รับแอปรับแอป

เบาะหนัง vs เบาะผ้า ทำความสะอาดยังไงให้ใหม่กริ๊บและไม่พังก่อนวัย

ธีรเดช จิตต์ดี01-30

เบาะรถสะอาด คือความสบายทุกครั้งที่ขึ้นรถ

เบาะรถยนต์ไม่ได้เป็นแค่ที่นั่ง แต่มันคือหน้าแทนความสะอาดและรสนิยมของเจ้าของรถเลยก็ว่าได้

ยิ่งดูแลดี เบาะก็ยิ่งสวย อยู่กับเราได้นาน แถมบรรยากาศในห้องโดยสารก็ดูสบายตา น่านั่งมากขึ้น ไม่ว่ารถคุณจะเป็น เบาะหนังสุดหรู หรือ เบาะผ้าดูแลง่าย ถ้าทำความสะอาดถูกวิธี ก็ช่วยยืดอายุการใช้งานได้แบบยาว ๆ

มาดูสูตรทำความสะอาดเบาะแต่ละแบบกัน ว่าต้องจัดการยังไงไม่ให้พัง!

วิธีทำความสะอาดเบาะหนัง แบบไม่ทำให้หนังแห้งแตก

เบาะหนังให้ฟีลหรู ดูแพง เช็ดคราบที่หกได้ง่ายก็จริง แต่ถ้าดูแลผิดวิธี มีสิทธิ์หนังแห้ง แตก ซีด และเสียทรงได้เหมือนกัน

อุปกรณ์ที่ควรเตรียม

  • เครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็ก

  • ผ้าไมโครไฟเบอร์เนื้อนุ่ม 2–3 ผืน

  • น้ำยาทำความสะอาดเบาะหนังโดยเฉพาะ

  • น้ำยาบำรุงรักษาเบาะหนัง

  • แปรงขนอ่อนนุ่ม (ไว้จัดการคราบตามร่องตะเข็บ)

  • น้ำเปล่าสะอาด

ลำดับขั้นตอนการทำความสะอาดเบาะหนัง

1. ดูดฝุ่นให้เกลี้ยงก่อนลงน้ำยา

ใช้เครื่องดูดฝุ่นไล่เก็บฝุ่น ผงเล็ก ๆ เส้นผม ขนสัตว์ และเศษสกปรกให้หมด โดยเฉพาะตามร่องตะเข็บ ซอกเบาะ และมุมที่มองไม่ค่อยเห็น

2. เช็ดทำความสะอาดรอบแรกด้วยน้ำเปล่า

  • ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาด ๆ แล้วบิดให้แห้งที่สุด

  • เช็ดเบาะให้ทั่วแบบเบามือ ช่วยจัดการคราบผิว ๆ และสิ่งสกปรกที่ไม่ได้ฝังแน่น

3. เริ่มใช้ น้ำยาทำความสะอาดเบาะหนัง

  • ฉีดน้ำยาลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์ ไม่ฉีดลงบนเบาะตรง ๆ เพื่อลดโอกาสเกิดคราบหรือทำลายผิวหนัง

  • แบ่งเช็ดทีละส่วน เริ่มจากพื้นที่เล็ก ๆ เพื่อลองดูว่าน้ำยาไม่ทำให้สีหนังดรอปหรือเสียหาย

  • ถ้ามีคราบฝังแน่นตามร่องตะเข็บ ให้ฉีดน้ำยาลงบนแปรงขนอ่อน แล้วขัดเบา ๆ พอให้คราบหลุด

  • จากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ผืนสะอาด ชุบน้ำหมาด ๆ เช็ดเก็บคราบน้ำยาออกให้เกลี้ยง

4. บำรุงหนัง ให้ชุ่มชื้นไม่แตกลาย

  • เมื่อเบาะแห้งสนิทแล้ว ค่อยฉีดน้ำยาบำรุงเบาะหนังลงบนผ้าไมโครไฟเบอร์

  • ลูบให้ทั่วทั้งเบาะแบบสม่ำเสมอ น้ำยาจะช่วย เติมความชุ่มชื้น ป้องกันหนังแห้งแตก และสร้างชั้นฟิล์มบาง ๆ เคลือบปกป้อง

  • ทิ้งให้แห้งตามเวลาที่ระบุบนผลิตภัณฑ์ ไม่ต้องรีบเช็ดออก

ข้อควรระวังสำหรับเบาะหนัง

  • ห้ามใช้น้ำยารุนแรง เช่น น้ำยาเช็ดกระจก ผงซักฟอก หรือน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ เพราะอาจทำลายสารเคลือบและดึงความชุ่มชื้นออกจากหนัง

  • อย่าปล่อยให้เบาะเปียกชื้นนาน ๆ เพราะเสี่ยงเรื่องเชื้อราและกลิ่นอับ

  • หลีกเลี่ยงแดดจัดโดยตรงเป็นเวลานาน ควรจอดในที่ร่ม หรือใช้ม่านบังแดดช่วยเซฟไม่ให้หนังซีดและกรอบ

วิธีทำความสะอาดเบาะผ้า เคลียร์คราบแน่นให้หายเกลี้ยง

เบาะผ้าเก็บฝุ่นและคราบได้ง่ายกว่าเบาะหนัง แต่เรื่องทำความสะอาดถือว่า ตรงไปตรงมาและประหยัดกว่า ถ้าทำถูกขั้นตอนก็กลับมาน่านั่งได้เหมือนใหม่

