Thailand Wellness & Healthcare Expo 2025: เวทีอัปเดตเทรนด์สุขภาพสายเฮลตี้ตัวจริง
งานสายสุขภาพที่รวมทุกอย่างไว้ในฮอลล์เดียว ตั้งแต่เทคโนโลยีการแพทย์ สปา เวลเนส ไปจนถึงอาหารเพื่อสุขภาพ จัดเต็มกว่า 170 บูธที่ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 26–29 มิถุนายน 2568
งานนี้โฟกัสทั้งคนรักสุขภาพและนักลงทุนในธุรกิจเฮลท์แคร์ เปิดพื้นที่ให้เจ้าของธุรกิจได้จับคู่เจรจาทางการค้าทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเวทีเสวนาอัปเดตเทรนด์สุขภาพระดับโลกจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา

จุดเด่นของงานที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด
สินค้าและบริการสุขภาพครบวงจร: เครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ อาหารเสริม ฟิตเนส เทคโนโลยีการรักษา สปา และเวลเนส
โซนธุรกิจจาก EEC: ผู้ประกอบการจากชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา ที่ผ่านตรา EEC SELECT
บูธดาวเด่นด้านสุขภาพและสปาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เสวนาเข้มข้นเรื่องฮอร์โมน ยีนส์ วัยทอง สเต็มเซลล์ และเทคโนโลยีการรักษาแห่งอนาคต
มูลค่าตลาด Wellness & Healthcare ของไทยทะลุ 1.2 ล้านล้านบาท และยังโตต่อเนื่อง คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้าจะโตเฉลี่ย 6–8% ต่อปี แปลว่าใครที่มองหาธุรกิจสายสุขภาพ นี่คือจังหวะทองของการเริ่มต้นสร้างแบรนด์

ภาครัฐและเอกชนหลายหน่วยงานร่วมกันผลักดันงานนี้ให้เป็นศูนย์รวมธุรกิจสุขภาพและเวลเนสของไทย ตั้งเป้ายกระดับประเทศให้กลายเป็น ฮับเวลเนสแห่งอาเซียน ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมสุขภาพ
ภายในงานยังมีดีลพิเศษจากโรงพยาบาล คลินิกชะลอวัย นวัตกรรมสกินแคร์กาแฟเพื่อสุขภาพ องค์ความรู้จากชุมชน และแบรนด์เพื่อสุขภาพอีกเพียบ ใครอินสายสุขภาพหรือมองหาการลงทุนใหม่ ๆ ไปเดินวันเดียวไม่พอแน่นอน

MK GROUP กับวัฒนธรรมองค์กรที่พนักงานรักจริงไม่จกตา
MK GROUP เชนร้านอาหารชื่อดังของไทย คว้ารางวัล Gallup Exceptional Workplace Award 2025 ในฐานะองค์กรที่สร้างความผูกพันกับพนักงานได้โดดเด่นระดับโลก และเป็นเชนร้านอาหารไทยรายแรกที่ติดลิสต์นี้ในกลุ่มเพียง 62 องค์กรทั่วโลก

เกณฑ์การให้รางวัลไม่ได้ดูแค่สโลแกนสวย ๆ แต่ลงรายละเอียดตั้งแต่
คะแนนความผูกพันของพนักงานทั้งองค์กร (มากกว่า 5,000 คน)
การทำโพลอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ครั้ง
อัตราการตอบแบบสอบถามเกิน 80%
นโยบาย HR และกิจกรรมในองค์กรที่สร้างความสุขอย่างเป็นรูปธรรม
สิ่งที่ MK GROUP ทำต่อเนื่องคือ
ยึดพนักงานเป็นศูนย์กลาง ปรับองค์กรให้ทันสมัย และใช้เทคโนโลยีช่วยงาน
สร้างโอกาสเติบโตในสายอาชีพแทบทุกระดับ
ปลูกฝังค่านิยมแบบครอบครัวสไตล์ MK
วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง = ธุรกิจเติบโตได้ยั่งยืน และนี่คือตัวอย่างว่าธุรกิจอาหารก็สามารถขึ้นสู่เวทีโลกในฐานะ “ที่ทำงานในฝัน” ได้เหมือนกัน
Charisma Intelligent: เสน่ห์ผู้นำยุคใหม่ที่เริ่มจากการเข้าใจตัวเอง
เสน่ห์ไม่ใช่ของปลอม แต่เป็นพลังที่เรามีอยู่แล้ว เพียงแค่ต้องรู้จักปลดล็อก
โครงการ Charisma Intelligent ภายใต้ Joy Luck Club Film House คือคลาสที่ออกแบบมาเพื่อผู้นำยุคใหม่ ผู้บริหาร ครีเอเตอร์ นักธุรกิจ และคนที่อยากอัปเกรดตัวเองให้กลายเป็น “ผู้นำที่ทั้งเก่งและมีแรงดึงดูด” ไม่ใช่แค่คนทำงานเก่งธรรมดา

