รับแอปรับแอป

GOOD BOY ปังแค่ไหนถามใจโบกอม–โซฮยอน–ซังอี: จากเหรียญทองทีมชาติสู่ตราตำรวจสุดเดือด

อารยา จิตดี01-31

GOOD BOY: จากสนามกีฬา สู่สนามล่าคนร้าย

ซีรีส์ GOOD BOY จาก Prime Video เป็นซีรีส์เกาหลีที่ผสมครบทั้ง คอมเมดี้ แอ็กชัน และสืบสวนสอบสวน เล่าเรื่องอดีตนักกีฬาอาชีพทีมชาติที่หันหลังให้สนามแข่ง มาสวมเครื่องแบบตำรวจแทนเหรียญรางวัล เพื่อลุกขึ้นสู้กับอาชญากรในโลกจริง

ทีมนักแสดงนำที่ทำให้เรื่องนี้มีชีวิตชีวา คือ พัคโบกอม, คิมโซฮยอน และ อีซังอี ที่ครั้งนี้มีโอกาสเดินทางมาไทย พร้อมเล่าทั้งมุมมองต่อซีรีส์ เบื้องหลังการฝึกหนัก และเคมีในทีมที่ดูแล้วรู้เลยว่า “ทีมเวิร์กคือของจริง”

ถ้า GOOD BOY เป็นเมนูอาหาร… จะรสชาติแบบไหน?

คำถามสนุก ๆ แต่ตอบแล้วเห็นภาพซีรีส์ชัดมาก

  • พัคโบกอม: “สำหรับผม GOOD BOY คือ ต้มยำกุ้ง ครับ จานเดียวที่มีทุกอย่างทั้งเห็ด ผัก กุ้ง และรสชาติหลากมิติ ผสมกันอย่างลงตัว มันคือเมนูรวมมิตรที่ทั้งสนุก สดชื่น และถึงใจ เหมือนซีรีส์เรื่องนี้ที่มีหลายอารมณ์แต่ไปด้วยกันได้ดี เป็นผลงานที่ ‘อร่อยมาก ๆ’ สำหรับผมเลยครับ”

  • คิมโซฮยอน: “งั้นฉันขอเป็นอาหารเกาหลีบ้าง ขอเลือก บิบิมบับ ค่ะ จานเดียวที่รวมผัก เนื้อ ไข่ และเครื่องต่าง ๆ ไว้พร้อมหน้า เหมือนละครของเรา ที่มีทั้งคอมเมดี้ แอ็กชัน สืบสวน และโรแมนซ์ ทุกอย่างถูกคลุกเข้ากันอย่างลงตัว เหมือนบิบิมบับดี ๆ ที่กินแล้วอร่อยมากค่ะ”

  • อีซังอี: “สำหรับผม GOOD BOY เหมือน มังคุด ครับ เพราะตอนนี้ก็เป็นฤดูมังคุดพอดี เป็นผลไม้ที่เข้ากับอากาศแบบนี้มาก ๆ เหมือนกับที่ช่วงเวลานี้ เหมาะกับการดู GOOD BOY ที่สุดเหมือนกันครับ”

พัคโบกอมยังสรุปภาพเมนูให้ฟังอย่างน่ากินสุด ๆ ว่า บิบิมบับเป็นจานหลัก ต้มยำกุ้งเป็นน้ำซุป แล้วปิดท้ายด้วยมังคุดเป็นของหวาน ครบคอร์สหนึ่งมื้อที่ชื่อว่า GOOD BOY

กว่าจะได้ฉากแอ็กชันสุดมัน: 6–7 เดือนแห่งการฝึกโหด

เบื้องหน้าคือฉากบู๊สุดเท่ เบื้องหลังคือการฝึกหนักแบบจริงจังของแต่ละคน

  • พัคโบกอม – ยุนดงจู อดีตนักมวยเหรียญทอง
    “ผมฝึกมวยจริงจังกว่า 6 เดือน ครับ ควบคู่ไปกับเวทเทรนนิ่งเพื่อสร้างความแข็งแรงของร่างกาย สิ่งที่ได้จากการเป็นดงจู ไม่ใช่แค่ท่ามวย แต่คือการซึมซับความเป็นคนกระตือรือร้น ร่าเริง ใจอ่อนโยน และทักษะการเคลื่อนไหวที่ทำให้ผม ‘ตอบสนองเร็วขึ้น’ กว่าเมื่อก่อนมากครับ”

