สัญญาณเตือนจากหมอ: ปากกาฉีดลดน้ำหนักไม่ใช่ยาวิเศษ
ช่วงนี้ใครเล่นโซเชียลก็คงเห็นโฆษณา “ปากกาฉีดลดน้ำหนัก” เด้งขึ้นมาไม่เว้นวัน ทั้งรีวิว ทั้งชวนเชื่อว่าใช้แล้วผอมไว ไม่ต้องอด ไม่ต้องออกกำลังกาย
แต่หน่วยงานด้านยาของไทยออกมาเตือนชัดว่า ไม่มี “ยาฉีดวิเศษ” ตัวไหนที่ทำให้น้ำหนักลดได้แบบปลอดภัยและยั่งยืนในพริบตา การจะลดน้ำหนักอย่างถูกต้องยังคงต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมเป็นหลัก
ปากกาฉีดลดน้ำหนักจริง ๆ คือยาอะไร?
ปากกาฉีดที่กำลังฮิตนี้ เป็นยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 receptor agonist (GLP-1 RA)
ในประเทศไทย ยากลุ่มนี้ได้รับอนุมัติให้ใช้เพื่อ:
รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2
ช่วยลดน้ำหนัก เฉพาะในผู้ที่มีภาวะอ้วน และต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยและดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์
พูดง่าย ๆ คือ ยาตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ป่วย ไม่ได้มีไว้ให้คนทั่วไปที่แค่อยากผอม หรืออยากเปลี่ยนรูปร่างไปใช้กันเล่น ๆ เพื่อความสวยความงาม
ใช้ผิดชีวิตเปลี่ยน: ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนคิดฉีด
การใช้ปากกาฉีดลดน้ำหนักแบบผิดวิธี หรือใช้โดยไม่มีหมอดูแล อาจทำให้เกิดผลเสียรุนแรงตามมา ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ผลข้างเคียงร้ายแรงที่มีโอกาสเกิดขึ้น ได้แก่:
ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
ไตวาย
ถุงน้ำดีอักเสบ
ภาวะซึมเศร้า
กล้ามเนื้อฝ่อลีบ สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น
โรคไต
โรคไทรอยด์
โรคเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ
กลุ่มนี้เสี่ยงได้รับผลข้างเคียงมากกว่าคนทั่วไป การลองฉีดยาตามกระแส อาจไม่ได้แค่ผอมไม่สำเร็จ แต่ถึงขั้นกระทบชีวิตและสุขภาพในระยะยาวได้
ทำไมฉีดแล้วผอมแป๊บเดียว แต่น้ำหนักดีดกลับ?
อีกปัญหาหนึ่งที่มักเกิดขึ้นคือ น้ำหนักดีดกลับอย่างรวดเร็ว หลังหยุดใช้ยา
เมื่อไปพึ่งยาแต่ไม่ได้ปรับพฤติกรรมการกิน การนอน การออกกำลังกาย พอเลิกฉีด ร่างกายก็กลับไปสู่รูปแบบเดิม แถมบางคนกินมากขึ้นจากการโหย ทำให้น้ำหนักอาจพุ่งสูงกว่าก่อนใช้ยาเสียอีก
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงย้ำว่า การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนต้องมาจากการ:
จัดการอาหารให้เหมาะสม
เพิ่มการเคลื่อนไหวและออกกำลังกาย
นอนหลับให้เพียงพอและลดความเครียด
ยาฉีดอาจเป็น “เครื่องมือเสริม” ในบางกรณี แต่ ไม่ควรถูกใช้เป็นทางลัดแทนการดูแลตัวเอง
ทำไมรัฐเตรียมยกระดับให้เป็น “ยาควบคุมพิเศษ”?
หน่วยงานกำกับดูแลกำลังดำเนินการยกระดับยากลุ่ม GLP-1 RA จากเดิมที่จัดเป็น “ยาอันตราย” ให้กลายเป็น “ยาควบคุมพิเศษ”
ความหมายคือ:
ต้องมี ใบสั่งยาจากแพทย์ เท่านั้นจึงจะซื้อได้
ร้านขายยาต้องทำ บัญชีรายงานการจำหน่าย อย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบย้อนหลังได้
ที่ผ่านมาแม้มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว ก็ยังพบการนำยาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันผลเสียด้านสุขภาพของประชาชน
ถ้าเห็นโฆษณาน่าสงสัย ควรทำอย่างไร?
เมื่อโซเชียลเต็มไปด้วยโฆษณาและรีวิวที่เชื่อถือไม่ได้ การรู้เท่าทันจึงสำคัญมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพและการลดน้ำหนัก
แนวทางที่ควรทำคือ:
อย่าหลงเชื่อโฆษณาที่อ้างว่า “ผอมไว ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง”
ระวังโฆษณาที่บอกว่าไม่ต้องมีหมอดูแล ไม่ต้องตรวจร่างกาย
หากสงสัยว่าเป็นการขายยาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่เหมาะสม หรือโฆษณาเกินจริง สามารถแจ้งเรื่องกับหน่วยงานสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องได้
สุขภาพมีแค่ชุดเดียว ผิดพลาดไปแล้วแก้ยากกว่าการค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมอย่างถูกวิธี
สรุป: อย่าปล่อยให้คำว่า “อยากผอมไว” ทำร้ายสุขภาพคุณ
ก่อนจะหยิบปากกาฉีดลดน้ำหนักขึ้นมา ลองถามตัวเองให้ชัด ๆ ก่อนว่า:
เราได้ปรับพฤติกรรมพื้นฐานดีพอหรือยัง?
เราปรึกษาแพทย์และตรวจสุขภาพก่อนหรือไม่?
เราพร้อมรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจริง ๆ หรือเปล่า?
การลดน้ำหนักอย่างยั่งยืนอาจไม่หวือหวาเหมือนโฆษณา แต่คือทางที่ปลอดภัยกว่าแน่นอน ผอมแบบไม่พังสุขภาพ ถึงจะเรียกว่าผอมที่คุ้มจริง ๆ

