อยากจ่ายเบี้ยประกันรถให้ถูกลง เริ่มจากเข้าใจเกมให้ถูก
ประกันภัยรถยนต์คือค่าใช้จ่ายรายปีที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าคุณต้องยอมจ่ายแพงทุกปีแบบไม่ถามอะไรเลย
เบี้ยประกันไม่ได้มีราคาเดียวตายตัวเหมือนป้ายบนชั้นห้าง แต่จริงๆ แล้วมีเทคนิคและเงื่อนไขส่วนลดซ่อนอยู่เพียบ ถ้ารู้จักใช้ให้เป็น คุณอาจประหยัดได้ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาทต่อปี โดยยังคงได้ความคุ้มครองที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองอยู่
คีย์สำคัญคือ: ใช้สิทธิ์ให้ครบ เปรียบเทียบให้เป็น และกล้าปรับความคุ้มครองให้ตรงกับพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเอง
1. ส่วนลดมาตรฐานที่ควรได้ ตามเกณฑ์ คปภ.
ก่อนจะมองหาโปรลับหรือดีลพิเศษ ลองเช็กก่อนว่าคุณได้ใช้สิทธิ์ส่วนลดพื้นฐานครบหรือยัง เพราะนี่คือสิทธิ์ที่ คปภ. วางเกณฑ์ไว้ให้ผู้เอาประกันควรได้รับ ถ้าเข้าเงื่อนไขก็ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ
ส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus - NCB)
นี่คือส่วนลดหลักที่คนใช้รถควรให้ความสำคัญมากที่สุด ถ้าปีที่แล้วคุณไม่มีเคลมที่เป็นฝ่ายผิดเลย ปีต่ออายุคุณมีสิทธิ์ได้ส่วนลดตามขั้นดังนี้
ปีที่ 1 เคลมไม่ผิด: ส่วนลดประมาณ 20%
ต่อเนื่องปีที่ 2: ขยับเป็น 30%
ต่อเนื่องปีที่ 3: ขึ้นเป็น 40%
ต่อเนื่องปีที่ 4 ขึ้นไป: จัดเต็มสูงสุด 50%
จุดที่หลายคนพลาด: ถ้ามีการเคลมที่เป็นฝ่ายผิด ส่วนลดนี้อาจลดลงหรือหายไปในปีถัดไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท เพราะฉะนั้น ก่อนจะเรียกประกันเคลมทุกครั้ง ลองชั่งน้ำหนักดูว่าคุ้มกับส่วนลด NCB ที่จะเสียไปหรือไม่
ส่วนลดระบุชื่อผู้ขับขี่ (Named Driver Discount)
ถ้ารถมีคนขับหลักแน่นอน ไม่ได้เปลี่ยนมือบ่อย การเลือกระบุชื่อผู้ขับขี่ลงในกรมธรรม์ (ได้สูงสุด 2 คน) ช่วยให้เบี้ยถูกลงได้พอสมควร โดยส่วนลดจะอิงอายุน้อยที่สุดของคนที่คุณระบุ
อายุ 18–24 ปี: ส่วนลดประมาณ 5%
อายุ 25–35 ปี: ส่วนลดประมาณ 10%
อายุ 36–50 ปี: ส่วนลดประมาณ 15%
อายุเกิน 50 ปี: ส่วนลดประมาณ 20%
ข้อแลกเปลี่ยนคือ ถ้ามีอุบัติเหตุแล้วคนขับไม่ใช่คนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ อาจมีผลต่อการคุ้มครองหรือการรับเคลม ดังนั้นต้องมั่นใจว่ารถคันนั้นใช้กันอยู่ในวงจำกัดจริงๆ
ส่วนลดเมื่อติดตั้งกล้องหน้ารถ (Dashcam Discount)
การมีกล้องติดรถยนต์ไม่ได้ช่วยแค่เวลาเกิดเหตุเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นช่องทางรับส่วนลดเบี้ยเพิ่มด้วย
ตามคำสั่ง คปภ. รถที่ติดตั้งกล้องหน้ารถ (CCTV) ที่บันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ตลอดช่วงการขับขี่ มีสิทธิ์ได้ส่วนลดเบี้ยเพิ่ม ประมาณ 5–10% แล้วแต่บริษัท
ถือเป็นวิธีรับส่วนลดที่ทำได้ง่ายที่สุด แค่ลงทุนซื้อกล้องดีๆ สักตัว ก็ช่วยลดเบี้ยได้หลายปี แถมยังได้หลักฐานเวลาเกิดเหตุอีกต่างหาก
