คิม ลิม: จากเรื่องส่วนตัวสู่แบรนด์ดูแลเส้นผมระดับสากล
คิม ลิม (Kim Lim) นักธุรกิจสาวชาวสิงคโปร์ผู้มากบทบาท ทั้งในฐานะเซเลบริตี้ คุณแม่ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ดูแลหนังศีรษะ PAPILLA by KIM LIM Hair & Scalp Centre เธอคือผู้หญิงที่เล่าเรื่องความงามผ่านมุมมองของ ความสมดุลระหว่างงาน ครอบครัว และการดูแลตัวเองจากภายในสู่ภายนอก
ก่อน PAPILLA จะกลายเป็นเซ็นเตอร์ดูแลหนังศีรษะอันดับหนึ่ง คิมเคยผ่านช่วงเวลาหนักหนาเรื่อง ผมร่วง มาก่อน เธอลองมาหลายวิธีแต่ไม่เจอทางออกที่ ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และมีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์ ความผิดหวังครั้งนั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่เธอสร้างขึ้นด้วยตัวเอง
จุดกำเนิด PAPILLA: เมื่อปัญหาส่วนตัวกลายเป็นพลังธุรกิจ
จุดตั้งต้นของ PAPILLA ไม่ได้มาจากโอกาสทางธุรกิจ แต่มาจากความทุกข์ใจเรื่องผมร่วงของเธอเอง คิมต้องการวิธีรักษาที่
ปลอดภัยและไว้วางใจได้
มีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์
แก้ปัญหาจากต้นตอ ไม่ใช่แค่กลบปัญหาชั่วคราว
เธอจึงสร้างแบรนด์ที่ตัวเอง “กล้าใช้และเชื่อมั่นจริงๆ” ไม่ใช่เพียงสินค้าเพื่อขาย แต่เป็นคำตอบให้คนที่เคยรู้สึกหมดหวังกับปัญหาผมร่วงเหมือนที่เธอเคยผ่านมา การได้เห็นลูกค้ากลับมามั่นใจ และรู้สึกว่าได้ตัวตนเดิมคืนมา นั่นคือแรงผลักดันสำคัญของเธอ
PAPILLA เน้นการรักษาเริ่มจาก “หนังศีรษะ” ด้วยเทคโนโลยีร่วมกับศาสตร์ด้านเส้นผมและหนังศีรษะ (Trichology) โดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จากต่างประเทศ แม้ศาสตร์นี้ยังไม่แพร่หลายในไทย แต่ได้รับการยอมรับระดับสากล จุดหมายจึงไม่ใช่แค่ให้ผมงอกขึ้นใหม่ แต่คือการฟื้นฟู ความมั่นใจและสภาวะจิตใจของคนไข้ไปพร้อมกัน
อะไรทำให้ PAPILLA แตกต่าง
หัวใจของ PAPILLA คือความเชื่อว่า การดูแลหนังศีรษะไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่คือการเคารพตัวตนของเราเอง ทุกสูตร ทุกทรีตเมนต์ ผ่านการวิจัยหลายปีด้วยความเข้าใจเรื่องชีววิทยาของหนังศีรษะและเส้นผมอย่างละเอียด
แต่สิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้วิทยาศาสตร์ คือ “ความอ่อนโยนและมุมมองแบบมนุษย์” ของแบรนด์
มองเห็นคุณค่าในความเป็นเอกลักษณ์ของลูกค้าแต่ละคน
รับฟังเรื่องราว ความกังวล และความต้องการของแต่ละคน
สร้างพื้นที่ที่ไม่ได้มีแค่การรักษาปัญหาผมร่วง แต่มีทั้งความเข้าใจและการสนับสนุนอย่างจริงใจ