คลาสนี้เกิดจากการร่วมมือของ
Joy Luck Club Film House: โปรดักชันเฮาส์สายคอนเทนต์คุณภาพ
G-Intelligent: ทีมครีเอทนวัตกรรมสื่อด้านแรงบันดาลใจ
Ultima Studyo: ทีมของอาจารย์ลูกปืน อินทเดช ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์ Charisma

แก่นของ Charisma Intelligent
คลาสนี้ใช้แนวคิด 3X Tool ในการปลดล็อกตัวตนผู้นำ
Exploring – สำรวจตัวเองแบบลึก ๆ ว่าเราเป็นใคร จุดแข็งคืออะไร
Exposure – เปิดเผยจุดเด่นและเสน่ห์ที่เรามีให้โลกเห็นอย่างถูกวิธี
Expression – แสดงพลังเฉพาะตัวออกมาอย่างมั่นใจและทรงพลัง
ผสมกับกลยุทธ์ T H A I ของ G-Intelligent ที่เน้น
T = Talent Management: รวมคนเก่ง คนดี มีคุณธรรม มาขับเคลื่อนสังคม
H = Happiness: ใช้พลังเครือข่ายที่สร้าง “ความสุขร่วมกัน” ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม
A = Amazing together: รวมสื่อ นักคิด ดีไซเนอร์ คนสร้างสรรค์มาขยับโลกด้วยกัน
I = Innovation / Inspirator: สร้างนวัตกรรมและแรงบันดาลใจในเวลาเดียวกัน

เป้าหมายของคลาส คือช่วยให้ผู้เรียนค้นพบเสน่ห์ในแบบของตัวเอง แล้วเอาพลังนั้นไปต่อยอดเป็นโอกาส ความน่าเชื่อถือ และเครือข่ายที่แข็งแรงในโลกการทำงานและธุรกิจ
GAC AION AION UT: EV ที่เกิดมาเพื่อสายเดินทางและสายแคมป์ปิ้งตัวจริง
มาถึงไฮไลต์ที่สายท่องเที่ยว สายแคมป์ปิ้งต้องหูผึ่ง: AION UT รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงจาก GAC AION แบรนด์พลังงานใหม่จากจีนที่เลือกเปิดตัวโมเดลนี้ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย

คอนเซ็ปต์ของ AION UT คือ “Let’s Play” เน้นไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่รักอิสระ ชอบความสนุก และต้องการเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ตั้งแต่ในเมืองไปจนถึงทริปแคมป์ปิ้งนอกเมือง
ดีไซน์ Futuristic Minimalism ใช้ได้ทั้งในเมืองและนอกเมือง
AION UT มาในสไตล์ Hatchback 5 ประตู ดีไซน์ “Futuristic Minimalism” ที่ได้แรงบันดาลใจจากเมืองมิลาน ลุคด้านนอกเรียบแต่มีดีเทลเล่นแสงและเส้นสาย
จุดเด่นของดีไซน์ภายนอก
Winky Headlight ไฟหน้าดีไซน์เหมือนดวงตาที่มีชีวิต ดูล้ำแต่มีคาแรกเตอร์
Matrix Cube Light ทั้งไฟหน้าและไฟท้ายออกแบบให้โดดเด่น สะดุดตาโดยไม่ต้องแต่งเพิ่ม

