รับแอปรับแอป

เมื่อพรมกลายเป็นศิลปะ: Royal Thai จับมือ Mojo + Muse ปลุกโลกอัปไซเคิลกลาง The Met

ศุภชัย แก้วใจ01-29

เมื่อพรมไม่ได้เป็นแค่ของปูพื้นอีกต่อไป

Royal Thai ผู้นำระดับโลกด้านพรมทอ Axminster และพรมทอมือ (Hand-tufted) กำลังก้าวสู่บทใหม่ของแบรนด์ ด้วยการประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านงานสร้างสรรค์กับ Manoela Grigorova ศิลปินเจ้าของสตูดิโอ Mojo + Muse

การจับมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ธรรมดา แต่คือการผสาน มรดกงานฝีมือไทยที่ประณีต เข้ากับ ศิลปะร่วมสมัยระดับโลก โดยมีการเปิดตัวแบบ Soft Launch ในงานกาล่าสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Destination Indulgence: An Evening at The Met” ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ The Metropolitan Museum of Art (The Met) พร้อมกับช่วงเวลาของงาน Boutique Design New York (BDNY) 2025

นี่คือโมเมนต์ที่พรมไทยก้าวขึ้นสู่สถานะงานศิลปะในพิพิธภัณฑ์ระดับโลกอย่างแท้จริง

A Fusion of Art and Loom: เมื่อกี่ทอพรมเจอศิลปะร่วมสมัย

หัวใจของโปรเจกต์นี้ คือแนวคิดการหลอมรวมระหว่างงานหัตถกรรมและศิลปะร่วมสมัย หรือที่นิยามไว้ว่า “A Fusion of Art and Loom”

Manoela Grigorova หรือที่หลายคนรู้จักในนาม Mojo + Muse นำลายเซ็นด้านศิลปะของเธอเข้ามาเขย่าโลกของวัสดุปูพื้นอย่างจริงจัง

แรงบันดาลใจของเธอมาจากธรรมชาติที่ถูกมองผ่านเลนส์กล้องจุลทรรศน์ ดีเทลเล็กๆ ที่คนทั่วไปมองไม่เห็น ถูกขยายให้มีชีวิตอยู่บนพื้นห้อง โดยยังคงมุ่งเน้นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุอัปไซเคิลอย่างมีจุดยืนชัดเจน

ทั้งหมดนี้ถูกกลั่นออกมาเป็นแนวทางงานออกแบบที่เธอเรียกว่า “Colourful Escapism” — โลกแห่งสีสันที่ตั้งใจสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย หลบหนีจากความตึงเครียดของชีวิตประจำวัน ผ่านพื้นผิว ใยพรม และโทนสีที่ชวนดื่มด่ำ

พรมในฐานะผืนผ้าใบ: จากวัสดุปูพื้นสู่ Immersive Storytelling

ความร่วมมือระหว่าง Royal Thai และ Manoela ไม่ได้หยุดแค่การออกแบบลวดลายสวยๆ แต่นี่คือการพัฒนา คอลเลกชัน Bespoke ที่ตั้งใจพา “พรม” ก้าวข้ามกรอบเดิมๆ

  • ดึงเอาเทคนิคการปักผ้า

  • การใช้สื่อผสม (Mixed Media)

  • และภาษาศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของ Mojo + Muse

ทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านเทคโนโลยีการทอและปักพรมขั้นสูงของ Royal Thai

ผลลัพธ์คือการแปลง “พื้น” ให้กลายเป็น ผืนผ้าใบสำหรับการเล่าเรื่อง ที่ไม่ใช่แค่สวย แต่สร้างประสบการณ์แบบ Immersive Storytelling ให้คนรู้สึกมีส่วนร่วมราวกับเดินอยู่ในโลกของงานศิลปะอย่างแท้จริง

จากสิ่งที่เราเคยเหยียบ กลายเป็นสิ่งที่เราอยากหยุดยืนและมองให้ลึกขึ้น

ไฮไลท์กลางหอศิลป์ The Met

การประกาศความร่วมมือในงานกาล่าครั้งนี้ ไม่ได้มาแบบเล่นๆ เพราะถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของงาน “Destination Indulgence: An Evening at The Met” ที่รวมเอาผู้นำและผู้ตัดสินใจในอุตสาหกรรม Hospitality ระดับโลกกว่า 550 คน มาร่วมอยู่ในห้องเดียวกัน

นี่คือเวทีที่แบรนด์พรมจากไทยโชว์ให้โลกเห็นว่า งานฝีมือและแนวคิดด้านการออกแบบของเราสามารถยืนเคียงข้างศิลปะระดับพิพิธภัณฑ์ได้อย่างสง่างาม

หนึ่งในจุดเด่นของค่ำคืนนั้น คือการติดตั้งงานศิลปะลอยตัว (Custom Installations) ที่ The Met ซึ่งใช้วัสดุที่ให้เท็กซ์เจอร์ชัดเจนและสีสันสดใส จนกลายเป็นสื่อกลางเชื่อมอารมณ์ของผู้ชมเข้ากับธรรมชาติอีกครั้ง

