ผ้าไทยพาใจย้อนกาลเวลา ณ พระราชวังพญาไท
บรรยากาศงานงดงามเกินคำบรรยาย ผู้คนหลั่งไหลร่วมงานคับคั่ง ต่างประทับใจกับเสน่ห์ของผ้าไทยและวัฒนธรรมไทยแบบจัดเต็ม ในงาน “ผ้าไทย เอกลักษณ์ไทย เทิดไท้พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ย้อนวันวาน ณ พระราชวังพญาไท”
งานนี้จัดขึ้น ณ พระราชวังพญาไท กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางกลิ่นอายความคลาสสิกของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ผสมผสานกับสีสันผ้าไทยและกิจกรรมที่ใส่หัวใจความเป็นไทยลงไปในทุกรายละเอียด ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต่างเดินชมงานกันอย่างไม่ขาดสาย บรรยากาศอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
งานถูกออกแบบให้ผู้เข้าร่วมเหมือนได้ “เดินย้อนวันวาน” เข้าไปสัมผัสทั้งผืนผ้า เรื่องเล่า และสถานที่จริงที่มีประวัติยาวนาน ทุกมุมของงานคือภาพจำที่ชวนให้หยุดมองและเก็บไว้ในความทรงจำ
ไฮไลต์กิจกรรมที่ต้องเล่าให้ฟัง
ภายในงานจัดเต็มด้วยกิจกรรมหลากหลาย ที่ช่วยเชื่อมโยงผ้าไทยกับวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์อย่างมีชีวิตชีวา
เยือนพระราชวังพญาไท ใกล้ชิดประวัติศาสตร์
ผู้เข้าร่วมงานได้เดินชมพระราชวังพญาไทอย่างใกล้ชิด ชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก พร้อมเรียนรู้เรื่องราวในอดีตของพระราชวังแห่งนี้ไปพร้อมกันชมผ้าไทยโบราณอันวิจิตร
มีการจัดแสดงผ้าไทยโบราณจากหลายยุคสมัย เผยให้เห็นลวดลายที่ละเอียดอ่อน เทคนิคการทอที่สะท้อนภูมิปัญญาบรรพบุรุษ และความประณีตที่สืบทอดกันมาหลายชั่วคน
แต่ละผืนไม่ใช่แค่ผ้า หากคือประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้ประกวดหนูน้อย–ธิดา พระราชวังพญาไท
เด็ก ๆ แต่งกายด้วยชุดไทยงดงาม เดินอวดโฉมด้วยความมั่นใจ แทรกด้วยความน่ารักสดใส สร้างรอยยิ้มให้ทั้งผู้ปกครองและผู้ชม
การประกวดนี้ไม่เพียงเป็นเวทีแห่งความสนุก แต่ยังปลูกฝังให้เยาวชนภาคภูมิใจในรากเหง้าความเป็นไทยแฟชั่นโชว์ผ้าไทย สวยจัดเต็มทุกฝีเข็ม
บนรันเวย์ถูกเติมเต็มด้วยผลงานแฟชั่นที่ผสมผสานผ้าไทยเข้ากับดีไซน์ร่วมสมัยอย่างลงตัว ทั้งเส้นใย สีสัน และลวดลายถูกนำเสนอในมุมมองใหม่ แต่ยังคงเคารพในรากฐานดั้งเดิม
เป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านภาษาของแฟชั่นได้อย่างงดงามบูธอาหารไทย–ขนมไทยแบบชาววัง
สำหรับสายกิน งานนี้คือสวรรค์ย่อม ๆ เพราะมีทั้งอาหารไทยต้นตำรับและขนมไทยแบบชาววัง ให้ได้ชิมรสชาติแบบดั้งเดิมแท้ ๆ
ทุกคำที่ลิ้มลองเหมือนพาเราย้อนกลับไปสู่วัฒนธรรมการกินในสมัยก่อนอย่างเต็มอรรถรส
พิธีการศักดิ์สิทธิ์ และการแสดงที่หาชมได้ยาก
งานไม่ได้มีเพียงความสวยงามภายนอก แต่ยังแฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้ง ผ่านพิธีกรรมและการแสดงที่ยึดโยงกับประวัติศาสตร์ไทย
งานเริ่มต้นด้วย พิธีบวงสรวงอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อถวายความเคารพแด่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
จากนั้นจึงตามด้วยการรำถวายอันอ่อนช้อย พร้อมพิธีโปรยข้าวตอกดอกไม้ เสริมความเป็นสิริมงคลให้กับงานและผู้เข้าร่วมทุกคน