PAPILLA แตกต่างเพราะความอ่อนโยน และการยอมรับในความเป็นตัวตนที่ไม่เหมือนกันของทุกคน
เป้าหมายลึกๆ ที่มากกว่าตัวเลข
สำหรับคิม ธุรกิจไม่เคยเป็นเพียงยอดขายหรือภาพลักษณ์ แต่คือการ ส่งต่อคุณค่าผ่านการดูแลอย่างแท้จริง เธออยากมอบประสบการณ์ที่ไม่ได้แค่ทำให้คน “ดูดีขึ้น” แต่ช่วยเยียวยา เติมเต็ม และมอบช่วงเวลาสงบให้กับทุกคนในแต่ละวัน
เธอเลือกไม่วิ่งตามกระแส แต่สร้างสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น ผู้คนรอบตัวอาจไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่เต็มไปด้วย “พลังในแบบของตัวเอง” ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทำให้เธอยืนหยัดบนเส้นทางธุรกิจได้อย่างมั่นคงโดยไม่หลงทิศทาง
จากสิงคโปร์สู่กรุงเทพฯ และลอนดอน
PAPILLA เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ ซึ่งคิม ทดลองทุกผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง ก่อนถึงมือลูกค้า จากนั้นจึงขยายมาที่กรุงเทพฯ และล่าสุดเปิดสาขาใหม่ที่ลอนดอน เมืองหลวงระดับโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน
ไม่ว่าจะอยู่ที่เมืองไหน หลักการสำคัญของแบรนด์ยังเหมือนเดิมคือ
การดูแลแบบเฉพาะบุคคลโดยผู้เชี่ยวชาญ
การใส่ใจในรายละเอียดของแต่ละคน
มาตรฐานเดียวกันทุกสาขา แต่เคารพความหลากหลายของลูกค้าในแต่ละประเทศ
ในอนาคตเธออยากพา PAPILLA ขยายสู่เมืองต่างๆ อีกหลายแห่ง โดยมีประเทศไทยเป็นหนึ่งใน “ก้าวสำคัญ” ของการเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะที่นี่ไม่เพียงเปิดรับนวัตกรรมด้านความงาม แต่ยังโอบรับแนวคิดการดูแลตัวเองด้วยความรัก
เสียงจากลูกค้า: เมื่อผมใหม่ขึ้น ความหวังก็กลับมา
เสียงตอบรับจากลูกค้าเต็มไปด้วยพลังบวก หลายคนเคยลองมาหลายทางจนหมดหวัง แต่เมื่อเริ่มเข้าใจปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ว่าจะเป็น
การอักเสบของหนังศีรษะ
รากผมที่หยุดทำงาน
พวกเขาเริ่มเห็นเส้นผมใหม่ที่ไม่ได้เห็นมาหลายปี และที่สำคัญคือ กลับมามั่นใจโดยไม่ต้องคอยปกปิดตัวเอง
นวัตกรรมที่ PAPILLA ใช้ อาทิ
LLL Therapy (คลื่นแสงความถี่ต่ำ) เพื่อกระตุ้นรากผม
เทคโนโลยีผลักเซรั่มสู่หนังศีรษะอย่างล้ำลึก
ทำให้ทุกทรีตเมนต์ไม่ใช่แค่การรักษา แต่เป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายเหมือนทำสปา ลูกค้าจึงเดินออกไปพร้อมทั้งผมที่แข็งแรงขึ้น และหัวใจที่เบาสบายขึ้นด้วย
ประเทศไทย: บ้านหลังที่สองที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ
สำหรับคิม ประเทศไทยไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว แต่คือ บ้านหลังที่สอง ที่เธอรู้สึกผูกพันตั้งแต่ครั้งแรกที่มา
