รับแอปรับแอป

กิน ฟิน เดินชิลที่เซี่ยงไฮ้ด้วยตัวเอง: งบไม่บาน แพลนครบ 3–7 วัน

วิทยา พูนทรัพย์01-31

เซี่ยงไฮ้เมืองเดียว ได้ครบทั้งกิน เที่ยว ช้อป

เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่เดินแค่ไม่กี่ก้าว บรรยากาศเปลี่ยนเหมือนเปลี่ยนฉากหนังจากฟีลเมืองอนาคต เต็มไปด้วยตึกสูงล้ำยุค ไปสู่ย่านเก่ากลิ่นอายจีนโบราณแบบชุมชนอบอุ่นในทันที

สำหรับสายเที่ยวเอง มือใหม่ไม่ต้องกลัวหลง เมืองนี้โคตรเป็นมิตรกับนักเดินทาง ระบบทุกอย่างถูกออกแบบมาให้ เที่ยวเองได้แบบไม่ต้องง้อทัวร์ แค่เตรียมตัวดีๆ ทริปก็ลื่นไหลแล้ว

ไฮไลท์ของเซี่ยงไฮ้ในมุมสายกินสายชิล คือย่านเก่า ร้านอาหารท้องถิ่นหอมฟุ้ง และเสี่ยวหลงเปาที่ดูธรรมดาแต่กินแล้วจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคนยอมต่อคิวเป็นชั่วโมง

  • เดินง่าย ระบบขนส่งชัดเจน

  • ย่านเที่ยวกระจุกตัว ไม่ต้องนั่งรถนาน

  • ของกินแน่น ทั้งสตรีทฟู้ด คาเฟ่ และร้านสวย

ทำไมต้องไปเซี่ยงไฮ้สักครั้งในชีวิต

เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่ไปครั้งเดียวแล้วมักอยากกลับซ้ำ เพราะเมืองนี้มีอะไรให้เล่นตลอดเวลา เปลี่ยนบรรยากาศได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ

  • นั่งรถไฟใต้ดินจากสถานีหนึ่ง เหมือนหลุดมายุคอนเทมโพรารีล้ำอนาคต

  • เดินต่ออีกไม่กี่บล็อก กลับกลายเป็นถนนเก่าร้านท้องถิ่นเรียงราย กลิ่นอาหารโชยจนลืมไปเลยว่าอยู่ในมหานครใหญ่

อีกเหตุผลที่ทำให้มือใหม่หลงรักคือ เมืองนี้ใช้งานง่ายมาก

  • ป้ายบอกทางอ่านไม่ยาก มีภาษาอังกฤษช่วย

  • ระบบขนส่งเชื่อมทุกย่านหลัก

  • ย่านเที่ยวอยู่ใกล้กัน เดินสลับกิน–ช้อป–ถ่ายรูปได้ทั้งวัน

สายชิล คาเฟ่ฮอปปิ้ง และสายถ่ายรูปจะหลงรักที่นี่แน่นอน โดยเฉพาะคนที่อินกับคาเฟ่เท่ๆ และสตรีทวิวสวยๆ

เตรียมตัวไปเซี่ยงไฮ้ ต้องเช็คอะไรบ้าง

การเตรียมตัวเที่ยวเซี่ยงไฮ้ไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด แค่จับ 4 เรื่องหลักให้อยู่ก็พร้อมออกเดินทางแบบสบายใจ

วีซ่าจีนสำหรับคนไทย

ปัจจุบันคนไทยยังอยู่ในช่วง ฟรีวีซ่าเข้าจีน ตามประกาศของรัฐบาลจีน

  • เข้าจีนได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน

  • รวมพำนักสูงสุด 90 วันในช่วง 180 วัน

  • พาสปอร์ตควรเหลืออายุไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

ก่อนเดินทางให้เช็กข้อมูลอัปเดตจากสถานทูตจีนเสมอ เพราะนโยบายอาจมีการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน

