เห็ดหิมะคือใคร? ทำไมวงการผิวใสถึงพูดถึงกันหนักมาก
เห็ดหิมะ หรือเห็ดหูหนูขาว (Snow Fugus) เป็นของหายากที่ไม่ได้งอกจากไหนก็ได้ แต่จะพบเฉพาะในทะเลสาบตอนกลางของซินเจียง และเขตอำเภอกู่เถียน เมืองฟุโจว มณฑลฝูเจี้ยน ทางตอนเหนือของประเทศจีนเพียงบางพื้นที่เท่านั้น
เพราะความหายาก บวกกับ คุณค่าทางสุขภาพและผิวพรรณที่จัดเต็มหลายด้าน ทำให้เห็ดหิมะมีราคาค่อนข้างสูง แถมยังมีช่วงเวลาเติบโตจำกัด ขึ้นเฉพาะตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคมไปจนถึงพฤษภาคมของทุกปีเท่านั้น

สารสกัดเห็ดหิมะ (Tremella fuciformis) คืออะไร?

สารสกัดจากเห็ดหิมะมีชื่อทางการว่า Tremella fuciformis จุดเด่นคือมีพลังการเติมน้ำให้ผิวสูงมาก จนถูกเปรียบว่ามอบความชุ่มชื้นได้มากกว่ากรดไฮยาลูโรนิกหลายเท่า
ชาวจีนโบราณใช้เห็ดหิมะมานานนับพันปี เชื่อในพลังฟื้นฟูทั้งร่างกายและผิวพรรณมาตั้งแต่ยุคก่อนจะมีคำว่า “สกินแคร์” เสียอีก
รูปร่างของเห็ดชนิดนี้เป็นก้อนฟูๆ สีขาวคล้ายหิมะ แตกต่างจากเห็ดที่เราคุ้นตาทั่วไป นอกจากใช้กินเป็นอาหารบำรุงแล้ว ยังถูกมองว่าเป็นแหล่งสารป้องกันมะเร็ง และแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ที่น่าสนใจมาก
มีการนำเห็ดหิมะไปศึกษาทางการแพทย์ จนแพทย์ผิวหนังเริ่มทดลองใช้สารสกัดกับคนไข้ และพบผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนในจีนมากกว่าห้าสิบรายการ ทั้งในกลุ่มยาเม็ดที่เกี่ยวกับ เคมีบำบัด และปัญหา ระบบไหลเวียนโลหิต ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวม
ทำไมเห็ดหิมะถึงดังในสายผิวใส?

เมื่อพูดถึงการกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงคือกรดไฮยาลูโรนิก แต่เห็ดหิมะกลับถูกจับมาเปรียบเทียบ และหลายเสียงบอกว่า ทำงานได้ดีกว่าด้วยซ้ำ
เพราะในเห็ดหิมะมีเอนไซม์และสารสำคัญที่ช่วยให้ผิวเก็บน้ำไว้ได้ดี ผิวจึงดูฟู เนียน เด้งเป็นธรรมชาติ อีกข้อดีคือ โมเลกุลของสารสกัดจากเห็ดหิมะมีขนาดเล็ก ทำให้แทรกซึมลงสู่ผิวได้ง่ายกว่ากรดไฮยาลูโรนิกบางรูปแบบ
ที่สำคัญ เห็ดหิมะเป็นส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ตอบโจทย์คนที่อยากเลี่ยงสารเคมีหนักๆ และมองหาสกินแคร์ที่อ่อนโยนแต่ได้ผลเรื่องความชุ่มชื้นและผิวกระจ่างใส
สรุปสั้นๆ คือ ถ้าอยากได้ผิวโกลว์ฉ่ำน้ำแบบไม่เหนอะ เห็ดหิมะคือหนึ่งในส่วนผสมที่ควรทำความรู้จัก
ประโยชน์เห็ดหิมะต่อสุขภาพและผิว ที่เด่นแบบต้องวงไฮไลต์
1. บำรุงประสาท บำรุงผิว และช่วยเรื่องระบบทางเดินหายใจ
ใช้เป็นยาบำรุงประสาทและบำรุงผิว ช่วยให้ผิวดูสุขภาพดีจากภายใน
มีส่วนช่วยบรรเทาอาการ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง และการไอในบางกรณี ตามวิธีการใช้ในทางแพทย์แผนจีน
2. เสริมภูมิคุ้มกัน และมีบทบาทในการป้องกันมะเร็ง
ใช้ในด้านการแพทย์เพื่อช่วย เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย
มีการนำไปใช้ในแนวทาง การป้องกันมะเร็ง ร่วมกับการรักษาอื่นๆ ตามการประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ในบางประเทศ
3. สุดยอดสารอุ้มน้ำในสกินแคร์
ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เห็ดหิมะทำหน้าที่เป็น สารอุ้มน้ำชั้นดี
ความสามารถในการกักเก็บน้ำของเห็ดหิมะถูกกล่าวว่ามากกว่า กรดไฮยาลูโรนิก เสียอีก ทำให้ผิวรู้สึกอิ่มน้ำยาวนาน ไม่แห้งกลางวัน
4. สารสำคัญในเห็ดหิมะที่ผิวเลิฟ
สารสกัดเห็ดหิมะ Tremella fuciformis อุดมไปด้วยสารกลุ่ม Polysaccharides เช่น α-mannose และ β-glycoronic acid ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้ผิวชุ่มชื้นและช่วยกักเก็บน้ำไว้ในชั้นผิวได้นาน
มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความชุ่มชื้นมากกว่า Glycerin ประมาณ 1.2 เท่า ซึ่งเดิมที Glycerin ก็เป็นสารยอดนิยมในเครื่องสำอางสำหรับดึงและกักเก็บความชื้นอยู่แล้ว
ในเห็ดหิมะยังมี Glycoprotein ซึ่งโครงสร้างคล้ายคอลลาเจน แต่มี ขนาดโมเลกุลที่เล็กกว่า จึงซึมผ่านผิวได้ง่ายกว่าคอลลาเจนจากสัตว์
ผลลัพธ์คือ
ให้สัมผัสผิวนุ่มลื่น ละมุน ไม่เหนอะหนะ
ช่วยลดอาการผิวระคายเคืองจากปัจจัยอื่นๆ
ลดการอักเสบของผิว ทำให้ผิวดูแข็งแรงขึ้น
เสริมประสิทธิภาพการทำงานของสกินแคร์โดยรวมได้แบบ ทวีคูณ
เห็ดหิมะกับเส้นทางสู่ผิวกระจ่างใส
สำหรับสายผิวโกลว์ที่อยากให้ผิวทั้งใสทั้งฟู เห็ดหิมะเป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่น่าจับตามองมาก
ช่วยให้ผิวชุ่มน้ำตลอดวัน ทำให้ผิวดู เนียน เด้ง ฉ่ำแบบสุขภาพดี
เมื่อผิวแข็งแรงและไม่ขาดน้ำ สีผิวก็ดูสม่ำเสมอ ความหมองลดลงเองโดยธรรมชาติ
ใช้ร่วมกับส่วนผสมบำรุงผิวอื่นๆ ได้ดี ช่วยซัพพอร์ตให้สารบำรุงทำงานเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
ถ้าคุณกำลังมองหาส่วนผสมที่จะช่วยให้ผิว กระจ่างใสแบบไม่แห้งตึง และดูโกลว์จากภายใน สารสกัดเห็ดหิมะคือหนึ่งในคีย์เวิร์ดยามเลือกสกินแคร์ ที่ควรเริ่มมองหาบนฉลากตั้งแต่วันนี้

