Bloatware คืออะไร ทำไมถึงกลายเป็นประเด็นร้อน?
ช่วงหลังมานี้คำว่า “Bloatware” โผล่ขึ้นมาบ่อยมากในวงการไอทีบ้านเรา จนหลายคนเริ่มตกใจ กลัวข้อมูลส่วนตัวรั่ว กลัวมือถือไม่ปลอดภัย
จริง ๆ แล้ว Bloatware คืออะไร อันตรายแค่ไหน และควรลบหรือปล่อยทิ้งไว้ดี? มาดูให้ชัดกันแบบทีละประเด็น
Bloatware คืออะไรกันแน่?
Bloatware คือแอปหรือซอฟต์แวร์ที่ถูกติดตั้งมาให้ตั้งแต่ตอนซื้อเครื่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์
โดยส่วนใหญ่แล้ว แอปกลุ่มนี้มักจะเป็นแอปที่
ไม่ได้จำเป็นต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
ผู้ใช้หลายคนแทบไม่เคยกดเข้าไปเปิดเลย
ถ้าเป็นแอปที่อนุญาตให้ลบได้ ก็สามารถลบทิ้งได้โดยที่การทำงานหลักของเครื่องยังปกติ
พูดง่าย ๆ คือ แอปที่ติดมากับเครื่อง แต่เราไม่ได้อยากใช้เสมอไป นั่นแหละที่เรียกว่า Bloatware
แล้ว Bloatware อันตรายไหม?
ในภาพรวมแล้ว Bloatware ส่วนใหญ่ ไม่ได้มีพิษภัยรุนแรงในแง่ความปลอดภัย แต่สิ่งที่ตามมาจนผู้ใช้หลายคนหงุดหงิดคือผลกระทบต่อการใช้งาน
ผลเสียที่เจอบ่อยจากการมี Bloatware เยอะเกินไป เช่น
เครื่องเริ่มทำงานช้าลง เพราะมีแอปวิ่งเบื้องหลัง
กิน RAM และใช้ทรัพยากรระบบโดยไม่รู้ตัว
เปลืองพื้นที่จัดเก็บ ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้ใช้แอปเหล่านั้นเลย
บางแอปทำให้แบตหมดเร็วขึ้น
แอปบางตัวมาพร้อม โฆษณาแฝง เด้งขึ้นมากวนใจ
ดังนั้น แม้จะไม่ใช่มัลแวร์ แต่ในมุมของประสบการณ์ใช้งานแล้ว ถือว่าสร้างความรำคาญและลดประสิทธิภาพเครื่องพอสมควร
ประเภทของ Bloatware ที่ควรรู้
โดยหลัก ๆ แล้ว Bloatware แบ่งออกได้ 4 กลุ่มสำคัญ ดังนี้
1. แอดแวร์ (Adware)
แอดแวร์คือแอปฟรีที่แลกมากับการต้องทนเห็นโฆษณา มักจะมีป๊อปอัปหรือแบนเนอร์เด้งขึ้นมาระหว่างใช้งาน
โดยทั่วไปแล้วแอดแวร์ไม่ได้เป็นอันตรายต่อระบบ แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ
รบกวนสายตา
ทำให้การใช้งานไม่ลื่นไหล
บางครั้งทำให้รู้สึกเหมือนเครื่อง “รก” ไปหมด
2. โปรแกรมอรรถประโยชน์ (Utility Apps)
แอปกลุ่มนี้มักเป็นแอปที่
พัฒนามาจากผู้ผลิตอุปกรณ์โดยตรง หรือ
เป็นแอปจาก Third-party ที่ถูกติดตั้งมาให้ตั้งแต่แรก
ตัวอย่างเช่น
แอปจัดการไฟล์
แอปแกลเลอรี
แอปสำรองข้อมูล
แอปเล่นวิดีโอหรือเพลง
ในหลายกรณี
ถ้าเป็นแอปจากผู้ผลิตเครื่องเอง มัก ลบออกไม่ได้
ถ้าเป็นแอป Third-party ส่วนใหญ่จะ อนุญาตให้ถอนการติดตั้ง ได้
3. ไทรอัลแวร์ (Trialware)
นี่คือแอปหรือโปรแกรมที่ให้ใช้ฟรีแบบ ทดลองใช้ชั่วคราว เช่น ใช้ได้ 7 วัน 14 วัน หรือ 30 วัน
แม้ว่าไทรอัลแวร์มักจะไม่กระทบต่อความปลอดภัยโดยตรง แต่ก็มีจุดน่ารำคาญคือ
โฆษณาเตือนให้สมัครเวอร์ชันเต็มเด้งขึ้นบ่อย
เปลืองพื้นที่เครื่องทั้ง ๆ ที่เราอาจไม่ได้ใช้งานจริง
