รับแอปรับแอป

ถอดรหัส 4 ปัญหาผิวแต่ละ Gen และทรีตเมนต์ฮิตปี 2026 ที่คนรักผิวห้ามพลาด

ธีรพล นาคดี01-30

ผิวสวยเป็นเรื่องของทุกเจเนอเรชัน

ปัญหาผิวไม่ใช่เรื่องของคนวัยไหนวัยหนึ่งอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็น เรื่องใหญ่ของทุก Gen ตั้งแต่วัยเรียน วัยทำงาน ไปจนถึงวัยใกล้เกษียณ

ยุคนี้การดูแลผิวและทำหัตถการความงามถูกมองเป็น ส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือยอย่างที่เคยเชื่อกันในอดีต นวัตกรรมด้านความงามที่พัฒนาไปไกล รวมถึงความรู้ของผู้บริโภคที่เปิดกว้างมากขึ้น ทำให้คนกล้าตัดสินใจดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ

พร้อมกันนั้น โซเชียลมีเดียและคอนเทนต์สายบิวตี้ ก็ยิ่งผลักให้คนทุกวัยหันมาใส่ใจภาพลักษณ์และความมั่นใจมากขึ้น ส่งผลให้หัตถการยอดนิยมของแต่ละช่วงวัยแตกต่างกันออกไป ตามทั้งปัญหาผิวและมุมมองเรื่องความสวยหล่อที่ไม่เหมือนกัน

หัตถการแบบไม่ผ่าตัดหรือ Non-Invasive ยังคงครองใจคนส่วนใหญ่ ทั้งโบทอกซ์ ฟิลเลอร์ เมโส ไปจนถึงเครื่องยกกระชับต่าง ๆ เพราะ เห็นผลไว ปลอดภัย พักฟื้นสั้น กว่าการผ่าตัดศัลยกรรมแบบเดิม ๆ

ในประเทศไทย วงการความงามเติบโตเร็วมาก ทั้งเทคโนโลยี มาตรฐานการรักษา และความเชี่ยวชาญของแพทย์ จนทำให้ประเทศเรากลายเป็นหนึ่งในจุดหมายด้าน Medical Aesthetic ที่หลายชาติยอมรับ แถม ราคายังจับต้องได้ เมื่อเทียบกับหลายประเทศใกล้เคียง

จากการเก็บสถิติตลอดปี 2025 ร่วมกับการวิเคราะห์แนวโน้มโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พบว่า แต่ละ Gen มีทั้งปัญหาผิวและทรีตเมนต์ยอดฮิตที่ชัดเจน แตกต่างกันไปอย่างน่าสนใจ

Gen Z (12-27 ปี): โฟกัสผิวใส หน้าเป๊ะตั้งแต่ต้นทาง

แม้จะเป็นวัยเรียนและวัยเริ่มทำงาน แต่ Gen Z คือกลุ่มที่ ตื่นตัวเรื่องความงามเร็วที่สุด กลุ่มอายุนี้ส่วนใหญ่เคยทำหัตถการแบบ Non-Invasive มาแล้วจำนวนไม่น้อย และอีกหลายคนก็มีแพลนจะเริ่มในอนาคตอันใกล้

สิ่งที่ Gen Z กังวลมากที่สุดจะเน้นไปที่ “คุณภาพผิว” และภาพรวมความสดใส เช่น

  • สิวและรอยสิว ประมาณ 40%

  • ผิวหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใส ราว 30%

  • รูขุมขนกว้าง ผิวมัน ราว 20%

  • ความต้องการปรับโครงหน้าให้ดูเรียวขึ้น ราว 10%

ภาพรวมจึงยังไม่ใช่เรื่องริ้วรอยหรือการชะลอวัย แต่คือการทำให้หน้าใส ผิวสวย ถ่ายรูปขึ้นกล้อง และมั่นใจในชีวิตประจำวันมากขึ้น

แนวทางดูแลผิวที่เหมาะกับ Gen Z มักเน้น ฟื้นฟูและป้องกันตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น

  • โปรแกรมงานผิวที่ช่วยรีเซ็ตสภาพผิว

  • เมโสหน้าใส และการเติมวิตามินผิว

  • การรักษาสิวแบบเฉพาะทาง เพื่อลดทั้งสิวและรอย

  • การปรับรูปหน้าด้วยโบทอกซ์กราม หรือเมโสแฟต ในบางเคสที่จำเป็น

ทุกอย่างยังคงโฟกัสที่ผลลัพธ์ซอฟต์ ๆ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่โป๊ะ ไม่ทำให้หน้าดูเปลี่ยนไปจนคนทักว่าไปทำอะไรมา

Gen Y (28-43 ปี): จากผิวใส สู่การชะลอวัยแบบเนียน ๆ

Gen Y คือ กำลังซื้อหลักของตลาดหัตถการความงาม และเป็นกลุ่มที่จริงจังกับการดูแลตัวเองมากที่สุด คนวัยนี้จำนวนมากเคยใช้บริการหัตถการมาแล้ว และอีกหลายคนยังมีแพลนทำอย่างต่อเนื่อง