อุปกรณ์ที่ต้องมี

  • เครื่องดูดฝุ่นกำลังสูง

  • แปรงขัดเบาะ (ขนแข็งปานกลาง หรือแปรงเฉพาะสำหรับเบาะผ้า)

  • ผ้าไมโครไฟเบอร์ 2–3 ผืน

  • น้ำยาทำความสะอาดเบาะผ้า หรือ น้ำยาซักพรม

  • น้ำเปล่าสะอาด

  • ขวดสเปรย์เปล่า (สำหรับใส่น้ำเปล่า)

ขั้นตอนการทำความสะอาดเบาะผ้า

1. ดูดฝุ่นให้ละเอียดที่สุดเท่าที่ทำได้

ใช้เครื่องดูดฝุ่นเก็บฝุ่นผง เศษดินทราย และคราบแห้งออกไปก่อน ยิ่งดึงสิ่งสกปรกออกได้มากเท่าไหร่ ขั้นตอนต่อไปก็ยิ่งง่าย

2. จัดการคราบเฉพาะจุด (ถ้ามี)

  • ถ้าเป็นคราบเหลวที่เพิ่งหก ให้ใช้ผ้าสะอาดซับอย่างเดียว ห้ามถู เพราะจะทำให้คราบกระจายเป็นวงกว้าง

  • ถ้าเป็นคราบแห้ง ให้ใช้แปรงขนแข็งปัดเบา ๆ เพื่อสลายคราบให้หลุดออกจากเส้นใยผ้า

3. ใช้น้ำยาทำความสะอาดเบาะผ้าให้ถูกวิธี

  • ทดสอบน้ำยาก่อน โดยฉีดลงบนมุมเบาะที่ไม่ค่อยเห็น เพื่อเช็คว่าสีผ้าไม่ซีด ไม่ด่าง

  • เมื่อมั่นใจแล้ว ค่อยฉีดน้ำยาลงบริเวณที่มีคราบ หรือถ้าจะล้างทั้งเบาะก็ฉีดให้ทั่วผืน

  • ใช้แปรงขัดเบาะ ขัดเบา ๆ เป็นวงกลม เพื่อให้น้ำยาซึมเข้าไปทำงานกับคราบสกปรก

  • พักทิ้งไว้ให้ผลิตภัณฑ์ทำงานตามเวลาที่ระบุบนฉลาก โดยส่วนใหญ่จะอยู่ราว ๆ 2–5 นาที

4. เช็ดเก็บน้ำยาและคราบออกให้หมด

  • ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำสะอาด บิดหมาด แล้วเช็ดคราบน้ำยาและสิ่งสกปรกออก

  • คอยล้างผ้าบ่อย ๆ พอเห็นว่าผ้าเริ่มสกปรกให้ล้างใหม่ บิดหมาด แล้วเช็ดซ้ำจนแน่ใจว่าไม่มีคราบน้ำยาตกค้าง

5. ดูดความชื้นออก (ถ้ามีอุปกรณ์)

  • ถ้าคุณมีเครื่องดูดน้ำหรือเครื่องซักเบาะเฉพาะ จะช่วยดูดเอาน้ำยากับความชื้นออกจากเบาะได้ดี ทำให้แห้งไว ลดโอกาสเกิดกลิ่นอับ

6. ปล่อยให้แห้งสนิทก่อนใช้งาน

  • เปิดประตูรถทิ้งไว้ หรือเปิดแอร์ร่วมกับพัดลมเป่าช่วยระบายความชื้น

  • รอจนเบาะแห้งจริง ๆ ค่อยใช้งาน เพื่อเลี่ยงการเกิดเชื้อราและกลิ่นไม่พึงประสงค์

ข้อควรระวังสำหรับเบาะผ้า

  • อย่าเทน้ำยาลงบนเบาะเยอะเกินไป เพราะจะทำให้เบาะอมน้ำ แห้งช้า มีโอกาสเกิดกลิ่นอับและเชื้อรา

  • ทดสอบน้ำยาบนจุดเล็ก ๆ ก่อนทุกครั้ง ป้องกันปัญหาสีซีดหรือเนื้อผ้าเสียหาย

  • หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนจัดในการเป่าเบาะ ให้เน้นลมเย็นหรือปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติจะปลอดภัยกว่า

  • ถ้าคราบแน่นมาก หรือคราบฝังมานาน แนะนำให้ส่งร้านคาร์แคร์ที่เชี่ยวชาญเรื่องซักเบาะโดยตรง

สรุป: ดูแลเบาะดี ห้องโดยสารก็สบายไปยาว ๆ

ไม่ว่ารถคุณจะเป็นเบาะหนังหรือเบาะผ้า ถ้าใส่ใจทำความสะอาดเป็นประจำ จะช่วยให้ห้องโดยสารดูสะอาด น่านั่ง และใช้งานได้นานขึ้นเยอะ

  • เบาะหนัง เน้น ทำความสะอาดอ่อนโยน + บำรุงให้ชุ่มชื้น

  • เบาะผ้า เน้น ดูดฝุ่นดี ๆ + จัดการคราบอย่างถูกวิธี + ทำให้แห้งสนิท

ดูแลเบาะให้สะอาดอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ขึ้นรถ คุณจะรู้สึกได้เลยว่า การเดินทางสบายขึ้น อารมณ์ดีขึ้น และรถก็ดูใหม่กว่าที่คิด