อัปเดตก่อนบิน : การบินไทยปรับกฎกระเป๋าใหม่
ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป คนที่บินกับการบินไทยแบบสายประหยัดต้องตั้งสติเรื่องน้ำหนักกระเป๋ากันดี ๆ เพราะมีการ ปรับนโยบายสัมภาระโหลดใต้เครื่อง สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัดบางประเภท
ใครที่เคยชินกับการแพ็กเผื่อ ๆ อาจต้องมานั่งคัดเสื้อผ้าหน้ากระเป๋ากันใหม่แล้ว
ใครโดนผลกระทบบ้าง?
การปรับน้ำหนักสัมภาระครั้งนี้ มีผลกับบัตรโดยสารตามเงื่อนไขต่อไปนี้
ใช้เดินทางทั้ง เส้นทางในประเทศ และ ระหว่างประเทศ กับเที่ยวบินของการบินไทย
เป็นตั๋วชั้นประหยัดกลุ่ม Standard Fare Family (RBD: K/S/V) และ Saver Fare Family (RBD: W/L)
เป็นบัตรโดยสารที่ ยังไม่ได้เริ่มใช้เดินทางเลยทั้งฉบับ และวันเดินทางอยู่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป
หรือเป็นบัตรโดยสารที่ยังไม่ได้เดินทางทั้งฉบับ แต่มีการ เปลี่ยนแปลง / Reissued ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เพื่อเดินทางตั้งแต่วันเดียวกันเป็นต้นไป
ถ้าตั๋วของคุณเข้าเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อนี้ เตรียมอ่านต่อให้ครบ จะได้ไม่เสียเงินจ่ายค่าเกินน้ำหนักแบบงง ๆ
จุดเปลี่ยนสำคัญ : 25 กก. เหลือ 23 กก.
สำหรับตั๋วที่เข้าเงื่อนไข น้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้เครื่องจะถูก ปรับจาก 25 กิโลกรัม เหลือ 23 กิโลกรัม
พูดง่าย ๆ คือ หายไป 2 กิโลกรัม ซึ่งถ้าเป็นสายช้อป สายขนของกลับบ้าน นี่คือหนึ่งกล่องรองเท้าหรือเสื้อผ้าได้อีกหลายชุดเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม RBD อื่น ๆ ที่ไม่ใช่กลุ่ม Saver และ Standard ยังคงสิทธิ์น้ำหนักกระเป๋าเหมือนเดิม ไม่ได้โดนลดไปด้วย
ชั้นอื่นยังได้เท่าเดิม
สำหรับคนที่จองตั๋วในชั้นโดยสารที่สูงกว่า หรือแพ็กเกจยืดหยุ่นมากขึ้น สิทธิ์น้ำหนักกระเป๋ายังถือว่าอยู่ในเกณฑ์สบายใจได้
เส้นทางในประเทศ
Flexi Class : 30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)
Full Flex Class : 30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)
Economy Plus (ชั้นอีโคโนมีพลัส) : 35 กิโลกรัม (77 ปอนด์)
Royal Silk Class (ชั้นธุรกิจ) : 40 กิโลกรัม (88 ปอนด์)
ใครที่ใช้ตั๋วกลุ่มนี้ ยังแบกของได้จุใจเหมือนเดิม
เส้นทางเอเชีย–ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์ และยุโรป–เอเชีย
สำหรับการเดินทางภายใน TC3 (เอเชีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์) และการบินระหว่าง TC2 (ยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง) กับ TC3 สิทธิ์สัมภาระของชั้นอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ Standard และ Saver จะเป็นดังนี้
Flexi Class : 30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)
Full Flex Class : 30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)
Economy Plus : 35 กิโลกรัม (77 ปอนด์)
Royal Silk Class (ชั้นธุรกิจ) : 40 กิโลกรัม (88 ปอนด์)
Royal First Class (ชั้นหนึ่ง) : 50 กิโลกรัม (110 ปอนด์)
ใครที่เน้นความสบายและขนของหนัก ๆ การขยับขึ้นมาชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่ง ก็ยังตอบโจทย์สายแบกได้เต็มที่
สายเที่ยวประหยัดต้องระวังเป็นพิเศษ
จุดที่ต้องโฟกัสมาก ๆ สำหรับสาย Saver โดยเฉพาะคนบินไป–กลับกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) คือ
บัตรโดยสารแบบ Saver (RBD: W) สำหรับเส้นทางกลุ่มประเทศ CLMV จะไม่ได้รับสิทธิ์น้ำหนักกระเป๋าสัมภาระโหลดใต้เครื่องเลย
แปลว่า ถ้าจะโหลดกระเป๋า อาจต้องซื้อเพิ่มต่างหาก งานนี้สายแบ็คแพ็ก สายกระเป๋าเป้ใบเดียวอาจจะรอด ส่วนใครชอบขนของกลับบ้านต้องคิดดี ๆ ตั้งแต่ตอนจองตั๋ว
สรุปสำหรับคนอยากเที่ยวให้คุ้มและไม่เจ็บตัวหน้าคาวน์เตอร์
ถ้าเป็นสาย เที่ยวประหยัด สิ่งที่ควรทำตั้งแต่ตอนนี้คือ
ก่อนจองตั๋ว เช็กให้ชัดว่าเป็น Saver หรือ Standard หรือเป็น Flexi/Full Flex/Economy Plus
ถ้าบินหลังวันที่ 1 เมษายน 2568 และใช้ชั้นประหยัด Saver หรือ Standard ให้เผื่อใจว่า โหลดได้แค่ 23 กิโลกรัม
ถ้าไปเส้นทาง CLMV แบบ Saver (RBD: W) ให้คิดเหมือนตัวเอง ไม่มีโหลดฟรี จะใช้แค่กระเป๋าถือ หรือจะซื้อโหลดเพิ่ม คำนวณให้ดีก่อน
ใครที่ขนของเยอะจริง ๆ อาจลองเทียบราคาอัปเกรดชั้นโดยสาร กับค่าซื้อสัมภาระเพิ่ม ว่าแบบไหนคุ้มกว่ากัน
สายเที่ยวประหยัดยุคนี้ ไม่ใช่แค่หาโปรตั๋วถูก แต่ต้องอ่านกฎกระเป๋าให้ขาดด้วย ไม่งั้นเงินที่คิดว่าจะประหยัด อาจไปจบที่หน้าเคาน์เตอร์เช็กอินแทน!

