ล่องเรือสำราญ Star Voyager ฮ่องกง–ญี่ปุ่น 5 คืน
อยากลองล่องเรือสำราญแบบจัดเองไม่ง้อทัวร์มั้ย? ทริปนี้คือสายชิลต้องเลิฟ เพราะได้เที่ยวทั้ง ฮ่องกง–โอกินาว่า–อิชิกากิ ในทริปเดียว แถมพักสบายบนเรือหรู Star Voyager ยาว ๆ 5 คืนเต็ม
แพ็กเกจนี้เป็นแบบเดินทางเอง เน้นอิสระ จะบินสายไหน เวลาไหน จัดได้ตามใจ แล้วมาขึ้นเรือที่ฮ่องกง พร้อมออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นแบบฟูลฟีลลิ่งทะเลสีน้ำเงิน
เส้นทาง: ฮ่องกง – โอกินาว่า (นาฮา) – อิชิกากิ ญี่ปุ่น
ระยะเวลา: 5 คืน บนเรือ Star Voyager
ราคาเริ่มต้นประมาณ 15,888 บาท (ที่นั่งโปรมีจำนวนจำกัด)
สิ่งที่รวม & ไม่รวมในแพ็กเกจ
บนเรือคือจ่ายครั้งเดียวใช้ชีวิตสบาย ๆ ได้ยาว ๆ แต่ก่อนจองต้องรู้ว่าราคาแพ็กเกจครอบคลุมอะไรบ้าง
แพ็กเกจรวม
ตั๋วเรือสำราญ Star Voyager ตามเส้นทางที่กำหนด
ที่พักบนเรือ 5 คืน (ห้องพักตามประเภทที่เลือก)
ภาษีท่าเรือ
อาหารบนเรือทุกมื้อ ตามที่ระบุในเอกสารตั๋วเรือ
กิจกรรม และความบันเทิงบนเรือ ตามที่เรือจัดให้ในโปรแกรมมาตรฐาน
แพ็กเกจไม่รวม
ตั๋วเครื่องบินไป–กลับฮ่องกง
ค่ารถรับ–ส่ง สนามบิน–ท่าเรือ–สนามบิน
ทัวร์เสริมบนฝั่ง (Shore Excursions)
ค่าวีซ่า (ถ้ามี)
หัวหน้าทัวร์ดูแลตลอดทริป
ค่าทิปบนเรือ (ชำระบนเรือ)
ห้อง Inside / Oceanview: HKD 160/คน/คืน
ห้อง Balcony: HKD 200/คน/คืน
ห้อง Suite ขึ้นไป: HKD 240/คน/คืน
หากต้องการความสะดวกแบบครบวงจร สามารถจัดเพิ่มได้ทั้งตั๋วเครื่องบินและรถรับ–ส่ง เหมาะสำหรับคนที่อยากให้ทริปลื่นไหลไม่ต้องวุ่นวายจัดการเองหลายต่อ
สำคัญ: ตารางท่าเรือ และราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับรอบการจองและจำนวนห้องคงเหลือ ควรเช็กที่นั่งว่างและราคาล่าสุดก่อนโอนจองเสมอ
รอบการเดินทางปี 2568
เส้นทางนี้มีหลายรอบให้เลือก เหมาะทั้งสายหนีฝน สายหนีงาน หรือสายหนีคน
รอบเดินทางหลัก
3–7 สิงหาคม 2568
28 กันยายน – 3 ตุลาคม 2568
2–7 พฤศจิกายน 2568
รอบเดินทางเพิ่มเติม
17–22 สิงหาคม 2568
12–17 ตุลาคม 2568 (มีระบุเป็นรอบพิเศษ)
โปรแกรมแต่ละรอบอาจมีการสลับหรือปรับเปลี่ยนลำดับเมืองเพื่อความเหมาะสมกับสภาพอากาศและการเดินเรือ แต่ยังคงคอนเซ็ปต์เที่ยวครบตามเส้นทางเดิม
เงื่อนไขสำคัญ: รายการทัวร์และราคามีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับวันจองและจำนวนห้องที่เหลือบนเรือ ยิ่งจองเร็ว ยิ่งมีโอกาสได้ราคาดีและตัวเลือกห้องที่หลากหลาย
วันแรก: เช็กอินที่ท่าเรือฮ่องกง
วันเริ่มทริปคุณจะต้องไปเช็กอินขึ้นเรือที่ Ocean Terminal ฝั่งเกาลูน ฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือยอดฮิตของสายเรือสำราญ
ข้อมูลท่าเรือ (โดยประมาณ)
ท่าเรือ: Cruise Passenger Hall, Ocean Terminal Extension Building
พื้นที่: Harbour City, Canton Road, Tsim Sha Tsui, Kowloon, Hong Kong
เคล็ดลับการเช็กอินแบบไม่พลาดเรือ:
