รับแอปรับแอป

ยุคทองหนังผีไทยกำลังมา! แกะสูตร “Ghost Light” โปรเจกต์ใหม่จาก Ghost Radio ที่เตรียมหลอนทั้งโรง

สุภาวดี นุ่มนวล01-30

ยุคทองหนังผีไทยกลับมาหลอนจอใหญ่

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา วงการหนังไทยกำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มแบบจริงจัง โดยเฉพาะ หนังผีและหนังสยองขวัญ ที่กลายเป็นดาวเด่นของตลาด มีทั้ง “ธี่หยด” และ “สัปเหร่อ” ทะยานขึ้นหิ้งหนังพันล้าน สะท้อนชัดๆ ว่า คนไทยอินกับเรื่องผี เรื่องลี้ลับ แบบไม่มีแผ่ว

ปี 2567 ตลาดภาพยนตร์ไทยมีมูลค่าราว 2,500 ล้านบาท จากหนังที่เข้าฉายประมาณ 40 เรื่อง ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนด้วยหนังผีเป็นหลัก ยังไม่รวมหนังที่สร้างกระแสแรงๆ อย่าง “อนงค์” และ “วัยหนุ่ม” ที่ช่วยเติมสีสันให้ตลาดคึกคักยิ่งขึ้น

ฉายแสงฯ x Ghost Radio: จากเรื่องเล่าข้ามคืน สู่หนังผีบนจอใหญ่

เมื่อหนังผีไทยไปได้สวยต่อเนื่อง เลยไม่แปลกที่ค่ายต่างๆ จะกระโดดลงมาเล่นสนามนี้กันคึกคัก แม้แต่ “ฉายแสง แอด.เวนเจอร์” ที่ปกติไม่ได้เป็นสตูดิโอสร้างหนังโดยตรง ยังต้องขอเข้ามาจัดทัพในตลาดนี้ด้วย

ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ทำหน้าที่เป็นบริษัทวางแผนด้านการสื่อสารการตลาดให้กับภาพยนตร์ ดูแลการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงจัดหาลิขสิทธิ์หนังไทยและหนังต่างประเทศ โดยอยู่ในเครือ บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (Titan Capital Group Holding) ซึ่งเป็น Holding Company ที่ลงทุนในหลายธุรกิจหลากประเภท

ด้วยการมองเห็นโอกาสจากกระแสหนังผี ฉายแสงฯ จึงเลือกจับมือกับ Ghost Radio คอมมูนิตี้เรื่องผีระดับตัวท็อปของไทย เปิดโมเดลการร่วมทุนภายใต้โปรเจกต์ GHOST LIGHT เอาเรื่องเล่าสยองจากรายการ The Ghost Radio มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ฉายโรง

หนังเรื่องแรกที่ถูกเลือกขึ้นหิ้งคือ “ข้างบ้าน” ใช้งบลงทุนเริ่มต้นราว 25-30 ล้านบาท และมีแผนจะฉายในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ เรียกได้ว่าเป็นโปรเจกต์เปิดจักรวาล ที่หมายมั่นปั้นมือให้ต่อยอดได้ยาว

เบื้องหลังโปรเจกต์: ใครทำอะไร ดูแลส่วนไหน

ฝ่ายฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ทำหน้าที่หลักในฝั่งธุรกิจและการตลาด ตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ โปรโมต ไปจนถึงจัดจำหน่ายหนังทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ฝั่ง Ghost Radio โดย “พี่แจ็ค” รับหน้าที่ดูแลด้านคอนเทนต์ เป็นเจ้าของเรื่อง และร่วมออกแบบวิธีการเล่าใหม่ให้เหมาะกับจอภาพยนตร์

โครงสร้างดีลก็ชัดเจนแบบเข้าใจง่าย แบ่งรายได้กัน 50 : 50 โดยโปรเจกต์ GHOST LIGHT จะกลายเป็นอีกหนึ่งยูนิตสำคัญของฉายแสงฯ แม้ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นตั้งบริษัทใหม่ แต่แนวทางก็จริงจังพอที่จะต่อยอดเป็นไลน์ธุรกิจระยะยาวได้

จากมุมมองของผู้บริหารฉายแสงฯ ภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีหนังหลายเรื่องทำรายได้หลักร้อยล้าน และบางเรื่องวิ่งแตะใกล้ระดับพันล้าน โดยแนวที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือ Horror (สยองขวัญ) และ Comedy (คอมเมดี้) ซึ่งยังคงเป็นหมัดเด็ดที่คนไทยชอบเสมอ

