เข้าใจโดพามีน–ออกซิโทซิน ฮอร์โมนขับเคลื่อนพฤติกรรมของมนุษย์
ในโลกยุคใหม่ที่ทุกคนพยายามเข้าใจตัวเองและคนรอบตัวมากขึ้น มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งถูกพูดถึงบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือ ความแตกต่างทางระบบประสาทระหว่างผู้ชายและผู้หญิง โดยงานวิจัยจำนวนมากเริ่มสรุปในทิศทางเดียวกันว่า
“สมองของทั้งสองเพศมีการเชื่อมต่อและตอบสนองต่อสิ่งเร้าแตกต่างกัน”
และหนึ่งในประเด็นที่โดดเด่นที่สุดคือ
ผู้ชายมักถูกขับเคลื่อนด้วย ‘โดพามีน’ (Dopamine)
ผู้หญิงมักถูกขับเคลื่อนด้วย ‘ออกซิโทซิน’ (Oxytocin)
ซึ่งความต่างนี้ส่งผลต่อ การตัดสินใจ ความสัมพันธ์ และพฤติกรรมทางอารมณ์ อย่างเห็นได้ชัดในหลายสถานการณ์
บทความนี้จะชวนสำรวจว่า “มันคืออะไร? ส่งผลอย่างไร? แล้วทำไมถึงสำคัญ?”
พร้อมอธิบายให้เข้าใจง่ายในแบบที่เข้ากับชีวิตประจำวันที่สุด

สมองผู้ชาย: ระบบประสาทที่ตอบสนองต่อ “โดพามีน” เป็นหลัก
โดพามีน (Dopamine) คือสารที่เกี่ยวข้องกับ
ความสุข
ความสำเร็จ
ความท้าทาย
การคาดหวังผลลัพธ์
เมื่อโดพามีนถูกกระตุ้น ผู้ชายมักจะตอบสนองในรูปแบบที่ “มุ่งเน้นเป้าหมาย” (Goal-Oriented) เช่น
เมื่อเริ่มสนใจเรื่องอะไร จะโฟกัสสูงมาก
ต้องการเห็นความคืบหน้าหรือผลลัพธ์ที่ชัดเจน
ชอบความสำเร็จที่วัดผลได้
สนุกกับการแก้ปัญหาแบบเป็นขั้นตอน
พลังขับเคลื่อนมักเกิดจากความอยากพิชิตบางอย่าง
นักประสาทวิทยาบอกว่า ระบบประสาทของผู้ชายเชื่อมโยงโครงข่าย “การลงมือทำ → สำเร็จ → ได้รางวัล” ให้รู้สึกคุ้มค่าเป็นพิเศษ ทำให้หลายครั้งผู้ชายดูเหมือน “โฟกัสกับสิ่งเดียว” ได้ดี เพราะสมองถูกจูนให้ไล่ล่าความสำเร็จทีละอย่าง
ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน
ใส่ใจงาน/โปรเจกต์ที่ท้าทายมากเป็นพิเศษ
เวลามีปัญหา จะคิดหาวิธีแก้ก่อนปลอบใจ
ให้ความสำคัญกับผลงานหรือเป้าหมายมากกว่าอารมณ์
ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายไม่มีด้านนุ่มนวล เพียงแต่สมองทำงานผ่านเส้นทางโดพามีนที่แข็งแรงกว่า

มองผู้หญิง: ระบบประสาทที่ขับเคลื่อนด้วย “ออกซิโทซิน”
ออกซิโทซิน (Oxytocin) ถูกขนานนามว่าเป็น
ฮอร์โมนแห่งความผูกพัน (Bonding hormone)
ฮอร์โมนของความไว้วางใจ
ฮอร์โมนความอบอุ่นและความเชื่อมโยงระหว่างคน
ระบบประสาทของผู้หญิงมักเชื่อมโยงกับเส้นทางที่ตอบสนองต่อ
ความสัมพันธ์ → ความใกล้ชิด → ความรู้สึกมั่นคง
เมื่อออกซิโทซินสูง ผู้หญิงมักจะแสดงพฤติกรรมแบบ
ต้องการความอบอุ่นและการสื่อสาร
เข้าถึงอารมณ์ได้ดีและไว
ให้ความสำคัญกับความรู้สึกของทุกฝ่าย
เชื่อมโยงการกระทำกับความสัมพันธ์ในระยะยาว
ชอบสภาพแวดล้อมปลอดภัยและไว้ใจได้
ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน
เวลามีปัญหาต้องการ “คนฟัง” ไม่ใช่ “คนแก้”
แปลผลจากสีหน้า น้ำเสียง และบรรยากาศได้แม่น
ให้ความสำคัญกับการกอด การสัมผัส หรือการให้กำลังใจ
ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงอ่อนไหวเกินไป แต่เป็นระบบประสาทที่ถูกออกแบบให้ “มองหาความเชื่อมโยงของความสัมพันธ์” ทำให้ความมั่นคงทางอารมณ์สำคัญมาก