ถ้าคุณไม่ได้ใช้แอปกลุ่มนี้อย่างจริงจัง แนะนำให้ลบออก เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องและคืนพื้นที่จัดเก็บให้กับไฟล์สำคัญของคุณ
4. ทูลบาร์ (Toolbars)
ทูลบาร์คือแถบเครื่องมือที่มักฝังตัวอยู่บนเบราว์เซอร์ โดยเฉพาะบนคอมพิวเตอร์
ในยุคนี้เบราว์เซอร์ส่วนใหญ่มีฟีเจอร์พื้นฐานครบหมดแล้ว ทำให้ทูลบาร์หลายตัวกลายเป็นของเกินจำเป็น
ผลเสียคือ
หน้าต่างเบราว์เซอร์ดูรก
เปลืองทรัพยากรระบบ
กิน RAM โดยใช่เหตุ
ดังนั้นถ้าคุณไม่จำเป็นต้องใช้ฟีเจอร์เฉพาะของทูลบาร์นั้น ๆ การถอนการติดตั้งถือเป็นทางเลือกที่ดี
แล้วบน Android กับ iOS มีอะไรติดมากับเครื่องบ้าง?
ทั้งฝั่ง Android และ iOS ต่างก็มีแอปที่ติดตั้งมาพร้อมเครื่องตั้งแต่โรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น
System Applications (แอปพลิเคชันระบบ)
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ
แอปพื้นฐานที่ช่วยให้เราพร้อมใช้งานได้ทันทีตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก
เช่น แอปโทรศัพท์ ข้อความ กล้อง แผนที่ อีเมล ปฏิทิน และบริการหลักต่าง ๆ ของระบบ
แอปเหล่านี้จำนวนมากมักจะ ลบไม่ได้ เพราะผูกกับการทำงานหลักของระบบปฏิบัติการ
ตัวอย่างแอปพลิเคชันระบบฝั่ง Google Android
บริการของ Google เช่น Gmail, Maps, Google Drive, YouTube (ในหลายรุ่น)
แอปพื้นฐานจากผู้ผลิตมือถือแต่ละแบรนด์ เช่น แอปกล้องเฉพาะทาง แอปจัดการไฟล์ แอปดูรูปภาพ
ตัวอย่างแอปพลิเคชันระบบฝั่ง Apple iOS
แอปอย่าง Phone, Messages, Safari, Photos, Mail, FaceTime
รวมถึงบริการหลักของ Apple ที่ผูกติดกับระบบนิเวศของ iOS
สรุป: ควรจัดการกับ Bloatware อย่างไรดี?
Bloatware ไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด บางตัวอาจมีประโยชน์กับผู้ใช้บางกลุ่ม แต่ในขณะเดียวกันก็มีผลเสียต่อ
ความเร็วและความลื่นไหลของเครื่อง
พื้นที่จัดเก็บข้อมูล
อายุการใช้งานแบตเตอรี่
แนวทางที่ควรทำคือ
ตรวจสอบแอปที่ไม่ค่อยได้ใช้งานเป็นระยะ
ถอนการติดตั้งแอปที่ไม่จำเป็น (ถ้าระบบอนุญาต)
ปิดสิทธิ์การทำงานเบื้องหลังหรือการแจ้งเตือนของแอปที่ไม่ได้จำเป็นมาก
ที่สำคัญที่สุดคือ ก่อนติดตั้งแอปใหม่ทุกครั้ง ควรเช็กให้ดีว่าแอปนั้นขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลอะไรบ้าง เช่น
ตำแหน่ง (Location)
กล้องและไมโครโฟน
รายชื่อผู้ติดต่อ
ไฟล์ในเครื่อง
การใส่ใจเรื่องสิทธิ์การเข้าถึงเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มทั้ง ความปลอดภัย และ ความเป็นส่วนตัว ในการใช้งานมือถือของคุณได้มาก
พูดง่าย ๆ คือ แม้เราจะหลีกเลี่ยง Bloatware ได้ไม่หมด แต่เราควบคุมได้ว่าจะให้มันรบกวนเรามากน้อยแค่ไหน และจะยอมให้มันเข้าถึงข้อมูลเราแค่ไหนเท่านั้นเอง