  • คิมโซฮยอน – ฮันนา นักกีฬายิงปืน
    “ฉันฝึกยิงปืนหนักมากค่ะ การยิงปืนต้องใช้ความอดทนสูง ทั้งร่างกายและจิตใจ พอต้องยิงในสถานการณ์จริงในเรื่อง ความทนต่อเสียงดังดีขึ้นมาก และที่สำคัญคือมันช่วยเพิ่ม ‘ความกล้าหาญ’ ทำให้ฉันรู้สึกไม่ค่อยกลัวอะไรเหมือนเมื่อก่อน ความหวาดกลัวหายไปเยอะเลยค่ะ”

  • อีซังอี – คิมจงฮยอน นักกีฬาฟันดาบ
    “ผมเรียนฟันดาบแบบจริงจังประมาณ 6–7 เดือน ครับ เน้นสาย เซเบอร์ โดยเฉพาะ จงฮยอนเป็นตัวละครที่ ‘ใช้สมองคิดก่อนลงมือเสมอ’ ทั้งการวางแผนและการตัดสินใจ ผมเองก็ยังพยายามเอานิสัยรอบคอบแบบเขามาใช้ในชีวิตจริงอยู่ครับ”

เคมีทีม GOOD BOY ทำไมดู “เข้าขากันเกินเรื่อง”

หนึ่งในเสน่ห์หลักของ GOOD BOY คือ ความเป็นทีม ที่ดูสมจริงมาก จนอดสงสัยไม่ได้ว่าเบื้องหลังเขาสนิทกันแค่ไหน

  • อีซังอี เล่าว่าความผูกพันเริ่มจากวันหนึ่งที่เขาไปดูมิวสิคัลที่พัคโบกอมแสดง ซึ่งเป็นวันแสดงสุดท้ายพอดี
    “ผมรีบไปดูให้ทัน และได้ทักทายกันครั้งแรกที่ห้องพักหลังเวที จากนั้นก็เริ่มมีมื้ออาหารร่วมกันทั้งทีม ความสนิทก็เลยค่อย ๆ เพิ่มขึ้นครับ”

  • คิมโซฮยอน ยอมรับตรง ๆ ว่าเป็นสายเก็บตัว
    “ถ้าดู MBTI ฉันเป็น I แบบชัด ๆ ค่ะ เวลาต้องทำอะไรกับคนอื่นจะเกร็ง ไม่ค่อยกล้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อน แต่เพราะทุกคนชวนไปกินข้าว ไปเที่ยว ไปคาเฟ่ แม้ฉันจะยังเกร็งอยู่ แต่กลับรู้สึกขอบคุณมาก ๆ บรรยากาศที่ทีมสร้างให้มันสบาย ชิล และจริงใจ จนฉันค่อย ๆ เปิดใจและสนิทกับทุกคนได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ”

  • พัคโบกอม คือสายคิดถึงเพื่อนแล้วต้องทัก
    “ระหว่างถ่ายทำ ถ้ามีเวลาว่าง ผมจะคิดถึงพวกเขาเสมอครับ คิดถึงเมื่อไร ก็จะบอกไปตรง ๆ ว่าคิดถึง แล้วก็จะไปกินข้าวด้วยกันตลอด เราได้ทัวร์ร้านเด็ดที่ปูซาน ไปคาเฟ่ แบ่งเครื่องดื่มอร่อย ๆ กัน ไปดูมิวสิคัลด้วยกัน ความทรงจำพวกนี้ทำให้ตอนถ่ายทำ เราสนิทกันมากขึ้นจริง ๆ ผมมีความสุขมากที่ได้เจอพวกเขาครับ”

