รับแอปรับแอป

เมื่อผู้หญิงคือผู้นำทางทริปเที่ยวโลก: จากลุยเดี่ยวถึงยกบ้านไปเที่ยวข้ามเจเนอเรชัน

ชยพล ศรีอุดม01-30

ผู้หญิงยุคใหม่ กับพลังที่ขับเคลื่อนโลกการท่องเที่ยว

ยุคนี้แผนเที่ยวของบ้าน ไม่ได้เริ่มจากใครที่ไหน นอกจากผู้หญิง

รายงาน The Woman Traveler 2024 โดย Skift Research ชี้ให้เห็นภาพชัดเจนว่า ปัจจุบันกว่า 82% ของผู้หญิงคือผู้ตัดสินใจหลักเรื่องการเดินทางในครอบครัว และมากกว่า 64% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกวันนี้คือผู้หญิง

ไม่ใช่แค่จำนวนที่เพิ่มขึ้น แต่ “สไตล์การเที่ยว” ของผู้หญิงก็หลากหลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการเที่ยวคนเดียว การลุยทริปผจญภัย การเข้าร่วมกรุ๊ปทัวร์เฉพาะผู้หญิง ไปจนถึงการยกครอบครัวหลายเจเนอเรชันออกเดินทางไปด้วยกัน

การเดินทางสำหรับผู้หญิงยุคนี้ ไม่ใช่แค่การไปเที่ยว แต่คือการเลือกวิธีใช้ชีวิต เป็นทั้งพื้นที่เยียวยา เติมพลัง และทบทวนตัวเองท่ามกลางโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน

Solo Female Travel: ทริปเยียวยาใจที่ผู้หญิงเป็นคนเลือกเอง

ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การเดินทางแบบ ผู้หญิงเที่ยวคนเดียว (Solo Female Travel) พุ่งขึ้นแบบต่อเนื่อง การค้นหาคำว่า “solo female travel” บน Google เพิ่มขึ้นกว่า 1,000% สะท้อนชัดว่า ผู้หญิงทั่วโลกหันมาให้ค่ากับ “การเดินทางเพื่อใจตัวเอง” มากกว่าที่เคย

แม้ผู้ชายและผู้หญิงจะเที่ยวคนเดียวได้เหมือนกัน แต่เมื่อถึงเวลาวางแผนจริง ผู้หญิงจะให้ความสำคัญกับเรื่อง ความปลอดภัย และ ค่านิยมของสังคมปลายทาง เป็นพิเศษ

จากข้อมูลของบริษัท Solo Female Travellers ซึ่งสนับสนุนผู้หญิงที่อยากลุยเดี่ยว พบว่า

  • 66% ของนักเดินทางหญิงให้ความปลอดภัยเป็นปัจจัยอันดับหนึ่ง

  • ตัวเลขนี้คงที่ตั้งแต่ปี 2563 ไม่ได้ลดลงเลย

องค์กรนี้ยังจัดทำดัชนีเปรียบเทียบความปลอดภัยสำหรับผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว โดยใช้ข้อมูลจากคำแนะนำของรัฐบาลสหรัฐฯ–อังกฤษ ดัชนีสันติภาพโลก (Global Peace Index) และแบบสำรวจจากนักเดินทางหญิงจริง ๆ ซึ่งประเทศที่ติดอันดับปลอดภัยน่าเที่ยวสำหรับผู้หญิงลุยเดี่ยวอยู่เสมอ ได้แก่:

  • ญี่ปุ่น

  • นิวซีแลนด์

  • ออสเตรเลีย

  • สิงคโปร์

  • สเปน

  • ไทย

  • อินโดนีเซีย

  • สหราชอาณาจักร

  • กลุ่มประเทศนอร์ดิก

โดยเฉพาะ ญี่ปุ่น ที่มีอัตราอาชญากรรมต่ำมาก จึงถูกจัดให้เป็นหนึ่งในประเทศที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้หญิงที่อยากลองเที่ยวคนเดียวอย่างจริงจัง

