อยากจริงจังกับดนตรี ระดับโลกเขาเรียนกันที่ไหน?
ถ้าคุณอินกับเสียงดนตรีพอๆ กับการดูละครเวที ชอบทั้งการแสดงสด การแต่งเพลง ไปจนถึงงานดนตรีสมัยใหม่แบบ Music Production หรือ Film Scoring คำถามใหญ่คือ ถ้าอยากไปสายนี้แบบจริงจัง ควรเรียนที่ไหนในโลก?
HELLO! Education รวบรวม 3 สถาบันดนตรีระดับท็อปจากสหรัฐอเมริกา ที่ขึ้นชื่อเรื่อง Performance, Composition, Conducting และสายดนตรีร่วมสมัย มาให้คุณใช้เป็นไอเดียวางแผนอนาคตได้แบบจริงจัง
ทำไมต้องสนใจโรงเรียนดนตรีท็อปของโลก?
ลองนึกถึงชื่ออย่าง John Mayer, Yo-Yo Ma หรือ Lang Lang ศิลปินเหล่านี้ไม่ได้เก่งเพราะพรสวรรค์อย่างเดียว แต่ยังผ่านการฝึกฝนจากสถาบันดนตรีระดับตำนานของโลกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบางแห่งที่ให้ ทุนแบบ Full Scholarship ไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเลย ถ้าคุณมีความสามารถมากพอ ก็มีโอกาสได้เรียนฟรีในโรงเรียนระดับโลกจริงๆ
ต่อไปนี้คือ 3 สถาบันตัวท็อปในอเมริกาที่คนรักดนตรีไม่ควรมองข้าม
1. Juilliard School (New York City, NY)

ก่อตั้ง: ปี 1905
สถาบันนี้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกด้าน Performing Arts ตามการจัดอันดับของ QS World University Rankings และถือเป็นหนึ่งในชื่อที่คนสายศิลปะการแสดงรู้จักกันดี
จุดเด่น:
โดดเด่นที่สุดในโลกด้านการแสดงดนตรีคลาสสิก
แข็งมากในด้านการเต้นและละครเวที เหมาะกับคนที่ชอบทั้งดนตรีและการเพอร์ฟอร์มบนเวที
ตั้งอยู่ใจกลาง Lincoln Center ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมขนาดใหญ่ของเมือง
เครือข่ายศิษย์เก่าที่นี่ถือว่าโหดมาก ระดับที่มีชื่ออย่าง Yo-Yo Ma, Renée Fleming และ Itzhak Perlman อยู่ในลิสต์ ทำให้บรรยากาศการเรียนเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและมาตรฐานระดับสูง
หลักสูตรเด่นของ Juilliard:
Classical Instrument Performance
Vocal Arts (Opera)
Composition
Historical Performance (ดนตรีโบราณ)
ถ้าคุณหลงรักดนตรีคลาสสิก การยืนบนเวทีใหญ่ และฝันอยากเป็นส่วนหนึ่งของวงการ Performing Arts ระดับโลก Juilliard คือชื่อที่ต้องรู้จัก
2. Berklee College of Music (Boston, Massachusetts)

ก่อตั้ง: ปี 1945
Berklee ถูกยกให้เป็นตัวแทนของดนตรียุคใหม่ ด้วยแนวทางที่โฟกัสไปที่ ดนตรีร่วมสมัย แจ๊ส เพลงภาพยนตร์ และเทคโนโลยีดนตรี เหมาะกับคนที่อยากอยู่กลางวงการมิวสิกอินดัสตรีจริงๆ
นอกจากนี้ Berklee ยังมีวิทยาเขตที่ Valencia ประเทศสเปน เพิ่มตัวเลือกให้คนที่อยากได้บรรยากาศดนตรีข้ามทวีป
แนวทางและจุดเด่น:
เน้นการเรียนที่เชื่อมตรงกับอุตสาหกรรมดนตรีในปัจจุบัน
บรรยากาศการเรียนเน้นการทำงานจริง เจอเพื่อนสายดนตรีแน่นๆ จากทั่วโลก
ศิษย์เก่าที่นี่มีตั้งแต่ John Mayer, Quincy Jones ไปจนถึง Esperanza Spalding ซึ่งแต่ละคนล้วนมีผลงานในตลาดเพลงระดับนานาชาติ

Berklee เปิดรับหลากหลายแนวเพลง เช่น Pop, Jazz, Film Scoring และ Electronic Music เหมาะกับคนที่อยากสร้างเสียงของตัวเองในยุคดิจิทัล
หลักสูตรเด่นของ Berklee:
Music Production & Engineering
Jazz Composition
Film Scoring
Songwriting
Music Business
ใครที่อยากทำเพลงเอง โปรดิวซ์เอง หรืออยากเข้าใจทั้งดนตรีและธุรกิจดนตรีไปพร้อมกัน ที่นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดในโลก
3. Curtis Institute of Music (Philadelphia, Pennsylvania)

ก่อตั้ง: ปี 1924
Curtis เป็นหนึ่งในโรงเรียนดนตรีที่ขึ้นชื่อว่าคัดคนเข้ายากมากที่สุดในโลก แต่ถ้าเข้าได้แล้ว บอกเลยว่าโอกาสคุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะ นักเรียนที่นี่ไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน (full scholarship)
จุดเด่น:
รับนักเรียนจำนวนน้อยมาก เพื่อให้แต่ละคนได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากอาจารย์ระดับโลก
โฟกัสหนักไปที่ดนตรีคลาสสิกระดับสูง เหมาะกับคนที่จริงจังกับสายนี้แบบสุดทาง
ศิษย์เก่าที่นี่มีทั้ง Leonard Bernstein และ Hilary Hahn ซึ่งต่างก็เป็นชื่อระดับตำนานในวงการดนตรีคลาสสิก
หลักสูตรเด่นของ Curtis:
Instrumental Performance (Strings, Winds, Piano)
Conducting
Vocal Studies (Opera)
Composition
ถ้าคุณเชื่อในพลังของการฝึกฝนอย่างเข้มข้น และอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทุกคนทุ่มสุดตัวให้ดนตรี Curtis คือเวทีฝึกที่โหดแต่เปี่ยมคุณค่า
แล้วคุณเหมาะกับที่ไหน?
เมื่อมองภาพรวมของทั้ง 3 สถาบัน จะเห็นว่าแต่ละแห่งมีบุคลิกชัดเจนมาก:
Juilliard School – สำหรับคนที่รัก Performing Arts, ดนตรีคลาสสิก และการยืนอยู่กลางเวทีระดับโลก
Berklee College of Music – สำหรับสายดนตรีร่วมสมัย คนทำเพลง คนโปรดิวซ์ และคนที่อยากเชื่อมตรงกับอุตสาหกรรมดนตรียุคใหม่
Curtis Institute of Music – สำหรับคนที่มุ่งมั่นในดนตรีคลาสสิกระดับสูง พร้อมสู้กับการแข่งขันสุดโหด แลกกับโอกาสเรียนแบบ full scholarship
ไม่ว่าคุณจะอินกับการดูละครเวที การฟังวงออเคสตร้า หรือการนั่งทำเพลงในห้องเล็กๆ จุดร่วมสำคัญคือ ถ้าคุณตั้งใจจริง สถาบันเหล่านี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของชีวิตในสายดนตรี
ลองถามตัวเองดูว่า คุณอยากเห็นตัวเองยืนอยู่บนเวทีแบบไหน แล้วเริ่มวางแผนจากวันนี้ได้เลย

