รับแอปรับแอป

Study Group ซีรีส์เด็กเนิร์ดหมัดโหด ที่ดูแล้วลืมไปเลยว่าโลกนี้มีวิชาเรียน

นรินทร์ ชัยกิจ01-31

เมื่อเด็กเนิร์ดเดินเข้าโรงเรียนเด็กช่างหัวร้อน

Study Group (กลุ่มติวเดือด เลือดนักสู้, 스터디그룹) คือซีรีส์เกาหลีแนว Action, Comedy, Coming-of-Age ที่ดัดแปลงจากเว็บตูนชื่อเดียวกันของ Shin Hyung-wook

งานเขียนบทได้ทีมอย่าง Um Sun-ho และ Oh Bo-hyun มาช่วยกันขึ้นโครงเรื่อง

กำกับโดย Lee Jang-hun และ Yoo Beom-sang ที่จับโทนซีรีส์ให้ออกมาเดือด มันส์ และฮาแบบไม่เกรงใจวิชาเรียนกันเลยทีเดียว

ทีมนักแสดงนำถือว่าโหดมาก

  • Hwang Min-hyun (จาก Alchemy of Souls ทั้ง 2 ซีซั่น) รับบท Yoon Ga-min เด็กเนิร์ดผู้มากับหมัดมหาโหด

  • Han Ji-eun (จาก Train To Busan, Rampant) รับบท Lee Han-kyung คุณครูสาวไฟแรงตัวแทนความหวังของวงการศึกษา

  • Cha Woo-min (จาก Weak Hero Class) รับบท Pi Han-woo

  • Lee Jong-hyun (จาก Duty After School) รับบท Kim Se-hyun

  • Shin Soo-hyun (จาก Duty After School) รับบท Lee Ji-woo สาวห้าวสายบู๊

  • Yun Sang-Jeong (จาก Business Proposal, A Time Called You) รับบท Choi Hee-won

  • Gong Do-yu รับบท Lee Jun

  • Hong Min-Gi (จาก Love Your Enemy) รับบท Park Geon-Yeob

  • Baek Seo-Hoo (จาก Idol: The Coup, Miss Night and Day) รับบท Ma Min-Hwan

พล็อตโคตรง่าย แต่ดันโคตรมันส์

เนื้อเรื่อง / เรื่องย่อแบบเข้าใจเร็ว

เรื่องเริ่มที่ ยุนกามิน เด็กเนิร์ดที่ตั้งใจเรียนสุดชีวิต แต่คะแนนดันรั้งท้ายห้องอยู่ตลอด ถึงจะก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือแค่ไหน ชีวิตก็ไม่เคยใจดีกับเขาสักที

จนวันหนึ่งเขาได้ยินข่าวลือว่า ถ้าอยากมีหวังสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ให้ได้ ต้องย้ายไปเรียนที่ โรงเรียนมัธยมปลายเทคนิคยูซอง

เขาเลยตัดสินใจย้ายโรงเรียนแบบไม่คิดมาก แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไป ก็พบความจริงสุดโหดว่า

  • โรงเรียนนี้ ไม่ได้เด่นเรื่องวิชา

  • แต่เด่นเรื่อง นักเลง – ชกต่อย – แย่งอันดับความเก่งเรื่องสู้กัน ต่างหาก

เด็กที่นี่ไม่ได้แข่งกันที่เกรด แต่แข่งกันว่าใครต่อยแรงกว่า ใครอยู่สูงกว่าในลำดับบนสุดของโรงเรียน

แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งเส้นทางเด็กเนิร์ดอย่างยุนกามินได้

เขาตัดสินใจตั้ง กลุ่มติวหนังสือ ขึ้นมา เพื่อช่วยเพื่อนๆ ยกระดับคะแนนตัวเองให้ดีขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศโรงเรียนที่เต็มไปด้วยการกลั่นแกล้ง การหาเรื่อง และการสับกันเละทุกมุมตึก

และท่ามกลางความโกลาหลนี้เอง ทุกคน รวมถึงเจ้าตัว ก็ได้พบว่า

ถึงยุนกามินจะอ่อนเรื่องเรียน แต่เรื่องต่อยตีเขาอยู่ ระดับท็อปของจักรวาลโรงเรียน เลยทีเดียว

จากเด็กเนิร์ดที่ไม่เด่นเรื่องสอบ เขากลับมีพรสวรรค์การต่อสู้แบบเหนือมนุษย์ จนกลายเป็นเกราะป้องกันให้เพื่อนๆ ในกลุ่มติวได้อย่างคาดไม่ถึง

ภารกิจของยุนกามิน จึงไม่ใช่แค่การอัปคะแนน แต่ยังต้องใช้กำปั้นและสกิลการเอาตัวรอด ปกป้องเพื่อนทั้งกลุ่มให้รอดจากโรงเรียนสุดป่าเถื่อนแห่งนี้ด้วย

