รับแอปรับแอป

เห็ดหิมะจากจีน ตัวช่วยผิวโกลว์ชุ่มฟูที่สายสกินแคร์ต้องรู้จัก

ศิวกร จันทร์งาม01-30

เห็ดหิมะคือใคร? ทำไมวงการผิวใสถึงพูดถึงกันหนักมาก

เห็ดหิมะ หรือเห็ดหูหนูขาว (Snow Fugus) เป็นของหายากที่ไม่ได้งอกจากไหนก็ได้ แต่จะพบเฉพาะในทะเลสาบตอนกลางของซินเจียง และเขตอำเภอกู่เถียน เมืองฟุโจว มณฑลฝูเจี้ยน ทางตอนเหนือของประเทศจีนเพียงบางพื้นที่เท่านั้น

เพราะความหายาก บวกกับ คุณค่าทางสุขภาพและผิวพรรณที่จัดเต็มหลายด้าน ทำให้เห็ดหิมะมีราคาค่อนข้างสูง แถมยังมีช่วงเวลาเติบโตจำกัด ขึ้นเฉพาะตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคมไปจนถึงพฤษภาคมของทุกปีเท่านั้น

สารสกัดเห็ดหิมะ (Tremella fuciformis) คืออะไร?

สารสกัดจากเห็ดหิมะมีชื่อทางการว่า Tremella fuciformis จุดเด่นคือมีพลังการเติมน้ำให้ผิวสูงมาก จนถูกเปรียบว่ามอบความชุ่มชื้นได้มากกว่ากรดไฮยาลูโรนิกหลายเท่า

ชาวจีนโบราณใช้เห็ดหิมะมานานนับพันปี เชื่อในพลังฟื้นฟูทั้งร่างกายและผิวพรรณมาตั้งแต่ยุคก่อนจะมีคำว่า “สกินแคร์” เสียอีก

รูปร่างของเห็ดชนิดนี้เป็นก้อนฟูๆ สีขาวคล้ายหิมะ แตกต่างจากเห็ดที่เราคุ้นตาทั่วไป นอกจากใช้กินเป็นอาหารบำรุงแล้ว ยังถูกมองว่าเป็นแหล่งสารป้องกันมะเร็ง และแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ที่น่าสนใจมาก

มีการนำเห็ดหิมะไปศึกษาทางการแพทย์ จนแพทย์ผิวหนังเริ่มทดลองใช้สารสกัดกับคนไข้ และพบผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนในจีนมากกว่าห้าสิบรายการ ทั้งในกลุ่มยาเม็ดที่เกี่ยวกับ เคมีบำบัด และปัญหา ระบบไหลเวียนโลหิต ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวม

ทำไมเห็ดหิมะถึงดังในสายผิวใส?

เมื่อพูดถึงการกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงคือกรดไฮยาลูโรนิก แต่เห็ดหิมะกลับถูกจับมาเปรียบเทียบ และหลายเสียงบอกว่า ทำงานได้ดีกว่าด้วยซ้ำ

เพราะในเห็ดหิมะมีเอนไซม์และสารสำคัญที่ช่วยให้ผิวเก็บน้ำไว้ได้ดี ผิวจึงดูฟู เนียน เด้งเป็นธรรมชาติ อีกข้อดีคือ โมเลกุลของสารสกัดจากเห็ดหิมะมีขนาดเล็ก ทำให้แทรกซึมลงสู่ผิวได้ง่ายกว่ากรดไฮยาลูโรนิกบางรูปแบบ

ที่สำคัญ เห็ดหิมะเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ตอบโจทย์คนที่อยากเลี่ยงสารเคมีหนักๆ และมองหาสกินแคร์ที่อ่อนโยนแต่ได้ผลเรื่องความชุ่มชื้นและผิวกระจ่างใส

สรุปสั้นๆ คือ ถ้าอยากได้ผิวโกลว์ฉ่ำน้ำแบบไม่เหนอะ เห็ดหิมะคือหนึ่งในส่วนผสมที่ควรทำความรู้จัก

