ZestBuy

Trade School ในสหรัฐฯ บูมยุค AI หลังงานช่างยังต้องใช้คน

โปรไฟล์ Phanuphong.TPhanuphong.T07-07

ในช่วงที่หลายอุตสาหกรรมกำลังกังวลว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์ อาจเข้ามาแทนที่งานออฟฟิศและงานบริการบางประเภท โรงเรียนสายอาชีพหรือ Trade School ในสหรัฐฯ กลับได้รับความสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะจากคนรุ่นใหม่ที่มองว่างานช่าง เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ช่างประปา และช่างระบบปรับอากาศ เป็นอาชีพที่ยังต้องใช้ทักษะมนุษย์และมีโอกาสทำงานระยะยาว

รายงานจาก The Straits Times ซึ่งเผยแพร่บทความของ AFP ระบุว่า กระแสนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความต้องการแรงงานสายอาชีพที่เพิ่มขึ้น และความไม่มั่นใจต่ออนาคตของงานบางประเภทในยุค AI

Trade School คืออะไร

Trade School คือสถาบันการศึกษาหรือหลักสูตรฝึกอาชีพที่เน้นทักษะปฏิบัติจริง มากกว่าการเรียนเชิงทฤษฎีแบบมหาวิทยาลัย 4 ปี ตัวอย่างหลักสูตรที่พบได้บ่อย ได้แก่ ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ ช่างประปา ช่างเชื่อม งานก่อสร้าง งานอาหาร และงานดูแลสุขภาพบางประเภท

จุดเด่นของการเรียนสายนี้คือใช้เวลาสั้นกว่า ค่าใช้จ่ายมักต่ำกว่ามหาวิทยาลัย และเชื่อมต่อกับตลาดแรงงานได้เร็วกว่า จึงกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการเริ่มทำงานเร็ว หรือไม่อยากแบกรับหนี้การศึกษาจำนวนมาก

ทำไมงานช่างถึงกลับมาได้รับความสนใจ

หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ งานช่างจำนวนมากยังต้องอาศัยการลงมือทำในพื้นที่จริง เช่น การเดินสายไฟ ซ่อมระบบน้ำ ติดตั้งระบบทำความเย็น หรือดูแลโครงสร้างอาคาร ซึ่ง AI ยังไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้ง่ายเหมือนงานที่อยู่บนคอมพิวเตอร์ทั้งหมด

บทความต้นฉบับระบุว่า ค่าแรงเฉลี่ยของช่างไฟฟ้าในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นราว 55% ระหว่างปี 2015–2025 ซึ่งสะท้อนความต้องการแรงงานในกลุ่มนี้ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวควรอ่านในบริบทของตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยรวม ทั้งเรื่องเงินเฟ้อ ความต้องการก่อสร้าง และการขาดแคลนแรงงาน ไม่ได้หมายความว่างานช่างทุกประเภทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่ากัน

AI ทำให้งานช่างยิ่งสำคัญขึ้น

แม้ AI จะถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาแทนแรงงานบางส่วน แต่ในอีกด้านหนึ่ง AI ก็ทำให้ความต้องการแรงงานช่างเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับ Data Center หรือศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่ใช้ประมวลผล AI

รายงานของ Randstad USA ระบุว่า ความต้องการแรงงานสายช่างในสหรัฐฯ เติบโตเร็วกว่างานสายวิชาชีพประมาณ 3 เท่า โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้ง ดูแล และขยายโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างระบบ HVAC และช่างเทคนิค

ในมุมนี้ AI ไม่ได้เพียง “แย่งงาน” แต่ยังสร้างความต้องการแรงงานกลุ่มใหม่ที่ช่วยสร้างและดูแลระบบเบื้องหลังของเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วย

บริษัทเทคโนโลยีก็เริ่มลงทุนในแรงงานสายอาชีพ

กระแสนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในโรงเรียนเท่านั้น แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ก็เริ่มลงทุนกับการฝึกแรงงานสายช่างมากขึ้น

BlackRock ประกาศโครงการมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการฝึกและจัดหางานให้แรงงานสายอาชีพ 50,000 คนในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยโฟกัสอาชีพอย่างช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ช่างประปา และช่างระบบปรับอากาศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและ Data Center

ขณะเดียวกัน Meta ก็ร่วมเปิดโครงการฝึกแรงงานสายช่างมูลค่า 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับความต้องการงานก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI โดยมีการพูดถึงอาชีพอย่างช่างเชื่อม ช่างไฟฟ้า ช่างประปา และช่างไฟเบอร์

ข้อมูลการเรียนสายอาชีพมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ข้อมูลจาก National Student Clearinghouse Research Center ระบุว่า การลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรระดับปริญญาตรีระยะสั้นและประกาศนียบัตรยังเติบโตต่อเนื่อง โดยรายงานที่อ้างถึงข้อมูลปี 2026 ระบุว่าหลักสูตรประกาศนียบัตร ซึ่งมักพบในโรงเรียนสายอาชีพ เติบโตประมาณ 10.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่หลักสูตรสองปีบางสาขา เช่น ช่างกลและช่างซ่อม เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ตัวเลขนี้สะท้อนว่า คนจำนวนหนึ่งกำลังมองหาทางเลือกนอกเหนือจากมหาวิทยาลัย 4 ปี โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าเล่าเรียนสูงขึ้นและตลาดงานบางสายเริ่มไม่แน่นอน

แต่ Trade School ไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน

แม้งานสายช่างจะมีแนวโน้มดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นเส้นทางที่เหมาะกับทุกคน งานกลุ่มนี้มักต้องใช้แรงกายสูง ทำงานหน้างานจริง และบางอาชีพมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมากกว่างานออฟฟิศ

นอกจากนี้ รายได้และความมั่นคงยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น รัฐที่ทำงาน ประสบการณ์ ใบรับรองวิชาชีพ สหภาพแรงงาน และความต้องการของตลาดในพื้นที่นั้น ๆ ดังนั้น การเลือกเรียนสายอาชีพควรพิจารณาทั้งความถนัด รายได้จริงในพื้นที่ และโอกาสเติบโตระยะยาว

บทสรุป

กระแส Trade School ในสหรัฐฯ ที่กลับมาได้รับความนิยมในยุค AI สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานอย่างชัดเจน เมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มมองหางานที่จับต้องได้ มีความต้องการจริง และยังยากต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ

เรื่องนี้สำคัญเพราะทำให้เห็นว่าอนาคตของงานไม่ได้มีเพียงสายเทคโนโลยีหรือปริญญา 4 ปีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแรงงานทักษะเฉพาะที่ช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้เศรษฐกิจดิจิทัลเดินต่อไปได้ สิ่งที่ควรจับตาคือ สหรัฐฯ จะสามารถขยายระบบฝึกอาชีพให้ทันกับความต้องการของตลาดได้หรือไม่ และประเทศอื่น ๆ จะเริ่มให้ความสำคัญกับการศึกษาสายอาชีพมากขึ้นในยุค AI อย่างไร

ที่มา straitstimes

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น