ควรมาถึงท่าเรือ ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ก่อนเวลาเรือออก
หลังขึ้นเรือแล้ว ผู้โดยสารทุกคนต้องเข้าร่วมการซ้อมระบบความปลอดภัยบนเรือ ตามมาตรฐานการเดินเรือสากล ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเรือออก
ท่าเรืออาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการจัดสรรของสายเรือ ดังนั้นต้องเช็กข้อมูลในตั๋วเรือ หรือเอกสารยืนยันการเดินทางอีกครั้งก่อนวันจริง
ชีวิตบนเรือ: กินดี เที่ยวฟิน กิจกรรมแน่น
บนเรือสำราญคือโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยอาหาร บันเทิง และกิจกรรมครบวงจร เรียกได้ว่าอยู่บนเรือทั้งวันก็ไม่มีคำว่าเบื่อ
มื้ออาหารบนเรือ
ตลอดทั้งทริป คุณจะได้รับอาหารครบทุกมื้อ เช้า–กลางวัน–เย็น ตามห้องอาหารที่เรือกำหนด โดยมีห้องอาหารหลัก ๆ ดังนี้
North Star Dining Restaurant (ชั้น 5)
ห้องอาหารจีนแบบเซ็ตเมนู เหมาะกับสายชอบอาหารร้อนพร้อมเสิร์ฟThe Sophia (ชั้น 6)
ห้องอาหารสไตล์ Western สำหรับคนอยากเปลี่ยนบรรยากาศเป็นยุโรปหน่อย ๆLido Restaurant (ชั้น 14)
ห้องอาหารสบาย ๆ บรรยากาศชิล มีอาหารจีนและอาหารนานาชาติให้เลือก
คุณสามารถเลือกทานอาหารตามห้องที่กำหนดได้แบบ 1 มื้อ / 1 ห้องอาหาร ตามเงื่อนไขของเรือ
นอกจากนี้บนเรือยังมีห้องอาหารแบบพรีเมียม (Specialty Restaurants) ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น
The Bistro
Mozzarella Ristorante & Pizzeria
Silkroad
เหมาะสำหรับคนที่อยากลองเมนูพิเศษ หรือฉลองโอกาสสำคัญระหว่างทริป
กิจกรรม และความบันเทิงบนเรือ
เรือสำราญไม่ได้มีแค่วิวทะเล แต่ยังมีโซนความสนุกให้เดินเล่นทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ
กิจกรรมและโซนไฮไลต์
Aqua Park & Waterslides
สวนน้ำและสไลเดอร์ เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่อยากสนุกกับน้ำกลางทะเลDisco & คาสิโน
สายปาร์ตี้และสายลุ้นโชคมีโซนให้ไปปลดปล่อยแบบยามค่ำคืนZodiac Theatre (ชั้น 7)
โรงละครหลักบนเรือ มีการแสดง และโชว์หลากหลายให้ชมในแต่ละคืนบาร์และดนตรีสด
จุดต่าง ๆ บนเรือจะมีบาร์ และโซนดนตรีสดให้คุณนั่งชิล จิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังเพลงฟิตเนส & ผ่อนคลาย
สระว่ายน้ำ
สปา
ฟิตเนส สำหรับสายสุขภาพที่ไม่อยากหยุดฟิตระหว่างทริป
กิจกรรมสำหรับเด็กและวัยรุ่น
Little Dreamers: โซนกิจกรรมสำหรับเด็กเล็ก
Club Teens Club: พื้นที่สำหรับวัยทีน ได้ทำกิจกรรมและพบเพื่อนใหม่บนเรือ
ทุกวันจะมีตารางกิจกรรมแจกให้ที่ห้องพัก สามารถเช็กได้ว่าแต่ละวันมีโชว์ กิจกรรม หรือเวิร์กช็อปอะไรน่าสนใจบ้าง แล้วเลือกไปตามสไตล์ที่ชอบ
เมื่อเรือจอดตามเมืองต่าง ๆ: จะลงเที่ยวเองหรือซื้อทัวร์ก็ได้
ทุกครั้งที่เรือจอดตามแต่ละพอร์ต คุณมี 2 ทางเลือก: ซื้อทัวร์เสริม หรือ ลงเที่ยวเองแบบอิสระ
ตัวเลือกที่ 1: ซื้อทัวร์เสริมจากเรือ
สามารถซื้อทัวร์เสริมบนฝั่งได้ที่เคาน์เตอร์ Shore Excursions (ชั้น 5)
