เบาะรถสะอาด คือความสบายทุกครั้งที่ขึ้นรถ
เบาะรถยนต์ไม่ได้เป็นแค่ที่นั่ง แต่มันคือหน้าแทนความสะอาดและรสนิยมของเจ้าของรถเลยก็ว่าได้
ยิ่งดูแลดี เบาะก็ยิ่งสวย อยู่กับเราได้นาน แถมบรรยากาศในห้องโดยสารก็ดูสบายตา น่านั่งมากขึ้น ไม่ว่ารถคุณจะเป็น เบาะหนังสุดหรู หรือ เบาะผ้าดูแลง่าย ถ้าทำความสะอาดถูกวิธี ก็ช่วยยืดอายุการใช้งานได้แบบยาว ๆ
มาดูสูตรทำความสะอาดเบาะแต่ละแบบกัน ว่าต้องจัดการยังไงไม่ให้พัง!
วิธีทำความสะอาดเบาะหนัง แบบไม่ทำให้หนังแห้งแตก
เบาะหนังให้ฟีลหรู ดูแพง เช็ดคราบที่หกได้ง่ายก็จริง แต่ถ้าดูแลผิดวิธี มีสิทธิ์หนังแห้ง แตก ซีด และเสียทรงได้เหมือนกัน
อุปกรณ์ที่ควรเตรียม
เครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็ก
ผ้าไมโครไฟเบอร์เนื้อนุ่ม 2–3 ผืน
น้ำยาทำความสะอาดเบาะหนังโดยเฉพาะ
น้ำยาบำรุงรักษาเบาะหนัง
แปรงขนอ่อนนุ่ม (ไว้จัดการคราบตามร่องตะเข็บ)
น้ำเปล่าสะอาด
ลำดับขั้นตอนการทำความสะอาดเบาะหนัง
1. ดูดฝุ่นให้เกลี้ยงก่อนลงน้ำยา
ใช้เครื่องดูดฝุ่นไล่เก็บฝุ่น ผงเล็ก ๆ เส้นผม ขนสัตว์ และเศษสกปรกให้หมด โดยเฉพาะตามร่องตะเข็บ ซอกเบาะ และมุมที่มองไม่ค่อยเห็น
2. เช็ดทำความสะอาดรอบแรกด้วยน้ำเปล่า
ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ แล้วบิดให้แห้งที่สุด
เช็ดเบาะให้ทั่วแบบเบามือ ช่วยจัดการคราบผิว ๆ และสิ่งสกปรกที่ไม่ได้ฝังแน่น
3. เริ่มใช้ น้ำยาทำความสะอาดเบาะหนัง
ฉีดน้ำยาลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ ไม่ฉีดลงบนเบาะตรง ๆ เพื่อลดโอกาสเกิดคราบหรือทำลายผิวหนัง
แบ่งเช็ดทีละส่วน เริ่มจากพื้นที่เล็ก ๆ เพื่อลองดูว่าน้ำยาไม่ทำให้สีหนังดรอปหรือเสียหาย
ถ้ามีคราบฝังแน่นตามร่องตะเข็บ ให้ฉีดน้ำยาลงบนแปรงขนอ่อน แล้วขัดเบา ๆ พอให้คราบหลุด
จากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ผืนสะอาด ชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเก็บคราบน้ำยาออกให้เกลี้ยง
4. บำรุงหนัง ให้ชุ่มชื้นไม่แตกลาย
เมื่อเบาะแห้งสนิทแล้ว ค่อยฉีดน้ำยาบำรุงเบาะหนังลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์
ลูบให้ทั่วทั้งเบาะแบบสม่ำเสมอ น้ำยาจะช่วย เติมความชุ่มชื้น ป้องกันหนังแห้งแตก และสร้างชั้นฟิล์มบาง ๆ เคลือบปกป้อง
ทิ้งให้แห้งตามเวลาที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ ไม่ต้องรีบเช็ดออก
ข้อควรระวังสำหรับเบาะหนัง
ห้ามใช้น้ำยารุนแรง เช่น น้ำยาเช็ดกระจก ผงซักฟอก หรือน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ เพราะอาจทำลายสารเคลือบและดึงความชุ่มชื้นออกจากหนัง
อย่าปล่อยให้เบาะเปียกชื้นนาน ๆ เพราะเสี่ยงเรื่องเชื้อราและกลิ่นอับ
หลีกเลี่ยงแดดจัดโดยตรงเป็นเวลานาน ควรจอดในที่ร่ม หรือใช้ม่านบังแดดช่วยเซฟไม่ให้หนังซีดและกรอบ
วิธีทำความสะอาดเบาะผ้า เคลียร์คราบแน่นให้หายเกลี้ยง
เบาะผ้าเก็บฝุ่นและคราบได้ง่ายกว่าเบาะหนัง แต่เรื่องทำความสะอาดถือว่า ตรงไปตรงมาและประหยัดกว่า ถ้าทำถูกขั้นตอนก็กลับมาน่านั่งได้เหมือนใหม่
