อมต่อกับเวิร์กโฟลว์ธุรกิจทันที
Intelligent Data Capture: จากภาพกระดาษสู่ CSV แบบอัตโนมัติ
จุดเด่นอีกอย่างคือฟีเจอร์ Intelligent Data Capture ที่สามารถแปลงข้อมูลไม่เป็นระเบียบให้กลายเป็น Structured Data เช่นไฟล์ CSV โดยอัตโนมัติ
สิ่งที่น่าสนใจคือ:
ไม่ต้องเสียเวลาตั้งค่าเทมเพลตล่วงหน้า
ลดภาระการคีย์ข้อมูลมือแบบเดิม
เพิ่มความแม่นยำของข้อมูล
ส่งข้อมูลต่อเข้าระบบบัญชี ERP หรือระบบอื่น ๆ ได้แบบรวดเร็ว
นี่คือหนึ่งในตัวอย่างการใช้ AI ที่ จับต้องได้ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพงานหลังบ้านอย่างชัดเจน
จากแบรนด์เครื่องพิมพ์ สู่พาร์ทเนอร์ One-Stop DX
ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น กำลังเร่งขยับจากบทบาทเดิมที่หลายคนมองว่าเป็นแค่ “ผู้ขายเครื่องพิมพ์” ไปสู่การเป็น One-Stop DX Partner แบบเต็มตัว
หัวใจของการเปลี่ยนภาพลักษณ์นี้คือ:
การทำงานร่วมกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์
การออกแบบนวัตกรรมที่ช่วยเปลี่ยน ความท้าทายทางธุรกิจให้กลายเป็นโอกาสเติบโต
การวางตัวเป็นพาร์ทเนอร์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ผู้ขาย-ผู้ซื้อจบเป็นครั้ง ๆ
Roadmap สู่ One-Stop DX: 4 ระยะของการเปลี่ยนผ่าน
ฝ่ายกลยุทธ์สื่อสารการตลาดของฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) เปิดภาพรวมว่าบริษัทวางทิศทางการขับเคลื่อนองค์กรและการสื่อสารออกเป็น 4 ระยะ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างเป็นระบบ ภายใต้เป้าประสงค์ของกลุ่มฟูจิฟิล์ม “Giving Our World More Smiles”
สเต็ปของการเดินเกมมีดังนี้:
ระยะแรก – Paperless & DX Solution Provider
ผลักดันองค์กรสู่การทำงานแบบไร้กระดาษ ผ่านโซลูชันดิจิทัลที่ช่วยจัดการเอกสารและเวิร์กโฟลว์ระยะถัดมา – Digital Solution Consultant
ต่อยอดสู่บทบาทที่ปรึกษาด้านโซลูชันดิจิทัล เสริมความแข็งแกร่งด้าน IT Infrastructure และ Cyber Security ให้ลูกค้าองค์กรระยะปัจจุบัน – One-Stop DX Partner
รีโพซิชันแบรนด์ให้ชัดว่าเป็นพาร์ทเนอร์ด้าน DX แบบครบวงจร ยึด “ความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ผสานเวิร์กโฟลว์จากโลกอนาล็อกและดิจิทัลเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรระยะต่อไป – AI-Driven DX
ก้าวสู่การประยุกต์ใช้ AI แบบเต็มรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาภายใต้ลิขสิทธิ์ของฟูจิฟิล์ม เพื่อยกระดับ DX ไปอีกขั้น
ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่ต้องยั่งยืนด้วย
ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ไม่ได้โฟกัสเฉพาะด้านเทคโนโลยี แต่ยังขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แผนความยั่งยืนระยะกลาง Sustainable Value Plan 2030 (SVP2030)
ภายใต้แนวคิด “Green Value Products” บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น
ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 50% ภายในปี 2030
ผลักดันการใช้เครื่องพิมพ์แบบ Remanufactured Machine ที่ผลิตตามแนวคิดทรัพยากรหมุนเวียน
เป้าหมายคือการสร้างคุณค่าให้ลูกค้า พันธมิตร ชุมชน และสังคม ไปพร้อมกับการเติบโตทางธุรกิจ
สรุป: DX + AI = เครื่องมือเพิ่มรอยยิ้มและกำไรให้ธุรกิจ
ทิศทางปี 2569 ของฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ชี้ให้เห็นภาพชัดว่า อนาคตขององค์กรไม่ได้อยู่ที่การมีเทคโนโลยีเยอะที่สุด แต่คือการใช้เทคโนโลยีได้ตรงจุดที่สุด
ด้วยการวางตัวเป็น One-Stop DX Partner ผสาน Intelligent Workflow + AI ลิขสิทธิ์ของตัวเอง ฟูจิฟิล์มตั้งเป้าช่วยองค์กรไทย
ลดงานซ้ำซ้อน
ดึงคุณค่าจากข้อมูลที่เคยทิ้งไป
เชื่อมเวิร์กโฟลว์อนาล็อกและดิจิทัลให้เป็นภาพเดียวกัน
สร้างการเติบโตแบบยั่งยืน ทั้งด้านธุรกิจและสิ่งแวดล้อม
ในยุคที่ทุกคนพูดถึง AI การเคลื่อนตัวแบบนี้สะท้อนชัดว่า สำหรับฟูจิฟิล์ม นวัตกรรมคือสิ่งที่ลงมือทำจริงไม่ใช่แค่สโลแกน และ “รอยยิ้มของลูกค้า” คือเหตุผลที่ยังเดินหน้าพัฒนาไม่หยุด

