รับแอปรับแอป

กาชา Racing Master โอกาส 25% จริงๆ ควรดีใจหรือหวาดผวา?

ธีรวัฒน์ ชัยศรี01-30

เปิดกล่องสุ่ม Racing Master: 25% ที่ทำคนเล่นเถียงกันทั้งเซิร์ฟ

ในโลกของคนงบหนา การได้หรือไม่ได้ของในเกมอาจไม่ใช่ประเด็นใหญ่ แต่พอพูดถึงการต้องเอาเพชรไปแลกกับการสุ่มรถทีละรอบ เรื่องมันก็เริ่มซีเรียสขึ้นมาทันที เพราะระบบกาชาใน Racing Master เป็นด่านสำคัญในการล่ารถ Tier สูงๆ มาไว้ลงสนามแข่ง

สิ่งที่ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถาม คืออัตราออกของรถเด่นในตู้ที่มีแค่ 25% หลายคนมองว่าน้อยไปไหม ใช้เพชรไปเท่าไหร่กว่าจะได้รถที่อยากได้กันแน่?

25% ในกาชา Racing Master น้อยไปหรือกำลังดี?

ใจความหลักของดราม่าอยู่ที่ระบบสุ่มรถใน Racing Master ซึ่งกำหนดโอกาสออกของรถเด่นไว้ที่ประมาณ 25% ในสายตาผู้เล่นหลายคน ตัวเลขนี้ยังดู “โหด” อยู่ดี เพราะต้องแลกมาด้วยเพชรจำนวนมาก แถมบางคนอาจต้องควักเงินจริงเติมเพิ่ม เพื่อไล่ล่ารถคันที่เล็งไว้

ผลลัพธ์คือจากเกมที่ควรจะเล่นเพลินๆ กลายเป็นเกมที่ทำให้รู้สึกต้องจ่ายหนักเพื่อความสนุก ยิ่งสุ่มเยอะ ยิ่งรู้สึกว่าเงินและเพชรกำลังละลายหายไปในพริบตา

อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ได้มีแค่มุมมองด้านลบเสมอไป บางคนก็รู้สึกว่าอัตรานี้ถือว่าโอเค ถ้าเข้าใจโครงสร้างของระบบสุ่มจริงๆ และเมื่อเอาไปเทียบกับเกมอื่นแล้ว เรื่องมันไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่ตัวเลขบอก

เกมอื่นกาชาโหดกว่าหรือเปล่า?

หลายเกมยอดนิยมที่ใช้ระบบกาชาเหมือนกัน ต่างก็มีเงื่อนไขและรายละเอียดของตู้สุ่มไม่เหมือนกัน บางเกมมีหลายตู้ หลายอีเวนต์ ซึ่งแต่ละตู้ก็ปรับอัตรากันไปตามของและความหายาก

ถ้ามองภาพรวมของเกมที่ใช้ระบบ Gacha ส่วนใหญ่แล้ว อัตราออกของดีมักจะต่ำมาก และในหลายเกมยังต่ำกว่า Racing Master เสียอีก

โดยทั่วไปอัตราการออกของไอเท็มหายากหรือระดับสูงในเกมพวกนี้ มักจะอยู่ในช่วงประมาณ 0.01% – 3% เท่านั้น ทั้งนี้ก็ขึ้นกับประเภทของตู้สุ่มและกติกาในแต่ละเกม รวมไปถึงเงื่อนไขพิเศษบางอย่างที่เกมกำหนด

หลายเกมยังเสริมด้วยระบบการันตี หรือที่หลายคนเรียกว่า pity system คือเมื่อสุ่มครบตามจำนวนที่กำหนดแล้ว จะได้ของระดับสูงแน่นอนอย่างน้อยหนึ่งชิ้น ทำให้คนรู้สึกว่าต่อให้ดวงซวย ก็ยังมีเส้นชัยรออยู่

25% ของ Racing Master เทียบกับ 3% ของเกมอื่นยังไง?

