ดราม่าราชมังฯ ไทยดับมาเลย์ ทะลุชิงซีเกมส์
บรรยากาศค่ำคืนที่ราชมังคลากีฬาสถาน เดือดตั้งแต่เสียงนกหวีดแรก ฟุตบอลชายซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รอบรองชนะเลิศ ทีมชาติไทย ลงสนามพบกับ มาเลเซีย ในฐานะแชมป์กลุ่มเอ เจอกับรองแชมป์กลุ่มที่ดีที่สุดจากกลุ่มบี
เกมนี้ โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล จัดทัพเต็มสูบ ส่ง ยศกร บูรพา ดาวยิงตัวความหวังที่ซัดไปแล้ว 5 ประตูในทัวร์นาเมนต์ นำแนวรุก ผสานกับ ธนกฤต โชติเมืองปัก และกัปตันทีม เสกสรรค์ ราตรี คุมจังหวะในสนาม
ฟรีคิกคืนชีพ นาทีที่ 8 เปลี่ยนหน้าเกม
เสียงเชียร์ยังไม่ทันเบาลง ไทยก็มาได้ประตูนำแบบเฉียบคม นาทีที่ 8 จากจังหวะฟาวล์ของ อิคลาส สันหรน ทีมได้ฟรีคิกระยะทำการ และเป็น ยศกร บูรพา ที่รับหน้าที่ปั่นด้วยเท้าขวา บอลโค้งเสียบตาข่ายสุดสวย พาไทยออกนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นเกม
ประตูนี้ไม่ใช่แค่ปลุกเพื่อนร่วมทีม แต่ยังปลุกทั้งสนามให้เดือดไปพร้อมกัน
มาเลเซีย 10 คน แต่ยังไม่ยอมง่าย ๆ
แม้ไทยจะเริ่มได้ดีกว่า แต่มาเลเซียก็มีสวนกลับให้ได้เสียวเหมือนกัน
นาที 12 มาเลเซียวางบอลยาวให้ แดนิช ฮาคิมี โฉบขึ้นมาโหม่ง แต่ยังตรงตัว ศรวัสย์ โพธิ์สมัน นายด่านไทย
นาที 16 เกมเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อ นาบิล ยูซุฟ โดนใบเหลืองที่สอง จากจังหวะไปดึง อิคลาส สันหรน ทำให้มาเลเซียเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน
นาที 28 มาเลเซียยังได้ลุ้นจากฟรีคิก แดนิช ฮายคาล ซัดด้วยซ้ายเน้น ๆ แต่ศรวัสย์ยังปัดออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม
ช่วงท้ายครึ่งแรก ไทยคุมจังหวะได้มากกว่า แต่ยังหาจังหวะจบสกอร์แบบเน้น ๆ เพิ่มไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรกนำอยู่ 1-0 แบบต้องลุ้นต่อ
ครึ่งหลังโค้ชวังขยับหมาก เน้นปิดเกม
เปิดครึ่งหลัง ไทยเริ่มขยับเปลี่ยนตัวเพื่อเติมความสดและเร่งจังหวะเกมรุก
ต้นครึ่งหลัง ไทยส่ง ชัยพล อดทน ลงมาแทน สิรภพ วันดี เพื่อเพิ่มมิติในเกมด้านข้าง
นาที 61 เปลี่ยนตัวคนที่สอง ส่ง วาริส ชูทอง ลงมาแทน พิชิตชัย เศียรกระโทก เพื่อย้ำเกมรุกให้คมขึ้น
นาที 64 ไทยเกือบหนีห่าง ธนกฤต โชติเมืองปัก หลุดไปสุดเส้นหลัง ก่อนเปิดให้ ยศกร บูรพา พุ่งชาร์จ แต่บอลไปติดบล็อกออกหลัง
นาที 70 อีกหนึ่งโอกาสทอง ธนกฤต ไหลให้ ยศกร บูรพา แต่งสองจังหวะแล้วซัดด้วยซ้าย แต่บอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียว เรียกเสียงเสียดายทั้งสนาม
ยิงไม่คมแต่คุมเกม แทบพับสนามบุก
ไทยยังเดินหน้าบุกต่อเนื่อง หวังปิดจ๊อบด้วยประตูที่สอง
นาที 72 ไทยเล่นเตะมุมสั้น ธนกฤต โชตเมืองปัก เปิดให้ ยศกร บูรพา ยิงไปติดเซฟ ก่อนจะได้เตะมุมต่อเนื่อง และเป็น พลเอก มณีกร สบโอกาสซัดด้วยซ้าย แต่ยังไปตรงตัวผู้รักษาประตู
นาที 76 ไทยต่อบอลกันสวย ธนกฤต ทำชิ่งกับ เสกสรรค์ ราตรี ก่อนลองปั่นด้วยขวา แต่ยังไม่ผ่านมือโกลมาเลเซีย ช่วงนี้ไทยเปลี่ยนตัวเพิ่ม ส่ง ชวัลวิทย์ แซ่เล้า ลงมาแทน อิคลาส สันหรน เติมความสดแดนหน้า
นาที 83 เกมรับมาเลเซียสกัดบอลไม่ขาด บอลเด้งมาเข้าทาง ชวัลวิทย์ แซ่เล้า ได้ซัดด้วยซ้าย แต่บอลเหินข้ามคานไปอีกครั้ง
นาที 87 ไทยเปลี่ยนสองคนสุดท้าย ส่ง คคนะ คำยก และ ยศกร นาถสิทธิ์ ลงมาแทน สิทธา บุญหล้า และ ชนภัช บัวพันธ์ เพื่อปิดจังหวะท้ายเกม
แม้จะพยายามปิดเกมด้วยประตูที่สอง แต่จังหวะสุดท้ายยังขาดความเฉียบคมเล็กน้อย
เสียงนกหวีดสุดท้าย และตั๋วชิงทอง
ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ เกมจบลงด้วยสกอร์ ทีมชาติไทย ชนะ มาเลเซีย 1-0
สกอร์เดียวจบ แต่มีทั้งดราม่า ความกดดัน และจังหวะลุ้นแทบตลอดทั้งเกม ไทยการันตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชายซีเกมส์ ครั้งที่ 33 สำเร็จ
โปรแกรมต่อไป ฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ จะลงเล่นนัดชิงชนะเลิศ ดวลกับ ทีมชาติเวียดนาม ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. ศึกนี้เดิมพันถึงเหรียญทองและศักดิ์ศรีของลูกหนังอาเซียนอย่างแท้จริง
ไลน์อัพตัวจริงทัพช้างศึกซีเกมส์
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนามในเกมนี้
ศรวัสย์ โพธิ์สมัน
ชานนท์ ทำมา
ชนภัช บัวพันธ์
เสกสรรค์ ราตรี ©
สิทธา บุญหล้า
ยศกร บูรพา
ธนกฤต โชติเมืองปัก
สิรภพ วันดี
พิชิตชัย เศียรกระโทก
อิคลาส สันหรน
พลเอก มณีกร
ได้เวลาเตรียมใจไปลุ้นชิงทองกับเวียดนาม นัดที่ทั้งแฟนบอลไทยห้ามพลาด

