รับแอปรับแอป

หมดไฟไม่ใช่จุดจบ! 7 หนัง-ซีรีส์เติมพลังให้คนทำงานอยากลุกมาสู้ใหม่

รัชพล ใจดี02-01

เมื่อไฟในการทำงานเริ่มมอด…ลองให้จอช่วยชาร์จไฟดูไหม

ในวันที่ลืมตาขึ้นมาแล้วรู้สึกว่า “ไม่อยากลุกไปทำงานเลยสักนิด” เหมือนใจและพลังทั้งหมดโดนดูดไปจนเหลือแค่ขี้เถ้า มีโอกาสสูงมากว่าคุณกำลังเผชิญกับ Burnout Syndrome แบบจังๆ อยู่

แต่ไม่ต้องเพิ่งโทษตัวเอง หรือฝืนจนพังนะ เพราะบางที “ยาดี” ของเราอาจไม่ได้อยู่ในตู้ยา แต่อยู่บนจอ Streaming ที่ช่วยรีเซ็ตมุมมองชีวิต เปลี่ยน Mindset และปลุกไฟให้ลุกโชนขึ้นมาใหม่ได้เฉยเลย

วันนี้เลยขอชวนสายทำงานที่กำลังเหนื่อย ล้า เฉา ท้อ มาดู 7 หนัง-ซีรีส์ที่เกิดมาเพื่อคนทำงานหมดไฟ ดูจบแล้วรับรองว่าอยากลุกขึ้นมาสู้ต่ออีกรอบแน่นอน

1. Itaewon Class – จากความแค้นสู่อาณาจักรในแบบของตัวเอง

ถ้างาน ชีวิต หรือระบบที่คุณอยู่มันดูไม่แฟร์เอาซะเลย ลองปล่อยให้ “พัคแซรอย” เป็นฮีโร่ทางใจของคุณดู

เรื่องนี้ไม่ได้เล่าแค่การแก้แค้น แต่มันกำลังบอกเราว่า

  • การมี เป้าหมายชัดเจน คือเข็มทิศในวันที่ทุกอย่างพัง

  • การมี อุดมการณ์ที่มั่นคง คือเกราะกัน Burnout ชั้นดี

  • คนธรรมดาที่ไม่มีเส้น ไม่มีตำแหน่งใหญ่โต ก็สร้างอาณาจักรของตัวเองได้ ถ้าใจสู้มากพอ

ดูจบแล้วคุณอาจจะไม่อยากหนีจากสนามรบ แต่อยาก “เล่นให้ชนะในเกมของตัวเอง” แทน

2. Start-Up – ล้มได้ แต่อย่าลืมลุกให้เป็น

สำหรับสายโปรเจกต์ สายสตาร์ทอัพ หรือใครที่รู้สึกว่าตัวเอง “เดินมาผิดทาง” เรื่องนี้คือกระจกสะท้อนการทำงานของคนรุ่นใหม่แบบเจ็บๆ แต่ตรงสุดๆ

มันย้ำกับเราว่า “ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต”

และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือการมี Mentor ดีๆ สักคนในชีวิต อย่างฮันจีพยอง ที่คอยจี้ คอยเตือน คอยดันในวันที่เราอยากยอมแพ้ นั่นแหละคือพลังใจชั้นดีที่ช่วยพาเรารอดจากวันที่เหนื่อยล้าแบบสุดทาง

3. The Pursuit of Happyness – อดทนให้ไหว แล้ววันหนึ่งจะเข้าใจคำว่าคุ้ม

ถ้าอยู่ในโหมดเหนื่อยจนอยากร้องไห้ แต่ก็ยังต้องฝืนยิ้มให้โลกใบนี้ ลองปล่อยให้เรื่องนี้เยียวยาหัวใจคุณดู

ภาพของพ่อที่สู้สุดแรงเพื่ออนาคตของลูก ทั้งที่ตัวเองอยู่ในจุดที่ติดลบแทบทุกด้าน จะทำให้เราเห็นว่า

  • ปัญหาที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้ อาจเป็นเพียง บททดสอบเล็กๆ ในเส้นทางชีวิต

  • การกัดฟันทนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าในอนาคต บางทีคือการลงทุนที่มีค่าที่สุด

ตอนจบของเรื่องนี้คือ แรงฮึดชั้นดี ที่ทำให้คุณอยากลุกขึ้นมาสร้างความสุขของตัวเองอีกครั้ง แม้อะไรๆ ยังไม่ง่ายขึ้นก็ตาม

4. Forrest Gump – แค่เดินต่อไปแบบไม่ต้องซับซ้อนก็พอ

หลายครั้ง Burnout ไม่ได้เกิดจากงานอย่างเดียว แต่อาจมาจากการที่เรา “คิดเยอะ คิดซับซ้อนเกินไป” ด้วย