จองตั๋วเครื่องบินและที่พักแบบคุ้มงบ

เส้นทางจากไทยไปเซี่ยงไฮ้มีไฟลต์ให้เลือกเยอะ ลงได้ทั้งสนามบินผู่ตงและหงเฉียว

  • มือใหม่แนะนำผู่ตง (PVG) เพราะมีทั้งรถไฟ Maglev และรถไฟใต้ดินเข้าเมือง

  • เลือกที่พักในย่านเดินทางง่าย เช่น People’s Square, The Bund, Jing’an จะไปไหนก็สะดวก

ก่อนกดจองตั๋วหรือที่พัก ลองเช็กราคาและโปรสักรอบ เพื่อให้ได้ดีลที่คุ้มที่สุด แล้วเอาเงินส่วนต่างไปเปย์ร้านอร่อยแทน

ประกันการเดินทาง ห้ามลืม

ค่ารักษาพยาบาลในจีนไม่ถูก การทำประกันเดินทางคือ ตัวช่วยเซฟทั้งงบและความสบายใจ

เลือกแพ็กเกจที่ครอบคลุม:

  • สุขภาพและอุบัติเหตุ

  • ไฟลต์ดีเลย์ / กระเป๋าเลท

พอมีประกันติดตัว ก็เดินเล่น กินเพลินได้แบบไม่ต้องเครียดมาก

แลกเงิน ซิมจีน และ VPN

  • สกุลเงินที่ใช้: หยวน (CNY)

  • ร้านส่วนใหญ่รับ QR Payment เป็นหลัก

แต่สำหรับนักท่องเที่ยว เงินสดยังจำเป็น โดยเฉพาะ:

  • ร้านเล็กๆ

  • ร้านในย่านท้องถิ่น

  • ตู้ขายของบางจุดหรือบางสถานีรถไฟ

เรื่องอินเทอร์เน็ต

  • ถ้าใช้ ซิมจีน จะเล่นแอปในประเทศได้ปกติ ทั้งแผนที่ แอปจ่ายเงิน และแอปสั่งอาหาร

  • ถ้าใช้ ซิมไทยโรมมิ่งในจีน จะเข้าแอปบางอย่างไม่ได้ ต้องใช้ VPN ที่น่าเชื่อถือ สำหรับเข้าใช้งานบริการอย่าง Google, Facebook ฯลฯ

เลือก VPN ที่ตั้งค่าง่ายและเสถียร โหลดและตั้งค่าก่อนออกจากไทยจะสบายกว่า

งบเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ต้องเตรียมประมาณเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายในการไปเซี่ยงไฮ้ คุมได้ง่ายกว่าที่คิด เพราะเมืองนี้มีตัวเลือกตั้งแต่ประหยัดสายลุย ไปจนถึงสายสบายเน้นชิล

โครงสร้างงบหลักๆ จะอยู่ที่:

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน

  • ค่าโรงแรม/ที่พัก

ที่เหลืออย่างค่าอาหาร ค่ารถ และค่าเข้าสถานที่เที่ยว ค่อนข้างยืดหยุ่นตามสไตล์แต่ละคน

ภาพรวมงบ 5 วัน 4 คืน

สำหรับทริปประมาณ 5 วัน 4 คืน

  • ค่าเดินทางในเมืองและค่าอาหารทั่วไปไม่โหดอย่างที่คิด

  • สถานที่เที่ยวมีทั้ง ฟรี และเสียเงินแบบรับได้ เช่น Shanghai Tower หรือ Shanghai Disneyland

โดยรวมแล้ว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้งบอยู่ราวๆ 15,000 – 35,000 บาท/ทริป ต่อคน ขึ้นอยู่กับว่า:

  • เลือกสายประหยัด หรือสายสบาย

  • ขยันหาโปรตั๋วและโรงแรมถูกแค่ไหน

การเดินทางในเซี่ยงไฮ้: มือใหม่ก็เอาอยู่

ระบบขนส่งของเซี่ยงไฮ้จัดว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่เดินทางง่ายที่สุดในจีน

  • มีรถไฟใต้ดินครอบคลุมแทบทุกโซน

  • รถบัสมีให้เลือกหลายสาย

  • แอปเรียกรถใช้งานง่ายเหมือนบ้านเรา

จากสนามบินเข้าเมือง

เซี่ยงไฮ้มีสนามบินหลัก 2 แห่ง:

