ทำไมทั้งโลกถึงยังหลงรักเกม “ลุ้นตาย” อยู่ดี?

Squid Game หรือ เกมลุ้นตาย ไม่ได้ดังไปทั่วโลกแค่เพราะฉากโทนจัดจ้าน หรือคอสตูมสีเขียว-แดงที่กลายเป็นไอคอนระดับวัฒนธรรมป๊อปเท่านั้น
สิ่งที่ทำให้คนดูจากทุกมุมโลก “อินจนปวดท้อง” คือซีรีส์เรื่องนี้เอาความกลัวที่ฝังลึกที่สุดในใจมนุษย์มาเล่นให้สุด โดยเฉพาะ ความจน ความสิ้นหวัง และการถูกระบบกดทับ ที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ประเทศไหนก็เข้าใจความรู้สึกนี้ได้ทันที
เกมที่ดูเหมือนการละเล่นพื้นบ้านเกาหลี จึงกลายเป็นเวทีใหญ่ที่ถามเราว่า
ถ้าระบบมันไม่ยุติธรรมตั้งแต่ต้น คุณจะยอมจำนน หรือจะเสี่ยงทุกอย่างเพื่อลุกขึ้นสู้?
ในซีซั่น 3 คำถามนี้ถูกยกระดับให้โหดขึ้นทั้งทางอารมณ์และจิตใจแบบคูณสอง
ซีซั่น 3 ต่อจากซีซั่น 2 แบบไม่ให้ตั้งตัว

ผู้กำกับฮวังดงฮยอกยืนยันว่าเรื่องราวใน ซีซั่น 3 เริ่มต่อทันทีจากตอนจบซีซั่น 2 ที่การปฏิวัติของกีฮุนล้มเหลว และเขาต้องสูญเสียพันธมิตรสำคัญ รวมถึงเพื่อนสนิทอย่างจองแบ
ตอนนี้กีฮุนอยู่ในจุดที่ทั้งรู้สึกผิด ทั้งสิ้นหวัง เขาไม่ใช่แค่ผู้รอดชีวิตจากเกม แต่กลายเป็นคนที่ต้องถามตัวเองว่า
จะก้าวข้ามความผิดนั้นยังไง?
จะเดินต่อไปแบบไหน?
จะยังเชื่อในตัวมนุษย์อยู่หรือเปล่า?
แก่นของซีซั่นนี้จึงไม่ใช่แค่เอาตัวรอดจากเกม แต่คือการ “เอาตัวรอดจากความรู้สึกของตัวเอง”
คำถามใหญ่เกี่ยวกับทุนนิยมที่ไม่ต้องการคำตอบ แต่ต้องการให้คุณไม่สบายใจ
ผู้กำกับฮวังย้ำว่าเขาไม่ได้จะมอบ “คำตอบ” ให้กับโลกทุนนิยมในซีซั่นนี้ แต่เขาเลือกจะโยนคำถามใส่หน้าเราตรง ๆ
ในระบบที่มีแต่การแข่งขันไม่รู้จบ มนุษย์ยังมีหวังอยู่ไหม?
โลภได้แค่ไหนถึงจะไม่ทำลายตัวเองและคนอื่น?
โลกแบบนี้จะฝากอนาคตดี ๆ ให้คนรุ่นหลังได้จริงหรือ?
Squid Game 3 เลยไม่ใช่บทสรุปของระบบ แต่มันคือบททดสอบสุดท้ายของมนุษย์ในระบบนั้นต่างหาก
ทัพนักแสดงนำ: ทุกคนกลับมาแบบมีบาดแผลและเดิมพันที่ใหญ่กว่าเดิม
เอสไควร์ ประเทศไทยมีโอกาสนั่งคุยกับผู้กำกับฮวังดงฮยอก และนักแสดงนำทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ รวม 14 คน ตั้งแต่กีฮุน ฟรอนต์แมน ไปจนถึงตัวละครที่คุณอาจคิดว่าไม่กลับมาแล้ว แต่ดันโผล่กลับมาแบบ “มีอะไรในใจ” มากกว่าเดิม
กีฮุน: จากผู้เล่นสู่คนที่ต้องเลือกว่าตัวเองจะเป็นใคร
อีจองแจเล่าว่า กีฮุนในซีซั่นนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เขาแบกความรู้สึกผิดจากการสูญเสียเพื่อนและผู้เล่นคนอื่นๆ
เขารู้ว่าตัวเองคือหนึ่งในตัวแปรที่ทำให้คนอื่นต้องตาย
จุดเริ่มต้นที่เคยเป็นแค่ความแค้นและความอยากลงโทษระบบ เริ่มเปลี่ยนเป็นคำถามว่า “ตัวฉันเองทำอะไรได้จริง ๆ กันแน่?”
ในซีซั่นนี้ คนดูจะได้เห็นการเติบโตของกีฮุนในแบบที่ ไม่ใช่แค่คนจนที่ดิ้นรน แต่เป็นคนที่ต้องเลือกทิศทางชีวิตของตัวเองอย่างแท้จริง
ฟรอนต์แมน vs กีฮุน: การปะทะที่ซีซั่น 3 วางให้เป็นไคลแมกซ์ของจักรวาลสควิดเกม
อีบยองฮอนกลับมาในฐานะฟรอนต์แมนเต็มตัวอีกครั้ง หลังจากไปปรากฏในมุมของผู้เล่นในซีซั่น 2
เขาบอกเลยว่า การเผชิญหน้าระหว่างฟรอนต์แมนกับกีฮุนในซีซั่นนี้คือจุดที่ทุกอย่างมันระเบิดออกมา
กีฮุนกลับเข้าเกมพร้อมหลักการและความเชื่อ ว่าต้องทุบระบบให้แตก
ฟรอนต์แมนก็มีแผนของตัวเอง และจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิด
เส้นเรื่องของทั้งสองที่ถูกปูมาตั้งแต่ซีซั่น 2 จะมาเจอกันเต็ม ๆ ในซีซั่น 3 ด้วยความดราม่าและความขัดแย้งที่เข้มข้นที่สุดเท่าที่เคยมีมา















