รับแอปรับแอป

เปิดหน้าต่างลับส่วนลดประกันรถ: จ่ายน้อยแต่คุ้มครองจัดเต็ม ทำยังไง?

ปกรณ์ พูนผล01-30

อยากจ่ายเบี้ยประกันรถให้ถูกลง เริ่มจากเข้าใจเกมให้ถูก

ประกันภัยรถยนต์คือค่าใช้จ่ายรายปีที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าคุณต้องยอมจ่ายแพงทุกปีแบบไม่ถามอะไรเลย

เบี้ยประกันไม่ได้มีราคาเดียวตายตัวเหมือนป้ายบนชั้นห้าง แต่จริงๆ แล้วมีเทคนิคและเงื่อนไขส่วนลดซ่อนอยู่เพียบ ถ้ารู้จักใช้ให้เป็น คุณอาจประหยัดได้ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่นบาทต่อปี โดยยังคงได้ความคุ้มครองที่เหมาะกับการใช้งานของตัวเองอยู่

คีย์สำคัญคือ: ใช้สิทธิ์ให้ครบ เปรียบเทียบให้เป็น และกล้าปรับความคุ้มครองให้ตรงกับพฤติกรรมการขับขี่ของตัวเอง

1. ส่วนลดมาตรฐานที่ควรได้ ตามเกณฑ์ คปภ.

ก่อนจะมองหาโปรลับหรือดีลพิเศษ ลองเช็กก่อนว่าคุณได้ใช้สิทธิ์ส่วนลดพื้นฐานครบหรือยัง เพราะนี่คือสิทธิ์ที่ คปภ. วางเกณฑ์ไว้ให้ผู้เอาประกันควรได้รับ ถ้าเข้าเงื่อนไขก็ไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ

ส่วนลดประวัติดี (No Claim Bonus - NCB)

นี่คือส่วนลดหลักที่คนใช้รถควรให้ความสำคัญมากที่สุด ถ้าปีที่แล้วคุณไม่มีเคลมที่เป็นฝ่ายผิดเลย ปีต่ออายุคุณมีสิทธิ์ได้ส่วนลดตามขั้นดังนี้

  • ปีที่ 1 เคลมไม่ผิด: ส่วนลดประมาณ 20%

  • ต่อเนื่องปีที่ 2: ขยับเป็น 30%

  • ต่อเนื่องปีที่ 3: ขึ้นเป็น 40%

  • ต่อเนื่องปีที่ 4 ขึ้นไป: จัดเต็มสูงสุด 50%

จุดที่หลายคนพลาด: ถ้ามีการเคลมที่เป็นฝ่ายผิด ส่วนลดนี้อาจลดลงหรือหายไปในปีถัดไปตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัท เพราะฉะนั้น ก่อนจะเรียกประกันเคลมทุกครั้ง ลองชั่งน้ำหนักดูว่าคุ้มกับส่วนลด NCB ที่จะเสียไปหรือไม่

ส่วนลดระบุชื่อผู้ขับขี่ (Named Driver Discount)

ถ้ารถมีคนขับหลักแน่นอน ไม่ได้เปลี่ยนมือบ่อย การเลือกระบุชื่อผู้ขับขี่ลงในกรมธรรม์ (ได้สูงสุด 2 คน) ช่วยให้เบี้ยถูกลงได้พอสมควร โดยส่วนลดจะอิงอายุน้อยที่สุดของคนที่คุณระบุ

  • อายุ 18–24 ปี: ส่วนลดประมาณ 5%

  • อายุ 25–35 ปี: ส่วนลดประมาณ 10%

  • อายุ 36–50 ปี: ส่วนลดประมาณ 15%

  • อายุเกิน 50 ปี: ส่วนลดประมาณ 20%

ข้อแลกเปลี่ยนคือ ถ้ามีอุบัติเหตุแล้วคนขับไม่ใช่คนที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ อาจมีผลต่อการคุ้มครองหรือการรับเคลม ดังนั้นต้องมั่นใจว่ารถคันนั้นใช้กันอยู่ในวงจำกัดจริงๆ

ส่วนลดเมื่อติดตั้งกล้องหน้ารถ (Dashcam Discount)

การมีกล้องติดรถยนต์ไม่ได้ช่วยแค่เวลาเกิดเหตุเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นช่องทางรับส่วนลดเบี้ยเพิ่มด้วย

ตามคำสั่ง คปภ. รถที่ติดตั้งกล้องหน้ารถ (CCTV) ที่บันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ตลอดช่วงการขับขี่ มีสิทธิ์ได้ส่วนลดเบี้ยเพิ่ม ประมาณ 5–10% แล้วแต่บริษัท

ถือเป็นวิธีรับส่วนลดที่ทำได้ง่ายที่สุด แค่ลงทุนซื้อกล้องดีๆ สักตัว ก็ช่วยลดเบี้ยได้หลายปี แถมยังได้หลักฐานเวลาเกิดเหตุอีกต่างหาก