เสียงจากผู้หญิงนักเดินทางยิ่งยืนยันภาพนี้ชัดขึ้น

  • มีนักเดินทางหญิงคนหนึ่งบอกว่า ญี่ปุ่นคือประเทศที่เธอรู้สึกว่า “เดินทางคนเดียวได้ง่ายที่สุด” เพราะให้ความรู้สึกทั้งตื่นเต้นและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเดินฝ่าความวุ่นวายย่านชินจูกุ หรือซึบซับความสงบในเกียวโต ก็ยังรู้สึกปลอดภัยแม้จะเดินกลางคืนคนเดียว

  • เธอประทับใจเป็นพิเศษกับ ขบวนรถไฟที่มีโบกี้เฉพาะผู้หญิง และ โรงแรมแคปซูลสำหรับผู้หญิง ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ด้านความสบายใจและความปลอดภัยของนักเดินทางหญิงโดยตรง

อีกด้านหนึ่ง นักเดินทางหญิงที่หลงรักนิวซีแลนด์ก็เล่าว่า จุดเด่นอาจไม่ใช่แค่วิวสวยสะกดตา แต่คือ “ผู้คน” ที่เต็มไปด้วยไมตรี เธอเคยเดินเส้นทาง Abel Tasman แล้วเจอคนแปลกหน้ามานั่งคุย แชร์เรื่องราว และแบ่งอาหารให้กัน บทสนทนาเล็ก ๆ แบบนี้ต่างหาก ที่ทำให้เข้าใจประเทศนั้นลึกเกินกว่าที่หนังสือท่องเที่ยวจะบอกได้

นอกจากนี้ ชุมชนออนไลน์สำหรับนักเดินทางหญิงอย่าง Wanderful ยังสร้าง แผนที่นำทางที่คัดสรรร้านค้า คาเฟ่ และที่พักที่บริหารโดยผู้หญิง เพื่อสนับสนุนทั้งนักเดินทางหญิง และผู้ประกอบการหญิงในพื้นที่ปลายทางไปพร้อมกัน

สำหรับผู้หญิงจำนวนมาก การเที่ยวคนเดียวจึงไม่ใช่การหนีไปไกลจากโลก แต่คือการกลับมาใกล้ตัวเองมากขึ้น

เที่ยวกับแก๊งผู้หญิงล้วน: สนุก ปลอดภัย และได้เป็นตัวเองเต็มที่

อีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงไม่แพ้การเที่ยวคนเดียว คือการออกทริปแบบ Women-only group trips หรือทริปที่มีแต่ผู้หญิงล้วน ทั้งแบบจัดกรุ๊ปไปกับเพื่อน หรือไปรวมตัวกันในทริปที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ

ผู้หญิงจำนวนมากเล่าว่า การได้ออกเดินทางกับเพื่อนสาว ทำให้พวกเธอ “ได้เป็นตัวเองเต็มที่” จะหัวเราะเสียงดัง จะเล่น จะเฮฮา หรือพลิกแพลนกลางทางก็ยังรู้สึกสนุกมากกว่าจะเครียด ถ้าเจอเรื่องผิดแผนก็พร้อมเปลี่ยนให้เป็นเรื่องขำ ๆ ระหว่างทาง

ข้อมูลจาก Solo Female Travellers สะท้อนเทรนด์นี้อย่างน่าสนใจ:

  • เกือบ 14% ของผู้หญิงมีแผนจะเดินทางแบบกลุ่มผู้หญิงล้วน ในปี 2568

  • 36% เคยร่วมทริปแบบ “solo-but-not-alone” คือออกเดินทางคนเดียว แต่ไปสมทบกับกรุ๊ปนักเดินทางหญิงคนอื่น

  • 8% เลือกเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิง ที่สนิทกันอยู่แล้ว

