รับแอปรับแอป

ล่องเรือ 5 คืน ฮ่องกง–โอกินาว่า–อิชิกากิ เปิดประสบการณ์สุดชิลบน Star Voyager

ธันวา รุ่งเรือง01-30

ล่องเรือสำราญ Star Voyager ฮ่องกง–ญี่ปุ่น 5 คืน

อยากลองล่องเรือสำราญแบบจัดเองไม่ง้อทัวร์มั้ย? ทริปนี้คือสายชิลต้องเลิฟ เพราะได้เที่ยวทั้ง ฮ่องกง–โอกินาว่า–อิชิกากิ ในทริปเดียว แถมพักสบายบนเรือหรู Star Voyager ยาว ๆ 5 คืนเต็ม

แพ็กเกจนี้เป็นแบบเดินทางเอง เน้นอิสระ จะบินสายไหน เวลาไหน จัดได้ตามใจ แล้วมาขึ้นเรือที่ฮ่องกง พร้อมออกเดินทางสู่ญี่ปุ่นแบบฟูลฟีลลิ่งทะเลสีน้ำเงิน

  • เส้นทาง: ฮ่องกง – โอกินาว่า (นาฮา) – อิชิกากิ ญี่ปุ่น

  • ระยะเวลา: 5 คืน บนเรือ Star Voyager

  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 15,888 บาท (ที่นั่งโปรมีจำนวนจำกัด)

สิ่งที่รวม & ไม่รวมในแพ็กเกจ

บนเรือคือจ่ายครั้งเดียวใช้ชีวิตสบาย ๆ ได้ยาว ๆ แต่ก่อนจองต้องรู้ว่าราคาแพ็กเกจครอบคลุมอะไรบ้าง

แพ็กเกจรวม

  • ตั๋วเรือสำราญ Star Voyager ตามเส้นทางที่กำหนด

  • ที่พักบนเรือ 5 คืน (ห้องพักตามประเภทที่เลือก)

  • ภาษีท่าเรือ

  • อาหารบนเรือทุกมื้อ ตามที่ระบุในเอกสารตั๋วเรือ

  • กิจกรรม และความบันเทิงบนเรือ ตามที่เรือจัดให้ในโปรแกรมมาตรฐาน

แพ็กเกจไม่รวม

  • ตั๋วเครื่องบินไป–กลับฮ่องกง

  • ค่ารถรับ–ส่ง สนามบิน–ท่าเรือ–สนามบิน

  • ทัวร์เสริมบนฝั่ง (Shore Excursions)

  • ค่าวีซ่า (ถ้ามี)

  • หัวหน้าทัวร์ดูแลตลอดทริป

  • ค่าทิปบนเรือ (ชำระบนเรือ)

    • ห้อง Inside / Oceanview: HKD 160/คน/คืน

    • ห้อง Balcony: HKD 200/คน/คืน

    • ห้อง Suite ขึ้นไป: HKD 240/คน/คืน

หากต้องการความสะดวกแบบครบวงจร สามารถจัดเพิ่มได้ทั้งตั๋วเครื่องบินและรถรับ–ส่ง เหมาะสำหรับคนที่อยากให้ทริปลื่นไหลไม่ต้องวุ่นวายจัดการเองหลายต่อ

สำคัญ: ตารางท่าเรือ และราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับรอบการจองและจำนวนห้องคงเหลือ ควรเช็กที่นั่งว่างและราคาล่าสุดก่อนโอนจองเสมอ

รอบการเดินทางปี 2568

เส้นทางนี้มีหลายรอบให้เลือก เหมาะทั้งสายหนีฝน สายหนีงาน หรือสายหนีคน

รอบเดินทางหลัก

  • 3–7 สิงหาคม 2568

  • 28 กันยายน – 3 ตุลาคม 2568

  • 2–7 พฤศจิกายน 2568

รอบเดินทางเพิ่มเติม

  • 17–22 สิงหาคม 2568

  • 12–17 ตุลาคม 2568 (มีระบุเป็นรอบพิเศษ)

โปรแกรมแต่ละรอบอาจมีการสลับหรือปรับเปลี่ยนลำดับเมืองเพื่อความเหมาะสมกับสภาพอากาศและการเดินเรือ แต่ยังคงคอนเซ็ปต์เที่ยวครบตามเส้นทางเดิม

เงื่อนไขสำคัญ: รายการทัวร์และราคามีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับวันจองและจำนวนห้องที่เหลือบนเรือ ยิ่งจองเร็ว ยิ่งมีโอกาสได้ราคาดีและตัวเลือกห้องที่หลากหลาย