  • สนามบินผู่ตง (Pudong)

  • สนามบินหงเฉียว (Hongqiao)

ไฟลต์จากไทยส่วนใหญ่ลงที่ ผู่ตง ซึ่งตัวเลือกเข้าเมืองครบมาก โดยเฉพาะสายชอบอะไรล้ำๆ

  • Maglev: รถไฟแม่เหล็กเร็วจี๊ด ใช้เวลาประมาณ 8 นาทีถึงสถานี Longyang Road จากนั้นต่อรถไฟใต้ดินเข้าเมือง

  • รถไฟใต้ดิน สาย 2: ตัวเลือกคลาสสิก ราคาไม่แรง ลากกระเป๋าได้สบาย

  • ถ้ามากันหลายคนหรือมีกระเป๋าเยอะ ใช้ แท็กซี่หรือ DiDi จากสนามบินก็สบาย ถึงหน้าโรงแรมตรงๆ แม้ราคาจะสูงกว่าแต่เซฟแรงได้เยอะ

รถไฟใต้ดิน (Metro) หัวใจหลักของการเที่ยว

รถไฟใต้ดินคือเพื่อนซี้ของทุกทริปเซี่ยงไฮ้ เพราะพาไปได้แทบทุกที่สำคัญ

  • The Bund, Jing’an, Xintiandi, Tianzifang และย่านฮิตอื่นๆ มีสถานีใกล้ๆ

  • ป้ายภาษาอังกฤษชัดทุกไลน์ ใช้งานง่าย

ค่าตั๋วคิดตามระยะทาง แต่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5–10 หยวน/เที่ยว

ทิปส์เล็กๆ:

  • ถ้าใช้หลายเที่ยวต่อวัน ซื้อบัตรเติมเงินจะสะดวก

  • หรือใช้ Alipay/WeChat Pay แตะจ่ายผ่านมือถือ ยิ่งง่ายเข้าไปอีก

นอกจากเลี่ยงรถติดแล้ว การนั่ง Metro ยังช่วยให้ได้เห็นชีวิตคนเมืองจริงๆ เป็นอีกมุมที่น่าสนุกสำหรับคนชอบสังเกตผู้คน

ใช้แอป DiDi เรียกรถ

DiDi คือตัวช่วยเวลา:

  • กลับดึก

  • เดินไกลจนขาอ่อน

  • จุดหมายอยู่ไกลจากสถานีรถไฟใต้ดิน

ข้อดีของ DiDi:

  • รองรับภาษาอังกฤษ

  • จ่ายผ่านบัตรที่ผูกไว้ได้เลย

  • บางทีราคาถูกกว่าขึ้นแท็กซี่โบกข้างถนน

เพราะแผนที่ขึ้นในแอปค่อนข้างชัด จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสื่อสารผิดที่ คนที่เพิ่งเที่ยวจีนครั้งแรกก็ใช้ได้แบบไม่เครียด

แจกแพลนเที่ยวเซี่ยงไฮ้ 3 / 5 / 7 วัน

แพลนต่อไปนี้เน้น เที่ยวครบแลนด์มาร์ก + กินดี + เดินชิล ไม่อัดแน่นจนเกินไป สามารถเอาไปปรับตามสไตล์แต่ละคนได้เลย

แผนเที่ยวเซี่ยงไฮ้ 3 วัน: เก็บไฮไลท์แบบรวบรัด

เหมาะกับคนมีวันหยุดสั้น แต่อยากเห็นหน้าตาเมืองแบบครบทั้งตึกสูง ย่านเก่า และโซนคาเฟ่

