รวมสายชาร์จ VOLTME น่าใช้ สำหรับสายเกมมิ่งและคนใช้หลายดีไวซ์
กำลังมองหาสายชาร์จที่ ชาร์จเร็ว ทน มือถือ–โน้ตบุ๊ก–เครื่องเกมใช้ได้หมด แต่ราคาไม่แรงเกินไปอยู่หรือเปล่า?
VOLTME เป็นอีกหนึ่งแบรนด์น้องใหม่ระดับสากลที่เน้นมาตรฐานชาร์จเร็ว PD ทุกรุ่น มีทั้งสายและหัวชาร์จ GaN กำลังไฟสูงสุดถึง 240W ให้เลือกใช้กันแบบจุก ๆ ในงบหลักร้อย
ก่อนจะซื้อสาย/หัวชาร์จ ต้องเช็กอะไรบ้าง?
1. กำลังไฟสูงสุดกี่วัตต์ (Watt)
ให้เริ่มจากการดูว่าอุปกรณ์ของเรารองรับการชาร์จกี่วัตต์ เช่น iPhone 16 Pro Max รองรับราว ๆ 30W ก็เลือกใช้ หัวชาร์จ + สายชาร์จ ที่รองรับตั้งแต่ 30W ขึ้นไป เพื่อดึงประสิทธิภาพการชาร์จออกมาได้เต็มที่
2. มาตรฐานชาร์จเร็วตรงกันไหม
สายและหัวชาร์จต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับอุปกรณ์ที่เราใช้ ถ้าไม่ตรงกันความเร็วจะตกทันที
มาตรฐานที่เจอบ่อยคือ Power Delivery (PD) ซึ่งใช้ได้กับหลายแบรนด์ เช่น
iPhone / iPad
MacBook
Samsung Galaxy
Nintendo Switch
3. เลือกพอร์ตให้ตรงกับอุปกรณ์
เลือกชนิดหัวให้ถูกตั้งแต่แรก ช่วยลดปัญหาสายรกหลายเส้น
USB-C to USB-C
USB-A to USB-C
Lightning (สาย iPhone รุ่นที่ยังใช้หัวนี้)
4. ความปลอดภัยห้ามมองข้าม
เลือกสายที่มีมาตรฐาน มอก.
วัสดุทนทาน ไม่กรอบแตกง่าย
ถ้าเป็นสายวัตต์สูง ควรมี ชิป E-Marker คอยควบคุมกำลังไฟให้เหมาะกับอุปกรณ์แต่ละตัว
หัวชาร์จ VOLTME REVO คู่หูสาย PD ทุกเส้น
หัวชาร์จตระกูล REVO ใช้เทคโนโลยี GaN III ทำให้ตัวอะแดปเตอร์มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา แต่ยังชาร์จเร็วและควบคุมอุณหภูมิได้ดี หลายรุ่นเป็นแบบ Multi-Port ชาร์จอุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมกันได้สบาย
มีตัวเลือกกำลังไฟตั้งแต่ 20–140W
รองรับ PD3.0, PPS, QC3.0
รุ่นที่หยิบมาพูดถึงคือ VOLTME REVO 67 ที่รองรับกำลังไฟสูงสุด 67W แต่ตัวเล็กกว่าหัวชาร์จทั่วไปประมาณครึ่งหนึ่ง พกใส่กระเป๋าได้แบบไม่เปลืองที่
ชาร์จได้ทั้งมือถือ, MacBook, Nintendo Switch
มีพอร์ตให้ 3 ช่อง: USB-C x 2 + USB-A x 1
ขาปลั๊กรูปแบบมาตรฐาน มอก. เสียบแล้วแน่น ไม่หลวมง่าย
เหมาะกับ: คนที่อยากได้หัวชาร์จ ตัวเดียวจบ พกง่าย ชาร์จได้หลายเครื่องพร้อมกัน
ราคาโดยประมาณ: 190 – 2,290 บาท (ตามรุ่นและกำลังไฟ)
1. VOLTME UTRON – สายท็อปสุด สายเดียวจบทุกงาน
ตัวท็อปของสายชาร์จ VOLTME ในตอนนี้ต้องยกให้รุ่น UTRON เพราะจัดเต็มทั้งกำลังไฟและการใช้งาน
รองรับชาร์จเร็วสูงสุด 240W (PD3.1)