เสียงจาก Royal Thai Americas

ในงานนี้ Gina di Roma รองประธานบริหารฝ่ายขายและการดำเนินงาน (EVP of Sales & Operations) แห่ง Royal Thai Americas ได้สะท้อนมุมมองต่อความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ว่า การได้ต้อนรับ Manoela เข้าสู่ครอบครัว Royal Thai ถือเป็นก้าวที่มีความหมายต่อทิศทางสร้างสรรค์ใหม่ของแบรนด์

เธอชี้ให้เห็นว่า ความเชี่ยวชาญทางศิลปะของ Manoela คือส่วนผสมที่ลงตัวกับวิสัยทัศน์ใหม่ของ Royal Thai และชัดเจนมากจากผลงาน Custom Installations ที่ The Met ซึ่งใช้วัสดุที่สัมผัสได้โดดเด่น ผสานสีสันจัดจ้าน จนสามารถปลุกอารมณ์ภายใน และช่วยเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติให้แนบแน่นขึ้น

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์สวย แต่คือการใช้พื้นเป็นภาษาของอารมณ์และความรู้สึก

พรมแดงที่เล่าเรื่อง: Bespoke Red Carpet

อีกหนึ่งโมเมนต์ที่แขกผู้มีเกียรติในงานได้สัมผัส คือการพรีวิวปรัชญาการออกแบบของคอลเลกชันใหม่ผ่าน “พรมแดง” (Bespoke Red Carpet) ที่ออกแบบและผลิตขึ้นมาเฉพาะงานนี้เท่านั้น

พรมเส้นนี้ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ของความหรูหรา แต่ถูกออกแบบให้ลายและฟอร์มไหลลื่น สื่อถึงความผ่อนคลายที่เดินคู่ไปกับความสง่างามอย่างพอเหมาะ

แรงบันดาลใจหลักมาจาก ลวดลายดอกไม้ ที่ถูกตีความผ่านสายตาของศิลปินร่วมสมัย สะท้อนให้เห็นว่า Royal Thai มีศักยภาพสูงด้านการผลิตงาน Bespoke ตามความต้องการเฉพาะของแต่ละโปรเจกต์ พร้อมทั้งเป็นสัญญาณว่า Manoela จะเป็นกำลังขับเคลื่อนสำคัญด้านนวัตกรรมดีไซน์ในบทบาทใหม่นี้

Royal Thai: จากตำนานงานฝีมือไทยสู่เวทีโลก

กว่า 50 ปี ที่ชื่อของ Royal Thai ถูกจดจำในฐานะผู้ผลิตพรมและวัสดุปูพื้นที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ด้วยการนำ งานฝีมือไทยระดับตำนาน จากโรงงานสู่สถานที่จริงทั่วโลก

สิ่งที่ทำให้แบรนด์ยืนระยะมาได้ยาวนาน คือความสามารถในการผสาน

  • ความประณีตเชิงช่าง

  • คุณภาพการผลิตระดับสูง

  • และการร่วมงานกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำรวมถึงศิลปินระดับโลก

ทั้งหมดนี้ส่งให้ผลงานของ Royal Thai เป็นได้ทั้งองค์ประกอบของสเปซ และเป็นแรงบันดาลใจด้านการออกแบบในเวลาเดียวกัน

แบรนด์ยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเวทีออกแบบระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น Gold Key Awards หรือ BDNY ยิ่งตอกย้ำว่า Royal Thai ไม่ได้อยู่แค่ในฐานะซัพพลายเออร์ แต่เป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนวงการออกแบบสากล

เมื่ออัปไซเคิลกลายเป็นตัวเอกของเรื่อง

สำหรับสายอัปไซเคิลและคนรักดีไซน์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือครั้งนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ เพราะไม่ใช่การใช้วัสดุรีไซเคิลเพื่อ “ลดความรู้สึกผิด” แต่คือการยกระดับให้ วัสดุรีไซเคิลและอัปไซเคิล กลายเป็นหัวใจของภาษาศิลปะบนพื้น

ในมือของศิลปินอย่าง Mojo + Muse และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของ Royal Thai วัสดุเหลือใช้ไม่ใช่ของเหลืออีกต่อไป แต่กลายเป็นวัตถุดิบของ โลกแห่ง Colourful Escapism ที่ผู้คนสามารถสัมผัสได้ด้วยตา เท้า และความรู้สึก

นี่คือจุดตัดสำคัญที่ทำให้เราเห็นว่าอนาคตของงานออกแบบ อาจไม่ได้เริ่มจากการผลิตสิ่งใหม่เสมอไป แต่อยู่ที่การเล่าเรื่องใหม่จากสิ่งที่มีอยู่แล้วอย่างมีชั้นเชิง

และในค่ำคืนหนึ่งที่ The Met พรมจากไทยได้พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่า การอัปไซเคิลก็ยืนบนเวทีศิลปะระดับโลกได้อย่างสง่างามไม่แพ้วัสดุใดๆ