วันที่ 1 : The Bund + ผู่ตง + ล่องเรือ

  • เดินเล่น The Bund ชมวิวฝั่งผู่ตงตอนกลางวัน

  • ข้ามไปฝั่งผู่ตง ขึ้น Shanghai Tower หรือ Shanghai World Financial Center

  • เดินเล่นรอบ Lujiazui ถ่ายรูปคู่ตึก Oriental Pearl

  • ตอนค่ำ ล่องเรือแม่น้ำ Huangpu ดูไฟเมืองระยิบระยับ

วันที่ 2 : Yu Garden + Old Town + Nanjing Road

  • เดินเล่น Yuyuan Old Street ฟีลเมืองจีนโบราณ

  • เข้าชม Yu Garden ถ่ายรูปให้หนำใจ

  • จัดเสี่ยวหลงเปาท้องถิ่นในย่านเมืองเก่า

  • ช้อปต่อที่ Nanjing Road แล้วแวะ People’s Square

วันที่ 3 : French Concession + Tianzifang

  • เช้าเดินชิลใต้ร่มไม้ใน Former French Concession

  • คาเฟ่ฮอปปิ้งที่ Xintiandi

  • บ่ายเดินเล่นตรอกศิลปะใน Tianzifang ดูของทำมือ

  • ปิดวันด้วยดินเนอร์บรรยากาศยุโรปกลางเซี่ยงไฮ้

แผนเที่ยวเซี่ยงไฮ้ 5 วัน: ชิลขึ้นอีกนิด เพิ่มวันเต็มที่ Disneyland

เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่รีบ เก็บแลนด์มาร์กครบ พร้อมหนึ่งวันเต็มในสวนสนุก

วันที่ 1 : The Bund + ผู่ตง

  • เดินสำรวจรอบ The Bund ทำความรู้จักเมือง

  • ขึ้นหอคอยชมวิวสักแห่ง

  • กลับมาดูไฟย่าน Lujiazui ตอนกลางคืน

วันที่ 2 : เมืองเก่า + Yu Garden + Nanjing Road

  • เดิน Yu Garden / Old Town

  • จัดอาหารท้องถิ่นในละแวกนั้น

  • เดินต่อ Nanjing Road + People’s Park

วันที่ 3 : Shanghai Disneyland (เต็มวัน)

  • เข้าเช้าเพื่อเก็บเครื่องเล่นดังอย่าง TRON และ Pirates of the Caribbean

  • กินตามโซนธีมต่างๆ ในสวนสนุก

  • รอดูพาเหรดและโชว์ตอนค่ำก่อนกลับ

วันที่ 4 : French Concession + Xintiandi + Tianzifang

  • เริ่มวันช้าๆ ใน French Concession

  • มื้อกลางวันที่ Xintiandi

  • ช้อปและชมงานศิลป์ที่ Tianzifang

วันที่ 5 : พิพิธภัณฑ์ + สวนสาธารณะใหญ่

  • เลือกชม Shanghai Museum, Power Station of Art หรือ M50 Art District

  • ปิดท้ายที่ Century Park หรือเดินเล่นริมแม่น้ำก่อนกลับ

แผนเที่ยวเซี่ยงไฮ้ 7 วัน: อยู่ให้คุ้นเมือง แถมทริปเมืองน้ำ

เหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาเดินเล่นช้าๆ และแถมเมืองรอบๆ เข้าไปด้วย

วันที่ 1 : The Bund + ผู่ตง

  • เริ่มรู้จักเมืองผ่านแลนด์มาร์กหลัก

  • ดินเนอร์วิวแม่น้ำ Huangpu

วันที่ 2 : เมืองเก่า + Yu Garden + Nanjing Road

  • เดินโซน Old Town

  • ชิมขนมจีนดั้งเดิมและอาหารท้องถิ่น

วันที่ 3 : French Concession Day

  • เดินเล่นเส้นต้นไม้สวยๆ

  • คาเฟ่ฮอปปิ้งทั้งวัน

  • ช้อปของดีไซน์ท้องถิ่น

วันที่ 4 : Tianzifang + Art Scene

  • เดินตรอกศิลปะ Tianzifang

  • ต่อด้วย M50 Art District หรือ Power Station of Art

วันที่ 5 : นอกเมือง – Zhujiajiao Water Town

  • ล่องเรือชมเมืองน้ำโบราณ ถ่ายรูปเพลินๆ

  • ชิมขนมท้องถิ่น เดินเล่นบนสะพานเก่า

  • กลับเข้าเมืองตอนค่ำ

วันที่ 6 : Shanghai Disneyland (เต็มวัน)