2. กลยุทธ์ล่าดีลและโปรประกันจากบริษัทและโบรกเกอร์
ในตลาดที่การแข่งขันดุเดือด บริษัทประกันและโบรกเกอร์ต้องออกโปรโมชั่นมาดึงลูกค้าอยู่ตลอด ถ้าใช้ให้เป็น คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายราคาเต็มเลยด้วยซ้ำ
เปรียบเทียบราคาออนไลน์ก่อนตัดสินใจ
ทุกวันนี้การถามราคาแบบโทรทีละเจ้าเริ่มไม่ค่อยทันยุคแล้ว เพราะมีแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ออนไลน์ที่รวบราคาจากหลายบริษัทมาให้เทียบในหน้าเดียว
ข้อดีคือ
เห็นราคาและแพ็กเกจจากหลายเจ้าแบบรวดเดียว
เช็กโปรเฉพาะช่วงเวลาได้ง่าย เช่น โปรปลายปี โปรวันเงินเดือนออก
เทียบทั้งเบี้ย เงื่อนไขความคุ้มครอง และของแถมได้พร้อมกัน
ไม่ควรตัดสินใจจากราคาอย่างเดียว แต่การเปรียบเทียบให้เห็นภาพรวม จะช่วยให้คุณรู้ว่าดีลไหน “ถูกจริง” หรือแค่ “ทำให้ดูเหมือนถูก”
โปรผ่อน 0% เพื่อจัดการกระแสเงินสด
ถ้าไม่ได้ติดเรื่องจ่ายก้อนเดียว แต่ยืดจ่ายรายเดือนได้สบายกว่า ให้ลองหาแผนที่มีโปรผ่อนเบี้ย 0% ผ่านบัตรเครดิต
มักเจอเงื่อนไขประมาณนี้
ผ่อน 3–10 เดือน แล้วแต่บริษัทหรือโบรกเกอร์
ดอกเบี้ย 0% เต็มจำนวน แค่แบ่งเบาภาระรายเดือน
แม้โปรนี้จะไม่ใช่ส่วนลดราคาโดยตรง แต่ช่วยให้คุณไม่ต้องโดนตัดเงินก้อนใหญ่ทีเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่อยาก คุมสภาพคล่อง ให้ลื่นๆ ไม่สะดุด
ส่วนลดแบบกลุ่ม (Group Discount)
ถ้าบ้านคุณมีหลายคัน หรือบริษัทมีรถใช้ในองค์กรจำนวนหนึ่ง ลองรวมกันทำประกันกับเจ้าที่เดียว อาจสามารถเจรจาขอส่วนลดแบบกลุ่มได้
มักเริ่มให้ส่วนลดเมื่อมี ตั้งแต่ 3 คันขึ้นไป
ส่วนลดอาจอยู่แถวๆ ประมาณ 10% แล้วแต่ดีลที่ตกลงกัน
เทคนิคนี้เหมาะกับครอบครัวใหญ่หรือธุรกิจที่มีรถหลายคัน ยิ่งรวมกันสั่งซื้อ ยิ่งมีอำนาจต่อรองเพิ่ม
ของแถมและสิทธิพิเศษที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากส่วนลดตัวเงิน บางครั้งโบรกเกอร์อาจจัดของแถมมาเสริมความน่าสนใจ เช่น
บัตรเติมน้ำมัน
บัตรกำนัลห้างสรรพสินค้า
บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนนฟรี
อย่าดูแค่ของแถมว่าดูดีหรือไม่ แต่ควรเอามูลค่ามารวมคำนวณกับเบี้ย แล้วเปรียบเทียบกับเจ้าอื่นว่า ความคุ้มค่ารวม เจ้าไหนตอบโจทย์ที่สุด
3. เทคนิคขั้นสูง: ปรับความคุ้มครองให้ตรง ใช้จ่ายให้คุ้ม
ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าใช้ส่วนลดเท่าที่มีแล้ว แต่อยากให้เบี้ยลดลงอีก ขั้นต่อไปคือการปรับรายละเอียดกรมธรรม์ให้เหมาะกับสไตล์การขับของตัวเองมากขึ้น
แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า ทุกการลดเบี้ยมักมี “ความเสี่ยง” ที่คุณต้องรับเพิ่มกลับมาเสมอ
เลือกใช้ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
นี่คือหนึ่งในวิธีลดเบี้ยที่ได้ผลที่สุด แต่คนจำนวนไม่น้อยยังไม่กล้าใช้เพราะไม่เข้าใจ
ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร?