ความรู้สึกหลังดูจบ: มันส์ระดับมังงะโชเน็น

บอกเลยว่า โคตรมันส์ แบบไม่เกินจริง ซีรีส์เรื่องนี้อัดแน่นไปด้วยฉากแอ็คชั่นสไตล์เหนือมนุษย์ แรงปะทะแทบทะลุจอ ให้ฟีลเหมือนกำลังอ่านมังงะโชเน็นสักเรื่องหนึ่งมากกว่าดูซีรีส์คนแสดง

  • ฉากต่อยตีแต่ละฉากคือระดับ วินาศสันตะโร

  • บรรยากาศสู้กันให้ตายไปข้าง นึกถึงอารมณ์แบบ ซูเปอร์แมน vs นายพลซ็อด ใน Man of Steel

  • หรือจังหวะอัดหมัดแบบการ์ตูน Dragonball เลยก็ว่าได้

ส่วนซีนฮานี่ก็ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะเล่นใหญ่ระดับ ฮาก๊าก หลุดขำแบบไม่ทันตั้งตัว ใครชอบแนวตลกหน้าเครียดปนบู๊โหด เรื่องนี้เสิร์ฟให้แบบเต็มจาน

นักแสดง: หน้าตาดี ฟีลลิ่งใช่ เคมีถึง

ทีมนักแสดงหลักนี่คือเลือกมาดีมาก เรียกได้ว่า หล่อสวยครบ แถมคาแรกเตอร์ชัดทุกคน

  • Hwang Min-hyun กับบทเด็กเนิร์ดที่ไม่เหมือนเด็กเนิร์ดทั่วไป เพราะหน้าดีเกินเบอร์ แต่เวลาเข้าสู่โหมดบู๊คือเท่มาก

  • Han Ji-eun กับบทครูสาวไฟแรง ที่โผล่มาแต่ละซีนคือดูดีไปหมด ทั้งลุค ทั้งจริต จนกลายเป็นจุดโฟกัสของหลายๆ คน

  • Shin Soo-hyun ในบทสาวห้าวสายลุย ที่ทั้งเก่ง ทั้งเท่ และยังแอบน่ารัก จนดูแล้วโดนตกแบบไม่รู้ตัว ต้องไปไล่หาผลงานเก่าๆ มาดูต่อกันรัวๆ

ภาพรวมคือ คาแรกเตอร์ชัด + หน้าตาดี + เล่นถึง = คนดูอินง่ายมาก

เพลงประกอบ: แค่ดนตรียังชวนอยากลุกขึ้นต่อยอากาศ

อีกจุดที่โคตรเด่นคือ เพลงประกอบ ที่จัดแบบเน้นๆ มาให้ถึง 3 เพลง ในโทน Hip Hop ผสมกลิ่นอาย K-Pop แบบดุเดือด

  • จังหวะมันส์พอๆ กับฉากบู๊

  • ฟังแล้วโทนเรื่องชัดขึ้นทันที

  • ใครชอบแนวเพลงสายฮิปฮอปเกาหลี น่าจะถูกใจสุดๆ

พูดง่ายๆ คือ แค่เพลงขึ้นก็รู้เลยว่าฉากนี้ต้องมันส์แน่นอน

สรุป: เด็กเนิร์ดสายบู๊ที่ควรค่าแก่การดูรวดเดียวจบ

สรุปความรู้สึก

  • งานแอ็คชั่นคือโหด มันส์ สไตล์การ์ตูนจ๋า

  • มุกตลกทำงานดี หลายฉากฮาหนักมาก

  • คาแรกเตอร์ตัวละครหลักน่าจดจำ แถมนักแสดงดึงเสน่ห์ออกมาเต็มที่

  • เพลงประกอบช่วยดันอารมณ์ให้เดือดขึ้นไปอีกขั้น

ถ้าให้คะแนนก็จัดไปแบบไม่กั๊ก 10 เต็ม 10 ในฐานะซีรีส์สายเอ็นเตอร์เทนที่ตอบโจทย์คนดูที่อยาก

  • ดูอะไรเวอร์ๆ แบบการ์ตูน

  • บู๊หนัก ขยันต่อย

  • มีความฮาแทรกให้หายเครียด

แต่ถ้าใครไม่อินอะไรที่ดูเวอร์เกินจริง ชอบความสมจริงแนวดราม่าพีเรียดจริงจัง อาจจะรู้สึกว่ามัน “การ์ตูนไปหน่อย” ก็ได้

ถ้าอยากดูซีรีส์ที่ทำให้รู้สึกว่า “ติวหนังสือก็ได้ ต่อยคนก็เก่ง” เรื่องนี้คือคำตอบที่ใช่แบบไม่ต้องสงสัย