เปิดโลก “รหัสสายการบิน” เข้าใจทีเดียว ใช้ได้ทั่วโลก
การบินทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่มักทำให้ทั้งมือใหม่และสายเดินทางประจำมึนงงก็คือ รหัสสายการบิน ที่โผล่มาทั้งบนบอร์ดไฟลต์ หน้าตั๋วเครื่องบิน และเว็บจองตั๋วต่างๆ
จริงๆ แล้วรหัสเหล่านี้ไม่ใช่ตัวอักษรสุ่มๆ แต่เป็นรหัสมาตรฐานจากสององค์กรใหญ่ของโลกการบิน คือ IATA (International Air Transport Association) และ ICAO (International Civil Aviation Organization) ที่ช่วยให้ทุกระบบบนโลกพูดภาษาเดียวกัน เข้าใจตรงกันว่าไฟลต์ไหนคือของสายการบินใด
บทความนี้จะพาไล่ดูแบบครบๆ ว่าแต่ละรหัสคืออะไร ใช้งานยังไง และมีตัวอย่างสายการบินยอดฮิตที่เราเจอบ่อยเวลาเดินทาง
รหัส IATA: ตัวอักษร 2 ตัวที่ผู้โดยสารเจอบ่อยที่สุด
รหัส IATA คือรหัสตัวอักษรภาษาอังกฤษ 2 ตัว ที่ใช้แพร่หลายที่สุดในโลกการบินเชิงพาณิชย์
เรามักจะเห็นรหัสนี้บน:
หมายเลขเที่ยวบิน (เช่น TG676, JL032)
ตั๋วเครื่องบิน
ตารางไฟลต์บนจอสนามบิน
ระบบจองตั๋วออนไลน์
หน้าที่ของมันคือช่วยระบุว่า “เที่ยวบินนี้เป็นของสายการบินไหน” แบบสั้น กระชับ ชัดเจน
ตัวอย่างรหัส IATA ของสายการบินยอดนิยม
TG – การบินไทย (Thai Airways)
JL – เจแปนแอร์ไลน์ (Japan Airlines)
SQ – สิงคโปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airlines)
EK – เอมิเรตส์ (Emirates)
QR – กาตาร์แอร์เวย์ส (Qatar Airways)
BA – บริติชแอร์เวย์ส (British Airways)
LH – ลุฟต์ฮันซา (Lufthansa)
AF – แอร์ฟรานซ์ (Air France)
DL – เดลตาแอร์ไลน์ส (Delta Air Lines)
UA – ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส (United Airlines)
AC – แอร์แคนาดา (Air Canada)
CX – คาเธ่ย์แปซิฟิค (Cathay Pacific)
KE – โคเรียนแอร์ (Korean Air)
CZ – ไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์ส (China Southern Airlines)
MU – ไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ส (China Eastern Airlines)
CA – แอร์ไชน่า (Air China)
AK – แอร์เอเชีย (AirAsia)
FD – ไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia)
VZ – ไทยเวียตเจ็ทแอร์ (Thai Vietjet Air)
SL – ไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air)
Nok – นกแอร์ (Nok Air)
PG – บางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways)
VN – เวียดนามแอร์ไลน์ส (Vietnam Airlines)
GA – การูดาอินโดนีเซีย (Garuda Indonesia)
QZ – แอร์เอเชียอินโดนีเซีย (AirAsia Indonesia)
AY – ฟินน์แอร์ (Finnair)
KL – เคแอลเอ็ม (KLM Royal Dutch Airlines)
OZ – เอเชียน่าแอร์ไลน์ส (Asiana Airlines)
CI – ไชน่าแอร์ไลน์ส (China Airlines)
BR – อีวีเอแอร์ (EVA Air)
VS – เวอร์จินแอตแลนติก (Virgin Atlantic)
AA – อเมริกันแอร์ไลน์ส (American Airlines)
เวลาเห็นโค้ด 2 ตัวหน้าเลขไฟลต์ ให้จำไว้เลยว่านั่นคือรหัส IATA ของสายการบินนั้นๆ

รหัส ICAO: ตัวอักษร 3 ตัวที่คนทั่วไปไม่ค่อยเห็น แต่สำคัญมาก
ถัดมาคือ รหัส ICAO ซึ่งใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษ 3 ตัว
รหัสชุดนี้เรามักจะไม่ค่อยเห็นบนตั๋วหรือบอร์ดไฟลต์ เพราะถูกใช้หลักๆ ในฝั่งปฏิบัติการ เช่น
การควบคุมการจราจรทางอากาศ (Air Traffic Control)
แผนการบินของนักบิน
ระบบภายในของสนามบินและสายการบิน
ต่อให้ผู้โดยสารไม่ค่อยได้เจอโดยตรง แต่ในโลกหลังฉากของการบิน รหัส ICAO ถือว่า โคตรสำคัญ
ตัวอย่างรหัส ICAO ของสายการบินต่างๆ
THA – การบินไทย (Thai Airways)