มีชิป E-Marker 3.0 ช่วยควบคุมกำลังไฟให้เหมาะกับแต่ละอุปกรณ์
โอนถ่ายข้อมูลได้สูงสุด 40 Gbps ย้ายไฟล์ใหญ่ ๆ ระหว่างเครื่องได้ไวมาก
รองรับ DP Alt Mode ต่อจอได้ถึง 8K 60Hz
ด้านวัสดุก็จัดเต็มไม่แพ้สเปก เพราะใช้สายถักไนล่อน 2 ชั้น เส้นหนา แข็งแรงกว่ารุ่นอื่นเห็นได้ชัด ภายในมีฉนวนกันคลื่นรบกวน ทำให้ส่งสัญญาณนิ่งขึ้น และทนการบิดงอได้ถึง 20,000 ครั้ง
ด้วยความที่เป็น USB-C to C แบบสารพัดประโยชน์ เส้นเดียวใช้ได้ตั้งแต่มือถือไปจนถึงโน้ตบุ๊ก และยังใช้ต่อจอพร้อมจ่ายไฟได้ในสายเดียว เหมาะสำหรับคนที่ใช้จอระดับท็อป มีพอร์ต DP Alt หรือ Thunderbolt
ข้อสังเกตคือ สายจะค่อนข้างหนา อาจไม่สะดวกสำหรับคนที่เน้นพกพาเบา ๆ
เหมาะกับ: คนที่อยากได้ สายเส้นเดียวเอาอยู่ทุกอย่าง ชาร์จไว โอนไว ต่อจอได้
ช่วงราคา: 690 – 790 บาท
2. VOLTME YOYO – สายม้วนได้ พกง่าย สายเกมมิ่งต้องชอบ
สายชาร์จรุ่น YOYO มาในสไตล์ สายม้วนล้อโยโย่ ยืด–หดได้ 4 ระดับ ความยาวสูงสุด 1 เมตร เหมาะมากกับคนที่ไม่ชอบสายพันกันในกระเป๋า
รองรับ PD3.0
มีให้เลือก 2 ระดับ: 60W และ 100W*
ความเร็วโอนไฟล์สูงสุด 480 Mbps
วัสดุสายเป็น TPE ยืดหยุ่น ทนการบิดงอได้มากกว่า 10,000 ครั้ง
ใช้งานจริงจะรู้สึกได้เลยว่าการม้วนเก็บช่วยลดปัญหาสายพันของอื่น ๆ ในกระเป๋าได้เยอะมาก ลดโอกาสสายหักงอที่โคนสายไปในตัว
* สายรุ่นกำลังไฟ 100W ขึ้นไปจะมีชิป E-Marker ช่วยจัดการกำลังไฟให้เหมาะสมกับอุปกรณ์
เหมาะกับ: คนที่ชอบสายพกพา ไม่อยากให้สายชาร์จเกะกะหรือพันกันในกระเป๋า
ช่วงราคา: 249 – 299 บาท
3. VOLTME MOSS – สายซิลิโคนทนขั้นสุด แต่สัมผัสนิ่มมือ
ถ้าไม่ชอบสายไนล่อนแข็ง ๆ รุ่น MOSS จะตอบโจทย์ เพราะใช้ ซิลิโคนเกรดการแพทย์ ให้สัมผัสนิ่ม มือจับสบาย แถมยังไม่พันกันง่าย
ทนการบิดงอได้มากถึง 25,000 ครั้ง
รับแรงกดทับได้ถึง 100 กิโลกรัม
รองรับ PD3.0
มีให้เลือกทั้ง 60W และ 100W*
โอนถ่ายข้อมูลได้สูงสุด 480 Mbps
มีพอร์ตให้เลือกทั้ง USB-C to C และ USB-A to C
เหมาะมากกับคนใช้งานหนัก ๆ แต่ไม่อยากได้สายที่เนื้อแข็ง ม้วนเก็บยาก
* รุ่นกำลังไฟ 100W ขึ้นไปมีชิป E-Marker คอยจัดการกำลังไฟให้สมดุล
เหมาะกับ: คนที่ต้องการสาย โคตรทนแต่ยังนิ่ม ไม่ดื้อเวลาเก็บสาย
ช่วงราคา: 259 – 429 บาท
4. VOLTME STARK – สาย L-Shape สายเกมเมอร์ต้องมี
รุ่น STARK ออกแบบมาสายเกมมิ่งโดยเฉพาะ จุดเด่นคือหัว USB-C ทรงตัว L (L-Shape) ทำให้เสียบชาร์จมือถือไป เล่นเกมไปได้แบบไม่ติดขัด มือไม่ชนขั้วสายเหมือนหัวตรงทั่วไป
มีไฟบอกสถานะการชาร์จที่ขั้วสาย ไม่ต้องลุ้นว่าชาร์จเข้าหรือยัง