วันแรก: เช็กอินที่ท่าเรือฮ่องกง

วันเริ่มทริปคุณจะต้องไปเช็กอินขึ้นเรือที่ Ocean Terminal ฝั่งเกาลูน ฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าเรือยอดฮิตของสายเรือสำราญ

ข้อมูลท่าเรือ (โดยประมาณ)

  • ท่าเรือ: Cruise Passenger Hall, Ocean Terminal Extension Building

  • พื้นที่: Harbour City, Canton Road, Tsim Sha Tsui, Kowloon, Hong Kong

เคล็ดลับการเช็กอินแบบไม่พลาดเรือ:

  • ควรมาถึงท่าเรือ ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ก่อนเวลาเรือออก

  • หลังขึ้นเรือแล้ว ผู้โดยสารทุกคนต้องเข้าร่วมการซ้อมระบบความปลอดภัยบนเรือ ตามมาตรฐานการเดินเรือสากล ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนเรือออก

ท่าเรืออาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการจัดสรรของสายเรือ ดังนั้นต้องเช็กข้อมูลในตั๋วเรือ หรือเอกสารยืนยันการเดินทางอีกครั้งก่อนวันจริง

ชีวิตบนเรือ: กินดี เที่ยวฟิน กิจกรรมแน่น

บนเรือสำราญคือโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยอาหาร บันเทิง และกิจกรรมครบวงจร เรียกได้ว่าอยู่บนเรือทั้งวันก็ไม่มีคำว่าเบื่อ

มื้ออาหารบนเรือ

ตลอดทั้งทริป คุณจะได้รับอาหารครบทุกมื้อ เช้า–กลางวัน–เย็น ตามห้องอาหารที่เรือกำหนด โดยมีห้องอาหารหลัก ๆ ดังนี้

  • North Star Dining Restaurant (ชั้น 5)
    ห้องอาหารจีนแบบเซ็ตเมนู เหมาะกับสายชอบอาหารร้อนพร้อมเสิร์ฟ

  • The Sophia (ชั้น 6)
    ห้องอาหารสไตล์ Western สำหรับคนอยากเปลี่ยนบรรยากาศเป็นยุโรปหน่อย ๆ

  • Lido Restaurant (ชั้น 14)
    ห้องอาหารสบาย ๆ บรรยากาศชิล มีอาหารจีนและอาหารนานาชาติให้เลือก

คุณสามารถเลือกทานอาหารตามห้องที่กำหนดได้แบบ 1 มื้อ / 1 ห้องอาหาร ตามเงื่อนไขของเรือ

นอกจากนี้บนเรือยังมีห้องอาหารแบบพรีเมียม (Specialty Restaurants) ที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น

  • The Bistro

  • Mozzarella Ristorante & Pizzeria

  • Silkroad

เหมาะสำหรับคนที่อยากลองเมนูพิเศษ หรือฉลองโอกาสสำคัญระหว่างทริป

กิจกรรม และความบันเทิงบนเรือ

เรือสำราญไม่ได้มีแค่วิวทะเล แต่ยังมีโซนความสนุกให้เดินเล่นทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ

กิจกรรมและโซนไฮไลต์

  • Aqua Park & Waterslides
    สวนน้ำและสไลเดอร์ เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่อยากสนุกกับน้ำกลางทะเล

  • Disco & คาสิโน
    สายปาร์ตี้และสายลุ้นโชคมีโซนให้ไปปลดปล่อยแบบยามค่ำคืน

  • Zodiac Theatre (ชั้น 7)
    โรงละครหลักบนเรือ มีการแสดง และโชว์หลากหลายให้ชมในแต่ละคืน

  • บาร์และดนตรีสด
    จุดต่าง ๆ บนเรือจะมีบาร์ และโซนดนตรีสดให้คุณนั่งชิล จิบเครื่องดื่ม พร้อมฟังเพลง

  • ฟิตเนส & ผ่อนคลาย

    • สระว่ายน้ำ

    • สปา

    • ฟิตเนส สำหรับสายสุขภาพที่ไม่อยากหยุดฟิตระหว่างทริป

  • กิจกรรมสำหรับเด็กและวัยรุ่น

    • Little Dreamers: โซนกิจกรรมสำหรับเด็กเล็ก

    • Club Teens Club: พื้นที่สำหรับวัยทีน ได้ทำกิจกรรมและพบเพื่อนใหม่บนเรือ

ทุกวันจะมีตารางกิจกรรมแจกให้ที่ห้องพัก สามารถเช็กได้ว่าแต่ละวันมีโชว์ กิจกรรม หรือเวิร์กช็อปอะไรน่าสนใจบ้าง แล้วเลือกไปตามสไตล์ที่ชอบ