ตัวละครเก่าที่กลับมาพร้อมบาดแผลใหม่


ซีซั่นนี้ไม่ได้พาเรากลับมาเจอแค่หน้าเดิมๆ แต่พาเรากลับมาเจอ จิตใจที่ไม่เหมือนเดิมของตัวละครเหล่านั้น
มยองกี – คนที่ดิ้นรนจนทำให้ชีวิตยุ่งกว่าเดิม
อิมชีวานบอกว่า มยองกีเป็นคนที่คิดถึงจุนฮีตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นคนที่ดิ้นเอาตัวรอดเก่งมากจนบางทีทำให้เรื่องมันยุ่งกว่าเดิม
เขาพยายามใช้ไหวพริบเพื่อรอด
พยายามเอาชนะเกม
แต่ความพยายามนั้นกลับกลายเป็นดาบสองคม ที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นทุกครั้ง
เขาคือภาพแทนของคนที่เชื่อว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้ แต่สุดท้ายกลับถูกเกมที่ตัวเองเลือกเล่นกลืนกิน
แทโฮ – ตัวละครที่ “จริง” เกินกว่าจะตัดสินง่ายๆ
คังฮานึลมองว่า แทโฮคือหนึ่งในตัวละครที่ “สมจริงที่สุด” ในจักรวาลนี้
เขามีปมความกลัวในใจ
เขาทำในสิ่งที่คิดว่าตัวเองทำได้ ณ ขณะนั้น
มันอาจไม่ใช่สิ่งที่คนดูอยากเห็น แต่มันคือสิ่งที่คนธรรมดาคนหนึ่งจะตัดสินใจจริงๆ ในโลกที่ทุกวินาทีเดิมพันด้วยชีวิต
ซีซั่น 3 จะพาเราไปดูว่า หลังจากตัดสินใจไปแล้ว เขาต้องรับผลลัพธ์ยังไงต่อ
กยองซอก – คนที่คุณคิดว่าตายไปแล้ว แต่กลับมาในชุดพิงก์การ์ด
อีจินอุคเล่าว่า หลังการปฏิวัติ กยองซอกเหมือนถูก “กำจัด” ไปแล้ว แต่ในซีซั่นนี้เขากลับมาในฐานะพิงก์การ์ด
สิ่งที่เขาปล่อยให้คนดูสงสัยคือ
เขาผ่านอะไรมา?
ทำไมถึงกลับมาภายใต้สถานะใหม่แบบนี้?
นี่คือหนึ่งในชิ้นส่วนที่น่าจะเชื่อมให้เราเห็นด้านลึกของระบบเกมมากขึ้น
ฮยอนจู – คนที่ยังคิดถึงคนอื่นก่อนเสมอ
พัคซองฮุนเล่าว่า ฮยอนจูคือคนที่
คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเอง
ยึดถือความยุติธรรม
แม้จะอยู่ในเกมที่โหดร้ายแค่ไหน เขาเชื่อว่าแก่นแท้ของฮยอนจูจะไม่เปลี่ยน แต่ เราอาจได้เห็นเขาในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งและเท่มากกว่าเดิม
ความสัมพันธ์ที่โหดร้ายกว่าเกม: แม่ลูก เพื่อนรัก และคนรัก