สายถักไนล่อน 2 ชั้น ทนบิดงอได้ถึง 20,000 ครั้ง
รองรับ PD3.0
เลือกได้ทั้ง 60W และ 100W*
โอนถ่ายข้อมูลได้สูงสุด 480 Mbps
พอร์ตมีทั้ง USB-C to C และ USB-A to C
* รุ่น 100W ขึ้นไปมาพร้อมชิป E-Marker ช่วยควบคุมกำลังไฟ
เหมาะกับ: เกมเมอร์สายมือถือที่ชอบ เล่นไปชาร์จไป หัว L-Shape ทำให้จับเครื่องถนัด ไม่เกะกะมือ
ช่วงราคา: 259 – 429 บาท
5. VOLTME RUGG – สายไนล่อนกราฟีน อึด ถึก ทน ใช้ยาว ๆ
รุ่น RUGG เป็นสายถักไนล่อนที่เสริมด้วยกราฟีน เพิ่มความหนาแน่นและความแข็งแรง
ทนการบิดงอได้สูงสุด 20,000 ครั้ง
รับน้ำหนักกดทับได้ถึง 100 กิโลกรัม
เนื้อสายไม่หลุดเป็นขุยง่าย
รองรับ PD3.0
มีตัวเลือกตั้งแต่ 12W ไปจนถึง 100W*
โอนถ่ายข้อมูลได้สูงสุด 480 Mbps
พอร์ตให้เลือกครบ: USB-C to C, USB-A to C และ Lightning
* รุ่น 100W ขึ้นไปมีชิป E-Marker คอยดูแลกำลังไฟ
เหมาะกับ: คนที่ต้องการสายชาร์จ เน้นความทน ใช้นาน ๆ ไม่อยากเปลี่ยนบ่อย และอยากมีตัวเลือกพอร์ตให้ตรงกับทุกดีไวซ์ที่ใช้
ช่วงราคา: 259 – 429 บาท
6. VOLTME EDC – สายเริ่มต้นราคาประหยัด แต่ฟีเจอร์ไม่กั๊ก
ใครมองหาสายสำรอง หรืออยากเริ่มลองแบรนด์ VOLTME แบบสบายกระเป๋า รุ่น EDC คือจุดเริ่มต้นที่โอเคมาก
ราคาเริ่มต้นเพียง ประมาณ 129 บาท
รองรับ PD3.0
มีกำลังไฟให้เลือกตั้งแต่ 12W – 100W*
ถ่ายโอนข้อมูลได้ 480 Mbps
มีพอร์ตทั้ง USB-C, USB-A และ Lightning
วัสดุสาย TPE ทนการบิดงอได้ราว ๆ 15,000 ครั้ง
แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่มาตรฐานกำลังไฟและการชาร์จเร็วถือว่าไม่น้อยหน้าใคร เหมาะเป็นสายสำรองไว้ในบ้าน ที่ทำงาน หรือพกติดกระเป๋า
* รุ่นกำลังไฟ 100W ขึ้นไปมาพร้อมชิป E-Marker เช่นเดียวกับรุ่นใหญ่
เหมาะกับ: คนงบจำกัด อยากได้สายดี ราคาไม่แรง มีพอร์ตให้เลือกครบ
ช่วงราคา: 129 – 329 บาท
การรับประกันและภาพรวมความคุ้มค่า
อุปกรณ์ชาร์จทุกตัวของ VOLTME ทั้งหัวชาร์จและสายชาร์จ มาพร้อมการรับประกันศูนย์ไทย 2 ปีเต็ม จาก Ascenti Resources เสียเปลี่ยนใหม่ ไม่ซ่อมให้ต้องรอนาน
มองภาพรวมแล้ว VOLTME เป็นแบรนด์ที่ให้สมดุลที่ดีระหว่าง ราคา–สเปก–ความทนทาน โดยเฉพาะคนที่ต้องการชาร์จเร็วอย่างปลอดภัย ใช้งานกับทั้งมือถือ โน้ตบุ๊ก และอุปกรณ์เกมมิ่งต่าง ๆ ได้แบบไม่งอแง
ถ้าอยากได้สายชาร์จดี ๆ สักเส้นในงบ หลักร้อย ที่รองรับทั้ง PD ความเร็วสูง และวัสดุไว้ใจได้ VOLTME ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าลองอย่างมากสำหรับสายเกมมิ่งและคนใช้หลายดีไวซ์ในชีวิตประจำวัน