ฉากที่ประทับใจที่สุดของแต่ละคน

GOOD BOY ไม่ได้มีดีแค่พล็อต แต่แต่ละฉากถูกเทตั้งใจลงไปแบบสุดตัว

  • พัคโบกอม – ฉากโรงงานสี ตอนจบของตอนที่ 1
    “เราใช้เวลาถ่ายฉากนี้ 2 วันเต็ม ตอนอ่านบทครั้งแรก ผมรู้สึกเลยว่านี่คือฉากสำคัญที่อยากทำให้ดีมาก ๆ เลยคุยกับผู้กำกับและทีมแอ็กชันละเอียดมาก ทุกคนทุ่มสุดตัว พอได้ดูภาพที่ออกมาแล้ว ผมภูมิใจมากครับ ฉากนี้คือหนึ่งในโมเมนต์ที่ผมอยากให้ทุกคนดูดี ๆ เลยครับ”

  • คิมโซฮยอน – แอ็กชันแรกในเรื่องของฮันนา
    “ฉากแอ็กชันของฉันในตอน 1 ถ่ายช่วงแรก ๆ ของละคร ตอนนั้นประสบการณ์ด้านแอ็กชันยังน้อยมาก เลยทั้งยาก ทั้งสนุกในเวลาเดียวกัน พอได้มอนิเตอร์ ก็เห็นเลยว่า ‘ตรงนี้น่าจะทำให้ดีกว่านี้ได้’ จากนั้นก็เริ่มเก็บเทคนิคไปเรื่อย ๆ แอ็กชันของฉันในเรื่องจะค่อย ๆ ดีขึ้น ฝากรอดูพัฒนาการตรงนี้ด้วยนะคะ ถึงจะมีจุดที่แอบเสียดาย แต่มันพิเศษมาก เพราะเป็นฉากแอ็กชันแรกที่ให้ทุกคนได้เห็นฮันนาค่ะ”

  • อีซังอี – ห้องทำงานทีมสืบสวนพิเศษ
    “ผมชอบฉากในห้องทำงานทีมสืบสวนมากครับ สมาชิกแต่ละคนมาจากคนละที่ มารวมทีมกัน แล้วค่อย ๆ สร้างทีมเวิร์ก ที่นั่นมีทั้งสงครามประสาท แอบกัดกันขำ ๆ หลายครั้งเราต้องกลั้นหัวเราะกันจริง ๆ อยากให้ทุกคนรอดูบรรยากาศในห้องทำงานของพวกเราให้ดีครับ”

ถ้าไม่ได้เป็นตำรวจ… ตัวละครแต่ละคนจะไปอยู่ตรงไหนของโลก?

ในเรื่อง พวกเขาคืออดีตนักกีฬาทีมชาติที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิต แต่ถ้าไม่เปลี่ยนล่ะ?

  • พัคโบกอม มองว่าทั้งทีมคงยังอยู่ในวงการกีฬา
    “ผมคิดว่าทั้งตัวละครของผมและคนอื่น ๆ น่าจะยังเป็นนักกีฬาทีมชาติ หรือไม่ก็เป็น โค้ช ฝึกสอนรุ่นน้อง เพราะทุกคนเคยใช้ร่างกายแบบสุดทางมาก่อน อีกมุมหนึ่ง ดงจูเป็นคนที่ ‘มองแต่ฮันนาคนเดียว’ ผมเลยคิดว่าเขาน่าจะเป็น บอดี้การ์ดมืออาชีพของฮันนา ได้เลยครับ”

  • อีซังอี ก็เห็นตรงกัน
    “โดยเฉพาะจงฮยอน กีฬา ‘ฟันดาบ’ มีความหมายกับเขามาก ผมเลยคิดว่าเขาคงยังเป็นนักกีฬาฟันดาบแน่นอนครับ”

  • คิมโซฮยอน มองเส้นทางของฮันนาไว้แบบน่ารักมาก
    “ตอนเป็นนักกีฬา ฮันนาใช้ชีวิตแบบมีข้อจำกัดเยอะมาก ถ้าวันหนึ่งเธอเพิ่งลาออกจากการเป็นนักกีฬา สิ่งแรกที่น่าจะทำคือ ไปเที่ยวต่างประเทศ ใช้ชีวิตแบบอิสระ ลองทำอะไรใหม่ ๆ เปิดประสบการณ์เต็มที่ แล้วสุดท้ายก็คงกลับไปอยู่กับการยิงปืนเหมือนเดิมค่ะ”