  • ใช้ทั้งวันในสวนสนุก เดิน กิน เล่นให้จุใจ

  • ปิดท้ายด้วยโชว์กลางคืน

วันที่ 7 : วันชิลก่อนกลับ

  • เดินเล่น Century Park หรือริมน้ำ

  • แวะซื้อของฝากในห้างย่าน Jing’an หรือ Xintiandi

  • กลับที่พักจัดกระเป๋าเตรียมบินกลับ

สถานที่เที่ยวในเซี่ยงไฮ้ที่ห้ามพลาด

เซี่ยงไฮ้มีที่เที่ยวให้เลือกทั้งแบบฮิตติดชาร์ตและมุมลับบรรยากาศดี หลายที่เหมาะกับสายกินที่อยากแทรกการชิมไปในทุกทริปเดิน

The Bund และย่านผู่ตง

นี่คือย่านที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักเซี่ยงไฮ้ตั้งแต่ก้าวแรก

  • ฝั่ง The Bund: ตึกสไตล์ยุโรปเรียงตัวสวยริมแม่น้ำ

  • ฝั่งผู่ตง: โลกอนาคตที่เต็มไปด้วยตึกสูงอย่าง Oriental Pearl และ Shanghai Tower

กลางวันได้ฟีลหนึ่ง กลางคืนแสงไฟสะท้อนแม่น้ำอีกฟีลหนึ่ง ถ้าอยากเห็นคาแรกเตอร์ของเมืองครบๆ ต้องมาเดินแถวนี้

สวนอวี้หยวน (Yuyuan Garden) และตลาดเฉิงหวังเมี่ยว

โซนนี้คือภาพจำของ “จีนโบราณ” ในเวอร์ชันที่เดินแล้วเพลินมาก

  • สวนอวี้หยวน: บ่อน้ำ ศาลาไม้ สถาปัตยกรรมโบราณ ถ่ายรูปมุมไหนก็ขึ้นกล้อง

  • ตลาดเฉิงหวังเมี่ยวรอบๆ: ร้านค้ายาวๆ ของกินแน่น โดยเฉพาะเสี่ยวหลงเปาเจ้าดังและขนมพื้นเมือง

สายถ่ายรูป สายซื้อของฝาก และสายกินจะใช้เวลาอยู่โซนนี้ได้นานแบบไม่รู้ตัว

ย่านซินเทียนตี้ (Xintiandi) และถนนหนานจิง (Nanjing Road)

ซินเทียนตี้คือย่านเดินเล่นที่สวยแบบไม่พยายามเกินไป ใช้สถาปัตยกรรม Shikumen มาปรับให้โมเดิร์น กลายเป็นโซนคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหารเท่ๆ

  • ดีมากสำหรับมื้อค่ำชิลๆ หรือคาเฟ่ฮอปปิ้ง

ส่วน ถนนหนานจิง คือสายช้อปหลักของเมือง

  • มีทั้งแบรนด์ระดับโลก ห้างใหญ่ และร้านท้องถิ่น

  • เดินได้ทั้งวันตั้งแต่บ่ายยันดึกแบบไม่รู้ตัว

อยากสัมผัสความเป็น “มหานครจีน” ตัวจริง ต้องแวะมาบริเวณนี้อย่างน้อยหนึ่งรอบ

เซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland)

สวนสนุกที่ทำให้หลายคนยอมเพิ่มวันหยุดเข้าไปในแพลนแบบไม่ลังเล

  • เครื่องเล่นไฮไลท์: TRON Lightcycle Run ที่เร็วจัดจนนั่งแล้วหัวใจเต้นตามไม่ทัน และ Pirates of the Caribbean เวอร์ชันจัดเต็มมาก

  • พื้นที่สวนใหญ่ เดินสบาย มีจุดถ่ายรูปสวยอยู่ทั่ว

เหมาะกับทั้งสายเอ็กซ์ตรีมและสายเดินเล่นเก็บภาพ นับเป็นหนึ่งในจุดที่ทำให้ทริปเซี่ยงไฮ้สีสันครบยิ่งขึ้น

