ผิวใต้วงแขนทำไมถึงคล้ำง่ายกว่าที่คิด
ผิวใต้วงแขนจริงๆ แล้วบอบบางและเซนซิทีฟมาก แต่กลับเป็นจุดที่หลายคนเผลอมองข้าม ปล่อยให้ต้องเจอทั้งความอับชื้นจากเหงื่อ การเสียดสีตลอดวัน การกำจัดขนบ่อยครั้ง รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่รุนแรงต่อผิวอยู่ซ้ำๆ
พอสะสมไปเรื่อยๆ ก็เลยกลายเป็นปัญหา รักแร้หมองคล้ำ ดูไม่เนียนใสเหมือนตอนเด็ก แถมบางคนยังเป็นหนักถึงขั้นคล้ำฝังลึก จนไม่กล้าใส่แขนกุดหรือบิกินี่กันเลยทีเดียว
ถ้าเริ่มรู้สึกว่าใต้วงแขนของเราดูไม่สดใสเหมือนเดิม ถึงเวลามารีเซ็ตผิวบริเวณนี้แบบจริงจังแล้ว
สเต็ปที่ 1: เช็คสารระคายเคืองในของที่ใช้ทุกวัน
ก่อนจะโทษผิวตัวเอง ลองย้อนกลับไปดูผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับใต้วงแขนทุกวัน ว่ามีส่วนผสมที่อาจทำร้ายผิวแบบไม่รู้ตัวหรือเปล่า โดยเฉพาะกลุ่มสารที่มักเจอบ่อยอย่าง
แอลกอฮอล์ปริมาณสูง
น้ำมันหอมระเหยที่กลิ่นแรงมาก
สีสังเคราะห์บางชนิดที่อาจระคายเคืองผิวบอบบาง
สารเหล่านี้อาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวใต้วงแขน คล้ำง่าย แห้ง แสบ และฝังลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเช็คแล้วเจอ ให้ค่อยๆ เปลี่ยนไปใช้สูตรที่อ่อนโยนกับผิวมากกว่าเดิม
สเต็ปที่ 2: เลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงปัญหาผิวใต้วงแขน
เดี๋ยวนี้ตัวช่วยเรื่องใต้วงแขนมีให้เลือกหลายแบบมาก ไม่ว่าจะเป็น
โรลออน
เซรั่มเฉพาะจุด
ครีมบำรุง
สเปรย์ระงับกลิ่น
แต่แทนที่จะเลือกจากกลิ่นหรือแพ็กเกจจิ้งอย่างเดียว ลองโฟกัสที่ ฟังก์ชันหลัก เหล่านี้ก่อน
ช่วยยับยั้งเหงื่ออย่างเหมาะสม
ลดกลิ่นกายได้ดีตลอดวัน
ฟื้นฟูให้ผิวใต้วงแขนดูเรียบเนียน กระจ่างใสขึ้น
ถ้าสูตรไหนทำได้ครบทั้ง 3 ข้อนี้ และเช็คแล้วว่า ไม่มีสารระคายเคืองปน ก็สามารถเลือกตามความชอบของเนื้อผลิตภัณฑ์และไลฟ์สไตล์ของเราได้เลย
สเต็ปที่ 3: ผลัดเซลล์ผิวเก่าอาทิตย์ละ 2 ครั้ง
ถ้าปล่อยผิวใต้วงแขนทิ้งไว้นานๆ แล้วเพิ่งจะมาดูแล การสครับถือเป็นอีกขั้นตอนที่ช่วยได้มาก เพราะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกง่ายขึ้น ทำให้ผิวที่ดูหมองคล้ำ กลับมาสดใสขึ้นทีละนิด
ไอเดียสครับแบบโฮมเมดที่ทำได้จากของในครัว เช่น
เบกกิ้งโซดา + น้ำมันมะพร้าว
มะขามเปียก + น้ำผึ้ง
โยเกิร์ต + น้ำมะนาวเล็กน้อย
หรือถ้าอยากสะดวก เลือกสครับสำเร็จรูปจากท้องตลาดก็ได้ แต่มีทริคสำคัญคือ
เลือกเม็ดสครับที่กลม ไม่แหลม ไม่บาดผิว
เน้นสูตรอ่อนโยน เหมาะกับผิวบอบบาง
การสครับเบาๆ อาทิตย์ละ 2 ครั้ง แบบไม่ถูแรงเกินไป จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นโดยไม่ทำให้ระคายเคืองเพิ่ม
สเต็ปที่ 4: ตัวช่วยรูปแบบโทนเนอร์สำหรับสาวที่ไม่ชอบอะไรยุ่งยาก