ถ้าแฟน ๆ จะส่ง “ไอเท็มประจำตัว” ให้ตัวละคร

คำตอบของทั้งสามคน ทำให้รู้เลยว่าพวกเขาเห็นค่าของ “หัวใจแฟนคลับ” แค่ไหน

  • พัคโบกอม: “สำหรับผม ความรักของทุกคนคือของขวัญที่ใหญ่ที่สุด แค่ทุกคนรักละคร GOOD BOY ก็ถือเป็นของขวัญชิ้นมหาศาลแล้วครับ”

  • คิมโซฮยอน: “ถ้าแฟน ๆ ดูละครแล้วได้เห็นฮันนา และลองทำอะไรสักอย่างแบบเธอ คือ ตัดสินใจลงมือกับสิ่งที่เคยอยากทำแต่ไม่กล้า แล้วได้รู้สึกว่า ‘มันดีมากเลยนะ’ ประสบการณ์แบบนั้นจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดสำหรับฉันค่ะ”

  • อีซังอี: “มากกว่าสิ่งของ ผมคิดว่า ความรักและกำลังใจ ของทุกคนคือของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ถ้าใครอยากให้ของขวัญเราอย่างแท้จริง แค่กลับไปดู GOOD BOY ซ้ำแล้วซ้ำอีกก็พอครับ นั่นแหละคือของขวัญชิ้นใหญ่จริง ๆ”

พัคโบกอม: การสร้าง “ยุนดงจู” ไม่ได้ลอกแบบใครมา

เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจว่ามีมาจากนักกีฬาหรือบุคคลจริง ๆ หรือไม่ คำตอบคือ

“ไม่มีเลยครับ ตอนเตรียมตัวเพื่อแสดงเป็นดงจู ผมอยากเข้าไปใกล้ตัวละครในแบบที่นักเขียนเขียนไว้ให้มากที่สุด เลยตั้งใจคุยกับทั้งนักเขียนและผู้กำกับอย่างละเอียด เพื่อสร้าง ‘ดงจูเวอร์ชันที่เป็นตัวเขาเองจริง ๆ’ ขึ้นมาครับ”

ถ้ายุนดงจูจะจีบคนที่ชอบ… ใช้หมัดมวยได้ไหม?

คำถามเล่นใหญ่ แต่คำตอบกลับอบอุ่นแบบซูเปอร์ฮีโร่สายละมุน

พัคโบกอมอธิบายว่า ดงจูใช้หมัดเฉพาะใน สนามกีฬา และในสถานการณ์ที่ต้องลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความยุติธรรมเท่านั้น

“ถ้าเขาจะจีบคนที่ชอบ เขาไม่ชูหมัดหรอกครับ เขาจะยืนอยู่ข้าง ๆ คนคนนั้นมากกว่า ถ้าเธอตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือไม่ยุติธรรม เขาจะ ‘วิ่งไปหาทันที’ แบบซูเปอร์ฮีโร่คนหนึ่ง ผมคิดว่านั่นแหละครับ คือวิธีจีบของดงจู”

คิมโซฮยอน: อ่านหัวใจจีฮันนา จาก “เปลวเทียนนิ่ง ๆ ที่ใจร้อนแรง”

สำหรับการตีความตัวละคร จีฮันนา คิมโซฮยอนบอกว่าไม่ได้ยึดใครเป็นต้นแบบ แต่เริ่มจากการถามตัวเองว่า “แก่นแท้ของฮันนาคืออะไร?”

“ภายนอกฮันนาเหมือนเปลวเทียนที่นิ่ง สงบ อ่อนโยน แต่จริง ๆ ข้างในร้อนแรงมากค่ะ เธอมีความมุ่งมั่นสูง พอตัดสินใจอะไรแล้วจะกล้าลงมืออย่างเด็ดขาด ฉันพยายามศึกษาและถ่ายทอดความ ‘ร้อนแบบเงียบ’ นี้ออกมาให้ทุกคนเห็นค่ะ”

เธอสรุปฮันนาด้วยคำเดียวว่า “เปลวไฟ” เพราะไฟเริ่มจากประกายเล็ก ๆ แต่ถ้าโหมได้ที่ ก็กลายเป็นพลังมหาศาลได้