เมื่ออายุเริ่มเข้าเลขสาม ปัญหาผิวจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากการ “ป้องกัน” ไปสู่การ “แก้ไข” และ “ชะลอวัย” ให้ดูดีอย่างเหมาะสมกับอายุ ไม่ใช่เด็กลงจนผิดธรรมชาติ แต่คือดูสดชื่น สุขภาพดี และหน้าไม่โทรมเกินจริง

ปัญหาผิวยอดฮิตของ Gen Y ได้แก่

  • ริ้วรอยแรกเริ่ม เช่น รอยย่นเวลายิ้ม หน้าผากเริ่มเป็นเส้น ประมาณ 35%

  • ฝ้า กระ จุดด่างดำ จากแดดและฮอร์โมน ราว 30%

  • ริ้วรอยลึกที่เริ่มชัดขึ้น ราว 25%

  • ผิวขาดน้ำ แห้งล้า ไม่โกลว์ ราว 10%

หลายอย่างมาจากทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น บวกกับไลฟ์สไตล์ทำงานหนัก เครียด พักผ่อนน้อย ทำให้ผิวดูเหนื่อยก่อนเวลา

หัตถการยอดนิยมของ Gen Y จึงมีความหลากหลายมาก ทั้งด้านผิวและโครงหน้า เช่น

  • โบทอกซ์ ลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า

  • ฟิลเลอร์ เติมเต็มร่องลึกและช่วยให้หน้าดูสดขึ้น

  • กลุ่ม Bio Stimulator เช่น Sculptra หรือ Radiesse เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

  • เครื่องยกกระชับชั้นลึก และเลเซอร์ดูแลผิว

  • เลเซอร์กลุ่ม Pico เพื่อช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ลดรอยและสีผิวไม่สม่ำเสมอ

ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์คนวัยทำงานที่ต้องการ เห็นผลชัด ใช้เวลาพักฟื้นน้อย และยังดูเป็นตัวเอง อยู่

Gen X (44-59 ปี): ยกกระชับโครงสร้าง คืนความอ่อนเยาว์แบบแพรวพราว

เมื่อเข้าสู่ช่วง Gen X โจทย์หลักของผิวจะขยับจากเรื่องสิวและจุดด่างดำ ไปสู่ปัญหาเรื่อง ความหย่อนคล้อยและโครงสร้างผิวที่เปลี่ยนไปตามวัย

แม้สัดส่วนคนทำหัตถการในกลุ่มนี้อาจน้อยกว่า Gen Y แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ ดูแลต่อเนื่องระยะยาว และให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องการความเปลี่ยนแปลงแบบสุดโต่ง

ความกังวลหลักของ Gen X เช่น

  • ผิวหย่อนคล้อย กรอบหน้าไม่ชัด ประมาณ 45%

  • ร่องลึก เช่น ร่องน้ำตา ร่องแก้ม ราว 30%

  • ริ้วรอยทั่วใบหน้า ผิวแห้งขาดน้ำ ราว 15%

  • ฝ้าลึกและปัญหาสีผิวที่สะสมมานาน ราว 10%

การดูแลจึงเน้นไปที่การทำงานกับ “โครงสร้างผิวชั้นลึก” มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ผิวชั้นบนเท่านั้น เช่น

  • เครื่องยกกระชับชั้นลึกอย่าง Ulthera หรือ Thermage

  • ฟิลเลอร์ เพื่อช่วยเติมเต็มและปรับมิติให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น

  • Bio Stimulator กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน คืนความแน่นเฟิร์มให้ผิว

  • การร้อยไหม เพื่อยกกระชับและปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น

เป้าหมายคือ ฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา ไม่เปลี่ยนใบหน้าจนเหมือนคนละคน

สวยทุกวัย ถ้าเข้าใจผิวตัวเอง

เมื่อมองภาพรวมจะเห็นชัดว่า แต่ละเจเนอเรชันมีทั้ง

  • ปัญหาผิวที่แตกต่างกัน

  • มุมมองด้านความสวยหล่อที่ไม่เหมือนกัน

  • หัตถการยอดนิยมที่ตอบโจทย์ไม่เหมือนกัน

สิ่งสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่การวิ่งตามเทรนด์หรือทำตามคนอื่น แต่คือการ เข้าใจสภาพผิว ช่วงวัย และความต้องการของตัวเองจริง ๆ แล้วค่อยเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสม

แนวโน้มนี้เองที่ทำให้ตลาดหัตถการยังคงเติบโตต่อเนื่องในปี 2026 เพราะคนเริ่มมองหัตถการความงามในมุมที่สมดุลมากขึ้น คือ เน้นความเข้าใจ เลือกคลินิกและแพทย์อย่างมีสติ และกล้าลงทุนกับผิวในแบบที่ใช่สำหรับตัวเองจริง ๆ