รับแอปรับแอป

จริงหรือแค่หลอก? เจาะลึกความเสี่ยง "ปากกาฉีดลดน้ำหนัก" ก่อนคิดฉีดเข้าตัว

กรกนก พันธุ์ดี01-29

สัญญาณเตือนจากหมอ: ปากกาฉีดลดน้ำหนักไม่ใช่ยาวิเศษ

ช่วงนี้ใครเล่นโซเชียลก็คงเห็นโฆษณา “ปากกาฉีดลดน้ำหนัก” เด้งขึ้นมาไม่เว้นวัน ทั้งรีวิว ทั้งชวนเชื่อว่าใช้แล้วผอมไว ไม่ต้องอด ไม่ต้องออกกำลังกาย

แต่หน่วยงานด้านยาของไทยออกมาเตือนชัดว่า ไม่มี “ยาฉีดวิเศษ” ตัวไหนที่ทำให้น้ำหนักลดได้แบบปลอดภัยและยั่งยืนในพริบตา การจะลดน้ำหนักอย่างถูกต้องยังคงต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมเป็นหลัก

ปากกาฉีดลดน้ำหนักจริง ๆ คือยาอะไร?

ปากกาฉีดที่กำลังฮิตนี้ เป็นยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 receptor agonist (GLP-1 RA)

ในประเทศไทย ยากลุ่มนี้ได้รับอนุมัติให้ใช้เพื่อ:

  • รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2

  • ช่วยลดน้ำหนัก เฉพาะในผู้ที่มีภาวะอ้วน และต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์

พูดง่าย ๆ คือ ยาตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ป่วย ไม่ได้มีไว้ให้คนทั่วไปที่แค่อยากผอม หรืออยากเปลี่ยนรูปร่างไปใช้กันเล่น ๆ เพื่อความสวยความงาม

ใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน: ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนคิดฉีด

การใช้ปากกาฉีดลดน้ำหนักแบบผิดวิธี หรือใช้โดยไม่มีหมอดูแล อาจทำให้เกิดผลเสียรุนแรงตามมา ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ผลข้างเคียงร้ายแรงที่มีโอกาสเกิดขึ้น ได้แก่:

  • ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

  • ไตวาย

  • ถุงน้ำดีอักเสบ

  • ภาวะซึมเศร้า

  • กล้ามเนื้อฝ่อลีบ สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น

  • โรคไต

  • โรคไทรอยด์

  • โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ

กลุ่มนี้เสี่ยงได้รับผลข้างเคียงมากกว่าคนทั่วไป การลองฉีดยาตามกระแส อาจไม่ได้แค่ผอมไม่สำเร็จ แต่ถึงขั้นกระทบชีวิตและสุขภาพในระยะยาวได้

ทำไมฉีดแล้วผอมแป๊บเดียว แต่น้ำหนักดีดกลับ?

อีกปัญหาหนึ่งที่มักเกิดขึ้นคือ น้ำหนักดีดกลับอย่างรวดเร็ว หลังหยุดใช้ยา

เมื่อไปพึ่งยาแต่ไม่ได้ปรับพฤติกรรมการกิน การนอน การออกกำลังกาย พอเลิกฉีด ร่างกายก็กลับไปสู่รูปแบบเดิม แถมบางคนกินมากขึ้นจากการโหย ทำให้น้ำหนักอาจพุ่งสูงกว่าก่อนใช้ยาเสียอีก

นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงย้ำว่า การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนต้องมาจากการ:

  • จัดการอาหารให้เหมาะสม

  • เพิ่มการเคลื่อนไหวและออกกำลังกาย

  • นอนหลับให้เพียงพอและลดความเครียด

ยาฉีดอาจเป็น “เครื่องมือเสริม” ในบางกรณี แต่ ไม่ควรถูกใช้เป็นทางลัดแทนการดูแลตัวเอง

ทำไมรัฐเตรียมยกระดับให้เป็น “ยาควบคุมพิเศษ”?

หน่วยงานกำกับดูแลกำลังดำเนินการยกระดับยากลุ่ม GLP-1 RA จากเดิมที่จัดเป็น “ยาอันตราย” ให้กลายเป็น “ยาควบคุมพิเศษ”

ความหมายคือ:

  • ต้องมี ใบสั่งยาจากแพทย์ เท่านั้นจึงจะซื้อได้

  • ร้านขายยาต้องทำ บัญชีรายงานการจำหน่าย อย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบย้อนหลังได้

ที่ผ่านมาแม้มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว ก็ยังพบการนำยาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันผลเสียด้านสุขภาพของประชาชน

ถ้าเห็นโฆษณาน่าสงสัย ควรทำอย่างไร?

เมื่อโซเชียลเต็มไปด้วยโฆษณาและรีวิวที่เชื่อถือไม่ได้ การรู้เท่าทันจึงสำคัญมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพและการลดน้ำหนัก

แนวทางที่ควรทำคือ:

  • อย่าหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่า “ผอมไว ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง”

  • ระวังโฆษณาที่บอกว่าไม่ต้องมีหมอดูแล ไม่ต้องตรวจร่างกาย

  • หากสงสัยว่าเป็นการขายยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่เหมาะสม หรือโฆษณาเกินจริง สามารถแจ้งเรื่องกับหน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องได้

สุขภาพมีแค่ชุดเดียว ผิดพลาดไปแล้วแก้ยากกว่าการค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมอย่างถูกวิธี

สรุป: อย่าปล่อยให้คำว่า “อยากผอมไว” ทำร้ายสุขภาพคุณ

ก่อนจะหยิบปากกาฉีดลดน้ำหนักขึ้นมา ลองถามตัวเองให้ชัด ๆ ก่อนว่า:

  • เราได้ปรับพฤติกรรมพื้นฐานดีพอหรือยัง?

  • เราปรึกษาแพทย์และตรวจสุขภาพก่อนหรือไม่?

  • เราพร้อมรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจริง ๆ หรือเปล่า?

การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนอาจไม่หวือหวาเหมือนโฆษณา แต่คือทางที่ปลอดภัยกว่าแน่นอน ผอมแบบไม่พังสุขภาพ ถึงจะเรียกว่าผอมที่คุ้มจริง ๆ