เกมอาจโหด แต่สิ่งที่โหดกว่าก็คือความสัมพันธ์ที่ถูกโยนเข้าไปทดสอบในสนามเดียวกัน
กึมจา & ยงชิก – ความสัมพันธ์แม่ลูกกลางนรก
ยังดงกึนเล่าว่า การเล่นบทลูกชายในสถานการณ์ที่โหดขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะสิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ความรักระหว่างแม่กับลูก แต่คือ สถานการณ์ที่บีบให้ความสัมพันธ์ต้องเปลี่ยนรูปไป
คังแอชิมเองก็พูดถึงมุมมองของแม่ที่ทั้งรัก ทั้งเป็นห่วงลูก แม้จะรู้ว่าลูกไม่ได้เป็น “ลูกชายที่ดี” อย่างที่อยากให้เป็น เธอเลยกลายเป็นเสียงของแม่ ๆ ทั่วโลกที่อาจโกรธลูก แต่ก็ยังอยากให้ลูกปลอดภัยอยู่ดี
จุนฮี – ผู้หญิงท้องในเกมเอาชีวิตรอด
โจยูริเล่าว่า จุนฮีต้องรับภาระทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะเธอกำลังตั้งท้องท่ามกลางเกมที่ไม่มีคำว่าปลอดภัย
เธอไม่ได้แค่ต้องรอดให้ได้ แต่ต้องคิดถึงอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ข้างในด้วย ความแน่วแน่ของเธอ จะเป็นหนึ่งในเส้นเรื่องที่น่าจับตามองที่สุดของซีซั่นนี้
ซอนนยอ – ผู้หญิงที่บอกว่าตัวเองคุยกับพระเจ้า
แชกุกฮีพูดถึงซอนนยอว่าเธอคือผู้เล่นที่แตกต่างจากคนอื่นอย่างชัดเจน
เธออ้างว่าตัวเองสื่อสารกับพระเจ้าได้
เธอบอกว่าเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น
ในซีซั่น 2 เธอทำให้คนดูขนลุกไปแล้ว ซีซั่นนี้คือบทพิสูจน์ว่า ศรัทธาของเธอเป็นเกราะกำบัง หรือเป็นใบมีดอีกเล่มที่จะทำร้ายตัวเองกันแน่
นัมกยู & มินซู – เมื่อทีมธานอสเหลือกันอยู่แค่สองคน
โรแจวอนเล่าว่า นัมกยูคือคนที่เดินตามธานอสตลอด จนตัวเองรู้สึกว่าด้อยกว่า
พอเข้าซีซั่น 3 ธานอสไม่อยู่แล้ว คำถามคือ
เขาจะยืนด้วยตัวเองได้ไหม?
หรือจะพังลงไปพร้อมกับความทรงจำในอดีต?
อีดาวิดพูดถึงมินซูว่าเป็นคนที่พึ่งพาเซมีมาก จนเมื่อเซมีหายไป เขาก็ยิ่งเก็บตัว เสียใจ และไม่รู้จะเดินต่อยังไง
สำหรับคนที่รักแก๊งธานอส ซีซั่นนี้น่าจะทำให้คุณจุกเพิ่มอีกหลายระดับ