ตรงนี้คือจุดที่ทำให้หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อน ถ้าดูแค่ตัวเลขหน้ากระดาษ จะรู้สึกทันทีว่า 25% ดูดีกว่า 3% แบบไม่ต้องคิด แต่ในความเป็นจริง ทั้งสองตัวเลขกำลังพูดถึง “คนละชั้น” ของระบบสุ่ม

ในกรณีของ Racing Master ถ้าอัตรา 25% ถูกต้อง ตัวเลขนี้หมายถึง

  • เป็นโอกาสที่จะได้ รถเด่นประจำตู้ (rate-up)

  • โดยนับเฉพาะตอนที่ ผ่านด่านการันตี ได้รถระดับสูงมาแล้ว

  • อีก 75% ที่เหลือคือรถระดับสูงทั่วไปที่ไม่ได้เด่นหรือไม่ได้เป็นคันที่เราเล็งไว้

แต่ในหลายเกมอื่น ตัวเลข 0.01% – 3% มักหมายถึง

  • โอกาสเริ่มต้นต่อการสุ่มหนึ่งครั้ง

  • เป็นโอกาสได้ของระดับสูงสุด เช่น Legendary หรือของโคตรหายาก

  • นับรวมทุกการกด ไม่ได้อิงแค่ตอนการันตีออกของระดับสูง

พูดง่ายๆ คือ

  • 25% ใน Racing Master คือโอกาสเลือกของในชั้นบนสุด หลังขึ้นลิฟต์ไปถึงแล้ว

  • ส่วน 3% ในเกมอื่น คือโอกาสจะได้ขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนสุดตั้งแต่แรก

ดังนั้นแม้ตัวเลขของ Racing Master จะดูสูงกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่ากาชาใจดีหรือแจกกว่าทุกเกมเสมอไป เพราะระดับที่ตัวเลขกำลังอ้างถึงนั้นต่างกัน

ทำไมผู้เล่น Racing Master ถึงยังรู้สึกหัวร้อน?

เมื่อเข้าใจระบบแบบนี้ จะเห็นชัดว่า ความไม่พอใจของผู้เล่น Racing Master ไม่ได้เกิดจากการที่ของระดับสูงไม่ยอมออกเลย

แต่เกิดจากจุดที่ว่า

“พอของระดับสูงออกสักที กลับไม่ใช่คันที่เราตั้งใจจะล่า”

นั่นหมายความว่า

  • ผู้เล่นต้องใช้เพชรเยอะมากกว่าจะได้เข้าสู่จุดที่ของระดับสูงเริ่มออก

  • พอถึงจุดนั้นแล้ว ก็ยังต้องลุ้นอีกรอบว่าใน 25% ที่เป็นรถเด่น จะตกมาที่คันที่ต้องการหรือไม่

ผลคือความรู้สึกเจ็บจี๊ดจะทวีคูณ เพราะรู้สึกเหมือนได้ขึ้นเวทีแล้ว แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ถ้วยกลับบ้าน

สรุป: 25% นี้คุ้มหรือควรคิดดีๆ ก่อนกดสุ่ม?

ถ้ามองแค่ตัวเลขดิบๆ 25% อาจดูไม่ได้น่าเกลียดเมื่อเทียบกับหลายเกมที่อัตราเริ่มต้นน้อยนิดแบบ 0.x%

แต่เมื่อแยกชั้นของระบบสุ่มออกมาดูให้ดี จะเห็นว่า

  • ตัวเลขเดียวกัน อาจกำลังเล่าเรื่องคนละมุมของกาชา

  • ความรู้สึกของผู้เล่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับอัตราออกอย่างเดียว แต่ขึ้นกับ ต้องจ่ายเท่าไหร่ กว่าจะไปถึงจุดที่มีสิทธิ์ลุ้นของที่อยากได้จริงๆ

สำหรับคนที่คิดจะลุยกาชาใน Racing Master ทางเลือกมีอยู่สองแบบ

  • ถ้างบถึงและใจรัก ก็ลุยได้ แต่ควรเข้าใจระบบให้ชัดก่อนจะกด

  • ถ้าไม่อยากหัวร้อน ลองตั้งลิมิตเพชรและงบตัวเองให้ดี วางแผนก่อน ไม่ใช่รู้ตัวอีกทีตอนบัตรเครดิตแจ้งเตือน

สุดท้ายแล้ว กาชาไม่ใช่แค่เรื่องดวง แต่เป็นเรื่องของ การจัดการความคาดหวังและกระเป๋าสตางค์ ด้วยเหมือนกัน