ผู้คนมีน้ำใจและจริงใจ
วัฒนธรรมความงามและสุขภาพเข้มแข็ง ตั้งแต่อาหาร แฟชั่น ไปจนถึงไลฟ์สไตล์
ความเป็นดั้งเดิมและความทันสมัยอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน
ในแง่ธุรกิจ ประเทศไทยคือก้าวสำคัญของ PAPILLA เพราะคนไทยเปิดใจรับนวัตกรรมความงาม ในแง่ชีวิตส่วนตัว เธอได้เรียนรู้มารยาท ความอ่อนน้อม และพลังของความเข้มแข็งจากภายใน จนถึงขั้นบอกได้ว่า ประเทศไทยกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเธอไปแล้วอย่างแท้จริง
เช้าสงบคือหัวใจของวันทั้งวัน
ช่วงเช้าเป็นช่วงที่คิมให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นเวลาที่โลกยังไม่วุ่นวาย เธอใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อกลับมาอยู่กับตัวเอง
ดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาว
ยืดเส้นยืดสายเบาๆ
ทบทวนความคิดในใจ
ถ้าลูกชายตื่นแล้ว เธอจะเริ่มวันไปพร้อมกับเขาเสมอ แม้เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่มีความหมายมาก เพราะทำให้เธอไม่ลืมว่า อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต
กิจวัตรการเตรียมตัวตอนเช้าอาจเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ เช่น การดูแลผิว เลือกเสื้อผ้า แต่มันช่วยให้เธอเริ่มวันด้วยใจที่สงบ ก่อนจะต้องเข้าสู่จังหวะชีวิตที่รวดเร็วตลอดทั้งวัน
ตั้งขอบเขตอย่างอ่อนโยน เพื่อปกป้องสุขภาพจิต
ในฐานะบุคคลสาธารณะ คิมเรียนรู้ว่า “ขอบเขต” คือสิ่งสำคัญ เธอเลือกปกป้องความสงบของตัวเองด้วยการ
ปฏิเสธสิ่งที่ไม่ให้คุณค่ากับตัวตน
เปิดรับเฉพาะสิ่งที่สอดคล้องกับความเป็นจริงของเธอ
ใช้การบำบัด การเขียนไดอารี และการอยู่กับธรรมชาติเป็นเครื่องมือดูแลใจ
การอยู่ต่อหน้าสายตาสาธารณะคือดาบสองคม เธอจึงต้องฟังเสียงของตัวเองให้ดังชัดกว่าความเห็นของคนอื่น และมักถามตัวเองว่า
ทำเพราะอยากให้คนอื่นยอมรับ
หรือเพราะนี่คือความจริงของตัวฉัน
คำถามง่ายๆ นี้คอยพาเธอกลับมาสู่จุดสมดุลทุกครั้งที่โลกภายนอกเริ่มดังเกินไป
การอยู่กลางสายตาสาธารณะคือดาบสองคม ต้องฟังเสียงของตัวเองให้ชัดกว่าคำพูดของคนอื่น
วันหยุดในฝัน: ช้า เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความหมาย
วันหยุดที่สมบูรณ์แบบสำหรับคิม ไม่ใช่วันที่เต็มไปด้วยแผนแน่นๆ แต่คือวันเรียบง่ายที่ดำเนินไปอย่างช้าๆ
ตื่นโดยไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุก
กินอาหารเช้าแบบเงียบๆ บางทีริมทะเลหรือในสวน
อยู่กับปัจจุบันโดยไม่ต้องพยายามเป็นอะไร
สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกพักผ่อนได้ดีที่สุด คือ การอยู่กับลูกชาย ไม่ว่าจะเล่น หัวเราะ หรือแค่นั่งอยู่ใกล้ๆ กันเฉยๆ ก็เพียงพอแล้ว บางวันก็เติมเต็มตัวเองด้วยการไปสปา อ่านหนังสือ หรือทำอาหารง่ายๆ เพื่อย้ำเตือนว่า
การพักผ่อน ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แค่เป็นช่วงเวลาที่ดีและตรงใจ ก็เพียงพอแล้ว
บทบาทคุณแม่ที่เปลี่ยนทั้งโลกในและโลกนอก
การเป็นแม่คือจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนที่สุดในชีวิตของคิม มันไม่เพียงเปลี่ยนวิธีที่เธอมองโลก แต่ยังเปลี่ยนวิธีที่เธอ มองย้อนกลับมาหาตัวเอง
ไม่ไล่ตาม “ความเพอร์เฟกต์” ที่เป็นภาพลวงตา
สร้างทักษะใหม่ทั้งด้านจิตใจและร่างกาย
ใจเย็นขึ้น มีสติมากขึ้น และระมัดระวังพลังงานของตัวเองมากขึ้น
เธอพยายามทำทุกสถานการณ์ให้ดีที่สุด ไม่ว่าฉากนั้นจะเต็มไปด้วยความสุข หรือเป็นวันที่ท้าทาย และเรียนรู้ว่าความเป็นแม่คือการอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด เพราะเด็กๆ เติบโตเร็วจนเราอาจพลาดช่วงเวลาสำคัญไปโดยไม่รู้ตัว
ความเป็นแม่ไม่ได้เปลี่ยนแค่สายตาที่มองโลก แต่เปลี่ยนวิธีที่เราหันกลับมามองตัวเองด้วย
ดูแลตัวเองให้ดี เพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น
การเป็นแม่ทำให้คิมหันกลับมาดูแลตัวเองดีขึ้นกว่าเดิมในทุกด้าน กิจวัตรด้านความสวยภายนอกอาจลดทอนลง แต่การดูแลสุขภาพจากภายในกลับเพิ่มขึ้นอย่างจริงจัง
เธออยากเห็นตัวเองในวัยที่มากขึ้นในเวอร์ชั่นที่ แข็งแรง ไม่ใช่แค่สวย เพราะเป้าหมายไม่ใช่การหนีความแก่ แต่คือการเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็นว่า
การรักตัวเองเป็นเรื่องดี
การมีวินัยกับตัวเองสำคัญ
เราควรดูแลตัวเองเพราะรู้สึกดีกับตัวเองจริงๆ ไม่ใช่เพื่อให้คนอื่นมองว่าเราดูดี
การรักตัวเองและมีวินัย เป็นสิ่งที่ควรทำเพราะหัวใจเรายอมรับ ไม่ใช่เพียงเพื่อสายตาคนอื่น
แฟชั่นในแบบคิม ลิม: หรูแบบกระซิบ ไม่ใช่หรูแบบตะโกน
สไตล์การแต่งตัวของคิมสะท้อนชัดเจนว่าเธอให้ความสำคัญกับ “ตัวตน” มากกว่าความหวือหวา
หลักการเลือกเสื้อผ้าของเธอคือ
ต้องใส่แล้วรู้สึกมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเอง
ไม่เน้นโลโก้แบรนด์ใหญ่ๆ หรือดีเทลที่ดูฉูดฉาด
ชอบโทนสีอ่อน คลีน สบายตา
ให้ความสำคัญกับการตัดเย็บและคุณภาพผ้า
เธอมองว่าเสื้อผ้าแบรนด์หรูควรจะเป็นการบอกเล่าความหรูหราแบบ เสียงเบาๆ มากกว่าการตะโกนให้คนอื่นรับรู้
เสื้อผ้าประจำวันของเธอจึงมักเป็น
เบลเซอร์ทรงสวย ดูสุภาพและมั่นใจเวลาไปประชุมทั้งที่กรุงเทพฯ หรือลอนดอน
