EDC Thailand กลับมาปังยิ่งกว่าเดิม
กรุงเทพฯ, 17 ธันวาคม 2568 – ฟิวเจอร์ ไวบ์ส (Future Vibes) จับมือ Insomniac ค่ายบันเทิงยักษ์ใหญ่เจ้าของเทศกาล Electric Daisy Carnival (EDC) เดินเกมระยะยาวในไทย ตั้งเป้าปั้น “ภูเก็ต” ให้กลายเป็น Music & Culture Destination ระดับโลก สำหรับสายดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และคัลเจอร์สายปาร์ตี้แบบมีสไตล์
ความร่วมมือนี้ไม่ได้มองแค่การจัดงานปีต่อปี แต่เป็นการวางฐานให้ประเทศไทยโดดเด่นบนแผนที่ เทศกาลดนตรีนานาชาติ ในระดับเอเชียและระดับโลกอย่างจริงจัง
แผน 5 ปี ที่ไม่ได้มาเล่นๆ
ต่อยอดจากความสำเร็จของปี 2568 การกลับมาของ EDC Thailand ครั้งนี้ขยับสเกลขึ้นด้วย แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (พ.ศ. 2569–2573) ที่ตั้งเป้าชัดมากว่า ไทยต้องติดโผจุดหมายปลายทางหลักของสาย EDM ในเอเชีย
ตัวเลขที่คาดการณ์ตลอด 5 ปีของการจัดงานนั้นไม่ธรรมดาเลย:
มูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 12,500 ล้านบาท
ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้มากกว่า 460,000 คน
ช่วยดันจำนวนนักท่องเที่ยวเข้า “ภูเก็ต” ช่วงเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นกว่า 25%
ทั้งหมดนี้คือการสร้าง “ประสบการณ์ทางดนตรีระยะยาว” ไม่ใช่แค่อีเวนต์จบแล้วจบกัน
วิสัยทัศน์ของ Future Vibes: ไม่ใช่แค่เฟสติวัล แต่คือระบบนิเวศ
นายณพมนัส สังขทรัพย์ ประธานกรรมการและซีอีโอ บริษัท ฟิวเจอร์ ไวบ์ส จำกัด เล่าว่า EDC Thailand ถูกออกแบบให้เป็นเทศกาลระยะยาว ไม่ใช่โปรเจ็กต์วูบเดียวแล้วหายไป
ปีแรกมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาร่วมงานมากกว่า 50,000 คน ใช้จ่ายเฉลี่ยราว 50,000 บาทต่อคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้ทั้งภูเก็ตและประเทศไทยอย่างชัดเจน
สำหรับปี 2569 โฟกัสจะเน้นไปที่:
การสร้างการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของชุมชนท้องถิ่น
การออกแบบงานให้มี ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มากขึ้น
การร่วมมือกับพันธมิตรในพื้นที่เพื่อเดินหน้า โครงการลดปริมาณขยะอย่างจริงจัง
พูดง่ายๆ คือ ไม่ใช่แค่ปาร์ตี้สุดมัน แต่ยังต้องเป็นปาร์ตี้ที่มีความรับผิดชอบต่อเมืองที่ต้อนรับมันด้วย
EDC Thailand 2026: Bigger, Brighter, More Immersive
EDC Thailand 2026 มีกำหนดจัดวันที่ 16–18 มกราคม 2569 ณ Rhythm Park จังหวัดภูเก็ต ภายใต้คอนเซปต์หลักที่ชัดมากว่า:
“Bigger, Brighter, and More Immersive Than Ever”
ปีนี้ทุกอย่างจะถูก “อัปเกรด” แบบยกเครื่อง:
พื้นที่จัดงานขยายสเกลขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โปรดักชัน แสง สี เสียง และดีไซน์ทุกส่วนถูกยกระดับ
เป็นครั้งแรกที่ไทยจะได้สัมผัส มาตรฐานการผลิตระดับเดียวกับ EDC Las Vegas แบบเต็มรูปแบบ