2. กลยุทธ์ล่าดีลและโปรประกันจากบริษัทและโบรกเกอร์

ในตลาดที่การแข่งขันดุเดือด บริษัทประกันและโบรกเกอร์ต้องออกโปรโมชั่นมาดึงลูกค้าอยู่ตลอด ถ้าใช้ให้เป็น คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายราคาเต็มเลยด้วยซ้ำ

เปรียบเทียบราคาออนไลน์ก่อนตัดสินใจ

ทุกวันนี้การถามราคาแบบโทรทีละเจ้าเริ่มไม่ค่อยทันยุคแล้ว เพราะมีแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ออนไลน์ที่รวบราคาจากหลายบริษัทมาให้เทียบในหน้าเดียว

ข้อดีคือ

  • เห็นราคาและแพ็กเกจจากหลายเจ้าแบบรวดเดียว

  • เช็กโปรเฉพาะช่วงเวลาได้ง่าย เช่น โปรปลายปี โปรวันเงินเดือนออก

  • เทียบทั้งเบี้ย เงื่อนไขความคุ้มครอง และของแถมได้พร้อมกัน

ไม่ควรตัดสินใจจากราคาอย่างเดียว แต่การเปรียบเทียบให้เห็นภาพรวม จะช่วยให้คุณรู้ว่าดีลไหน “ถูกจริง” หรือแค่ “ทำให้ดูเหมือนถูก”

โปรผ่อน 0% เพื่อจัดการกระแสเงินสด

ถ้าไม่ได้ติดเรื่องจ่ายก้อนเดียว แต่ยืดจ่ายรายเดือนได้สบายกว่า ให้ลองหาแผนที่มีโปรผ่อนเบี้ย 0% ผ่านบัตรเครดิต

มักเจอเงื่อนไขประมาณนี้

  • ผ่อน 3–10 เดือน แล้วแต่บริษัทหรือโบรกเกอร์

  • ดอกเบี้ย 0% เต็มจำนวน แค่แบ่งเบาภาระรายเดือน

แม้โปรนี้จะไม่ใช่ส่วนลดราคาโดยตรง แต่ช่วยให้คุณไม่ต้องโดนตัดเงินก้อนใหญ่ทีเดียว เหมาะมากสำหรับคนที่อยาก คุมสภาพคล่อง ให้ลื่นๆ ไม่สะดุด

ส่วนลดแบบกลุ่ม (Group Discount)

ถ้าบ้านคุณมีหลายคัน หรือบริษัทมีรถใช้ในองค์กรจำนวนหนึ่ง ลองรวมกันทำประกันกับเจ้าที่เดียว อาจสามารถเจรจาขอส่วนลดแบบกลุ่มได้

  • มักเริ่มให้ส่วนลดเมื่อมี ตั้งแต่ 3 คันขึ้นไป

  • ส่วนลดอาจอยู่แถวๆ ประมาณ 10% แล้วแต่ดีลที่ตกลงกัน

เทคนิคนี้เหมาะกับครอบครัวใหญ่หรือธุรกิจที่มีรถหลายคัน ยิ่งรวมกันสั่งซื้อ ยิ่งมีอำนาจต่อรองเพิ่ม

ของแถมและสิทธิพิเศษที่ไม่ควรมองข้าม

นอกจากส่วนลดตัวเงิน บางครั้งโบรกเกอร์อาจจัดของแถมมาเสริมความน่าสนใจ เช่น

  • บัตรเติมน้ำมัน

  • บัตรกำนัลห้างสรรพสินค้า

  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนถนนฟรี

อย่าดูแค่ของแถมว่าดูดีหรือไม่ แต่ควรเอามูลค่ามารวมคำนวณกับเบี้ย แล้วเปรียบเทียบกับเจ้าอื่นว่า ความคุ้มค่ารวม เจ้าไหนตอบโจทย์ที่สุด

3. เทคนิคขั้นสูง: ปรับความคุ้มครองให้ตรง ใช้จ่ายให้คุ้ม

ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าใช้ส่วนลดเท่าที่มีแล้ว แต่อยากให้เบี้ยลดลงอีก ขั้นต่อไปคือการปรับรายละเอียดกรมธรรม์ให้เหมาะกับสไตล์การขับของตัวเองมากขึ้น

แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า ทุกการลดเบี้ยมักมี “ความเสี่ยง” ที่คุณต้องรับเพิ่มกลับมาเสมอ

เลือกใช้ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)

นี่คือหนึ่งในวิธีลดเบี้ยที่ได้ผลที่สุด แต่คนจำนวนไม่น้อยยังไม่กล้าใช้เพราะไม่เข้าใจ

ค่าเสียหายส่วนแรกคืออะไร?