เสื้อถักไหมพรมคุณภาพดี หรือเดรสเรียบๆ ใส่ง่ายแต่ดูดี
กางเกงขายาวเข้ารูปและชุดเดรสคลาสสิกที่หรูหราแบบไม่เยอะเกินไป
เครื่องประดับที่เธอเลือกก็เน้นความเรียบง่าย
กระเป๋าหนังทรงสวย เรียบแต่หรู
เครื่องประดับทองชิ้นเล็กสไตล์มินิมอล
ทั้งหมดนี้คือการลงทุนกับ “ความเรียบหรูที่อยู่ได้นาน” ไม่ใช่การตกแต่งเพื่อเรียกร้องความสนใจในระยะสั้น
แฟชั่นสำหรับเธอไม่ใช่การแต่งตัวเพื่อให้คนอื่นประทับใจ แต่คือการสะท้อนความเอาใจใส่ต่อตัวเอง และสร้างความมั่นใจที่มาจากข้างใน
นิยามความงามในแบบคิม ลิม
สำหรับคิม ความงามคือ การเชื่อมโยงระหว่างตัวตน อารมณ์ และพลังงาน ไม่ใช่เพียงหน้าตาหรือรูปร่าง กิจวัตรเล็กๆ อย่างการบำรุงผิว ดูแลหนังศีรษะ อาบน้ำนานๆ หรือทาเซรั่มไม่กี่นาที ไม่ใช่การแก้ไขข้อบกพร่อง แต่คือการส่งผ่านความรักให้ตัวเองทุกวัน
เธอเชื่อว่า
ความมั่นใจไม่ได้เกิดจากความสวยที่ไร้ที่ติ
แต่มาจากการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอในทุกจุดเล็กๆ ของร่างกาย
เมื่อเราดูแลตัวเองเต็มที่ สิ่งที่สะท้อนกลับออกมาคือ
ผิวที่เปล่งปลั่ง
อารมณ์ที่สดใส
วิธีใช้ชีวิตในแต่ละวันที่มั่นคงและเบาสบายกว่าเดิม
จุดเปลี่ยนภายในจากการเป็นแม่
การเป็นแม่ทำให้คิมเปิดใจและยืดหยุ่นมากขึ้น เธอปรับส่วนที่เคยแข็งให้ละมุนลง และขณะเดียวกันก็ทำให้จุดที่เคยอ่อนแอแข็งแรงขึ้น สายตาที่มองโลกเปลี่ยนจากการมองเพียงผลลัพธ์ภายนอก มาเป็นการเห็นความจริงและความงามของปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
เธอไม่ไล่ล่าความสมบูรณ์แบบเหมือนเมื่อก่อน แต่เลือกโฟกัสกับการ มีตัวตนที่แท้จริง อยู่กับลูกในทุกช่วงวัยและทุกโมเมนต์ ด้วยความตั้งใจ อดทน และให้อภัยได้มากขึ้นทั้งกับคนอื่นและตัวเอง
สูตรลับชีวิตที่สมดุลและงดงาม
สำหรับคิม ความสมดุลในชีวิตเริ่มจากการ “รู้ให้ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเรา” เพราะโลกเต็มไปด้วยเสียงรบกวนและสิ่งล่อใจ แต่สิ่งที่ทรงพลังที่สุดที่เราทำได้ คือ
หยุดพัก
ไตร่ตรอง
เลือกเฉพาะสิ่งที่เหมาะกับเราจริงๆ
การสร้างสมดุลไม่ใช่การทำทุกอย่างที่อยากทำ แต่คือการ เลือกทำเฉพาะสิ่งที่ดีและมีความหมายต่อชีวิตจริงๆ
เธอเชื่อว่า
การพักผ่อนคือเรื่องสำคัญ
เราต้องกล้าปล่อยผ่านสิ่งที่ไม่จำเป็น
ความงามของชีวิตมักซ่อนอยู่ในวันธรรมดาๆ ที่เราทำทุกอย่างด้วยความรักและความตั้งมั่น
ความสวยงามของชีวิตไม่ใช่ฉากยิ่งใหญ่ แต่มันคือความเงียบสงบที่เราดำเนินทุกวันด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น
