รับแอปรับแอป

10 เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2569 ที่สายทริปต้องรู้: จากโรแมนตาซีถึงบ้านพักหุ่นยนต์และโร้ดทริปยุค AI

สุเมธ พรหมทอง01-30

2569 ปีทองของนักเดินทางที่อยากเป็นตัวเองเต็มที่

ปี 2569 กำลังจะกลายเป็นปีที่การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การไปเช็กอิน แต่คือการออกเดินทางเพื่อค้นหา ตัวตน ความฝัน และเป้าหมายส่วนตัว แบบจัดเต็ม

คนเดินทางหันหลังให้แพทเทิร์นทริปแบบเดิม แล้วมุ่งหน้าไปสู่ประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความหลงใหลเฉพาะทางของตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดิ่งเข้าโลกแฟนตาซี นอนบ้านอัจฉริยะที่มีหุ่นยนต์คอยดูแล หรือใช้ทริปเป็นเวทีทดสอบความสัมพันธ์อย่างจริงจัง

เทคโนโลยีอย่าง AI (ปัญญาประดิษฐ์) ก็ไม่ใช่แค่ของไฮเทคอีกต่อไป แต่กลายเป็นตัวช่วยหลักในการวางแผนทริป คิดเส้นทาง และออกแบบประสบการณ์ให้ตรงใจสุด ๆ

จากการสำรวจคนกว่า 29,000 คนใน 33 ประเทศ เทรนด์การเดินทางใหม่ ๆ จึงชัดเจนขึ้นอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยที่พร้อมเปิดรับอะไรล้ำ ๆ มากกว่าที่คิด

1. Romantasy Retreats: ทริปโรแมนตาซีสำหรับสายอินนิยาย

หนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงสุด ๆ คือ Romantasy Retreats หรือทริปท่องโลกโรแมนตาซี ที่ผสานความโรแมนติกกับแฟนตาซีแบบจัดเต็ม

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยตัวเลขพุ่งแรงมาก ถึง 91% สนใจเดินทางไปยังจุดหมายที่ได้แรงบันดาลใจจากนิยายหรือโลกแฟนตาซี

ตัวอย่างประสบการณ์ที่หลายคนอยากลอง เช่น

  • พักใน ปราสาทต้องมนต์ หรือโลเกชันที่ให้ฟีลหลุดเข้าไปอยู่ในโลกนิยาย

  • ทริปที่ให้เราได้ สวมบทบาทเป็นตัวละคร ที่ชอบ แต่งตัว จัดฉาก เล่นใหญ่ให้สุด

การเดินทางเลยไม่ใช่แค่ไปที่ใหม่ ๆ แต่คือการได้ใช้ชีวิตในโลกที่เคยอยู่แค่ในจินตนาการ

2. Humanoid Homes: บ้านพักอัจฉริยะที่มีหุ่นยนต์คอยดูแล

ที่พักปลายทางก็อัปเลเวลเข้าสู่ยุค Humanoid Homes หรือบ้านพักตากอากาศอัจฉริยะที่เทคโนโลยีทำให้ทุกอย่างสะดวกขึ้นอีกขั้น

บ้านพักสไตล์นี้อาจมาพร้อมกับ

  • หุ่นยนต์ทำความสะอาดที่คอยจัดการทุกมุม

  • เชฟหุ่นยนต์ ช่วยเตรียมอาหารแบบไม่ต้องง้อครัวเอง

  • ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ ที่ปรับไฟ แอร์ และบรรยากาศให้เหมาะกับผู้อยู่

สำหรับชาวไทย ตัวเลขน่าสนใจมาก เพราะกว่า 94% พร้อมเปิดรับประสบการณ์บ้านอัจฉริยะ แบบนี้ เรียกได้ว่าทริปอนาคตฟีลบ้านยุคไซไฟกำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติ

3. Turbulence Test: ทริปทดสอบความสัมพันธ์จริงจัง

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตาคือการใช้ทริปเป็นสนามสอบหัวใจในชื่อ Turbulence Test หรือทริปทดสอบความสัมพันธ์

นักเดินทางชาวไทยกว่า 92% พร้อมออกทริปกับคู่รักหรือเพื่อนเพื่อดูว่าจูนกันได้จริงแค่ไหน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่ง่ายและต้องช่วยกันแก้ปัญหา