เวทีหลักและซีนดนตรีที่จัดเต็มทุกสารทิศ
ในส่วนของ Main Event เตรียมตัวหลงในจักรวาล EDC แบบเต็มอัตรา ด้วยเวทีและโซนดนตรีที่ถูกดีไซน์มาเพื่อประสบการณ์สาย EDM ตัวจริง:
kineticFIELD – หัวใจของงานและสัญลักษณ์ประจำ EDC กับวิวัฒนาการของแสงและเสียงสุดอลัง
circuitGROUNDS – เด่นด้วยกำแพง LED ขนาดมหึมา และเอฟเฟกต์ไฟที่พร้อมเปลี่ยนค่ำคืนให้กลายเป็นอีกโลก
stereoBLOOM – พื้นที่รวมแนวดนตรีอิเล็กทรอนิกส์หลากสไตล์ เหมาะกับคนที่ชอบลองของใหม่ๆ
bionicJUNGLE – เวทีสายเฮาส์มิวสิกกลางบรรยากาศธรรมชาติสีเขียวชอุ่ม ฟีลป่าดิบผสมบีตนิ่งๆ แต่หนักแน่น
boombox Art Car – รถดนตรีเคลื่อนที่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อผลักดัน ศิลปินท้องถิ่นและศิลปินในภูมิภาค ให้ได้โชว์ของบนเวทีโลก
ทุกเวทีคือการเล่าเรื่องผ่านแสง สี เสียง และการดีไซน์ เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมแบบที่ดูรูปไม่เท่ามาเอง
Downtown EDC: เมืองลับกลางเฟสติวัล
ปี 2026 Rhythm Park จะถูกเนรมิตให้กลายเป็น “ดินแดนมหัศจรรย์” ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์เสมือนจริง และไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว Downtown EDC
คอนเซปต์ของที่นี่คือ ศูนย์กลางทางวัฒนธรรม ที่รวบรวมประสบการณ์สุดยูนีคแบบ Thailand-exclusive ผสมผสานดีเอ็นเอของ EDM ระดับโลกเข้ากับจิตวิญญาณของภูเก็ตผ่านไฮไลต์ต่างๆ เช่น:
Center Tower – จุดแลนด์มาร์กกลางงาน
Wedding Chapel – โซนแต่งงานสไตล์ EDC สายคู่รักสายปาร์ตี้ต้องแวะ
Kandi Casino – โซนความสนุกสไตล์คาสิโน แต่เน้นสีสันและความคัลเจอร์มากกว่าการเสี่ยงโชค
Diva Show – การแสดงสุดจัดเต็มสายเอ็นเตอร์เทน
Karaoke Battle – เวทีสายร้องที่ให้ทุกคนได้ปล่อยของ
ทั้งหมดนี้ช่วยเติมเต็มความสนุก ความมีส่วนร่วม และความหลากหลายทางวัฒนธรรมให้กับเทศกาลในแบบที่มี “ความเป็นภูเก็ต” อยู่เต็มๆ
Binary Beach: พื้นที่เยียวยาจิตวิญญาณสายปาร์ตี้
อีกหนึ่งโซนที่น่าจับตาคือ Binary Beach พื้นที่ที่ถูกออกแบบมาให้เป็น Space for the soul หรือสเปซสำหรับฟื้นฟูทั้งร่างและใจ
ได้แรงบันดาลใจจาก ดอกไม้ทะเล (Sea Anemone) สื่อถึงการโบกสะบัด ความเป็นตัวของตัวเอง และพลังงานที่พลิ้วไหวไปกับดนตรีและดีไซน์
ภายในโซนจะมี:
Mini Tropical Stage – เวทีไซซ์กำลังดีพร้อมบีตชิลๆ สายโคซี่แต่ยังอยากโยนต้องมา
Ya-Dong Bar – บาร์กลิ่นอายไทยๆ สำหรับคนอยากลองอะไรโลคอลแบบมีสไตล์
Workshop Zone – พื้นที่เวิร์กช็อปให้ลองทำกิจกรรมครีเอทีฟ
Wellness Area – โซนเวิร์ลเนส สายพัก สายรีเซ็ต สายเติมพลัง
รวมถึงมีงานศิลปะจัดวาง (Art Installations) กระจายอยู่ทั่วโซนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น:
Daisy Fields
Bamboo Village
Pixel Forest