แอปสำคัญที่ควรมีติดเครื่อง

ในจีน แอปคืออาวุธประจำตัว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่แบบเซี่ยงไฮ้ ยิ่งเตรียมไว้ล่วงหน้า ทริปยิ่งลื่น

แอปจ่ายเงิน: Alipay

Alipay คือแอปจ่ายเงินที่นักท่องเที่ยวควรมีติดเครื่อง

  • ผูกบัตรเครดิต/เดบิตต่างประเทศได้โดยตรง

  • ร้านใหญ่ ร้านเล็ก และพ่อค้าแผงลอยส่วนมากมี QR ให้สแกนจ่าย

แนะนำให้ ตั้งค่าให้เรียบร้อยตั้งแต่ยังอยู่ไทย จะช่วยลดดราม่าหน้างานไปได้เยอะ

แอปท่องเที่ยวและจองบริการในจีน

มีแอปจองทริปที่ออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ใช้จองได้ตั้งแต่

  • ตั๋วเครื่องบิน

  • โรงแรม

  • ตั๋วรถไฟ

  • ตั๋วเข้าสถานที่เที่ยวต่างๆ

ข้อดีคือโรงแรมที่เห็นส่วนใหญ่ พร้อมรับแขกต่างชาติ ทำให้เช็กอินได้แบบไม่ต้องลุ้น และยังมักมีระบบสะสมคะแนนเป็นส่วนลดใช้ต่อทริปหน้าได้ด้วย

แอปแผนที่: AutoNavi / Gaode Maps

ลืม Google Maps ไปได้เลยในจีน เพราะ Gaode แม่นกว่าและอัปเดตเร็วกว่า

  • นำทางทั้งเดิน เที่ยว ปั่นจักรยานได้ดี

  • GPS ค่อนข้างตรง

  • ช่วยหาร้านอาหารหรือคาเฟ่ใกล้ตัวได้ด้วย

มีโหมด 2D/3D ให้เลือก ใช้ไม่กี่ครั้งก็เริ่มจับทางได้

แอปเรียกรถ: DiDi

DiDi คือเวอร์ชันจีนของ Uber ใช้งานง่ายมากในเมืองใหญ่ๆ

  • ถ้ามีเบอร์จีน โหลดแอปแล้วใช้งานได้เต็มระบบ

  • ถ้าไม่มีเบอร์จีน ส่วนหนึ่งของบริการสามารถเข้าผ่านมินิโปรแกรมใน Alipay ได้ และหักเงินจากบัตรที่ผูกไว้

เหมาะมากเวลาร่างพังหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน หรือกลับดึกแล้วไม่อยากต่อรถหลายต่อ

แอปสั่งอาหาร: Meituan & Ele.me

หลังเดินเที่ยวจนเหนื่อย การได้สั่งอาหารขึ้นโรงแรมคือความสุขชั้นดี

  • Meituan และ Ele.me คือแอปหลักในการสั่งอาหารในจีน

  • ถ้าไม่มีเบอร์จีน บางส่วนของบริการ Ele.me เข้าได้ผ่าน Alipay แม้ตัวเลือกอาจน้อยกว่า Meituan

เหมาะกับวันที่ฝนตก ขี้เกียจออก หรืออยากลองของกินท้องถิ่นจากร้านดัง

การใช้ Alipay / WeChat Pay แบบมือใหม่

จีนตอนนี้แทบจะกลายเป็นสังคมไร้เงินสดเต็มตัวแล้ว การพกเงินกระดาษคือแผนสำรองมากกว่าหลัก

สิ่งที่ควรรู้:

  1. นักท่องเที่ยวสามารถผูกบัตรเดบิต/เครดิตต่างประเทศกับแอปจ่ายเงินได้

  2. ร้านเล็ก ตลาด และร้านอาหารโลคอลส่วนใหญ่ใช้ QR Code เป็นหลัก

  3. WeChat Pay ใช้จ่ายได้ แต่การตั้งค่าครบเต็มระบบมักต้องมีเบอร์จีน

บนรถไฟใต้ดิน ร้านสะดวกซื้อ ห้าง และตู้กดน้ำ การสแกนจ่ายคือเรื่องปกติ จนบางทีลืมไปเลยว่าตัวเองพกเงินสดอยู่

