Yindii: เมื่ออาหารส่วนเกินกลายเป็นโอกาส
ท่ามกลางปัญหาขยะอาหารที่พุ่งสูงขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะอาหารส่วนเกินที่ขายไม่หมด กับค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แพลตฟอร์มจัดการอาหารส่วนเกินอย่างยั่งยืนอย่าง Yindii จึงกลายเป็นตัวละครหลักบนเวทีกู้โลกใบนี้
Yindii ก่อตั้งขึ้นในปี 2563 โดยมีเป้าหมายชัดเจนคือเชื่อมโยงร้านอาหาร เบเกอรี ร้านค้า และโรงแรม เข้ากับผู้บริโภคผ่านการจำหน่ายอาหารส่วนเกินที่ยังมีคุณภาพดี แต่ขายไม่หมด ในรูปแบบ “กล่องสุ่ม” หรือ “ถุงเซอร์ไพรส์ (Surprise Bag)” ด้วยราคาที่ลดลงถึง 50–80% จากราคาปกติ
แนวคิดนี้ไม่ได้แค่ช่วยระบายของเหลือ แต่คือการ รีเซ็ตคุณค่าของอาหาร ที่กำลังจะถูกทิ้ง ให้กลับมาเป็นมื้อพิเศษในราคาที่เอื้อมถึง พร้อมเสนอโมเดลแก้ปัญหาที่เรียบง่าย ขยายผลได้จริง และทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน ทั้งผู้บริโภค ธุรกิจ และสิ่งแวดล้อม
ตัวเลขที่บอกว่า Yindii ไม่ได้มาเล่น ๆ
ตลอดปี 2568 ชุมชนผู้ใช้งาน Yindii ทั่วภูมิภาคช่วยกันหยุดยั้งการสูญเสียอาหารไปได้มากกว่า 500,000 มื้อ หรือเฉลี่ยราว 1 มื้อต่อนาที
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 1,375 ตัน ซึ่งเทียบได้กับ
การขับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันไกลถึงประมาณ 11 ล้านกิโลเมตร
ระยะทางรอบโลกประมาณ 277 รอบ
ปริมาณคาร์บอนจากการใช้น้ำมันเบนซินราว 580,000 ลิตร
การเดินทางด้วยเที่ยวบินจากปารีสสู่นิวยอร์กราว 575 เที่ยวบินแบบเที่ยวเดียว
เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือความเชื่อที่ว่า “ทุกมื้อที่ไม่ถูกทิ้ง คืออีกก้าวของความเท่าเทียมและความยั่งยืน” เพราะนอกจากผู้ใช้จะได้กินของดีราคาน่ารักแล้ว ยังช่วยทำให้การเข้าถึงอาหารคุณภาพดีเป็นเรื่องที่เป็นไปได้สำหรับคนวงกว้างมากขึ้น
เมื่อการกินดี กลายเป็นการทำดีโดยไม่รู้ตัว
หนึ่งในสิ่งที่ทีม Yindii ภูมิใจ คือการได้เห็นกลุ่มคนหลากหลาย ตั้งแต่ครอบครัว นักศึกษา ไปจนถึงพนักงานออฟฟิศ ค่อย ๆ ค้นพบ “ร้านลับ” ในย่านของตัวเอง ผ่านกล่องสุ่มของแพลตฟอร์ม
พวกเขาไม่ได้แค่ประหยัดค่าอาหาร แต่ยังได้รู้ด้วยว่าทุกการกดสั่งของตัวเองกำลังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ในอีกด้านหนึ่ง ร้านค้าพันธมิตรเองก็ได้เปลี่ยนมุมมองจากเดิมที่ต้องทิ้งของทุกวันแบบเจ็บใจ มาสู่การเปลี่ยนของที่ขายไม่หมดให้กลายเป็น
รายได้ใหม่ แทนการเป็นต้นทุนจม
เครื่องมือสร้างความผูกพันกับลูกค้า
พลังใจให้ทีมงานที่ไม่ต้องเห็นของดี ๆ ลงถังขยะอีกต่อไป
ปัจจุบัน แบรนด์อาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากใช้ Yindii เป็นช่องทางแปลงอาหารส่วนเกินให้กลับมาเกิดมูลค่า มีเงินไหลเวียนกลับสู่ธุรกิจรวมมากกว่า 78 ล้านบาท ที่เคยมีแนวโน้มจะกลายเป็นแค่ขยะ
กรุงเทพฯ เมืองต้นแบบของการช่วยอาหารจากถังขยะ
เฉพาะในปี 2568 บนแพลตฟอร์ม Yindii ในกรุงเทพฯ มีการจำหน่ายอาหารส่วนเกินที่ขายไม่หมดมากกว่า 230,000 มื้อ
จากฝั่งผู้ใช้งาน มียอดดาวน์โหลดแอปมากกว่า 100,000 ครั้ง และมีธุรกิจที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรมากกว่า 400 ราย ทำให้เกิดระบบนิเวศอาหารส่วนเกินที่แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ผลลัพธ์ที่จับต้องได้มีทั้ง
ผู้ใช้ช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายรวมมากกว่า 4 ล้านบาท
ลดปริมาณอาหารที่ต้องถูกทิ้งมากกว่า 20,000 กิโลกรัม
ช่วยชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 50,000 กิโลกรัม
ในฝั่งแบรนด์ชั้นนำเอง การใช้งานแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีช่วยดึงปริมาณอาหารที่ถูกทิ้งลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยร้านดังอย่าง St. Regis, Landhaus และ Tiengna สามารถลดการทิ้งอาหารลงได้ถึง 70–90%