คือจำนวนเงินที่คุณยอมจ่ายเองก่อนในแต่ละเคส หากเกิดอุบัติเหตุที่คุณเป็นฝ่ายผิด แล้วเหลือส่วนเกินจึงจะเป็นภาระของบริษัทประกัน

คุณสามารถเลือกกำหนดไว้ในกรมธรรม์ เช่น 2,000 หรือ 5,000 บาท แล้วแต่แผน และยิ่งรับความเสี่ยงส่วนนี้มากเท่าไหร่ เบี้ยก็มีโอกาสลดลงมากเท่านั้น

  • เลือกรับ Deductible 5,000 บาท

  • เบี้ยประกันอาจลดลงได้ประมาณ 2,000–5,000 บาท (ขึ้นกับบริษัทและแผน)

วิธีนี้เหมาะกับ

  • คนที่มั่นใจในฝีมือและพฤติกรรมการขับ

  • มีประวัติขับดี ไม่ค่อยมีอุบัติเหตุ

  • อยากลดค่าใช้จ่ายรายปี แลกกับการยอมเสี่ยงจ่ายเองในเคสที่เป็นฝ่ายผิดบางส่วน

4. ประหยัดได้ แต่อย่าลืมเช็กความคุ้มครองให้ชัวร์

หลายคนโฟกัสที่คำว่า “ถูก” จนลืมถามว่า “ดีและเหมาะกับเราไหม” การเลือกประกันรถไม่ได้มีแค่เรื่องราคา แต่ควรดูองค์ประกอบอื่นควบคู่กันด้วย

1) ชื่อเสียงและความมั่นคงของบริษัท

ไม่ใช่ทุกบริษัทที่เคลมแล้วรู้สึกสบายใจเท่ากัน ก่อนตัดสินใจ ลองดูเพิ่มสักนิดว่า

  • ลูกค้าที่เคยใช้บริการ มีฟีดแบ็กเรื่องการเคลมยังไง

  • ความรวดเร็วในการติดต่อ ประสานงาน ส่งเจ้าหน้าที่เป็นอย่างไร

  • ฐานะทางการเงินและความน่าเชื่อถือของบริษัทอยู่ในระดับไหน

บริษัทที่เบี้ยถูกมากแต่เคลมยาก อาจทำให้คุณเสียเวลาและความรู้สึกมากกว่าที่คิด

2) เครือข่ายอู่ซ่อมในพื้นที่ที่คุณใช้ชีวิตจริง

ต่อให้บริษัทดีแค่ไหน แต่ถ้าอู่ในเครืออยู่ไกลบ้านหรือไม่มีอู่ที่ไว้ใจได้ในย่านที่คุณใช้ชีวิตก็ลำบาก

ก่อนซื้อควรเช็กว่า

  • มีอู่หรือศูนย์ในเครืออยู่ใกล้บ้านหรือที่ทำงานหรือไม่

  • มาตรฐานงานซ่อมเป็นอย่างไร มีรีวิวหรือคำแนะนำจากคนใช้จริงไหม

3) ทุนประกันต้องสอดคล้องกับมูลค่ารถจริง

ทุนประกันคือวงเงินชดเชยสูงสุดในกรณีรถหายหรือเสียหายจนซ่อมไม่ได้ ถ้าตั้งต่ำเกินไป คุณอาจเจอเหตุไม่คาดฝันแล้วเงินที่ได้ไม่พอซื้อหรือซ่อมรถในสภาพใกล้เคียงเดิม

สิ่งที่ควรทำคือ

  • เช็กมูลค่าตลาดของรถในปัจจุบัน

  • ดูว่าทุนประกันที่ระบุในกรมธรรม์ไม่ต่ำจนเกินจริง

อย่าลดทุนประกันเพื่อให้เบี้ยถูกลงจนเสียความคุ้มครองในวันที่จำเป็นจริงๆ

5. สรุป: ใช้เวลาอีกนิด ประหยัดได้อีกเยอะ

การจะจ่ายเบี้ยประกันรถให้คุ้มที่สุดไม่ใช่เรื่องดวง แต่คือการวางแผนให้ดีและหาข้อมูลให้ครบ

ลองใช้สูตรนี้เป็นไกด์

  • ใช้สิทธิ์ส่วนลดมาตรฐานให้ครบ: ประวัติดี + ระบุผู้ขับขี่ + ติดกล้องหน้ารถ

  • เปรียบเทียบราคาและโปรโมชั่นจากหลายเจ้า ไม่ซื้อทันทีจากรายแรกที่เสนอราคา

  • มองมูลค่ารวม: เบี้ย + ของแถม + เงื่อนไขการผ่อนจ่าย

  • พิจารณาปรับเงื่อนไข เช่น รับค่าเสียหายส่วนแรก ให้เหมาะกับสไตล์การขับของตัวเอง

  • อย่าโฟกัสที่ “ถูกที่สุด” แต่ให้มองว่า คุ้มที่สุดสำหรับคุณ

การสละเวลาศึกษาเพิ่มนิดเดียวก่อนต่อประกันปีหน้า อาจช่วยให้คุณเซฟเงินได้เป็นหลักพันหรือหลักหมื่น โดยไม่ต้องลดระดับความอุ่นใจลงเลย