คนไทยอิน “เรื่องผีจากเรื่องจริง” เป็นพิเศษ

จากการสำรวจรสนิยมของคอหนังไทย พบว่า หนังสยองขวัญเป็นแนวที่อยู่คู่คนไทยมานาน และยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างชัดๆ คือ “สัปเหร่อ” และ “ธี่หยด” ที่หยิบเอาองค์ประกอบความสยองขวัญมาเล่าในแบบที่คนไทยเข้าถึงได้ กลายเป็นหนังทำเงินสูงในประเทศ และเป็นเคสอ้างอิงสำคัญให้วงการหนังหันกลับมาโฟกัสแนวนี้อย่างจริงจัง

นอกจากนี้หนังสยองขวัญยังไปได้ดีในระดับภูมิภาคอาเซียนด้วย โดยเฉพาะกระแสหนังผีจากอินโดนีเซียที่เริ่มมีบทบาทในตลาดไทยมากขึ้น ทำให้มีการประเมินกันว่า ภายใน 2-4 ปีข้างหน้า ตลาดหนัง Horror ยังมีศักยภาพเติบโตสูง ใครจับตลาดนี้ก่อน และจับถูกจริตคนดู มีโอกาสปั้นทั้งชื่อและรายได้แบบยาวๆ

หนึ่งในอินไซต์สำคัญของคนไทยคือ ชอบคอนเทนต์แนว “Base on true story” หรือสร้างจากเรื่องจริง คนดูจะรู้สึกอินเป็นพิเศษ เพราะมองว่าแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริง ทำให้ความหลอนทวีคูณ และถูกเล่าต่อได้ง่าย

โปรเจกต์ Ghost Light จึงถูกดีไซน์มาเพื่อตอบโจทย์จุดนี้แบบตรงเป้า ด้วยการคัดเลือกเรื่องเล่าที่มีพื้นฐานจากเรื่องจริงมาดัดแปลงเป็นหนัง เน้นสร้างความรู้สึกใกล้ตัว และชวนให้คนดูรู้สึกว่า “มันอาจเกิดขึ้นกับเราได้เหมือนกัน”

ทำไมต้อง “ข้างบ้าน” เป็นเรื่องเปิดจักรวาล

สำหรับการเปิดโปรเจกต์ Ghost Light หนังเรื่องแรกที่ถูกเลือกคือ “ข้างบ้าน” ซึ่งแม้จะไม่ใช่เรื่องที่มียอดคนฟังสูงสุดในรายการ Ghost Radio แต่ “พี่แจ็ค” มองว่าเป็นเรื่องที่ คนไทยอินที่สุด ด้วยเหตุผลสำคัญคือความใกล้ตัว

  • ทุกคนล้วนมี “บ้าน” หรือ “ที่พักอาศัย” เป็นของตัวเอง

  • เกือบทุกคนต้องเคยมี “เพื่อนบ้าน” ไม่มากก็น้อย

  • เรื่องราวที่เกิดขึ้น “ข้างบ้าน” จึงแตะใจคนได้ง่าย เพราะพาให้คนดูย้อนคิดถึงชีวิตประจำวันของตัวเอง

ความหลอนที่มาจากพื้นที่ใกล้ตัวแบบนี้ ทำให้หนังมีศักยภาพที่จะดึงคนดูให้รู้สึกมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ แถมด้วยความเป็นสากลของ “เพื่อนบ้าน” และ “ที่อยู่อาศัย” ยังช่วยเปิดโอกาสให้หนังสามารถต่อยอดไปขายในตลาดต่างประเทศได้ง่ายขึ้นด้วย

เมื่อหนังผีไม่ใช่แค่ความกลัว แต่คือโอกาสของทั้งอุตสาหกรรม

หากมองย้อนไป 5-10 ปีก่อน จะเห็นว่าหนังไทยที่สร้างกระแสแรงๆ ส่วนใหญ่ล้วนหนีไม่พ้น หนังผีและหนังสยองขวัญ ทั้ง “พี่มากพระโขนง”, “ชัตเตอร์… กดติดวิญญาณ”, “สี่แพร่ง” และ “ห้าแพร่ง” ซึ่งล้วนกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการ

เพราะ คนไทยมีจริตรักหนังผีและหนังตลก จนแทบจะกลายเป็นสูตรสำเร็จของหนังไทยไปแล้ว การมาของโปรเจกต์ GHOST LIGHT ที่เอาเรื่องเล่าผีระดับไอคอนจาก Ghost Radio มาขยายสเกลเป็นหนังโรง จึงไม่ใช่แค่การทำหนังผีเพิ่มอีกเรื่อง แต่คือการต่อยอดอินไซต์ของคนดูไทยให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจแบบเต็มรูปแบบ

ถ้าหนังเปิดจักรวาลอย่าง “ข้างบ้าน” สามารถสร้างกระแสและรายได้ได้ดี เราอาจได้เห็น จักรวาลหนังผีจากเรื่องเล่าจริง ในรูปแบบใหม่ๆ ทยอยต่อคิวขึ้นจอใหญ่ และยุคทองหนังผีไทยรอบใหม่ก็อาจจะเพิ่งเริ่มต้นจริงๆ เท่านั้น