ฝั่งนอกเกม: คนที่พยายามหยุดระบบจากข้างนอก
เกมดำเนินอยู่ในเกาะลับ แต่โลกภายนอกก็ไม่ได้หยุดนิ่งไปเฉยๆ ยังมีคนที่พยายามล้มระบบจากอีกฝั่งของกระดาน
จุนโฮ – ตำรวจที่ยังไม่ยอมถอย


วีฮาจุนเล่าว่า จุนโฮยังคงเดินหน้าตามหาเกาะลับต่อไป ต้องออกเรือ ฝ่าทะเล และฝ่าการขัดขวางจากกัปตันพัค
สิ่งที่น่าจับตาคือ
หลังผ่านความยากลำบากทั้งหมด แรงจูงใจของเขายังเหมือนเดิมไหม?
เขาจะได้กลับไปเจอพี่ชายอีกครั้งหรือเปล่า?
เขาคือด้านหนึ่งของการต่อสู้ ที่ไม่ได้แบกปืนในเกม แต่แบกความจริงในโลกภายนอกแทน
โนอึล – พิงก์การ์ดที่ยังเคารพชีวิตมนุษย์
พัคกยูยองรับบทโนอึล พิงก์การ์ดที่ไม่ได้ขาย灵魂ให้ระบบทั้งหมด
เธอยังให้ค่ากับชีวิตมนุษย์
เธอกล้าลุกขึ้นต้านแก๊งค้าอวัยวะ
และลุกขึ้นสู้กับพิงก์การ์ดด้วยกันเอง
ซีซั่น 3 จะเป็นเวทีที่เราได้เห็น จุดยืนที่แข็งแรงขึ้น และการต่อสู้อันโดดเดี่ยวของตัวละครที่เหมือนอยู่ฝ่ายระบบ แต่หัวใจอยู่คนละข้าง
เกมใหม่: ความทรงจำวัยเด็กที่ถูกดัดแปลงให้กลายเป็นฝันร้าย



หนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้ Squid Game ไม่เหมือนใคร คือการเอาเกมที่เราคุ้นเคยตอนเด็กมาบิดให้กลายเป็นเกมเอาชีวิตรอด
ในซีซั่น 3 ผู้กำกับฮวังแอบเล่าว่าจะมีทั้ง
เกมกระโดดเชือกบนสะพานสูง ที่ถ้าโดนเชือกเหวี่ยงผิดจังหวะก็มีสิทธิ์ร่วง
เกมแนวเขาวงกตที่ผู้เล่นต้องใส่เสื้อสีน้ำเงินหรือแดง เล่นคล้ายซ่อนหา แต่มีมุมและกติกาพิเศษที่ดัดแปลงจากหลายเกมมาผสมกัน
นี่ยังไม่รวมเกมที่ยังไม่ได้เผยในตัวอย่าง ซึ่งเขาย้ำว่า มีเซอร์ไพรส์อีกหลายด่านรอให้คนดูขาสั่นไปพร้อม ๆ กับตัวละคร
ยองฮี & ชอลซู: คู่หูจากหนังสือเรียนสู่ฝันร้ายของโลก