บริษัท Road Scholar ยังเผยว่า ทัวร์ที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงวัยเกษียณโดยเฉพาะ มีผู้สมัครเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ผู้เชี่ยวชาญด้านทัวร์กลุ่มมองว่า การเลือกกรุ๊ปทัวร์ขนาดเล็กที่มีไกด์เป็นผู้หญิงด้วยกันเอง ช่วยให้บรรยากาศในกลุ่มผ่อนคลายและเป็นกันเองมากขึ้น โปรแกรมที่ดีสำหรับผู้หญิงควรมีทั้ง:

  • กิจกรรมแบบมีไกด์เพื่อให้ได้เรียนรู้

  • พื้นที่เวลาส่วนตัว เพื่อให้ผู้หญิงได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองหรือสำรวจตามใจชอบ

ด้านการล่องเรือก็กลายเป็นอีกฟอร์มของการท่องเที่ยวที่ครองใจผู้หญิงจำนวนมาก ไม่ว่าจะมาเป็นกลุ่มเพื่อนหรือมาเดี่ยวแล้วค่อยไปทำความรู้จักเพื่อนใหม่บนเรือ ผู้หญิงหลายคนมองว่าทริปล่องเรือคือ “คอมมูนิตี้ชั่วคราว” บนผืนน้ำ ที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าจากผู้คนหลากหลายวัย หลากหลายประเทศ

บริษัททัวร์เชิงธรรมชาติอย่าง Natural Habitat Adventures ก็ขยายโปรแกรมเฉพาะผู้หญิงถึง 75% ในปี 2568 โดยเน้นปลายทางที่มีทั้งธรรมชาติสวยและเรื่องราวของผู้หญิงในท้องถิ่น เช่น กรีนแลนด์ อลาสกา และคอสตาริกา ทัวร์รูปแบบนี้มักเน้น:

  • การชมสัตว์ป่าในมุมมองที่เคารพระบบนิเวศ

  • การเรียนรู้เรื่องราวของผู้หญิงในชุมชนท้องถิ่น

  • การสร้างพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตของผู้ร่วมทริป

ภาพรวมแล้ว การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยไม่ได้เป็นโลกของผู้ชายอีกต่อไป เพราะปัจจุบัน 57% ของนักเดินทางสายลุยคือผู้หญิง

Senior Women Travel: เมื่อรุ่นใหญ่ลุกขึ้นลุยโลก

หากใครยังมีภาพจำว่า “เที่ยวคนเดียว” คือโลกของวัยหนุ่มสาวสายแบ็กแพ็ก รายงาน The Woman Traveler Report ของ Skift ฉบับล่าสุดได้ลบภาพนั้นออกไปแบบสิ้นเชิง

ผลสำรวจพบว่า:

  • มีเพียง 4% ของคนอายุ 18–24 ปี ที่มีแผนจะเที่ยวคนเดียว

  • ในขณะที่เกือบ 25% ของผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป วางแผนจะลุยทริปเดี่ยวในปี 2568

เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ผู้หญิงจำนวนมากมองช่วงเวลานี้เป็น “ของขวัญแห่งอิสรภาพ” ที่จะได้หลุดออกจากกิจวัตรเดิม ๆ แลกกับการเดินทางที่ยืดหยุ่น ไม่ต้องรอวันหยุด ไม่ต้องผูกกับตารางใคร และได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ที่เคยอยู่ในลิสต์ความฝันมานาน

รายงานปี 2023 จาก Road Scholar ยังบอกด้วยว่า:

  • 85% ของผู้เดินทางคนเดียวในทัวร์ของบริษัทเป็นผู้หญิง

  • และ 69% ของนักเดินทางทั้งหมดก็เป็นผู้หญิง

ผู้หญิงวัยเบบี้บูมเมอร์จำนวนมากยังคงเดินหน้าทำให้ “Bucket List” ของตัวเองเป็นจริง แม้จะก้าวสู่วัยเกษียณแล้วก็ตาม