สถานที่ในไทยที่ทำให้เธอ “ช้าลงและหายใจลึกขึ้น”
ถ้าพูดถึงประเทศไทย คิมบอกว่าการให้เลือกเพียงที่เดียวเป็นเรื่องยาก เพราะแต่ละที่ให้พลังที่ต่างกัน
กระบี่ คือสถานที่ที่เธอไปเมื่ออยากรีเซ็ตตัวเอง ทะเล หน้าผา และเกาะต่างๆ ทำให้เธอรู้สึกสงบและกลับมามีพลังอีกครั้ง
เชียงใหม่ คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ เวลาไปทำสมาธิที่วัด หรือเดินในเมืองเก่า เธอมักได้ทั้งความสงบและสติกลับมา
ทั้งสองจังหวัดช่วยเตือนให้เธอ “เดินช้าลง ขอบคุณตัวเอง และอยู่กับความเป็นจริงให้มากขึ้น”
เมื่อสตรีทฟู้ดไทยกลายเป็น comfort food ของคิม ลิม
มาถึงเรื่องอาหาร คิมยอมรับเต็มปากว่าเธอ หลงรักอาหารไทยอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศไหนในโลก เธอมักโหยหาความจัดจ้านแบบไทยๆ เสมอ
เมนูโปรดของเธอ ได้แก่
ส้มตำ – ความเปรี้ยว เผ็ด หวาน เค็ม ที่บาลานซ์กันอย่างลงตัวในจานเดียว
ยำวุ้นเส้น – รสชาติจัดจ้านแต่เบา ทานแล้วสดชื่น
เมี่ยงปลาเผา – เมนูล่าสุดที่เธอติดใจ ทั้งความหอมของปลา ความสดของผัก และความสนุกเวลาได้ห่อเองคำต่อคำ
น้ำพริก – สิ่งเล็กๆ บนโต๊ะอาหารที่ทำให้ทุกอย่างกลมกล่อมขึ้น
สิ่งที่เธอรักที่สุดเกี่ยวกับอาหารไทยคือ มันทำให้ผู้คนมารวมตัวกัน
ไม่ว่าจะเป็น
สตรีทฟู้ดริมถนนในกรุงเทพฯ
ร้านเล็กๆ ตามตลาดท้องถิ่น
เธอมักแบ่งอาหารกินกับเพื่อนๆ เสมอ ซึ่งสำหรับคิม นั่นคือช่วงเวลาที่เธอได้สัมผัสถึง
ความผูกพัน
ความเชื่อมโยง
ความสนุก
และการ “แบ่งปัน” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของวัฒนธรรมการกินแบบไทย
ในมุมมองของเธอ สตรีทฟู้ดไทยไม่ใช่แค่อาหารจานด่วน แต่มันเป็น ภาษาหนึ่งของความอบอุ่นและการอยู่ร่วมกัน ที่ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นบ้านอีกหลังในหัวใจของเธออย่างแท้จริง
บทสรุป: ความสมดุลที่งอกงามจากหัวใจ…ถึงเส้นผม และจานอาหารไทย
เรื่องราวของคิม ลิม คือภาพสะท้อนของผู้หญิงคนหนึ่งที่
เริ่มต้นธุรกิจจากปัญหาส่วนตัว
เติบโตด้วยความตั้งใจและความอ่อนโยน
หา “สมดุล” ระหว่างบทบาทนักธุรกิจ คุณแม่ บุคคลสาธารณะ และผู้หญิงธรรมดาที่หลงรักสตรีทฟู้ดไทย
เธอพิสูจน์ให้เห็นว่า ความงามและความสำเร็จ ไม่ได้เกิดจากการเร่งรีบหรือวิ่งตามคนอื่น แต่เกิดจากการรู้จักตัวเอง เลือกให้ชัด และดูแลทุกมิติของชีวิตด้วยความรัก
ไม่ว่าจะเป็นเส้นผมที่กลับมาแข็งแรง หัวใจที่สงบขึ้น หรือจานส้มตำริมถนนในกรุงเทพฯ ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันด้วยสิ่งเดียวกันคือ ความสุขเล็กๆ ที่เราสร้างขึ้นในทุกวันอย่างมีสติและความหมาย

