รับแอปรับแอป

ฟินสนั่นฮอลล์! เจาะโมเมนต์งานพรีเมียร์ "ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก" EP1 ที่ทำแฟน ๆ กรี๊ดไม่ยั้ง

พงษ์เทพ อินทรชัย01-31

เปิดฮอลล์รับความฟิน: คืนที่หมอนแทบขาด

เสียงกรี๊ดระดับทำฮอลล์สะเทือน แบบฟินจนหมอนแทบขาด เกิดขึ้นแล้วในงานพรีเมียร์ซีรีส์ “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) กับอีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก PREMIERE EPISODE 1” ที่คัดเฉพาะผู้โชคดีมานั่งชมตอนแรกก่อนใคร

ทุกคนได้ดูไปฟินไป พร้อมทีมนักแสดงนำ ผู้จัด และพาร์ทเนอร์เบื้องหลังสุดปัง ณ Phenix Auditorium Hall ชั้น G ศูนย์การค้าฟีนิกซ์ ประตูน้ำ บรรยากาศคือเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้นตั้งแต่นาทีแรกที่เข้าฮอลล์

จากนิยายล้านวิว สู่ซีรีส์ที่ทุกคนรอ

หลังจากเปิดฤกษ์แบบมงลงกันไปเรียบร้อย งานพรีเมียร์ในวันที่ 20 เมษายน 2568 ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ซีรีส์ “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) ที่เคยเป็นนิยายยอดนิยม มีคนอ่านนับล้านครั้ง ถูกยกระดับขึ้นมาเป็น Live Action โดยค่ายชื่อดัง M.Flow Entertainment

ซีรีส์เรื่องนี้ถูกจับตาทั้งจากแฟนไทยและแฟนนานาชาติ ยิ่งได้คู่จิ้นเคมีแรงอย่าง โบ๊ท ยงค์ยุทธ – โอ๊ต ภาสกร มานำทีม แถมยังมีทัพนักแสดงมากฝีมือ และทีมผู้บริหาร–ผู้กำกับมาร่วมสมทบ ยิ่งทำให้โปรเจกต์นี้น่าติดตามแบบห้ามกะพริบตา

เปิดงานแบบจึ้งตา: จาก Show Reel สู่ฉากแรกที่ทำใจเต้นแรง

บรรยากาศในฮอลล์ทั้งอบอุ่นทั้งลุ้น หลังแฟนคลับประจำที่นั่งเรียบร้อย ทีมนักแสดงนำและผู้บริหารอย่างคุณกัญญา ณัฐดนัยวรกานต์ ก็ขึ้นประจำที่ แล้วเปิดงานด้วย Show Reel จาก M.Flow Entertainment แบบภาพสวย เนื้อหาจึ้ง

ต่อด้วย Show Case เพลงประกอบซีรีส์ “มาเป็น…” จากศิลปินค่าย ชายกลาง – หลุยส์ – ฮาว เสิร์ฟความฟินให้คนดูตั้งแต่ยังไม่เริ่มฉายตอนแรกด้วยซ้ำ

พอเข้าสู่ช่วงฉาย Ep.1 แบบพร้อมกันทั้งฮอลล์ เท่านั้นแหละ เสียงกรี๊ดเริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในฉากปฐมบทความรักสุดร้อนที่กำลังจะปะทุในเรื่อง

พล็อตร้อนแรง: เมื่ออดีตที่ยังไม่จบ กลับมาเขย่าหัวใจ

เรื่องราวเริ่มจาก “อดีตที่ไม่มีใครลืม” ของ “จวิ้น” (โอ๊ต ภาสกร) ที่วันหนึ่งต้องเข้าสู่ชีวิตมนุษย์ออฟฟิศในบริษัท R.T. Design แล้วดันได้มาเจอกับ “ศร” (โบ๊ท ยงค์ยุทธ) รุ่นพี่ที่เคยหายไปจากชีวิตเขานานถึง 2 ปี พร้อมความสัมพันธ์ค้างคาในใจที่ยังไม่เคยเคลียร์

ในขณะที่จวิ้นพยายามปรับตัวเข้ากับการฝึกงาน เขากลับต้องเจอศรทั้งแกล้ง ทั้งหยอก ทั้งกวนประสาท (และหัวใจ) แทบทุกวัน ความใกล้ชิดที่เคยมีจึงค่อย ๆ กลับมา พร้อมกับความรู้สึกเก่าที่ไม่เคยหายไปไหน