เมื่อเรือจอดตามเมืองต่าง ๆ: จะลงเที่ยวเองหรือซื้อทัวร์ก็ได้

ทุกครั้งที่เรือจอดตามแต่ละพอร์ต คุณมี 2 ทางเลือก: ซื้อทัวร์เสริม หรือ ลงเที่ยวเองแบบอิสระ

ตัวเลือกที่ 1: ซื้อทัวร์เสริมจากเรือ

  • สามารถซื้อทัวร์เสริมบนฝั่งได้ที่เคาน์เตอร์ Shore Excursions (ชั้น 5)

  • แนะนำให้ซื้อ ล่วงหน้า 1 วัน ก่อนเรือจะจอด เพื่อไม่ให้ทัวร์เต็ม

  • เหมาะกับคนที่ไม่อยากวางแผนเอง ให้เรือจัดให้ครบ รถ–ไกด์–โปรแกรมเที่ยว

ตัวเลือกที่ 2: เที่ยวเองสไตล์อิสระ

  • สามารถลงจากเรือได้หลังเวลาที่เรือจอด ประมาณ 1 ชั่วโมง

  • ถ้าเที่ยวเอง ควรเผื่อเวลาเดินทางกลับท่าเรือ และกลับขึ้นเรือ อย่างน้อย 1–2 ชั่วโมงก่อนเรือออก

  • ถ้าไม่ลงจากเรือ ก็ยังสามารถสนุกกับกิจกรรมบนเรือได้ทั้งวัน มีตารางกิจกรรมให้ที่ห้องพักทุกวัน

ไฮไลต์: เกาะอิชิกากิ (Ishigaki) สวรรค์ทะเลโอกินาว่า

เกาะอิชิกากิในจังหวัดโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น คือจุดหมายที่คนรักทะเลต้องหลงรัก เพราะที่นี่ครบทั้งทะเลสีฟ้าคราม ชายหาดขาวละเอียด วัฒนธรรมท้องถิ่น และอาหารทะเลสดใหม่

จุดเที่ยวห้ามพลาดบนเกาะอิชิกากิ

  • อ่าวคาบิระ (Kabira Bay)
    จุดชมวิวระดับหน้าปกนิตยสาร น้ำทะเลสีฟ้าใสตัดกับหาดทรายขาว สามารถนั่งเรือท้องกระจกชมปะการัง และฝูงปลาสีสันสวยงามใต้ทะเล

  • ประภาคารฮิราคุโบะ (Hirakubo Lighthouse)
    ตั้งอยู่บนแหลมฮิราคุโบะ เป็นจุดชมวิวทะเลแบบพาโนรามา มองไกลสุดสายตา เหมาะกับการถ่ายรูปชมพระอาทิตย์และท้องฟ้าเปิด

  • หาดยาโยมะ / โยนาระ (Yonehara Beach)
    หาดทรายขาวน้ำใส เหมาะกับการดำน้ำตื้น ดูปะการัง และปลาทะเลหลากสี เป็นสวรรค์ของคนรัก Snorkeling

  • ถ้ำหินปูนอิชิกากิ (Ishigaki Limestone Cave)
    ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตา มีทางเดินให้ชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

  • ตลาดสาธารณะอิชิกากิ (Ishigaki Public Market)
    แหล่งรวมสินค้าโลคอล ผักสด อาหารทะเล และของฝากพื้นเมือง เดินเล่นชิมอาหารท้องถิ่นได้เพลิน ๆ

นาฮา (Naha): เมืองหลวงโอกินาว่าที่ผสมทั้งประวัติศาสตร์และช้อปปิ้ง

นาฮาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของโอกินาว่า รวมทุกอย่างไว้ในที่เดียว ทั้งโบราณสถาน วัฒนธรรม และถนนช้อปปิ้งสุดคึกคัก

แลนด์มาร์กแนะนำในนาฮาและใกล้เคียง

  • ปราสาทชูริ (Shuri Castle)
    อดีตพระราชวังของอาณาจักรริวกิว ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แม้เคยเสียหายจากสงครามและไฟไหม้ แต่มีการบูรณะให้ยังคงความยิ่งใหญ่ และเปิดให้เข้าชมบางส่วน
    การเดินทางจากสนามบิน Naha: นั่งรถไฟ Yui Rail ไปลงสถานี Shuri (ประมาณ 27 นาที) จากนั้นเดินต่อราว 15 นาที

  • ศาลเจ้านามิโนะอุเอะ (Naminoue Shrine)
    ศาลเจ้าเก่าแก่ตั้งอยู่บนหน้าผา มองเห็นวิวทะเลสวย เหมาะกับการไปขอพรและถ่ายรูป