แนะนำให้ซื้อ ล่วงหน้า 1 วัน ก่อนเรือจะจอด เพื่อไม่ให้ทัวร์เต็ม
เหมาะกับคนที่ไม่อยากวางแผนเอง ให้เรือจัดให้ครบ รถ–ไกด์–โปรแกรมเที่ยว
ตัวเลือกที่ 2: เที่ยวเองสไตล์อิสระ
สามารถลงจากเรือได้หลังเวลาที่เรือจอด ประมาณ 1 ชั่วโมง
ถ้าเที่ยวเอง ควรเผื่อเวลาเดินทางกลับท่าเรือ และกลับขึ้นเรือ อย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงก่อนเรือออก
ถ้าไม่ลงจากเรือ ก็ยังสามารถสนุกกับกิจกรรมบนเรือได้ทั้งวัน มีตารางกิจกรรมให้ที่ห้องพักทุกวัน
ไฮไลต์: เกาะอิชิกากิ (Ishigaki) สวรรค์ทะเลโอกินาว่า
เกาะอิชิกากิในจังหวัดโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น คือจุดหมายที่คนรักทะเลต้องหลงรัก เพราะที่นี่ครบทั้งทะเลสีฟ้าคราม ชายหาดขาวละเอียด วัฒนธรรมท้องถิ่น และอาหารทะเลสดใหม่
จุดเที่ยวห้ามพลาดบนเกาะอิชิกากิ
อ่าวคาบิระ (Kabira Bay)
จุดชมวิวระดับหน้าปกนิตยสาร น้ำทะเลสีฟ้าใสตัดกับหาดทรายขาว สามารถนั่งเรือท้องกระจกชมปะการัง และฝูงปลาสีสันสวยงามใต้ทะเลประภาคารฮิราคุโบะ (Hirakubo Lighthouse)
ตั้งอยู่บนแหลมฮิราคุโบะ เป็นจุดชมวิวทะเลแบบพาโนรามา มองไกลสุดสายตา เหมาะกับการถ่ายรูปชมพระอาทิตย์และท้องฟ้าเปิดหาดยาโยมะ / โยนาระ (Yonehara Beach)
หาดทรายขาวน้ำใส เหมาะกับการดำน้ำตื้น ดูปะการัง และปลาทะเลหลากสี เป็นสวรรค์ของคนรัก Snorkelingถ้ำหินปูนอิชิกากิ (Ishigaki Limestone Cave)
ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา มีทางเดินให้ชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิดตลาดสาธารณะอิชิกากิ (Ishigaki Public Market)
แหล่งรวมสินค้าโลคอล ผักสด อาหารทะเล และของฝากพื้นเมือง เดินเล่นชิมอาหารท้องถิ่นได้เพลิน ๆ
นาฮา (Naha): เมืองหลวงโอกินาว่าที่ผสมทั้งประวัติศาสตร์และช้อปปิ้ง
นาฮาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของโอกินาว่า รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งโบราณสถาน วัฒนธรรม และถนนช้อปปิ้งสุดคึกคัก
แลนด์มาร์กแนะนำในนาฮาและใกล้เคียง
ปราสาทชูริ (Shuri Castle)
อดีตพระราชวังของอาณาจักรริวกิว ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แม้เคยเสียหายจากสงครามและไฟไหม้ แต่มีการบูรณะให้ยังคงความยิ่งใหญ่ และเปิดให้เข้าชมบางส่วน
การเดินทางจากสนามบิน Naha: นั่งรถไฟ Yui Rail ไปลงสถานี Shuri (ประมาณ 27 นาที) จากนั้นเดินต่อราว 15 นาทีศาลเจ้านามิโนะอุเอะ (Naminoue Shrine)
ศาลเจ้าเก่าแก่ตั้งอยู่บนหน้าผา มองเห็นวิวทะเลสวย เหมาะกับการไปขอพรและถ่ายรูปผามันซาโมะ (Cape Manzamo)
หน้าผาหินสูงราว 30 เมตร รูปทรงคล้ายงวงช้าง หันหน้าออกสู่ทะเลจีนตะวันออก ด้านบนเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า ถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของโอกินาว่าถนนหินชูริคินโจ (Shurikinjo Stone-Paved Road)
