คู่มือยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 สำหรับผู้มีบัตรเดิม
1. ภาพรวมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 และเหตุผลที่ต้องยืนยันสิทธิใหม่
โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เปิดให้ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม (บัตรคนจน) ยืนยันสิทธิรอบใหม่ ระหว่างวันที่ 4–21 มิถุนายน 2569 ช่วงเวลา 06.00–23.00 น. เพื่อ
ปรับปรุงฐานข้อมูลผู้มีรายได้น้อยให้เป็นปัจจุบัน
คัดกรองตาม หลักเกณฑ์ใหม่ ให้สวัสดิการตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ตัดสิทธิผู้ที่ไม่เข้าเกณฑ์รายได้น้อย หรือไม่ตรงเงื่อนไข
หลังยืนยันสิทธิสำเร็จ กระทรวงการคลังจะนำข้อมูลไปตรวจสอบคุณสมบัติและประกาศผลในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 หากไม่ผ่าน สามารถอุทธรณ์ได้ระหว่าง 17–31 กรกฎาคม 2569 และประกาศผลอุทธรณ์วันที่ 14 กันยายน 2569 ผู้ที่ผ่านเกณฑ์จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
หมายเหตุ: รอบนี้เป็นรอบ “ยืนยันสิทธิของผู้มีบัตรเดิม” ยัง ไม่เปิดรับรายใหม่ โดยรายใหม่ต้องรอประกาศจากกระทรวงการคลังอีกครั้ง
2. เงื่อนไข คุณสมบัติ และกลุ่มเป้าหมายผู้ถือบัตรเดิมที่ยังมีสิทธิยืนยันต่อ
กลุ่มเป้าหมายของการยืนยันสิทธิรอบนี้คือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม (13.18–14 ล้านคน) ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการปี 2569 ต่อไป โดยต้องมีคุณสมบัติหลัก ๆ ดังนี้
2.1 คุณสมบัติพื้นฐาน
มี สัญชาติไทย
อายุ ตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน
2.2 กลุ่มที่ “ห้าม” มีสิทธิ
ไม่เป็นบุคคลต่อไปนี้ เช่น
ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง บุคคลในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
นักเรียน นักศึกษา
ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ที่มีรายได้เกิน 100,000 บาท/ปี)
ผู้รับบำนาญ ผู้รับบำเหน็จรายเดือน หรือเบี้ยหวัดจากส่วนราชการ
ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา
หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน/กรรมการ/ผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ตรวจสอบได้จากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์หรือถือครองตราสารหนี้ตามฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ผู้เอาประกันชีวิตประเภทสามัญที่จ่ายเบี้ยตั้งแต่ 12,000 บาท/ปีขึ้นไป
ผู้ที่ถูกผู้อื่นใช้ชื่อไปหักลดหย่อนภาษีในฐานะ บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
2.3 เงื่อนไขรายได้ ทรัพย์สิน และหนี้สิน
รายได้ต่อปีไม่เกิน 100,000 บาท/คน
รายจ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาท/ปี
ไม่มีทรัพย์สินทางการเงิน หรือมียอดรวมทรัพย์สินทางการเงินทุกประเภท ไม่เกิน 100,000 บาท เช่น
เงินฝากในธนาคารพาณิชย์/ธนาคารของรัฐ/สถาบันการเงินเฉพาะกิจ
สลากของธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธอส.
ไม่มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภท เกิน 100,000 บาท (ตามข้อมูลเครดิตบูโร)
2.4 เงื่อนไขอสังหาริมทรัพย์
ห้องชุดรวมทุกแห่ง พื้นที่รวม ไม่เกิน 35 ตร.ม.
บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว ตึกแถว รวมกันทุกแห่ง ไม่เกิน 25 ตารางวา
หากเป็นเกษตรกร: ที่ดิน + ที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่ (รวมเขตปฏิรูปที่ดิน)
หากไม่ใช่เกษตรกร: ที่ดิน + ที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่
2.5 เงื่อนไขยานพาหนะ
ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น
- ยกเว้นใช้สิทธิได้เฉพาะ
รถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี
รถยนต์สามล้อ
รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง
รถใช้งานเกษตรกรรม
โดยแต่ละประเภท ไม่เกิน 1 คัน
ผู้ถือบัตรเดิมทุกคน ต้องเข้าระบบยืนยันสิทธิใหม่ เพื่อให้ข้อมูลถูกตรวจสอบตามเกณฑ์ข้างต้นอีกครั้ง
3. วิธีตรวจสอบสิทธิเดิมก่อนยืนยัน
การลงทะเบียนรอบนี้จำกัดเฉพาะ ผู้ที่มีบัตรรายเดิม เท่านั้น หากไม่ได้เป็นผู้ถือบัตรเดิม ระบบจะขึ้นข้อความว่าไม่สามารถลงทะเบียนได้ เช่น
“ท่านไม่ได้เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จึงไม่สามารถลงทะเบียนยืนยันสิทธิได้”
ช่องทางตรวจสอบ/ใช้งานสิทธิเดิมก่อนยืนยัน มีดังนี้
เว็บไซต์โครงการ
แอปฯ ‘เป๋าตัง’ เลือกแบนเนอร์ “โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569”
แอปฯ ‘ทางรัฐ’ ค้นหา “ระบบลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ” แล้วเข้าสู่ระบบด้วยข้อมูลบัตรประชาชน
หากระบบยอมให้กดลงทะเบียน แปลว่าเป็น ผู้ถือบัตรรายเดิมที่อยู่ในฐานข้อมูล และยังสามารถยืนยันสิทธิได้
4. ขั้นตอนยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง
ถือเป็นช่องทางดิจิทัลที่สะดวกที่สุดสำหรับคนที่ใช้สมาร์ตโฟนและมีแอปฯ อยู่แล้ว โดยขั้นตอนหลักมีดังนี้
4.1 การติดตั้งและเตรียมแอปฯ เป๋าตัง
- รองรับระบบ
iOS เวอร์ชัน 15.0 ขึ้นไป
Android เวอร์ชัน 10.0 ขึ้นไป (บางบทความระบุ Android 9.0+ สำหรับฟังก์ชัน G-Wallet)
ดาวน์โหลดแอปฯ “เป๋าตัง” จาก App Store หรือ Play Store และติดตั้งให้เรียบร้อย
- ผู้ที่ยังไม่เคยใช้ G-Wallet ต้องสมัครใช้งาน โดย
กด “สมัครใช้บริการ G-Wallet”
ยอมรับเงื่อนไขและข้อตกลง (หากมีอัปเดตเวอร์ชันใหม่ต้องกดยอมรับอีกครั้ง)
ทำการสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน
ตรวจสอบข้อมูลและกดยืนยัน จนขึ้นสถานะ “สมัคร G-Wallet สำเร็จ”
4.2 ขั้นตอนยืนยันสิทธิบนเป๋าตัง
เปิดแอปฯ เป๋าตัง
เลือกแบนเนอร์ “โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569”
อ่านเงื่อนไขการลงทะเบียนให้ครบถ้วน
กดปุ่ม “ลงทะเบียน” เพื่อยืนยันสิทธิ
ระบบจะแจ้งว่า “ระบบได้รับข้อมูลการลงทะเบียนของท่านเรียบร้อยแล้ว” และสถานะจะเป็น “สถานะการลงทะเบียนสมบูรณ์”
ข้อสำคัญ: ผู้ถือบัตรเดิมเลือกยืนยันสิทธิได้ เพียง 1 ช่องทางเท่านั้น หากต้องมอบอำนาจ (กรณีพิการ ติดเตียง สูงอายุ) ต้องทำที่ “หน่วยงานรับลงทะเบียน” ไม่สามารถใช้งานแทนกันผ่านแอปได้
5. ทางเลือกยืนยันสิทธิผ่านหน่วยงานรัฐ สำหรับคนไม่มีสมาร์ตโฟน
สำหรับผู้สูงอายุ คนไม่ถนัดเทคโนโลยี หรือไม่มีสมาร์ตโฟน ภาครัฐเตรียมช่องทางออฟไลน์หลายรูปแบบ
5.1 ยืนยันสิทธิที่ธนาคารรัฐ (หน่วยรับลงทะเบียน)
สามารถใช้บัตรประชาชนแบบสมาร์ตการ์ดติดต่อที่สาขา
ธนาคารกรุงไทย
ธนาคารออมสิน
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.)