ทั้งหมดคือการผสมผสานดนตรีกับศิลปะและดีไซน์ เพื่อให้การเดินในงานกลายเป็นประสบการณ์แบบหลายมิติจริงๆ
ดันเศรษฐกิจท้องถิ่นพร้อมยืนพื้นเรื่องความยั่งยืน
EDC Thailand 2026 ยกให้ ความยั่งยืนและการร่วมมือกับชุมชน เป็นหัวใจของแผนระยะยาว ไม่ใช่แค่คำโปรยสวยหรู
การทำงานจะเดินหน้าไปพร้อมกับ:
หน่วยงานภาครัฐ
ภาคเอกชนพันธมิตร
ชุมชนท้องถิ่นในภูเก็ต
เพื่อให้แน่ใจว่า:
การจัดการงานมีความรับผิดชอบต่อพื้นที่
ระบบโลจิสติกส์มีประสิทธิภาพ ไม่สร้างความโกลาหล
ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด
ผ่านทั้ง โครงการลดขยะที่ชุมชนมีส่วนร่วม และการสร้างโอกาสด้านอาชีพในท้องถิ่น ครอบคลุมตั้งแต่:
ภาคการบริการ
การขนส่ง
การผลิต
งานบริการด้านอีเวนต์
เรียกได้ว่า EDC ไม่ได้แค่มาเปิดเพลงแล้วกลับ แต่ทิ้งระบบนิเวศทางเศรษฐกิจและโอกาสให้คนในพื้นที่แบบจริงจัง
ปรัชญาของ EDC: ปาร์ตี้ที่มากกว่าแค่ปาร์ตี้
EDC คือการผสมผสาน ดนตรี ศิลปะ แสงสี และเทคโนโลยี เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างรูปแบบความบันเทิงที่สดใหม่ในสไตล์ “การเฉลิมฉลองหลายมิติ”
หัวใจสำคัญของ EDC คือ:
การเน้นย้ำ ความเป็นหนึ่งเดียวกัน (Unity)
การผลักดัน ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
การเปิดพื้นที่ให้ทุกคน แสดงตัวตน (Self-expression) ได้เต็มที่
ทั้งหมดนี้อยู่ใต้ปรัชญาหลักที่สายเฟสติวัลทั่วโลกคุ้นเคยดีว่า:
“All Are Welcome Here” – ที่นี่ทุกคนได้รับการต้อนรับ
เรื่องราวของ Electric Daisy Carnival (EDC)
Electric Daisy Carnival (EDC) เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) ที่ลอสแอนเจลิส โดย พาสควาลี โรเตลลา จากปาร์ตี้ใต้ดินขนาดเล็กค่อยๆ เติบโตจนกลายเป็นหนึ่งในเทศกาลดนตรีแดนซ์ที่โด่งดังที่สุดบนโลกใบนี้
ทุกวันนี้ EDC คือ แบรนด์เฟสติวัลระดับโลก ภายใต้ Insomniac ที่ต้อนรับแฟนเพลงนับล้านในหลายเมืองสำคัญทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น:
ลาสเวกัส
เม็กซิโก
ออร์แลนโด
บราซิล
อินเดีย
ญี่ปุ่น
จีน
เกาหลี
และประเทศไทย
ภูเก็ตจึงไม่ได้เป็นแค่โลเคชันสวยๆ แต่คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในจักรวาล EDC ที่กำลังจะถูกผลักดันให้ดังไกลไปทั่วโลก




สรุป: ภูเก็ตกำลังจะกลายเป็นบ้านหลังที่สองของสาย EDM
เมื่อ Future Vibes จับมือ Insomniac และดึง EDC เข้ามาวางรากในไทยแบบแผน 5 ปี พร้อมโปรดักชันระดับ Las Vegas โซนประสบการณ์สุดครีเอทีฟ และวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน ภูเก็ตกำลังเดินหน้าสู่การเป็น Music Destination ระดับโลกอย่างเต็มตัว
สำหรับสายเฟสติวัล ถ้าคุณกำลังมองหาทริปที่ได้ทั้งดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม และบรรยากาศทะเลสุดชิลในทริปเดียว EDC Thailand 2026 คือเดสติเนชันที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