จากร้านอาหาร สู่โรงแรมหรู และนวัตกรรม Fill & Go
ประเทศไทยถือเป็นตลาดแรกที่ Yindii ขยายจากภาคอาหารและเครื่องดื่มไปสู่ อุตสาหกรรมโรงแรม เพื่อจัดการอาหารที่ขายไม่หมดจากไลน์บุฟเฟต์ ซึ่งปกติแล้วคือแหล่งขยะอาหารก้อนใหญ่ของเมือง
ตอนนี้มีโรงแรมชั้นนำเข้าร่วมมากกว่า 50 แห่ง เช่น
Conrad
The Athenee Hotel
Centara Grand at CentralWorld
ไม่เพียงเท่านั้น Yindii ยังทดลองเปิดตัวนวัตกรรม “Fill & Go” ที่ The Okura Prestige Bangkok ให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้ออาหารได้ที่ร้านโดยตรงในรูปแบบใหม่ ช่วยให้คนเมืองสะดวกขึ้น และช่วยชูบทบาทของกรุงเทพฯ ให้เป็น ตลาดต้นแบบ สำหรับการขยายบริการต่อไปยังฮ่องกงและสิงคโปร์ในอนาคต
เป้าหมายต่อไป: เมืองใหม่ ประเทศใหม่ และฮีโรตัวจริงคือผู้ใช้
ในปี 2569 Yindii ตั้งเป้าจะเร่งเครื่องการเติบโตต่อเนื่องด้วยการ
ขยายบริการไปยังเมืองใหม่ ๆ ในภูมิภาค
บุกตลาดใหม่อย่างประเทศเกาหลีใต้
สร้างความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับพันธมิตรในตลาดเดิม
หัวใจสำคัญคือการทำให้ คนทั่วไปเข้าถึงอาหารคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ แทนที่จะปล่อยให้ของดีเหล่านั้นต้องจบชีวิตในฐานะขยะ พร้อมช่วยให้ภาคธุรกิจมองอาหารที่ขายไม่หมดเป็น โอกาสสร้างมูลค่า แทนการเป็นภาระต้นทุนหรือความสูญเสีย
แนวคิดของ Yindii ไม่ได้จบแค่การเป็นแพลตฟอร์มธุรกรรม แต่คือการสร้าง ชุมชนคนที่อยากเห็นอาหารมีคุณค่าอีกครั้ง และอยากมีส่วนร่วมกับการลดการสูญเสียอาหารผ่านการกินในชีวิตประจำวัน
ปัจจุบัน Yindii ได้สร้างฐานชุมชนที่แข็งแรงแล้วใน
ประเทศไทย
ฮ่องกง
สิงคโปร์
และยังเตรียมเดินหน้าสร้าง “ฮีโรด้านอาหาร” ในเมืองใหม่ ๆ ต่อไปในอนาคต
การยอมรับบนเวทีโลก: เมื่อสตาร์ตอัปกล่องสุ่มกลายเป็นโมเดลความยั่งยืน
ในช่วงปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของ Yindii ไม่ได้อยู่แค่ในโลกของร้านอาหารและผู้บริโภค แต่ยังถูกจับตาในฐานะตัวอย่างของแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อน ความยั่งยืน และเกี่ยวข้องกับ นโยบายสาธารณะ ด้วย
Yindii ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เข้ารอบสุดท้ายของรางวัล Spirit of Hong Kong Awards จากแนวทางเชิงนวัตกรรมในการจัดการอาหารส่วนเกินและลดปัญหาอาหารเหลือทิ้งอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะเดียวกัน ภายในงาน Impact Week ที่จัดขึ้น ณ ONE ประเทศสิงคโปร์ Yindii ยังได้จัดงาน Yindii Eco-Brand Awards 2025 เพื่อยกย่อง 25 แบรนด์ชั้นนำและพันธมิตรด้านสื่อ ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการลดขยะอาหารในภาคธุรกิจ
ในงานดังกล่าว ตัวแทนจากภาครัฐของสิงคโปร์ได้ชี้ให้เห็นว่าประเทศมีปัญหาขยะอาหารมากถึง 800,000 ตันต่อปี และย้ำว่า
การจัดการอาหารที่สูญเสียไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม
แต่เกี่ยวพันโดยตรงกับ ความมั่นคงทางอาหาร
และคือฐานรากของ ความยั่งยืนระยะยาวของทั้งประเทศ
บทสรุป: กล่องสุ่มที่มากกว่าความลุ้น คือเครื่องมือเปลี่ยนโลก
มองเผิน ๆ Yindii อาจเป็นเพียงแอปกล่องสุ่มอาหารราคาดีที่ช่วยให้เราได้ลองร้านใหม่ ๆ แบบคุ้มค่า แต่ถ้าซูมออกมาดูในภาพใหญ่ จะเห็นว่ามันคือแพลตฟอร์มที่กำลัง
ลดขยะอาหารทีละมื้อ
คืนมูลค่าให้ของที่กำลังจะถูกทิ้ง
เสริมรายได้ให้ธุรกิจที่เคยต้องเจ็บใจตอนเก็บของลงถัง
และปลูกฝังแนวคิดว่า การกินทุกคำ สามารถเป็นการกู้โลกได้ในตัวเอง
ครั้งหน้าที่คุณกดสั่งกล่องสุ่มหรือถุงเซอร์ไพรส์ อาจไม่ได้แค่ลุ้นว่าข้างในมีอะไร แต่อาจได้ลุ้นไปด้วยว่า วันนี้เราช่วยอาหารกี่มื้อรอดจากถังขยะแล้ว?