ต่อเนื่องด้วยการแสดงโขน ที่ถ่ายทอดความวิจิตรบรรจงทั้งด้านท่ารำ เครื่องแต่งกาย และดนตรีไทย
โขนในฉากพระราชวังเก่าและผ้าไทยงามตา คือภาพที่หาชมได้ไม่ง่าย และตรึงความรู้สึกผู้ชมได้ตลอดการแสดง

ในช่วงพิธียังมีการ มอบเข็มที่ระลึก 90 พรรษาพระพันปีหลวง แก่ผู้มีส่วนร่วมในงาน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
จากนั้นเป็นการแสดงนาฏศิลป์ไทยโดยคณะศิลปินมากฝีมือ ท่วงท่าอ่อนช้อยประกอบดนตรีไทยอย่างลงตัว เรียกเสียงปรบมือและความประทับใจจากผู้ชมได้ไม่ขาดตอน

สีสันบนรันเวย์ และรอยยิ้มจากคนทั้งงาน
อีกหนึ่งโซนที่ดึงดูดสายตา คือเวทีแฟชั่นโชว์ ที่ใช้ผ้าไทยเป็นพระเอกของงาน
ชุดที่ออกแบบผสมผสานความเป็นไทยและความเป็นสากลได้อย่างกลมกลืน
ดีไซน์ร่วมสมัยที่ทำให้ผ้าไทยดู “ใส่ง่าย ใส่ได้จริง” ในชีวิตประจำวัน
การจัดแสง สี เสียง ช่วยขับให้ลายผ้า สีย้อม และโครงชุดโดดเด่นยิ่งขึ้น
ควบคู่ไปกับแฟชั่นโชว์ ยังมี การประกวดหนูน้อยวังพญาไท และธิดาวังพญาไท
ผู้เข้าประกวดต่างเตรียมตัวกันมาอย่างดี ทั้งการแต่งกาย กิริยามารยาท และความสามารถบนเวที สร้างบรรยากาศครึกครื้นให้ทั้งงาน

ช่วงท้ายของงาน ปิดฉากอย่างอิ่มเอมด้วยการแสดงร้องเพลงโดยนักร้องกิตติมศักดิ์ เพลงที่ถูกคัดเลือกอย่างประณีตช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้ทั้งหวาน อบอุ่น และทรงคุณค่า
เป็นจุดจบที่สมบูรณ์แบบของค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในผ้าไทยและวัฒนธรรมไทย
งานบุญ งานวัฒนธรรม งานแห่งหัวใจไทย
ความงดงามของงานนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ภาพที่ตาเห็น แต่ยังแผ่ต่อไปสู่การทำความดีและการสืบสานคุณค่าทางวัฒนธรรม
จุดมุ่งหมายหลักของการจัดงาน คือ
เพื่อให้ผู้คนได้รำลึกถึง ความสำคัญของพระราชวังพญาไท และสัมผัสเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมงดงามที่ยังคงยืนหยัดผ่านกาลเวลา
เพื่อ สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า โดยใช้ผ้าไทย การแสดง และพิธีการต่าง ๆ เป็นสื่อกลางให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
เพื่อนำ รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงาน สมทบทุนช่วยเหลือวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี และร่วมทำบุญสร้างศาลาการเปรียญ ณ วัดโนนสะอาด จังหวัดขอนแก่น
เมื่อศิลปวัฒนธรรมมาบรรจบกับการทำบุญ งานครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแฟชั่นหรืองานนิทรรศการ แต่คือพื้นที่ที่ชุมชนได้มารวมตัวกัน เพื่อใช้ผ้าไทยเป็นตัวแทนบอกเล่าความเป็นไทย และต่อยอดความงามนั้นให้กลายเป็นพลังแห่งการให้
สุดท้ายแล้ว งาน “ผ้าไทย เอกลักษณ์ไทย” ครั้งนี้ ไม่ได้แค่สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงานในวันเดียว แต่ยังทิ้งแรงบันดาลใจให้เราตระหนักว่า ผ้าไทย วังไทย และวัฒนธรรมไทย คือของล้ำค่าที่ควรช่วยกันรักษาให้คู่ชาติไปอีกยาวนาน