  • ผามันซาโมะ (Cape Manzamo)
    หน้าผาหินสูงราว 30 เมตร รูปทรงคล้ายงวงช้าง หันหน้าออกสู่ทะเลจีนตะวันออก ด้านบนเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า ถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สวยที่สุดของโอกินาว่า

  • ถนนหินชูริคินโจ (Shurikinjo Stone-Paved Road)
    ถนนหินเก่าแก่ บรรยากาศย้อนยุค เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบโอกินาว่าดั้งเดิม อยู่ไม่ไกลจากปราสาทชูริ

  • พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาว่า ชุราอูมิ (OKINAWA CHURAUMI AQUARIUM)
    ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ไฮไลต์คือ แท็งก์น้ำคุโรชิโอะ ซึ่งมีขนาดยักษ์ ติดอันดับหนึ่งในแท็งก์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเต็มไปด้วยสัตว์น้ำจากเขตโอกินาว่า โดยเฉพาะ ฉลามวาฬตัวใหญ่ และกระเบนราหู รวมถึงปลาทะเลหลากชนิด ปลาดาว ฉลามหลายสายพันธุ์ และสัตว์น้ำอื่น ๆ
    ด้านนอกยังมีสระน้ำริมทะเลสำหรับการแสดงโลมา เต่าทะเล และพะยูน จัดแสดงเป็นรอบ ๆ ตลอดทั้งวัน

  • สวนชิกินาเอ็น (Shikina-en Garden)
    สวนสวยสไตล์ญี่ปุ่นที่เคยเป็นสถานที่พักผ่อนของราชวงศ์ริวกิว มีสระน้ำเกาะแก่ง สะพานหิน และเรือนไม้ บรรยากาศเงียบสงบ

  • ถนนโคคุไซโดริ (Kokusai Dori)
    ถนนสายหลักของเมืองนาฮา เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านของฝาก สามารถเดินเล่น กิน เที่ยว ช้อป ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

  • ตลาดสาธารณะไดอิจิ มากิชิ (Makishi Public Market)
    สวรรค์ของสายกินอาหารทะเลสด เลือกของทะเลจากแผงแล้วให้ร้านด้านบนปรุงให้ทานได้เลย มีทั้งของสด ของแห้ง และของใช้ในชีวิตประจำวัน

  • ถนนสึโบยะยาจิมุน (Tsuboya Yachimun Street)
    ถนนสายเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิม เหมาะสำหรับคนรักงานคราฟต์และศิลปะท้องถิ่น

คืนสุดท้ายบนเรือ: เตรียมตัวก่อนเทียบท่า

ก่อนเรือจะเทียบท่ากลับในวันสุดท้าย จะมีขั้นตอนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย เพื่อให้การเช็คเอาต์เป็นไปอย่างราบรื่น

สิ่งที่ต้องทำในคืนสุดท้าย ได้แก่

  • เรือจะแจ้ง จุดรับคืนพาสปอร์ต ให้ทราบล่วงหน้า คุณต้องไปรับตามจุดที่กำหนด

  • จะมีการแจก Tag กระเป๋า ให้ผูกติดกระเป๋าเดินทาง จากนั้นนำไปวางหน้าห้องพักตามเวลาที่เรือกำหนด (ส่วนมากก่อนเที่ยงคืน) เพื่อให้พนักงานนำลงจากเรือให้ในวันรุ่งขึ้น

  • แนะนำให้เคลียร์ค่าใช้จ่ายที่ใช้ผ่าน Cruise Card เช่น ค่าดื่มพิเศษ ร้านอาหารเสริม หรือช้อปปิ้งบนเรือ รวมถึงค่าทิป ให้เรียบร้อยที่ Reception ชั้น 5 เพื่อให้ขั้นตอนเช็คเอาต์ในวันสุดท้ายสบาย ไม่ต้องต่อคิวจ่ายเงินนาน

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว คืนสุดท้ายบนเรือก็ควรปิดท้ายด้วยการเดินเล่นชมวิวลมทะเลยามค่ำ หรือดูโชว์สุดท้ายที่โรงละคร ให้ทริปนี้กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ บนเรือ Star Voyager

สรุป
แพ็กเกจล่องเรือ Star Voyager เส้นทาง ฮ่องกง–โอกินาว่า–อิชิกากิ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ทั้งฟีลเที่ยวเมือง ทะเลสวย วัฒนธรรมญี่ปุ่น และการพักผ่อนบนเรือหรูในทริปเดียว แถมยังอิสระเรื่องไฟลต์บิน เลือกวันเดินทางได้หลายช่วง ปี 2568 นี้ใครเล็งเที่ยวญี่ปุ่นแบบไม่ซ้ำใคร ทริปนี้คือคำตอบที่น่าลองอย่างมาก