(บางแหล่งระบุรวมธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยด้วย)
ขั้นตอนโดยสรุป
ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่อ่านข้อมูลผ่าน Smart Card Reader
เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบชื่อ–นามสกุล วันเดือนปีเกิด
กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
อ่านเงื่อนไขและกดยืนยันในระบบ
ระบบแสดงข้อความ “ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย” ถือว่าจบขั้นตอน
กรณี ผู้สูงอายุทำไม่ได้ หรือผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง สามารถไปที่ธนาคารให้เจ้าหน้าที่ช่วย หรือมอบอำนาจผ่านหน่วยรับลงทะเบียนตามเกณฑ์ที่กำหนดได้
5.2 ยืนยันสิทธิผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย
เหมาะสำหรับผู้ที่มีบัตร ATM กรุงไทย
ไปที่ตู้ ATM กรุงไทย (ตู้สีฟ้า)
เลือกเมนู “ยืนยันตัวตน/สิทธิสวัสดิการ” > “ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569”
เสียบบัตรประชาชนที่ช่องรับบัตร
หน้าจอจะแสดงข้อความยินยอมและข้อมูลผู้ลงทะเบียน
ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง กด “ยืนยัน” หรือ “ตกลง”
ระบุหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ และกด “ถัดไป”
ระบบจะแจ้งว่า “ธนาคารได้รับข้อมูลของผู้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว” และคืนบัตร ถือว่าสำเร็จ
5.3 ยืนยันตัวตนแอปฯ ทางรัฐผ่านช่องทางอื่น
สำหรับการใช้งานแอปฯ “ทางรัฐ” สามารถยืนยันตัวตนผ่านหลายจุดบริการของรัฐ เช่น
ตู้บริการอเนกประสงค์ภาครัฐ
นำบัตรประชาชนและมือถือไปที่ตู้ เลือกเมนู “ทางรัฐ” ทำตามขั้นตอน และสแกน QR Code เพื่อยืนยัน
ตู้บุญเติม (ที่มีกล้อง)
เลือกเมนู “ทางรัฐ” เสียบบัตรประชาชน ทำตามขั้นตอน รับ SMS ไปดำเนินการต่อในแอปฯ ทางรัฐ
ที่ทำการไปรษณีย์ไทย
แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าขอยืนยันตัวตนแอปทางรัฐ ใช้บัตรประชาชน รอรับ SMS และทำตามลิงก์ที่ได้รับ
เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven
เปิดแอปฯ ทางรัฐ เลือก “ยืนยันตัวตนที่ 7-Eleven” กรอกข้อมูลสร้าง QR Code ให้พนักงานสแกน แล้วทำตามขั้นตอนใน SMS
แอปฯ D.DOPA / ThaID
ดาวน์โหลดแอป D.DOPA (หรือ ThaiD ในขั้นตอนเว็บไซต์) ลงทะเบียนใช้งาน แล้วใช้เชื่อมเข้าสู่ระบบทางรัฐหรือเว็บโครงการเพื่อพิสูจน์ตัวตน
6. สรุปรายการเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ที่ได้รับต่อเดือน
ผู้ที่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 จะได้รับสิทธิช่วยเหลือค่าครองชีพในหลายด้าน โดยสวัสดิการหลักยังคงรูปแบบเดิม ได้แก่
6.1 วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค
300 บาท/คน/เดือน
ใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม
ใช้ได้ที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่น ๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด
6.2 ส่วนลดก๊าซหุงต้ม
80 บาท/คน/3 เดือน
ใช้เป็นส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มกับร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด
6.3 วงเงินค่าเดินทางสาธารณะ
750 บาท/คน/เดือน ใช้รวมทุกระบบ ไม่แยกวงเงินตามประเภทรถ
- ครอบคลุมระบบขนส่ง 8 ประเภท เช่น
รถเมล์ ขสมก.
รถ บขส.
รถไฟฟ้า BTS, MRT, รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
รถไฟ
รถเอกชนร่วม ขสมก./ร่วม บขส.
รถเอกชน, รถสองแถวรับจ้าง
เรือโดยสารสาธารณะ
6.4 มาตรการช่วยค่าไฟฟ้า
สนับสนุน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
หากใช้ไฟเกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีสิทธิจะต้องรับภาระค่าไฟ ทั้งหมดเอง
6.5 มาตรการช่วยค่าน้ำประปา
สนับสนุน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
หากใช้น้ำเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท
→ ยังได้รับส่วนลด 100 บาท และจ่ายส่วนต่างเองหากใช้น้ำ เกิน 315 บาท
→ ผู้มีสิทธิต้องจ่าย ค่าน้ำเต็มจำนวน ไม่ได้รับอุดหนุน
7. ข้อควรรู้เพื่อไม่ให้สิทธิขาด หรือถูกระงับ
เพื่อให้การรับสวัสดิการต่อเนื่อง “ไม่สะดุด” ผู้ถือบัตรเดิมควรให้ความสำคัญกับสิ่งต่อไปนี้
7.1 ระยะเวลายืนยันสิทธิ
ต้องยืนยันสิทธิระหว่าง 4–21 มิถุนายน 2569 เท่านั้น
หากไม่ยืนยันภายในกำหนด อาจ กระทบต่อการรับสวัสดิการในรอบใหม่ หรือถูกตัดออกจากระบบสิทธิ
7.2 เลือกช่องทางยืนยัน “เพียง 1 ช่องทาง”
ห้ามยืนยันสิทธิซ้ำหลายช่องทาง
หากจะมอบอำนาจ ต้องทำผ่าน หน่วยงานรับลงทะเบียน เท่านั้น ไม่สามารถให้คนอื่นกดแทนในแอปหรือเว็บไซต์ได้
7.3 ความถูกต้องของข้อมูล
- ทุกครั้งที่ลงทะเบียนหรือยืนยันสิทธิ ต้อง
เตรียม บัตรประชาชนตัวจริง
ตรวจสอบชื่อ–นามสกุล วันเกิดให้ถูกต้อง
กรอก หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้จริง
หากข้อมูลผิด อาจทำให้การติดต่อแจ้งผลหรือรับสิทธิ มีปัญหา
7.4 สถานะการลงทะเบียน
เมื่อทำรายการเสร็จ ระบบจะขึ้นข้อความ เช่น
“ระบบได้รับข้อมูลการลงทะเบียนของท่านเรียบร้อยแล้ว”
“สถานะการลงทะเบียนสมบูรณ์”
นั่นหมายถึง “ลงทะเบียนยืนยันสิทธิสำเร็จแล้ว” แต่ยังต้องรอผลพิจารณาคุณสมบัติในวันที่กระทรวงการคลังประกาศอย่างเป็นทางการ
8. คำแนะนำปิดท้าย: การเตรียมเอกสาร วางแผนใช้วงเงิน และติดตามข่าวรัฐ
8.1 การเตรียมเอกสารก่อนยืนยันสิทธิ
บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง
โทรศัพท์มือถือที่ใช้งานได้ พร้อมเบอร์ที่รับ SMS ได้
- สำหรับการใช้งานแอปฯ ต่าง ๆ (เป๋าตัง, ทางรัฐ, ThaID, D.DOPA) ต้องเตรียม
สมาร์ตโฟนที่ระบบปฏิบัติการรองรับ
อินเทอร์เน็ตพร้อมใช้งาน
8.2 การวางแผนใช้วงเงินสวัสดิการ
วางแผนใช้วงเงิน 300 บาท/เดือนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านที่กำหนดให้คุ้มค่าที่สุด
ใช้วงเงินค่าเดินทาง 750 บาท/เดือนกับระบบขนส่งที่จำเป็นต่อการเดินทางประจำวัน
จัดการการใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาให้อยู่ในกรอบวงเงินสนับสนุน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนตัว
8.3 การติดตามข่าวและช่องทางติดต่อสอบถาม
หากมีข้อสงสัย หรืออยากตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น
ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 02-109-2345
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สอบถามคุณสมบัติ) โทร. 08-5842-7102 ถึง 7109
สายด่วน พม. 1300 (กรณีต้องการความช่วยเหลือด้านสังคมอื่น ๆ)
พร้อมทั้งติดตามข่าวจาก
กระทรวงการคลัง
เว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
แอปฯ ทางรัฐ และเป๋าตัง
เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดการสำคัญ เช่น วันประกาศผล การอุทธรณ์ หรือรอบลงทะเบียนใหม่สำหรับผู้ที่ยังไม่มีบัตรในอนาคต
สรุป: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมทุกคนต้อง “ยืนยันสิทธิใหม่” ระหว่างวันที่ 4–21 มิถุนายน 2569 ผ่านหนึ่งใน 5 ช่องทางหลัก (เว็บไซต์, แอปฯ เป๋าตัง, แอปฯ ทางรัฐ, ตู้ ATM กรุงไทย, ธนาคารรัฐ) เพื่อให้รัฐตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ปี 2569 และรักษาสิทธิรับสวัสดิการรายเดือนอย่างต่อเนื่อง หากละเลยไม่ยืนยันสิทธิ มีโอกาสสูงที่จะ “หลุดสิทธิ” ในรอบใหม่นี้ได้


ความคิดเห็น