ถ้าให้คิมโซฮยอนฝากข้อความถึงจีฮันนา 1 อย่าง

คำแนะนำเดียวที่เธออยากฝากให้ตัวละครของตัวเองคือ

“ช่วยอ่อนโยนกับดงจูมากกว่านี้หน่อยสิคะ”

เธอเล่าว่าช่วงต้นเรื่อง ฮันนาเย็นชากับดงจูมาก จนสตาฟหลายคนถึงกับบอกว่า “ฮันนาใจร้ายจัง สงสารดงจูมาก” ทำให้เธอเองก็รู้สึกเหมือนกันว่า ฮันนาน่าจะใจดีขึ้นได้อีกนิด

อีซังอี: จากหนุ่มอบอุ่นถึงตัวร้ายโหด เขาชอบบทแบบไหนที่สุด?

ภาพจำของคนดูต่ออีซังอีมีสองขั้วชัด ๆ คือ

  • ผู้ชายอบอุ่น โรแมนติก

  • ตัวร้ายสายโหด

แต่ถ้าให้เขาเลือกเองล่ะ?

“สำหรับผม การให้เลือกแค่แบบเดียวมันยากมากครับ เพราะทุกบทที่ได้รับ ผมตั้งใจทำเต็มที่หมด ถ้าต้องตัดสินตัวเองคงไม่ไหวจริง ๆ ผมหวังแค่ว่าทุกคนจะส่งกำลังใจให้ผมในการลองบทบาทใหม่ ๆ และการพลิกคาแรกเตอร์ไปเรื่อย ๆ ครับ”

พัคโบกอมในฐานะทั้งเพื่อนร่วมงานและแฟนผลงาน ยังเสริมแบบเห็นภาพชัดมากว่า

“ในทุกบทบาทที่คุณซังอีเล่น ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยน แต่ทั้งวิธีพูด สีหน้า รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เขาสื่อสารผ่านการแสดงของตัวเองได้ดีมาก ผมเชื่อว่าทุกคนจะได้เห็นมุมใหม่ ๆ ของเขาอีกเยอะครับ ผมเองก็รอดูเหมือนกัน ทั้งในฐานะนักแสดง เพื่อนร่วมงาน และน้องชายครับ”

ถ้าคิมจงฮยอนต้องแข่งเรื่องหัวใจกับยุนดงจู

คำถามโหดแต่สนุก: ถ้าจงฮยอนต้องมี “คู่แข่งหัวใจ” เป็นยุนดงจู เขาจะสู้ไหวไหม?

อีซังอีตอบแบบตรงไปตรงมา

“ในชีวิตจริง ผมไม่เคยต้องต่อสู้เพื่อความรักเลยครับ เลยไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง ถ้ามองเสน่ห์ของจงฮยอน เขาเก่งทั้งฟันดาบและเทควันโด แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ ความรับผิดชอบ เวลาอยากปกป้องอะไร เขาจะพยายามอย่างหนักมาก แม้บางทีจะกดดันตัวเองเกินไป แต่ผมคิดว่า ‘ความรับผิดชอบ’ นี่แหละครับคือเสน่ห์สำคัญที่สุดของจงฮยอน”

ถ้าได้สลับบทกัน 1 วัน อยากเป็นใครในทีม GOOD BOY?

การสลับบทขำ ๆ เปิดอีกมุมความคิดของแต่ละคน

  • พัคโบกอม: “ดงจูเป็นคนชอบกินมาก ถ้าได้สลับบทหนึ่งวัน ผมอยากลองเป็น แจฮง (ตัวละครของแทวอนซอก) ที่เป็นมังสวิรัติครับ อยากรู้เหมือนกันว่าชีวิตสายกินแต่กินแบบมังสวิรัติล้วน ๆ จะเป็นยังไง”

  • คิมโซฮยอน: “ฉันอยากลองเล่นบทหัวหน้าทีม โกมันชิก (ฮอซองแท) เพราะเขาตรงข้ามกับฮันนาแบบสุดขั้ว ฮันนาค่อนข้างสำรวม แต่หัวหน้าทีมโกคือคนที่วิ่งวุ่นตลอด โดนตีบ้าง มีโมเมนต์ตลก ๆ เยอะ เลยอยากลองสลับแบบสุดโต่งดูค่ะ”