อุปกรณ์ที่ต้องมี
เครื่องดูดฝุ่นกำลังสูง
แปรงขัดเบาะ (ขนแข็งปานกลาง หรือแปรงเฉพาะสำหรับเบาะผ้า)
ผ้าไมโครไฟเบอร์ 2–3 ผืน
น้ำยาทำความสะอาดเบาะผ้า หรือ น้ำยาซักพรม
น้ำเปล่าสะอาด
ขวดสเปรย์เปล่า (สำหรับใส่น้ำเปล่า)
ขั้นตอนการทำความสะอาดเบาะผ้า
1. ดูดฝุ่นให้ละเอียดที่สุดเท่าที่ทำได้
ใช้เครื่องดูดฝุ่นเก็บฝุ่นผง เศษดินทราย และคราบแห้งออกไปก่อน ยิ่งดึงสิ่งสกปรกออกได้มากเท่าไหร่ ขั้นตอนต่อไปก็ยิ่งง่าย
2. จัดการคราบเฉพาะจุด (ถ้ามี)
ถ้าเป็นคราบเหลวที่เพิ่งหก ให้ใช้ผ้าสะอาดซับอย่างเดียว ห้ามถู เพราะจะทำให้คราบกระจายเป็นวงกว้าง
ถ้าเป็นคราบแห้ง ให้ใช้แปรงขนแข็งปัดเบา ๆ เพื่อสลายคราบให้หลุดออกจากเส้นใยผ้า
3. ใช้น้ำยาทำความสะอาดเบาะผ้าให้ถูกวิธี
ทดสอบน้ำยาก่อน โดยฉีดลงบนมุมเบาะที่ไม่ค่อยเห็น เพื่อเช็คว่าสีผ้าไม่ซีด ไม่ด่าง
เมื่อมั่นใจแล้ว ค่อยฉีดน้ำยาลงบริเวณที่มีคราบ หรือถ้าจะล้างทั้งเบาะก็ฉีดให้ทั่วผืน
ใช้แปรงขัดเบาะ ขัดเบา ๆ เป็นวงกลม เพื่อให้น้ำยาซึมเข้าไปทำงานกับคราบสกปรก
พักทิ้งไว้ให้ผลิตภัณฑ์ทำงานตามเวลาที่ระบุบนฉลาก โดยส่วนใหญ่จะอยู่ราว ๆ 2–5 นาที
4. เช็ดเก็บน้ำยาและคราบออกให้หมด
ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำสะอาด บิดหมาด แล้วเช็ดคราบน้ำยาและสิ่งสกปรกออก
คอยล้างผ้าบ่อย ๆ พอเห็นว่าผ้าเริ่มสกปรกให้ล้างใหม่ บิดหมาด แล้วเช็ดซ้ำจนแน่ใจว่าไม่มีคราบน้ำยาตกค้าง
5. ดูดความชื้นออก (ถ้ามีอุปกรณ์)
ถ้าคุณมีเครื่องดูดน้ำหรือเครื่องซักเบาะเฉพาะ จะช่วยดูดเอาน้ำยากับความชื้นออกจากเบาะได้ดี ทำให้แห้งไว ลดโอกาสเกิดกลิ่นอับ
6. ปล่อยให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน
เปิดประตูรถทิ้งไว้ หรือเปิดแอร์ร่วมกับพัดลมเป่าช่วยระบายความชื้น
รอจนเบาะแห้งจริง ๆ ค่อยใช้งาน เพื่อเลี่ยงการเกิดเชื้อราและกลิ่นไม่พึงประสงค์
ข้อควรระวังสำหรับเบาะผ้า
อย่าเทน้ำยาลงบนเบาะเยอะเกินไป เพราะจะทำให้เบาะอมน้ำ แห้งช้า มีโอกาสเกิดกลิ่นอับและเชื้อรา
ทดสอบน้ำยาบนจุดเล็ก ๆ ก่อนทุกครั้ง ป้องกันปัญหาสีซีดหรือเนื้อผ้าเสียหาย
หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนจัดในการเป่าเบาะ ให้เน้นลมเย็นหรือปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติจะปลอดภัยกว่า
ถ้าคราบแน่นมาก หรือคราบฝังมานาน แนะนำให้ส่งร้านคาร์แคร์ที่เชี่ยวชาญเรื่องซักเบาะโดยตรง
สรุป: ดูแลเบาะดี ห้องโดยสารก็สบายไปยาว ๆ
ไม่ว่ารถคุณจะเป็นเบาะหนังหรือเบาะผ้า ถ้าใส่ใจทำความสะอาดเป็นประจำ จะช่วยให้ห้องโดยสารดูสะอาด น่านั่ง และใช้งานได้นานขึ้นเยอะ
เบาะหนัง เน้น ทำความสะอาดอ่อนโยน + บำรุงให้ชุ่มชื้น
เบาะผ้า เน้น ดูดฝุ่นดี ๆ + จัดการคราบอย่างถูกวิธี + ทำให้แห้งสนิท
ดูแลเบาะให้สะอาดอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ขึ้นรถ คุณจะรู้สึกได้เลยว่า การเดินทางสบายขึ้น อารมณ์ดีขึ้น และรถก็ดูใหม่กว่าที่คิด