ห้องโดยสารที่ออกแบบมาสำหรับเที่ยวไกล นั่งยาว นอนได้
จุดที่สายเที่ยวจะชอบคือ Playground Cabin
พื้นที่แถวหลังยาวประมาณ 1,385 มม.
ระยะวางขา 905 มม. นั่งสามคนได้สบาย
เบาะยังปรับเล่นได้หลายแบบ
ปรับแถวหน้า–หลังให้กลายเป็น เตียงขนาดใหญ่ สำหรับสายกางเต็นท์ที่ชอบนอนในรถ
เบาะทรงผีเสื้อ (Butterfly-shaped Seat) โอบตัว รองรับสรีระดี เหมาะกับการขับไกล ๆ
ด้านหน้ามาพร้อม
หน้าปัด Full Digital 8.8 นิ้ว
หน้าจอ Infotainment 14.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน
เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศ
ที่ชาร์จมือถือไร้สาย (รุ่น Premium อัปเกรดกำลังชาร์จแรงขึ้น)
สเปกและราคา: เลือกได้ตามสไตล์การใช้
มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย
AION UT 420 Standard
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 420 กม.
แบตเตอรี่: Magazine Battery 2.0 ขนาด 50.27 kWh
ราคาปกติ: 519,900 บาท
ราคาพิเศษ: 499,900 บาท (ถึง 31 ก.ค. 2568)
AION UT 500 Premium
ระยะทางวิ่งสูงสุด: 500 กม.
แบตเตอรี่: Magazine Battery 2.0 ขนาด 60 kWh
ราคาปกติ: 669,900 บาท
ราคาพิเศษ: 649,900 บาท (ถึง 31 ก.ค. 2568)
รองรับ ชาร์จเร็ว DC จาก 30–80% ในประมาณ 24 นาที เรียกว่าจอดแวะจิบกาแฟ ขากลับก็พร้อมไปต่อแล้ว

ทำไม AION UT ถึงเหมาะกับคนชอบเที่ยว ชอบแคมป์ปิ้ง
1. V2L 3.3 kW: รถที่กลายเป็น “ปลั๊กไฟเคลื่อนที่” ได้จริง
สำหรับสายแคมป์ปิ้ง นี่คือฟีเจอร์โคตรสำคัญ AION UT รองรับฟังก์ชัน V2L (Vehicle to Load) ซึ่งในรุ่น Standard ก็อัปเกรดจาก 2.2 kW เป็น 3.3 kW แล้ว ส่วนรุ่น Premium ก็ได้ 3.3 kW เหมือนกัน
3.3 kW เพียงพอสำหรับ
เตาอบไฟฟ้าเล็ก
ตู้เย็นแคมป์ปิ้ง
กาต้มน้ำไฟฟ้า
หม้อหุงข้าวเล็ก
พัดลม / ไฟตั้งแคมป์
แปลว่า: คุณตั้งแคมป์ ทำครัว ทำขนม เปิดไฟ และชาร์จมือถือพร้อม ๆ กันได้โดยใช้ไฟจากรถคันเดียว เหมาะมากสำหรับทริปแคมป์ปิ้งยาว ๆ ที่อยากยกครัวไปทั้งเซ็ต
2. ชาร์จเร็ว DC + ระยะทางวิ่งไกล
Standard: 420 กม. ต่อชาร์จเต็ม
Premium: 500 กม. ต่อชาร์จเต็ม
DC Fast Charging ก็ถูกปรับเพิ่ม
Standard: จาก 60 kW เป็น 70 kW
Premium: 80 kW
ขับจากกรุงเทพฯ ไปเขาใหญ่ หรือจากพัทยาไปโคราชแบบไป-กลับได้โดยไม่ต้องชาร์จกลางทาง (ตามระยะที่ระบุในมาตรฐานที่ใช้) ถ้าวางแผนดี ๆ คือขับชิล ๆ ทริปยาวได้ไม่ยาก
3. ห้องโดยสารดัดแปลงเป็นเตียงนอนได้
สายแคมป์แบบ “ไม่อยากกางเต็นท์” สามารถ
พับเบาะให้กลายเป็นเตียงกว้าง
ใช้ที่นอนพับ/ที่นอนลมวางทับเพิ่มความนุ่ม
เปิดแอร์นอนสบาย ๆ ตอนกลางคืน โดยบริหารไฟจากแบตให้เหมาะสมกับระยะทางขากลับ
4. ความปลอดภัยระดับ Global Safety + Battery ทนถึก
AION UT ใช้โครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงกว่า 70% ของโครงสร้าง
Magazine Battery 2.0 ถูกออกแบบให้
ทนการบิดตัว 180 องศาโดยไม่ลุกไหม้
ลดความเสี่ยงเรื่องความร้อนสะสม
สำหรับคนที่กลัวเรื่องความปลอดภัยของแบตเตอรี่ในทริปทางไกล นี่คือหนึ่งในจุดที่ทำให้สบายใจมากขึ้น
5. ระบบช่วยขับ L2 เต็มยศ ขับไกลก็ไม่ล้าเท่าเดิม
ฟีเจอร์ที่ติดมาให้แบบจัดเต็ม เช่น
กล้องมองรอบคัน 360 องศา
เซนเซอร์รอบคัน
ACC with Stop & Go
ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA, ELKA)
ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSD, RCTA, RAW)
ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB)
สำหรับการขับไปกางเต็นท์ตอนกลางคืน หรือขับขึ้นเขาที่ต้องใช้สมาธิ การมีระบบช่วยขับที่ฉลาดช่วยลดความเหนื่อยของคนขับได้เยอะมาก
โปรและสิทธิประโยชน์ที่ช่วยให้เริ่มเป็นสาย EV ได้ไม่ยาก
AION UT ยังมาพร้อมแพ็กเกจดูแลและโปรช่วงเปิดตัว เช่น
ดาวน์เริ่มต้นราว 8,888 บาท ผ่อนเฉลี่ยวันละประมาณ 180 บาท (ขึ้นกับโปรไฟแนนซ์)
รับประกันแบตเตอรี่+ชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า 8 ปี หรือ 200,000 กม.
รับประกันตัวรถ 8 ปี หรือ 160,000 กม.
ฟรีอินเทอร์เน็ตบนรถ 2GB/เดือน นาน 2 ปี
อัปเกรด OTA ได้ตลอดอายุการใช้งาน
บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. นาน 8 ปี
ส่วนลดสำหรับอุปกรณ์เสริม เช่น Wall Charger, ชุด V2L, ปืนชาร์จพกพา ฯลฯ
สำหรับคนที่อยากเริ่มใช้ EV แต่กลัวเรื่อง service หรืออะไหล่ GAC วางแผนเปิดศูนย์บริการมาตรฐาน 5 ดาวหลายแห่งทั่วประเทศ พร้อมสต็อกอะไหล่หลัก ๆ ในประเทศ และมีศูนย์ซ่อมแบตเตอรี่เฉพาะทางด้วย