JAL – เจแปนแอร์ไลน์ (Japan Airlines)
SIA – สิงคโปร์แอร์ไลน์ (Singapore Airlines)
UAE – เอมิเรตส์ (Emirates)
QTR – กาตาร์แอร์เวย์ส (Qatar Airways)
BAW – บริติชแอร์เวย์ส (British Airways)
DLH – ลุฟต์ฮันซา (Lufthansa)
AFR – แอร์ฟรานซ์ (Air France)
DAL – เดลตาแอร์ไลน์ส (Delta Air Lines)
UAL – ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส (United Airlines)
ACA – แอร์แคนาดา (Air Canada)
CPA – คาเธ่ย์แปซิฟิค (Cathay Pacific)
KAL – โคเรียนแอร์ (Korean Air)
CSN – ไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์ส (China Southern Airlines)
CES – ไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ส (China Eastern Airlines)
CCA – แอร์ไชน่า (Air China)
AXM – แอร์เอเชีย (AirAsia)
TVH – ไทยแอร์เอเชีย (Thai AirAsia)
TVJ – ไทยเวียตเจ็ทแอร์ (Thai Vietjet Air)
TLM – ไทยไลอ้อนแอร์ (Thai Lion Air)
NOK – นกแอร์ (Nok Air)
BKP – บางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways)
HVN – เวียดนามแอร์ไลน์ส (Vietnam Airlines)
GIA – การูดาอินโดนีเซีย (Garuda Indonesia)
AWQ – แอร์เอเชียอินโดนีเซีย (AirAsia Indonesia)
FIN – ฟินน์แอร์ (Finnair)
KLM – เคแอลเอ็ม (KLM Royal Dutch Airlines)
AAR – เอเชียน่าแอร์ไลน์ส (Asiana Airlines)
CAL – ไชน่าแอร์ไลน์ส (China Airlines)
EVA – อีวีเอแอร์ (EVA Air)
VIR – เวอร์จินแอตแลนติก (Virgin Atlantic)
AAL – อเมริกันแอร์ไลน์ส (American Airlines)
สรุปสั้นๆ:
IATA = 2 ตัวอักษร เน้นฝั่งผู้โดยสาร / ตั๋ว / การจอง
ICAO = 3 ตัวอักษร เน้นฝั่งเทคนิค / ระบบควบคุมการบิน
แล้วทำไมต้องยุ่งยากมีรหัสย่อด้วย?
ในเมื่อพิมพ์ชื่อสายการบินเต็มๆ ก็ได้ ทำไมต้องใช้รหัสให้ชวนงง? คำตอบคือ รหัสเหล่านี้ช่วยให้โลกการบินทำงานง่ายขึ้นแบบสุดๆ
การมีรหัสย่อช่วยให้:
ประหยัดพื้นที่
ข้อมูลบนตั๋ว บอร์ดสนามบิน หรือจอแสดงผลต่างๆ มีพื้นที่จำกัด การใช้รหัสสั้นๆ แทนชื่อสายการบินยาวๆ ทำให้แสดงผลได้ชัดเจนและอ่านง่ายทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำ
ระบบจองตั๋ว สนามบิน และสายการบินทั่วโลก สามารถระบุสายการบินได้อย่างรวดเร็ว ลดโอกาสสับสนหรือพิมพ์ชื่อผิดใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งโลก
ไม่ว่าประเทศไหน ใช้ภาษาอะไร แค่เห็นรหัสเดียวกัน ทุกคนก็เข้าใจตรงกันว่ากำลังพูดถึงสายการบินไหนอยู่
ใช้ประโยชน์จากรหัสเหล่านี้ยังไงดีเวลาเดินทาง?
รู้รหัสแล้ว เอาไปใช้ให้คุ้มมีดังนี้:
เวลาเช็กตารางบินในสนามบิน ให้มองหา รหัส 2 ตัวหน้าเลขเที่ยวบิน จะช่วยให้หาสายการบินตัวเองเจอไวขึ้น
เวลาเปรียบเทียบราคาตั๋วบนเว็บต่างๆ ให้จำรหัสสายการบินที่ตัวเองชอบไว้ จะได้ไม่สับสน
ถ้าติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ ส่วนใหญ่จะใช้รหัส IATA + หมายเลขไฟลต์เป็นหลัก
การเข้าใจรหัสเหล่านี้แม้จะเป็นดีเทลเล็กๆ แต่ช่วยให้การเดินทางของคุณ ลื่นขึ้น อ่านข้อมูลสนามบินได้คล่องขึ้น และรู้สึกโปรขึ้นแบบจับต้องได้
ปิดท้าย: จำรหัสไว้หน่อย ทริปต่อไปจะง่ายขึ้นเยอะ
การบินอาจดูซับซ้อน แต่พอรู้เบื้องหลังของ รหัส IATA และ ICAO แล้ว จะเห็นเลยว่าโลกการเดินทางถูกออกแบบมาให้เชื่อมกันอย่างเป็นระบบมากแค่ไหน
แค่เริ่มจำรหัสสายการบินที่คุณใช้บ่อย ไม่ว่าจะเป็น TG, JL, SQ, AK หรือสายประจำของคุณเอง ก็ช่วยให้การเช็กไฟลต์ อ่านบอร์ดสนามบิน และจองตั๋วรอบต่อไป เร็วขึ้น เข้าใจง่ายขึ้น และไม่มึนกลางเกต อีกต่อไป