มีนักเดินทางหญิงคนหนึ่งซึ่งใช้เวลาหลังเกษียณเดินทางคนเดียวไปกว่า 12 ประเทศในแอฟริกาภายใน 11 เดือน เธอบอกไว้อย่างน่าคิดว่า “การเกษียณคือของขวัญชื่อว่า ‘เวลา’ และเราควรใช้มันไปกับสิ่งที่หล่อเลี้ยงหัวใจและจิตวิญญาณของเราเอง”

ด้วยความหลงใหลในนวัตกรรม เธอใช้การเดินทางครั้งนี้ผสมผสานกับงานจิตอาสา ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับดีไซเนอร์แฟชั่นสายไอเดียล้ำในบอตสวานา หรือช่วยองค์กรรีไซเคิลพลาสติกในเคนยา เปลี่ยนทริปเที่ยวให้กลายเป็นประสบการณ์ที่มีทั้งความหมายและผลกระทบเชิงบวกกับคนอื่นไปพร้อมกัน

ด้านรายงานจาก AARP ปี 2025 พบว่า ยุโรปยังคงเป็นทวีปในฝันของนักเดินทางวัยเกษียณ โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomers ที่มักเลือกไปเยือน:

  • อิตาลี

  • สหราชอาณาจักร

  • ฝรั่งเศส

  • สเปน

  • ไอร์แลนด์

บริษัททัวร์กลุ่มเล็กในสกอตแลนด์อย่าง Rabbie’s ยังพบอีกว่า ผู้หญิงอายุ 60+ ไม่ได้อยากไปเที่ยวแบบชิล ๆ อย่างเดียว แต่ยังหลงใหลทริปแนว “Set-Jetting” หรือการตามรอยโลเคชันถ่ายทำซีรีส์และภาพยนตร์ที่รัก เช่น Downton Abbey หรือ Outlander

ความพิเศษคือ เรื่องจริงของสถานที่เหล่านี้ บางครั้งน่าทึ่งยิ่งกว่าบทละครในจอ อย่างเช่นปราสาท Doune ที่เคยเป็นฉาก Castle Leoch ใน Outlander ซึ่งมีประวัติศาสตร์หลายศตวรรษอยู่เบื้องหลัง แถมไกด์บางคนที่พาพาเที่ยว ยังเคยเป็นนักแสดงตัวประกอบในซีรีส์ด้วย

การเที่ยวของผู้หญิงรุ่นใหญ่จึงไม่ใช่แค่การตามรอยซีรีส์ แต่คือการเดินทางทบทวนชีวิต ผ่านสถานที่ที่เคยเห็นผ่านจอมาก่อน

Multi-generational Travel: เมื่อทริปหนึ่งทริปเชื่อมทั้งบ้านเข้าด้วยกัน

นอกจากการเที่ยวคนเดียวและทริปเฉพาะผู้หญิง เทรนด์ที่กำลังโตไม่แพ้กันคือ การเที่ยวแบบ “ข้ามเจเนอเรชัน” (Multi-generational Travel) ที่ยกกันไปทั้งครอบครัว ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงปู่ย่าตายาย

รายงาน Global Travel Trends 2025 โดย American Express Travel ระบุว่า:

  • 58% ของพ่อแม่ Millennials และ Gen Z วางแผนจะพาครอบครัวขยายไปเที่ยวในปี 2568

  • ในขณะที่กลุ่ม Gen X และ Baby Boomers มีสัดส่วนเพียง 30% เท่านั้น

หนึ่งในผู้ประกอบการด้านทัวร์สำหรับผู้หญิงสังเกตว่า นักท่องเที่ยวหญิงจำนวนมากเริ่มใช้การเดินทางเป็นเครื่องมือเชื่อมสัมพันธ์ในครอบครัว โดยเฉพาะทริปแบบ:

  • แม่–ลูกสาว

  • ยาย–หลาน

  • กลุ่มครอบครัวที่ผู้หญิงหลายเจเนอเรชันเดินทางร่วมกัน

ทริปแบบนี้ไม่ได้มองหาความหวือหวาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ ทุกวัยมีส่วนร่วมได้ง่าย เช่น การจิบน้ำชายามบ่าย หรือการเดินเที่ยวเล่นในเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องเร่งรีบ