สรุปสำหรับสายแคมป์ปิ้ง:
V2L 3.3 kW = ตั้งครัวกลางป่าด้วยไฟจากรถคันเดียว
ระยะทาง 420–500 กม. = ทริปต่างจังหวัดสบาย ๆ
ชาร์จเร็ว 24 นาทีจาก 30–80% = แวะปั๊มกินข้าว รถก็พร้อมวิ่งต่อ
เบาะพับเป็นเตียง + ห้องโดยสารกว้าง = นอนได้ ไม่ต้องง้อเต็นท์ทุกทริป
ระบบช่วยขับ + ความปลอดภัยสูง = เดินทางกลางคืนก็มั่นใจมากขึ้น
สำหรับคนที่กำลังมองหารถไฟฟ้าคันแรก และมีไลฟ์สไตล์ชอบออกทริป แคมป์ปิ้ง ทำอาหารนอกบ้าน AION UT คือหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกออกแบบมา “เพื่อชีวิตแบบนั้น” โดยเฉพาะ
Designing Future: สถาปนิกสาย Green Building ต้องเริ่มจากวัสดุและการเงินสีเขียว
ในฝั่งสายดีไซน์และงานออกแบบอาคาร Beger จับมือเครือข่ายสถาปนิกปักษ์ใต้จัดเสวนา “Designing Future: Design Innovative Tools, Green Materials & Green Finance for Future Architectural Design” เน้นการออกแบบอาคารแบบ Green Building ที่ลดคาร์บอนอย่างจริงจัง

อุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วโลกปล่อยคาร์บอนราว 39% ของทั้งหมด ทำให้การเลือกวัสดุและการออกแบบคือจุดตั้งต้นสำคัญในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
Beger ผลักดัน Green Innovation for Green Building ผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง
BegerCool สีลดโลกร้อนที่ช่วยทั้ง embodied และ operational carbon
แอป Beger Paint CO2Cal สำหรับคำนวณคาร์บอนจากการทาสี
สีและไพรเมอร์กลุ่มกันชื้น กันเชื้อรา เหมาะกับอาคารในพื้นที่ร้อนชื้นและฝนตกหนัก
แนวโน้ม Green Finance และดอกเบี้ยสีเขียวกำลังมาแรง หมายความว่าอาคารที่ออกแบบให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะยิ่งเข้าถึงแหล่งทุน ได้เงื่อนไขทางการเงินที่ดีกว่า และตอบโจทย์เป้าหมาย Net Zero ของภาคธุรกิจในอนาคตอันใกล้