รูปแบบการทดสอบความสัมพันธ์ที่มักเกิดขึ้นบนทริป เช่น

  • เผชิญสถานการณ์ยาก ๆ ด้วยกัน แล้วดูว่ารับมือยังไง

  • สลับบทบาทกัน เช่น ให้คนที่ไม่เคยวางแผนทริปมาลองเป็นคนคุมเกม

ทริปแบบนี้เลยไม่ได้มีแค่รูปสวย ๆ กลับมา แต่ยังอาจได้คำตอบว่าคนที่ไปด้วยกัน “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” สำหรับเส้นทางชีวิตระยะยาว

4. Roadtrip Rewired: โร้ดทริปเวอร์ชันใหม่ในยุค AI

สายโร้ดทริปก็ไม่ได้เดินทางแบบเดิมอีกต่อไป เทรนด์ Roadtrip Rewired กำลังพาทุกอย่างเข้าสู่โหมดยืดหยุ่นและชาญฉลาดมากขึ้น

ภาพรวมของโร้ดทริปยุคใหม่มีจุดเด่นอย่างเช่น

  • การใช้ Carpooling หรือแชร์รถเดินทางร่วมกัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและสร้างเพื่อนใหม่

  • การเปิดรับ รถยนต์ไร้คนขับ ที่เข้ามามีบทบาทกับการเดินทางไกล

  • ปล่อยให้ AI ช่วยกำหนดเส้นทาง พาไปเจอจุดหมายใหม่ ๆ ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก

กลุ่มที่นำเทรนด์นี้คือ Gen Z ซึ่งคุ้นชินกับเทคโนโลยีและพร้อมลองของใหม่อยู่แล้ว ทำให้โร้ดทริปจากนี้กลายเป็นทั้งทริปเที่ยวและสนามทดลองเทคโนโลยีไปพร้อมกัน

5. Destined-ations: ปลายทางที่ขึ้นกับโชคชะตาและดวง

การตัดสินใจออกทริปไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน เวลา หรือวันลาอีกต่อไป แต่ยังมีเรื่องดวงและความเชื่อเข้ามาเกี่ยวด้วยในเทรนด์ Destined-ations

คนไทยจำนวนมากให้ความสำคัญกับสัญญาณจากจักรวาล ตัวเลขชัด ๆ คือกว่า 72% พร้อมเลื่อนทริป หากหมอดูหรือที่ปรึกษาทางจิตวิญญาณเตือนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการเดินทาง

ทริปในอนาคตจึงอาจมีขั้นตอนเพิ่มมาว่า

  • เช็กดวงก่อนจอง

  • ปรึกษาหมอดูเรื่องจุดหมาย ปลายทาง หรือวันที่เหมาะสม

ปลายทางของทริปเลยไม่ใช่แค่จุดที่เราอยากไป แต่กลายเป็นจุดที่ “ถูกกำหนดให้ไป” ตามความเชื่อของแต่ละคนด้วย

6. Glow-cations: ทริปเพื่อผิวสวยและสุขภาพความงาม

สำหรับใครที่มองว่าทริปที่ดีต้องได้ทั้งรูปสวยและผิวปัง เทรนด์ Glow-cations เกิดมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ

นี่คือทริปที่เน้นการ ดูแลผิวและความงามด้วยเทคโนโลยีล้ำ ๆ เช่น

  • กระจกอัจฉริยะวิเคราะห์สภาพผิวแบบละเอียด

  • โปรแกรมดูแลผิวเฉพาะบุคคลระหว่างทริป

การท่องเที่ยวจึงผสานกับสายบิวตี้อย่างเต็มตัว ทำให้การเดินทางแต่ละครั้งกลายเป็นเหมือน รีทรีตเพื่อผิวและความมั่นใจ ไปในตัว

7. Shelf-ie Souvenirs: ของฝากที่เอาไปตั้งโชว์แล้วเล่าเรื่องได้

ของฝากไม่ใช่แค่แม่เหล็กติดตู้เย็นอีกต่อไป แต่กำลังขยับเข้าสู่เทรนด์ Shelf-ie Souvenirs ที่เน้นการสะสมของตกแต่งที่เล่าเรื่องราวทริปได้

ตัวอย่างของประเภทนี้ เช่น

  • เครื่องครัวดีไซน์เก๋จากแต่ละเมืองหรือประเทศ

  • ไอเท็มที่เอากลับไปตั้งในบ้านแล้วดูรู้เลยว่า “ทริปนี้ไปที่ไหนมา”

บ้านจึงกลายเป็นแกลเลอรีเล็ก ๆ ที่จัดแสดงเส้นทางการเดินทางของแต่ละคน เพียงแค่มองชั้นวางของก็เหมือนได้รีเพลย์ทริปที่ผ่านมา