ภาษาและมารยาทเบื้องต้นในเซี่ยงไฮ้

ในชีวิตประจำวันยังใช้ภาษาจีนเป็นหลัก แต่คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งพอสื่อสารอังกฤษได้ โดยเฉพาะในย่านท่องเที่ยว

ทิปส์สำคัญ:

  • ถ้าจะใช้แท็กซี่ ให้ เซฟชื่อสถานที่เป็นภาษาจีน หรือรูปหน้าร้านไว้ในมือถือ

  • ตอนขึ้น–ลงรถไฟใต้ดิน ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน คนจะเยอะมาก ควรรักษาคิวให้ดี

โดยรวมแล้วคนท้องถิ่นพร้อมช่วยเหลือ แม้บางครั้งจะคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่ท่าทางและการชี้ทางมักพาไปถึงจุดหมายได้เสมอ

สรุป: เที่ยวเซี่ยงไฮ้ด้วยตัวเอง ง่ายกว่าที่คิด

การเที่ยวเซี่ยงไฮ้ด้วยตัวเองคือ ประสบการณ์ที่สนุกและเฟรนด์ลี่กับมือใหม่สุดๆ

  • ระบบขนส่งเข้าใจง่าย

  • แอปต่างๆ ช่วยให้ทุกอย่างตั้งแต่การจ่ายเงินไปจนถึงการเรียกรถไหลลื่น

  • ตั๋วเครื่องบินและที่พักมีให้เลือกหลายระดับงบ

เมื่อวางแพลนคร่าวๆ แล้วลงดีเทลเรื่องกินและย่านที่อยากไป เซี่ยงไฮ้จะกลายเป็นเมืองที่พร้อมเปิดโลกจีนสมัยใหม่ให้คุณแบบเต็มๆ และอาจเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณอยากออกไปสำรวจเมืองอื่นในจีนต่อด้วย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเที่ยวเซี่ยงไฮ้ด้วยตัวเอง

เที่ยวเซี่ยงไฮ้เดือนไหนดีที่สุด?

ช่วงอากาศเดินสบายที่สุดคือ มีนาคม–พฤษภาคม และ กันยายน–พฤศจิกายน อากาศเย็นกำลังดี ไม่ร้อนชื้นเหมือนหน้าร้อน และไม่หนาวจัดเกินไป

ไปเซี่ยงไฮ้ คนไทยต้องขอวีซ่าไหม?

คนไทยสามารถเข้าจีนได้แบบ ฟรีวีซ่าครั้งละไม่เกิน 30 วัน ตามเงื่อนไขที่กำหนด (ควรเช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง)

ใช้บัตรเครดิตในเซี่ยงไฮ้ได้ไหม?

  • ร้านใหญ่ ห้าง และโรงแรมส่วนมากรับบัตรเครดิต

  • แต่ในชีวิตจริง คนท้องถิ่นจ่ายผ่านมือถือเกือบทั้งหมด นักท่องเที่ยวจึงควรตั้งค่า Alipay หรือ WeChat Pay ไว้ด้วย

พูดจีนไม่ได้ เที่ยวเองยากหรือเปล่า?

ไม่ยากอย่างที่คิด เพราะ:

  • ระบบขนส่งและย่านท่องเที่ยวหลักมีภาษาอังกฤษกำกับ

  • ใช้แอปแปลภาษาและแสดงรูปสถานที่ช่วยได้มาก

  • คนพื้นที่ส่วนใหญ่ยินดีช่วย แม้สื่อสารกันด้วยท่าทางเป็นหลัก

เซี่ยงไฮ้ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวไหม?

ถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่ปลอดภัยของจีน

  • ถนนสว่าง คนเดินเยอะ

  • มีตำรวจประจำหลายจุด

  • ส่วนใหญ่ที่ต้องระวังคือของหายและช่วงคนแน่น ไม่ใช่เหตุการณ์รุนแรง

ถ้ารักษามาตรฐานความระมัดระวังเหมือนเวลาไปเที่ยวเมืองใหญ่ประเทศอื่น ก็เดินเที่ยวได้ทั้งกลางวันและกลางคืนแบบสบายใจ