ผ้าขิดไหมครูลำดวน: เสน่ห์ผืนผ้าอีสานที่เล่าเรื่องจังหวัดทั้งจังหวัดบนลายทอ
จากโลกของเทคโนโลยี กลับมาสู่เสน่ห์ภูมิปัญญาไทยแท้ที่จับต้องได้ผ่านผืนผ้า “ผ้าขิดไหมบ้านกุดแห่” จังหวัดหนองบัวลำภู ผลงานของ ครูลำดวน นันทะสุธา ศิลปินโอทอปที่ใช้กี่ทอผ้าเป็นเวทีเล่าเรื่องเมืองเกิดของตัวเอง

ผ้าขิดไหมคือผ้าที่ใช้เทคนิค “ขิด” หรือการยกเส้นด้ายยืนแล้วสอดด้ายพุ่งพิเศษเพื่อสร้างลาย ทำให้ลายที่ได้มีมิติ นูนเล็กน้อย และสะท้อนแสงสวยเมื่อทอด้วยเส้นไหม
ลวดลายได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและความเชื่อ เช่น
ลายดอกไม้
ลายสัตว์
ลายที่ดัดแปลงจากคำขวัญจังหวัดหนองบัวลำภู
ตัวอย่างเช่นการนำคำขวัญจังหวัด
“ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุทยานแห่งชาติภูเก้าภูพานคำ แผ่นดินธรรม หลวงปู่ขาว เด่นสกาวถ้ำเอราวัณ นครเขื่อนขันธ์ กาบแก้วบัวบาน”
มาถ่ายทอดเป็นลายอย่าง
ลายดอกพิกุล
ลายหัวนาค
ลายผีเสื้อ

ครูลำดวนเริ่มจากความตั้งใจอยากให้คนในหมู่บ้านมีรายได้เสริม ไม่ต้องทิ้งบ้านไปทำงานไกล และในเวลาเดียวกันก็ช่วย อนุรักษ์การทอผ้าขิดไหม ที่กำลังจะเลือนหายไปจากชนบท
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
คนในชุมชนมีอาชีพเสริมจากการทอผ้า
โรงเรียนในพื้นที่ใช้กลุ่มทอผ้าเป็น “ห้องเรียนจริง” ให้นักเรียนมาสัมผัสภูมิปัญญา
ลายผ้าหลายแบบได้รับรางวัลระดับจังหวัดและระดับประเทศ
ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มมีตั้งแต่
ผ้าขิดไหม
ผ้าไหมมัดหมี่
ผ้าไหมพื้นเรียบ
ผ้าไหมหางกระรอก
ผ้าโสร่งไหม และผ้าลายลูกแก้ว

ผ้าหนึ่งผืนจึงไม่ได้มีแค่ความสวย แต่แฝงด้วยเรื่องราวของชุมชน วัฒนธรรม และความภูมิใจของคนในพื้นที่ที่ถักทอทุกเส้นด้ายด้วยมือ
จากงานสุขภาพ รถยนต์ไฟฟ้า อาคารสีเขียว ไปจนถึงผ้าขิดไหม สิ่งที่เชื่อมเรื่องทั้งหมดเข้าด้วยกันคือ แนวคิดเดียวกัน: ใช้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เพื่อให้ชีวิตดีขึ้นอย่างยั่งยืน
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายแคมป์ปิ้งที่กำลังเล็ง EV คันแรก สายเฮลตี้ที่อยากอัปเดตเทรนด์สุขภาพ หรือคนที่อินกับงานหัตถกรรมพื้นบ้าน — โลกทุกใบกำลังเดินหน้าไปข้างหน้าแบบมีสตอรี่และมีคุณค่าเพิ่มขึ้นทุกวัน ถ้าเลือกให้ดี ชีวิตเราก็จะสนุกขึ้นแบบ “Let’s Play” แต่ยังเป็นมิตรกับโลกไปพร้อมกันได้ด้วย