ประโยชน์เห็ดหิมะต่อสุขภาพและผิว ที่เด่นแบบต้องวงไฮไลต์

1. บำรุงประสาท บำรุงผิว และช่วยเรื่องระบบทางเดินหายใจ

  • ใช้เป็นยาบำรุงประสาทและบำรุงผิว ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีจากภายใน

  • มีส่วนช่วยบรรเทาอาการ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง และการไอในบางกรณี ตามวิธีการใช้ในทางแพทย์แผนจีน

2. เสริมภูมิคุ้มกัน และมีบทบาทในการป้องกันมะเร็ง

  • ใช้ในด้านการแพทย์เพื่อช่วย เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย

  • มีการนำไปใช้ในแนวทาง การป้องกันมะเร็ง ร่วมกับการรักษาอื่นๆ ตามการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ในบางประเทศ

3. สุดยอดสารอุ้มน้ำในสกินแคร์

  • ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เห็ดหิมะทำหน้าที่เป็น สารอุ้มน้ำชั้นดี

  • ความสามารถในการกักเก็บน้ำของเห็ดหิมะถูกกล่าวว่ามากกว่า กรดไฮยาลูโรนิก เสียอีก ทำให้ผิวรู้สึกอิ่มน้ำยาวนาน ไม่แห้งกลางวัน

4. สารสำคัญในเห็ดหิมะที่ผิวเลิฟ

สารสกัดเห็ดหิมะ Tremella fuciformis อุดมไปด้วยสารกลุ่ม Polysaccharides เช่น α-mannose และ β-glycoronic acid ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้ผิวชุ่มชื้นและช่วยกักเก็บน้ำไว้ในชั้นผิวได้นาน

  • มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นมากกว่า Glycerin ประมาณ 1.2 เท่า ซึ่งเดิมที Glycerin ก็เป็นสารยอดนิยมในเครื่องสำอางสำหรับดึงและกักเก็บความชื้นอยู่แล้ว

  • ในเห็ดหิมะยังมี Glycoprotein ซึ่งโครงสร้างคล้ายคอลลาเจน แต่มี ขนาดโมเลกุลที่เล็กกว่า จึงซึมผ่านผิวได้ง่ายกว่าคอลลาเจนจากสัตว์

ผลลัพธ์คือ

  • ให้สัมผัสผิวนุ่มลื่น ละมุน ไม่เหนอะหนะ

  • ช่วยลดอาการผิวระคายเคืองจากปัจจัยอื่นๆ

  • ลดการอักเสบของผิว ทำให้ผิวดูแข็งแรงขึ้น

  • เสริมประสิทธิภาพการทำงานของสกินแคร์โดยรวมได้แบบ ทวีคูณ

เห็ดหิมะกับเส้นทางสู่ผิวกระจ่างใส

สำหรับสายผิวโกลว์ที่อยากให้ผิวทั้งใสทั้งฟู เห็ดหิมะเป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่น่าจับตามองมาก

  • ช่วยให้ผิวชุ่มน้ำตลอดวัน ทำให้ผิวดู เนียน เด้ง ฉ่ำแบบสุขภาพดี

  • เมื่อผิวแข็งแรงและไม่ขาดน้ำ สีผิวก็ดูสม่ำเสมอ ความหมองลดลงเองโดยธรรมชาติ

  • ใช้ร่วมกับส่วนผสมบำรุงผิวอื่นๆ ได้ดี ช่วยซัพพอร์ตให้สารบำรุงทำงานเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

ถ้าคุณกำลังมองหาส่วนผสมที่จะช่วยให้ผิว กระจ่างใสแบบไม่แห้งตึง และดูโกลว์จากภายใน สารสกัดเห็ดหิมะคือหนึ่งในคีย์เวิร์ดยามเลือกสกินแคร์ ที่ควรเริ่มมองหาบนฉลากตั้งแต่วันนี้