บางคนอาจรู้สึกว่าการสครับ การทำสูตรเอง การเปลี่ยนรูทีนใหม่หมดเป็นเรื่องวุ่นวาย แถมยังไม่มีเวลา จะให้ทำหลายขั้นตอนทุกวันก็ยิ่งยากไปใหญ่
ที่นี่แหละที่ตัวช่วยอย่างโทนเนอร์ใต้วงแขนเข้ามาตอบโจทย์ เพราะถูกออกแบบมาให้ใช้ง่ายในชีวิตจริง เนื้อสัมผัสแบบโทนเนอร์จะมีจุดเด่นคือ
เนื้อบางเบา ไม่เหนียวหนึบ
ซึมไว ไม่ทิ้งความมันหรือคราบ
ใช้แค่แผ่นสำลีเช็ดก็ช่วยเคลียร์ผิวใต้วงแขนได้ตรงจุด
แค่เช็ดหลังอาบน้ำเป็นประจำ ก็เหมือนได้รีเซ็ตผิวใต้วงแขนในไม่กี่วินาที เหมาะมากกับคนที่อยากดูแลตัวเอง แต่ไม่อยากมีรูทีนเยอะ
ส่วนผสมสายอ่อนโยนที่ช่วยให้ผิวใต้วงแขนดูละมุนขึ้น
โทนเนอร์ใต้วงแขนที่ใส่ใจเรื่องผิวจริงๆ มักจะเลือกใช้ส่วนผสมจากพฤกษาธรรมชาติที่เน้นความสบายผิว เช่น
ใบบัวบก ช่วยปลอบประโลมผิว ลดความระคายเคือง
อโลเวร่า เติมความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูนุ่มเด้ง
วิชฮาเซล ช่วยให้ผิวดูกระชับ ละเอียดขึ้น ลดลุค “ตุ่มหนังไก่”
เมื่อทำงานร่วมกัน จะช่วยให้ผิวใต้วงแขน
ดูเรียบเนียนขึ้น
ชุ่มชื้นขึ้น ไม่แห้งกร้าน
ไม่มีผิวเป็นตุ่มๆ ให้กังวล
มีกลิ่นกายที่ดีขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง
ที่สำคัญ หากสูตรนั้น ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีสารระคายเคือง ก็จะยิ่งเหมาะกับคนที่มีผิวบอบบางง่ายสุดๆ
นอกจากนี้ การเสริมด้วย วิตามิน B3 (Niacinamide) ยังช่วยเรื่องโทนสีผิวให้ดูสม่ำเสมอขึ้น เป็นอีกตัวช่วยหนึ่งในการกู้ผิวคล้ำเสียให้กลับมากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
เคล็ดลับวงแขนเนียนใสในสเต็ปเดียว
เมื่อรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ทั้งการหลีกเลี่ยงสารระคายเคือง การเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะ การผลัดเซลล์ผิวอย่างพอดี และการใช้โทนเนอร์ใต้วงแขนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์แบบนี้
ผิวใต้วงแขนดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
รูขุมขนดูกระชับ ไม่เป็นตุ่มหนังไก่
กลิ่นกายดีขึ้น ไม่เสียความมั่นใจกลางวัน
เนื้อผิวดูเรียบเนียน ไม่เป็นคราบติดเสื้อผ้า
สรุปง่ายๆ คือ ถ้าดูแลด้วยวิธีที่ถูกต้อง ผิวใต้วงแขนก็กลับมาเนียนใสได้ ไม่ใช่แค่ในรูป แต่ในชีวิตจริงด้วย
ปิดท้าย: รักแร้สวยไม่ใช่เรื่องฟลุค แต่เป็นเรื่องของวินัย
ผิวใต้วงแขนจะเปลี่ยนได้ ไม่ใช่เพราะใช้ของแพงที่สุด แต่เพราะ
เลือกสิ่งที่อ่อนโยนกับผิว
ดูแลอย่างสม่ำเสมอ
ไม่ฝืนผิวด้วยวิธีรุนแรงเกินไป
ใครที่เคยไม่กล้ายกแขน ไม่กล้าใส่สายเดี่ยว ลองให้เวลาในการดูแลผิวจุดนี้แบบจริงจังสักพัก แล้วจะรู้ว่า ความมั่นใจเวลาแต่งตัว มันกลับมาพร้อมกับผิวใต้วงแขนที่ดีขึ้นได้จริงๆ