ตัวอย่างทริปที่น่าสนใจ เช่น Weekend ข้ามเจเนอเรชัน ในเมืองเล็ก ๆ ของสหรัฐฯ ที่มีกิจกรรมเอาใจทั้งคนรุ่นแม่และคนรุ่นหลาน ตั้งแต่การชิมไวน์ในไร่องุ่น (สำหรับผู้ใหญ่) ไปจนถึงการเดินเล่นในเมืองและกิจกรรมเบา ๆ สำหรับคนรุ่นเด็ก

ผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ทำงานในแวดวงทัวร์เล่าว่า ทริปที่มีความหมายที่สุดในชีวิตของเธอ คือทริปที่ได้พาแม่ไปอิตาลี เพื่อให้แม่ได้เห็นชายฝั่ง Amalfi Coast ด้วยตาตัวเอง เธอบอกว่า “การเดินทางแบบข้ามรุ่นสอนให้เราอดทนและเข้าใจคนในครอบครัวมากขึ้น”

เพราะในทริปหนึ่งทริป เราไม่ได้แค่เช็กอินสถานที่สวย ๆ แต่ต้องเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับพลังของแต่ละคน ไปด้วยกัน เดินทันกัน และพักทันกัน การได้แบ่งปันช่วงเวลาที่ช้าลงแต่ลึกขึ้นแบบนี้ คือสิ่งที่ทำให้การเดินทางแบบ Multi-generational Travel มีคุณค่าบางอย่างที่ทริปอื่นให้ไม่ได้

เมื่อผู้หญิงคือคน “ออกแบบการเดินทาง” ของครอบครัวและตัวเอง

หากมองภาพรวมจะเห็นชัดว่า โลกการท่องเที่ยววันนี้กำลังถูกขับเคลื่อนอย่างหนักแน่นโดยผู้หญิง ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทของ

  • นักเดินทางลุยเดี่ยวที่ใช้ทริปเป็นพื้นที่เยียวยาใจ

  • เพื่อนสาวที่รวมแก๊งกันออกไปหัวเราะให้สุดเสียงในทริปหญิงล้วน

  • ผู้หญิงรุ่นใหญ่ที่เพิ่งเริ่มต้นลุยโลกหลังเกษียณ

  • หรือนักวางแผนทริปสำหรับทั้งครอบครัวหลายเจเนอเรชัน

สิ่งที่เหมือนกันคือ ผู้หญิงกำลังกำหนดความหมายใหม่ให้กับคำว่า “เที่ยว”

จากทริปที่เคยเน้นราคาถูกหรือโปรโมชั่น กลายเป็นทริปที่ให้ความสำคัญกับ

  • ความปลอดภัยและความสบายใจ

  • เสรีภาพในการใช้ชีวิตระหว่างเดินทาง

  • วัฒนธรรมที่เปิดกว้างและเป็นมิตร

  • การเยียวยา พัฒนาตัวเอง และเชื่อมต่อกับโลกอย่างลึกซึ้ง

และสำหรับหลายครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้หญิงเป็นคนวางแผนทริป การเดินทางในยุคนี้ไม่ใช่แค่การ “ออกไปไหนสักที่” แต่คือการ ออกไปหาความหมายร่วมกัน ว่าเราอยากใช้เวลา ความรัก และพลังของเรากับใคร และอย่างไร

ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงที่กำลังแพลนเที่ยวคนเดียว แพลนยกเพื่อนไปลุย หรืออยากพาคนทั้งบ้านออกเดินทาง การได้เลือกเส้นทางเอง ออกแบบจังหวะทริปเอง และนิยามความสุขของตัวเอง นี่แหละ คือพลังเงียบ ๆ ที่กำลังเปลี่ยนหน้าตาโลกการท่องเที่ยวไปอย่างสิ้นเชิง