Forrest Gump พาเรากลับไปสู่ความเรียบง่ายของการใช้ชีวิต

  • ไม่ต้องวางแผนซ้อนแผนจนเครียด

  • แค่ซื่อสัตย์กับหน้าที่ตรงหน้า

  • วิ่งไปข้างหน้าตามที่หัวใจบอก

แล้วคุณจะพบว่า ผลลัพธ์ที่สวยงามหลายอย่าง มักเกิดขึ้นในวันที่เราเลิกฝืน และยอมใช้ชีวิตให้เรียบง่ายลงสักนิด

5. Fight for My Way – เพื่อคนธรรมดาที่ไม่ยอมจำนนต่อความฝัน

ซีรีส์ที่ฮีลใจชาวออฟฟิศแบบ เต็มสิบไม่หัก เล่าเรื่องของกลุ่มเพื่อนที่ต้องทนทำงานที่ไม่ได้รัก แต่ก็ยังไม่ทิ้งความฝันตัวเอง

มันเตือนเราอย่างตรงไปตรงมาว่า

  • อย่าให้ใครมาฟันธงแทนเราว่า “ทำไม่ได้”

  • งานประจำกับความฝัน ไม่จำเป็นต้องตัดกันขาดเสมอไป

  • การมีเพื่อนหรือคนรอบตัวที่คอยซัพพอร์ตกัน คือยาวิเศษที่ทำให้เราไม่ถอดใจไปก่อน

สำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเอง “ยังไม่ถึงไหนเลยในชีวิต” เรื่องนี้จะค่อยๆ โอบกอดคุณแบบนุ่มๆ แล้วกระซิบว่า “เฮ้ย เราไปต่อได้นะ”

6. The Intern – ความเก๋าของรุ่นใหญ่ คือแสงไฟให้รุ่นใหม่เดินต่อ

ใครที่กำลังอึดอัดกับช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน จนเริ่มหมดไฟกับทุกอย่าง ลองเปิดเรื่องนี้แล้วอาจมองสิ่งเดิมๆ ด้วยสายตาใหม่ได้เลย

การเข้ามาของเบน รุ่นใหญ่ใจเย็น ที่มาซัพพอร์ตจูลส์ CEO สาวไฟแรง ทำให้เราเห็นว่า

  • ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเสมอไป

  • ประสบการณ์ของคนรุ่นก่อน คือขุมทรัพย์ที่ช่วยให้เราลดการลองผิดลองถูก

  • การเปิดใจ “ฟังคนอื่นบ้าง” อาจช่วยลดภาระในหัวและช่วยเบิร์นความเครียดออกไปได้เยอะกว่าที่คิด

เหมาะมากสำหรับคนที่ทั้งเหนื่อย ทั้งแบก ทั้งดื้อ ทั้งอยากเก่ง จนลืมไปว่าตัวเองก็มีสิทธิ์พักเหมือนกัน

7. Extraordinary Attorney Woo – เปลี่ยนความต่างให้กลายเป็นพลังพิเศษ

ปิดท้ายด้วยทนายอูยองอู ที่จะช่วยพาคุณข้ามกำแพงความรู้สึก “ฉันเก่งไม่พอ” หรืออาการคล้าย Imposter Syndrome ที่ตามหลอกหลอนคนทำงานยุคนี้แทบทุกคน

เรื่องนี้ทำให้เราเริ่มมองตัวเองใหม่ว่า

  • ความต่างไม่ใช่ข้อเสีย แต่คือ จุดแข็งที่ไม่มีใครลอกได้

  • เมื่อเรายอมรับตัวเองในแบบที่เป็น และโฟกัสที่ผลงานมากกว่าความเป๊ะในสายตาคนอื่น ไฟในการทำงานจะค่อยๆ กลับมาสว่างอีกครั้ง

มันคือเรื่องราวที่ทั้งอบอุ่น ทั้งจริงใจ และทั้งฮีล ทั้งดัน ให้คุณอยากภูมิใจในตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม

Burnout ไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ แค่ถึงเวลาต้องพักและชาร์จไฟใหม่

ถ้าคุณกำลังหมดไฟอยู่ตอนนี้ จำไว้ว่ามันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย Burnout คือสัญญาณจากร่างกายและหัวใจที่กำลังกระซิบว่า

  • ถึงเวลา พักหายใจให้ตัวเองบ้าง

  • ถึงเวลาลองหา แรงบันดาลใจชุดใหม่ ให้ชีวิตและการทำงาน

ลองเลือกสักเรื่องจากลิสต์นี้ไปดูในวันเสาร์-อาทิตย์ ปล่อยให้ตัวเองได้หัวเราะ ร้องไห้ อินไปกับตัวละครสักหน่อย

แล้ววันจันทร์คุณอาจจะกลับไปเป็น Modern Business Woman หรือคนทำงานสุดสตรองในเวอร์ชันที่ใจนิ่งขึ้น มองโลกชัดขึ้น และพร้อมสู้ต่อมากกว่าเดิมก็ได้

หมดไฟได้ แต่อย่าดับไฟในตัวเองไปเลย แค่หาอะไรดีๆ มาช่วยเติมเท่านั้นเอง