ถนนหินเก่าแก่ บรรยากาศย้อนยุค เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบโอกินาว่าดั้งเดิม อยู่ไม่ไกลจากปราสาทชูริพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่า ชุราอูมิ (OKINAWA CHURAUMI AQUARIUM)
ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ไฮไลต์คือ แท็งก์น้ำคุโรชิโอะ ซึ่งมีขนาดยักษ์ ติดอันดับหนึ่งในแท็งก์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเต็มไปด้วยสัตว์น้ำจากเขตโอกินาว่า โดยเฉพาะ ฉลามวาฬตัวใหญ่ และกระเบนราหู รวมถึงปลาทะเลหลากชนิด ปลาดาว ฉลามหลายสายพันธุ์ และสัตว์น้ำอื่น ๆ
ด้านนอกยังมีสระน้ำริมทะเลสำหรับการแสดงโลมา เต่าทะเล และพะยูน จัดแสดงเป็นรอบ ๆ ตลอดทั้งวันสวนชิกินาเอ็น (Shikina-en Garden)
สวนสวยสไตล์ญี่ปุ่นที่เคยเป็นสถานที่พักผ่อนของราชวงศ์ริวกิว มีสระน้ำเกาะแก่ง สะพานหิน และเรือนไม้ บรรยากาศเงียบสงบถนนโคคุไซโดริ (Kokusai Dori)
ถนนสายหลักของเมืองนาฮา เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านของฝาก สามารถเดินเล่น กิน เที่ยว ช้อป ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนตลาดสาธารณะไดอิจิ มากิชิ (Makishi Public Market)
สวรรค์ของสายกินอาหารทะเลสด เลือกของทะเลจากแผงแล้วให้ร้านด้านบนปรุงให้ทานได้เลย มีทั้งของสด ของแห้ง และของใช้ในชีวิตประจำวันถนนสึโบยะยาจิมุน (Tsuboya Yachimun Street)
ถนนสายเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิม เหมาะสำหรับคนรักงานคราฟต์และศิลปะท้องถิ่น
คืนสุดท้ายบนเรือ: เตรียมตัวก่อนเทียบท่า
ก่อนเรือจะเทียบท่ากลับในวันสุดท้าย จะมีขั้นตอนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย เพื่อให้การเช็คเอาต์เป็นไปอย่างราบรื่น
สิ่งที่ต้องทำในคืนสุดท้าย ได้แก่
เรือจะแจ้ง จุดรับคืนพาสปอร์ต ให้ทราบล่วงหน้า คุณต้องไปรับตามจุดที่กำหนด
จะมีการแจก Tag กระเป๋า ให้ผูกติดกระเป๋าเดินทาง จากนั้นนำไปวางหน้าห้องพักตามเวลาที่เรือกำหนด (ส่วนมากก่อนเที่ยงคืน) เพื่อให้พนักงานนำลงจากเรือให้ในวันรุ่งขึ้น
แนะนำให้เคลียร์ค่าใช้จ่ายที่ใช้ผ่าน Cruise Card เช่น ค่าดื่มพิเศษ ร้านอาหารเสริม หรือช้อปปิ้งบนเรือ รวมถึงค่าทิป ให้เรียบร้อยที่ Reception ชั้น 5 เพื่อให้ขั้นตอนเช็คเอาต์ในวันสุดท้ายสบาย ไม่ต้องต่อคิวจ่ายเงินนาน
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว คืนสุดท้ายบนเรือก็ควรปิดท้ายด้วยการเดินเล่นชมวิวลมทะเลยามค่ำ หรือดูโชว์สุดท้ายที่โรงละคร ให้ทริปนี้กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ บนเรือ Star Voyager
สรุป
แพ็กเกจล่องเรือ Star Voyager เส้นทาง ฮ่องกง–โอกินาว่า–อิชิกากิ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ทั้งฟีลเที่ยวเมือง ทะเลสวย วัฒนธรรมญี่ปุ่น และการพักผ่อนบนเรือหรูในทริปเดียว แถมยังอิสระเรื่องไฟลต์บิน เลือกวันเดินทางได้หลายช่วง ปี 2568 นี้ใครเล็งเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ซ้ำใคร ทริปนี้คือคำตอบที่น่าลองอย่างมาก