คือจำนวนเงินที่คุณยอมจ่ายเองก่อนในแต่ละเคส หากเกิดอุบัติเหตุที่คุณเป็นฝ่ายผิด แล้วเหลือส่วนเกินจึงจะเป็นภาระของบริษัทประกัน
คุณสามารถเลือกกำหนดไว้ในกรมธรรม์ เช่น 2,000 หรือ 5,000 บาท แล้วแต่แผน และยิ่งรับความเสี่ยงส่วนนี้มากเท่าไหร่ เบี้ยก็มีโอกาสลดลงมากเท่านั้น
เลือกรับ Deductible 5,000 บาท
เบี้ยประกันอาจลดลงได้ประมาณ 2,000–5,000 บาท (ขึ้นกับบริษัทและแผน)
วิธีนี้เหมาะกับ
คนที่มั่นใจในฝีมือและพฤติกรรมการขับ
มีประวัติขับดี ไม่ค่อยมีอุบัติเหตุ
อยากลดค่าใช้จ่ายรายปี แลกกับการยอมเสี่ยงจ่ายเองในเคสที่เป็นฝ่ายผิดบางส่วน
4. ประหยัดได้ แต่อย่าลืมเช็กความคุ้มครองให้ชัวร์
หลายคนโฟกัสที่คำว่า “ถูก” จนลืมถามว่า “ดีและเหมาะกับเราไหม” การเลือกประกันรถไม่ได้มีแค่เรื่องราคา แต่ควรดูองค์ประกอบอื่นควบคู่กันด้วย
1) ชื่อเสียงและความมั่นคงของบริษัท
ไม่ใช่ทุกบริษัทที่เคลมแล้วรู้สึกสบายใจเท่ากัน ก่อนตัดสินใจ ลองดูเพิ่มสักนิดว่า
ลูกค้าที่เคยใช้บริการ มีฟีดแบ็กเรื่องการเคลมยังไง
ความรวดเร็วในการติดต่อ ประสานงาน ส่งเจ้าหน้าที่เป็นอย่างไร
ฐานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือของบริษัทอยู่ในระดับไหน
บริษัทที่เบี้ยถูกมากแต่เคลมยาก อาจทำให้คุณเสียเวลาและความรู้สึกมากกว่าที่คิด
2) เครือข่ายอู่ซ่อมในพื้นที่ที่คุณใช้ชีวิตจริง
ต่อให้บริษัทดีแค่ไหน แต่ถ้าอู่ในเครืออยู่ไกลบ้านหรือไม่มีอู่ที่ไว้ใจได้ในย่านที่คุณใช้ชีวิตก็ลำบาก
ก่อนซื้อควรเช็กว่า
มีอู่หรือศูนย์ในเครืออยู่ใกล้บ้านหรือที่ทำงานหรือไม่
มาตรฐานงานซ่อมเป็นอย่างไร มีรีวิวหรือคำแนะนำจากคนใช้จริงไหม
3) ทุนประกันต้องสอดคล้องกับมูลค่ารถจริง
ทุนประกันคือวงเงินชดเชยสูงสุดในกรณีรถหายหรือเสียหายจนซ่อมไม่ได้ ถ้าตั้งต่ำเกินไป คุณอาจเจอเหตุไม่คาดฝันแล้วเงินที่ได้ไม่พอซื้อหรือซ่อมรถในสภาพใกล้เคียงเดิม
สิ่งที่ควรทำคือ
เช็กมูลค่าตลาดของรถในปัจจุบัน
ดูว่าทุนประกันที่ระบุในกรมธรรม์ไม่ต่ำจนเกินจริง
อย่าลดทุนประกันเพื่อให้เบี้ยถูกลงจนเสียความคุ้มครองในวันที่จำเป็นจริงๆ
5. สรุป: ใช้เวลาอีกนิด ประหยัดได้อีกเยอะ
การจะจ่ายเบี้ยประกันรถให้คุ้มที่สุดไม่ใช่เรื่องดวง แต่คือการวางแผนให้ดีและหาข้อมูลให้ครบ
ลองใช้สูตรนี้เป็นไกด์
ใช้สิทธิ์ส่วนลดมาตรฐานให้ครบ: ประวัติดี + ระบุผู้ขับขี่ + ติดกล้องหน้ารถ
เปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่นจากหลายเจ้า ไม่ซื้อทันทีจากรายแรกที่เสนอราคา
มองมูลค่ารวม: เบี้ย + ของแถม + เงื่อนไขการผ่อนจ่าย
พิจารณาปรับเงื่อนไข เช่น รับค่าเสียหายส่วนแรก ให้เหมาะกับสไตล์การขับของตัวเอง
อย่าโฟกัสที่ “ถูกที่สุด” แต่ให้มองว่า คุ้มที่สุดสำหรับคุณ
การสละเวลาศึกษาเพิ่มนิดเดียวก่อนต่อประกันปีหน้า อาจช่วยให้คุณเซฟเงินได้เป็นหลักพันหรือหลักหมื่น โดยไม่ต้องลดระดับความอุ่นใจลงเลย