ชาวเกาหลีรู้ดีว่าชื่อ “ยองฮี” และ “ชอลซู” คือคู่เพื่อนสนิทในหนังสือเรียนชั้นประถม
ผู้กำกับฮวังเลยตั้งใจตั้งแต่แรกว่าถ้าได้ทำซีซั่น 2 และ 3 เขาอยากให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันในซีรีส์ และมีเกมที่ทั้งคู่มีบทบาทร่วมกัน
ยองฮีเราเคยเห็นแล้วในซีซั่นแรก
ซีซั่น 3 จะเป็นการแนะนำชอลซูให้คนทั้งโลกได้รู้จัก
นี่ไม่ใช่แค่ Easter Egg สำหรับคนเกาหลี แต่คือการเอา ความทรงจำวัยเด็กทั้งประเทศมาทำให้ทั้งโลกจดจำร่วมกัน
6 ปีของการสร้างจักรวาลสควิดเกม และบทสรุปที่ทีมงานเองก็ยังอิน
ตั้งแต่ปี 2021 จนถึง 2025 Squid Game เดินทางมาถึงซีซั่น 3 ซึ่งถูกวางให้เป็นบทสรุปของจักรวาลนี้
ตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา ทั้งผู้กำกับและนักแสดงหลายคนอยู่กับโปรเจ็กต์นี้แทบตลอดทาง
สิ่งที่พวกเขาสะท้อนมีทั้งความดีใจ ภูมิใจ และความเศร้าที่ต้องบอกลา
วีฮาจุนบอกว่าซีซั่นนี้คือการเติบโตทั้งในฐานะคนธรรมดาและในฐานะนักแสดง
อีบยองฮอนรู้สึกว่าความรักจากแฟน ๆ ทั่วโลกที่มีให้ซีรีส์เรื่องนี้มันใหญ่กว่าที่เคยสัมผัสจากงานใดๆ มาก่อน
อีจองแจชื่นชมผู้กำกับฮวังที่สร้างจักรวาลที่เต็มไปด้วยประเด็นทางสังคม ความสัมพันธ์ และด้านมืดของมนุษย์ได้อย่างสมดุลในทุกตอน
ผู้กำกับฮวังเองก็ยอมรับว่า นี่คือโปรเจ็กต์ที่เหมือนปาฏิหาริย์ในชีวิตการทำงานของเขา
เขาทุ่มเทให้ซีรีส์นี้กว่า 6 ปีเต็ม
ได้ทั้งประสบการณ์ รางวัล และการยอมรับระดับโลก
และที่สำคัญคือได้ทำงานกับนักแสดงที่เขารู้สึกว่าเก่งที่สุดกลุ่มหนึ่งในชีวิต
เขาบอกว่าทุกบทเรียนจากสควิดเกม จะถูกใช้ต่อยอดเพื่อสร้างผลงานที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต
ฟีนาเล่ที่ไม่ใช่แค่จบเกม แต่จบคำถามในใจคนดู (หรืออาจยิ่งทำให้ถามมากกว่าเดิม)
Squid Game ซีซั่นฟีนาเล่ จะสตรีมให้ดูพร้อมกันในวันที่ 27 มิถุนายน 2025 ทาง Netflix
แต่สำหรับคนดูแล้ว นี่อาจไม่ใช่จุดที่เรื่องราวจบลงจริงๆ เพราะหลังจากดูจบ คุณอาจต้องกลับไปถามตัวเองอีกครั้งว่า
ถ้าเป็นเรา เราจะเลือกอะไรในเกมนี้?
เราอยู่ตรงไหนในระบบที่กดทับคนอย่างไม่เท่าเทียม?
และท้ายที่สุดแล้ว เราจะยอมรับโลกแบบนี้ หรือจะหาวิธีลุกขึ้นสู้ในแบบของตัวเอง?
บางทีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่เกมในซีรีส์ แต่คือการกลับมามองโลกจริงๆ รอบตัวเราหลังจากเครดิตขึ้นจบบทสุดท้ายต่างหาก