โดพามีน vs ออกซิโทซิน ความต่างที่ทำให้พฤติกรรมต่างกัน
ถ้ามองผ่านแผนที่สมอง
โดพามีน = แรงขับของการลงมือทำและความท้าทาย
ออกซิโทซิน = แรงขับของสายสัมพันธ์และความไว้วางใจ
และนี่คือจุดที่ทำให้พฤติกรรมบางอย่างต่างกันชัด เช่น
1. การสื่อสาร
ผู้ชายเน้น “สาระสำคัญ” และ “วิธีแก้ปัญหา”
ผู้หญิงเน้น “ความรู้สึกร่วม” และ “การเข้าใจ”
2. ความคาดหวังในความสัมพันธ์
ผู้ชายมองผ่านการกระทำ
ผู้หญิงมองผ่านความใส่ใจและความสม่ำเสมอ
3. การตอบสนองต่อความเครียด
โดพามีนช่วยให้ผู้ชายโฟกัสไปที่สิ่งที่ต้องทำ
ออกซิโทซินทำให้ผู้หญิงอยากสื่อสารหรือพึ่งพาคนใกล้ชิด
4. สิ่งที่ทำให้รู้สึกดี
ผู้ชาย: บรรลุเป้าหมาย ชนะ สำเร็จ
ผู้หญิง: ความอบอุ่น การได้รับการดูแล ความเข้าใจ
ไม่ว่าระบบไหน ก็มีบทบาทสำคัญคนละแบบ และไม่มีแบบใด “ดีกว่า” อีกแบบ
ผลงานวิจัยบอกอะไรเราบ้าง?
งานวิจัยด้านประสาทวิทยาพบว่า
การเชื่อมต่อในสมองผู้ชายมักวิ่งในแนว “หน้า–หลัง” (Front to back) ทำให้เหมาะกับการแก้ปัญหา
สมองผู้หญิงเชื่อมต่อแบบ “ซ้าย–ขวา” มากกว่า ทำให้เชื่อมโยงอารมณ์และการสื่อสารได้ดี
สิ่งเหล่านี้เป็นแนวโน้มทางชีววิทยา ไม่ใช่กฎตายตัว เพราะบุคลิกของแต่ละคนยังขึ้นอยู่กับประสบการณ์ การเลี้ยงดู วัฒนธรรม และการเรียนรู้
แต่ความแตกต่างนี้ช่วย “อธิบาย” ว่าทำไมการคิด การสื่อสาร และความรู้สึกบางอย่างถึงแตกต่างกัน

แล้วเราควรใช้ข้อมูลนี้อย่างไร?
1. เข้าใจคนที่ต่างจากตัวเอง
ช่วยลดความขัดแย้งในหลายสถานการณ์ เช่น
ผู้ชายไม่เข้าใจว่าผู้หญิงต้องการการฟัง
ผู้หญิงไม่เข้าใจว่าผู้ชายกำลังพยายามแก้ปัญหาให้
เมื่อเข้าใจระบบประสาท ก็เข้าใจเจตนาได้ดีขึ้น
2. สื่อสารให้ถูกจังหวะ
เวลาขอความช่วยเหลือ
ผู้ชาย: อธิบายปัญหาและสิ่งที่ต้องการให้ชัด
ผู้หญิง: แสดงความรู้สึกและสร้างความเชื่อมโยงก่อน
3. เข้าใจตัวเองมากขึ้น
รู้ว่าร่างกายทำงานอย่างไร ช่วยให้จัดการอารมณ์ได้ดีขึ้น
สรุป
งานวิจัยชี้ว่า ผู้ชายและผู้หญิงมีระบบประสาทที่ตอบสนองต่อสารสื่อประสาทต่างกัน
ผู้ชาย = ขับเคลื่อนด้วย “โดพามีน” → โฟกัสเป้าหมาย ผลลัพธ์ และการลงมือทำ
ผู้หญิง = ขับเคลื่อนด้วย “ออกซิโทซิน” → สนใจความเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ และการสื่อสาร
ความต่างนี้ไม่ได้ทำให้ใครเหนือกว่าใคร แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมเราจึงคิดและตอบสนองต่างกัน และหากเข้าใจความต่างนี้ ความสัมพันธ์ การทำงาน และการสื่อสารในชีวิตประจำวันจะราบรื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