8. Hushed Hobbies: กิจกรรมเงียบ ๆ ที่พาเรากลับไปหาธรรมชาติ

ในโลกที่เสียงดังตลอดเวลา เทรนด์ Hushed Hobbies กำลังพาคนเดินทางกลับไปหาความเงียบและธรรมชาติอย่างจริงจัง

ผู้เดินทางจำนวนไม่น้อยอยากใช้เวลาไปกับกิจกรรมเรียบง่ายแต่ได้โฟกัส เช่น

  • การส่องแมลง ศึกษาโลกเล็ก ๆ รอบตัว

  • การออกหาของป่า เชื่อมต่อกับธรรมชาติแบบเนิบช้า

ทริปแนวนี้เน้นความสงบ ความละเอียดอ่อน และการได้อยู่กับตัวเอง กลายเป็นพื้นที่พักใจมากกว่าทริปเช็กอินตามสถานที่ดัง

9. PastPorts: พาสปอร์ตย้อนเวลาไปหาความทรงจำเก่า

ความโหยหาอดีตถูกยกระดับเป็นเทรนด์การเดินทางในชื่อ PastPorts ซึ่งใช้เทคโนโลยีมาช่วยพาย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาสำคัญในชีวิต

หนึ่งในฟีเจอร์ที่น่าจินตนาการคือการใช้ AI วิเคราะห์ภาพถ่ายเก่าเพื่อระบุพิกัดสถานที่ จากนั้นก็ออกเดินทางไปเยือนที่เดิมอีกครั้ง

เป้าหมายของทริป PastPorts อาจเป็นการ

  • กลับไปตามรอย วัยเด็ก

  • ตามหารากเหง้าบรรพบุรุษ หรือเมืองบ้านเกิดของครอบครัว

ทริปที่ได้ไม่ใช่แค่ความใหม่ แต่คือการเจอ ความคุ้นเคยที่ถูกเก็บไว้ในกล่องความทรงจำ แล้วเปิดออกมาอีกครั้ง

10. Modern Milestone Missions: ฉลองความสำเร็จแบบไม่ต้องรอวาระใหญ่

การฉลองผ่านการท่องเที่ยวกำลังถูกนิยามใหม่ในเทรนด์ Modern Milestone Missions

ผู้คนไม่ได้รอแค่เหตุการณ์ใหญ่แบบดั้งเดิม เช่น งานแต่งงาน หรือครบรอบวันสำคัญอีกต่อไป แต่หันมา ฉลองเรื่องส่วนตัวที่มีความหมายกับตัวเองจริง ๆ เช่น

  • การลาออกจากงานที่ไม่ใช่

  • การจบความสัมพันธ์ที่ถึงเวลาต้องไปต่อคนละทาง

  • การเลิกดื่มแอลกอฮอล์สำเร็จ

สำหรับหลายคน การเดินทางคือรางวัลจากการทำงานหนักและการเติบโตในชีวิต และไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมาตอกย้ำว่า “สมควร” ฉลองหรือไม่ แค่อยากไปก็เพียงพอแล้ว

การเดินทาง = กระจกสะท้อนตัวตนฉบับอัปเกรด

เมื่อมองภาพรวมของเทรนด์ทั้งหมด จะเห็นชัดว่า การเดินทางในปี 2569 คือการสะท้อนตัวตนในเวอร์ชันที่ตรงใจมากขึ้นกว่าเดิม

ผู้เดินทางกำลัง:

  • ทดสอบความสัมพันธ์ผ่านทริปที่ท้าทาย

  • กระโดดเข้าสู่โลกแฟนตาซีที่เคยมีแค่ในหนังสือและจอภาพ

  • เปลี่ยนครัวและชั้นวางของในบ้านให้กลายเป็นพื้นที่โชว์เรื่องราวการเดินทาง

  • ใช้ AI ช่วยตามหาทั้งปลายทางใหม่ ๆ และอดีตที่คิดถึง

  • เปิดรับบ้านพักอนาคตที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ

ในยุคนี้ ทริปหนึ่งทริปจึงไม่ใช่แค่การออกจากบ้าน แต่คือการ ออกเดินทางเข้าไปข้างในตัวเอง แล้วกลับมาพร้อมทั้งความทรงจำ เทคโนโลยี และความหมายใหม่ ๆ ของคำว่า “เที่ยว” ที่ลึกกว่าที่เคย