  • อีซังอี: “คำถามให้เลือกระหว่างตัวละครของแทวอนซอกหรือฮอซองแท แต่ผมอยากลองเล่นบท จีฮันนา ของคิมโซฮยอนมากกว่า อยากสัมผัสเสน่ห์ของการยิงปืนดูสักครั้ง และน่าจะขยับตัวน้อยกว่าฟันดาบด้วย เลยอยากลองครับ”

ถ้าให้สรุปตัวละครด้วยคำเดียว

สามตัวละครหลัก สามคำสั้น ๆ แต่คมมาก

  • พัคโบกอม – ยุนดงจู: bulldozer
    “ดงจูเหมือนรถแทรกเตอร์ที่มีนิสัยร้อนแรง เวลาเห็นความอยุติธรรมจะทนไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน เขามีความภักดีและผูกพันกับคนรอบข้างสูงมาก”

  • อีซังอี – คิมจงฮยอน: หงส์
    “เหมือนหงส์ขาวที่ดูสง่างามภายนอก เหมือนชุดฟันดาบสีขาว แต่ใต้ผิวน้ำต้องคอยถีบขาตลอดเวลาเพื่อเอาตัวรอด จงฮยอนก็แบบนั้น เขาทั้งพยายาม และมีความรับผิดชอบอย่างหนักต่อสิ่งที่อยากทำให้สำเร็จ”

  • คิมโซฮยอน – จีฮันนา: เปลวไฟ
    “ไฟเริ่มจากประกายเล็ก ๆ ที่เงียบสงบ แต่ถ้าโหมดี ๆ ก็กลายเป็นพลังมหาศาลได้ ฮันนาก็เหมือนกันค่ะ”

ความประทับใจต่อแฟน ๆ ชาวไทย

ท้ายที่สุด ทั้งสามคนพูดถึงประเทศไทยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดี ๆ

  • พัคโบกอม: “ไม่ว่าผมจะมาเมืองไทยเมื่อไหร่ แฟน ๆ ชาวไทยก็ ต้อนรับอย่างสดใสเสมอ ผมอยากขอบคุณจากใจจริง ตารางงานที่ผ่านมาแม้จะหนัก แต่เพราะความรักและกำลังใจของทุกคน ทำให้ความเหนื่อยหายไปเลยจริง ๆ สำหรับผม นี่คือตารางงานที่มีความสุขมากครับ”

  • คิมโซฮยอน: “ฉันรักประเทศไทยมากค่ะ ทั้งอาหารไทยและผู้คน ทุกครั้งที่มา แฟน ๆ และทุกคนที่ทำงานด้วยจะต้อนรับด้วยรอยยิ้มที่สดใส ได้พลังงานดี ๆ กลับไปทุกครั้ง เลยรู้สึกว่าประเทศไทยให้ ‘เอเนอร์จี้บวก’ กับฉันเสมอค่ะ”

  • อีซังอี: “นี่คือครั้งแรกที่ผมมาไทยเพื่อทำงาน ทุกคนต้อนรับดีมาก ผมมีความสุขมากครับ ผมเป็นคนชอบกินอยู่แล้ว และโชคดีที่ อาหารไทยถูกปากผมสุด ๆ ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่คือความสุขจริง ๆ ขอบคุณจากใจครับ”

GOOD BOY ไม่ได้เป็นแค่ซีรีส์ตำรวจสายบู๊ แต่มันคือเรื่องราวของอดีตนักกีฬาที่เอาความมุ่งมั่นจากสนามแข่ง มาต่อสู้เพื่อความยุติธรรมในโลกจริง

ถ้าคุณชอบซีรีส์ที่มีทั้งเสียงหัวเราะ ความเดือด แอ็กชันจัดเต็ม และทีมเวิร์กสุดอบอุ่น GOOD BOY คือซีรีส์ที่ควรอยู่ในลิสต์ด่วน ๆ แล้วคอยดูให้ดีว่า ต้มยำ–บิบิมบับ–มังคุด ในแบบของพวกเขา จะ “อร่อยถูกจริต” คุณแค่ไหน