ทั้งสองต้องเล่นเกมหัวใจท่ามกลางระยะห่าง และเส้นบาง ๆ ที่ต่างคนต่างไม่กล้าข้าม แถมในความวุ่นวายของออฟฟิศ จวิ้นยังมี “เพียงรัก” เข้ามาเป็นคนคุยใหม่ ที่ดูเหมือนจะเข้ามาเติมเต็มบางอย่างในชีวิตเขาอีกด้วย

แต่ฝั่งศรสิ บอกเลยว่าทำใจนิ่งไม่ได้อีกต่อไปเมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของจวิ้นแบบชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

ค่ำคืนเมา ๆ ที่ไม่ใช่แค่เมา แต่คือไฟรักเต็มดีกรี

ความสัมพันธ์ที่เหมือนจะจบไปแล้ว ดันกลับมาระอุอีกครั้งในคืนหนึ่งที่เต็มไปด้วย แอลกอฮอล์และอารมณ์ เมื่อเกมท้าทายสนุก ๆ ระหว่างพวกเขา กลายเป็นไฟรักที่ไม่มีใครยอมใคร

ทุกอย่างเข้มข้นขึ้น เมื่อมีเหตุการณ์ระทึกในร้านเหล้า ตามมาด้วยความโกลาหลและอันตรายที่ไม่มีใครคาดคิด เรียกได้ว่าอารมณ์คนดูกระชากขึ้นลงแบบไม่ให้พักหายใจ

เสียงกรี๊ดคือคำวิจารณ์: ฟินทั้งฮอลล์ตลอดเกือบชั่วโมง

ตลอดเวลาเกือบ 1 ชั่วโมงของ EP.1 คนในฮอลล์คือทั้งกรี๊ด ทั้งฟิน ทั้งส่งเสียงอินไปกับซีนต่าง ๆ แบบไม่มีหลุดโฟกัส บรรยากาศคือสนุกและอบอุ่นมาก

หลังจบการฉาย ยังมีช่วงพูดคุยกับ 2 ผู้กำกับของค่าย คือ คุณกรชนก บุญมา และ คุณวันชนะพันษ์ ไพฑูรย์ รวมถึงนักแสดงนำอย่าง โบ๊ท ยงค์ยุทธ – โอ๊ต ภาสกร, ยุ่น ภูษณุ – ปันปัน ปัณณ์ และ ปอย เฌอลินณ์ – มิเชล เบอร์แมน

ทุกคนมาเล่าทั้งเบื้องหลังการทำงาน เล่าความรู้สึกที่ได้มานั่งดูซีรีส์พร้อมแฟน ๆ ในฮอลล์ ซึ่งเต็มไปด้วยโมเมนต์เขิน ฟิน และหัวเราะกันไม่หยุด

ทีมนักแสดงต่างยืนยันตรงกันว่า ทุกคนเล่นเต็ม ไม่มีกั๊ก ที่ดูใน EP.1 ยังถือว่าเป็น “ออเดิร์ฟ” เท่านั้น เพราะเมนคอร์สตัวจริงจะค่อย ๆ ถูกเสิร์ฟใน EP ต่อ ๆ ไป พร้อมอารมณ์ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ

โมเมนต์ปิดงาน: Hi Touch ใกล้ชิดแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน เหล่านักแสดงยังจัดเซอร์วิสให้แฟน ๆ ด้วยกิจกรรม Hi Touch สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้ได้เข้าไปใกล้ชิด เติมพลังหัวใจกลับบ้านกันไปแบบเต็มถัง

ทุกโมเมนต์ในงานคืออบอุ่น น่าประทับใจ และบอกตรง ๆ ว่าใครไม่ได้มา คือน่าเสียดายสุด ๆ เพราะเคมีนักแสดงกับแฟน ๆ คือดีจนรู้สึกได้จากบรรยากาศ

หลังพรีเมียร์ไปต่อยังไงดี? เตรียมใจรับดีกรีความร้อนที่เพิ่มขึ้น

หลังจากงานพรีเมียร์สุดปังนี้ ซีรีส์ “ไหนเฮียบอกไม่ชอบเด็ก” (My Stubborn) ยังมี EP ต่อ ๆ ไปที่พร้อมจะมาสร้างสีสัน เติมความเข้มข้นให้กับความสัมพันธ์อันซับซ้อนของทุกตัวละคร

ความรัก การห่างเหิน เส้นแบ่งที่ไม่กล้าข้าม และคนใหม่ที่เริ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง จะทำให้คนดูได้ลุ้นไปกับทุกตอนแบบห้ามกดข้าม ใครอินสายเคมีร้อนแรง–ดราม่าปนฟิน เรื่องนี้ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด