จีนร้อนแรงทั่วโลก: นักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 38 ล้านคน
ฤดูร้อนปี 2025 กลายเป็นช่วงเวลาที่ การท่องเที่ยวจีนกลับมาร้อนแรงแบบสุดขีด ตัวเลขสถิติบอกชัดว่า ครึ่งปีแรกมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าออกจีนสูงถึง 38.053 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 30.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้ มาตรการยกเว้นวีซ่า มีสัดส่วนสูงถึง 71.2% เพิ่มแบบก้าวกระโดดจากปีก่อน จนคนจีนเองยังโพสต์กันขำๆ ว่า “ตอนนี้จีนเหมือนจัดงานปาร์ตี้ระดับโลกทั้งประเทศ”
เมืองท็อปฮิต: เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ฉงชิ่ง
คลิปเที่ยวจีนของอินฟลูเอนเซอร์ต่างประเทศมียอดวิวรวมทะลุ 100 ล้านครั้ง
งานวิจัยจาก Pew Research Center ชี้ว่า ภาพลักษณ์ของจีนในสายตาชาวโลกอยู่ในจุดที่ดีสุดในรอบ 6 ปี โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่
ข้อความสำคัญที่จีนอยากส่งออกไปสู่โลกคือ:
“มาสัมผัสจีนที่แท้จริงกันเถอะ”
วีซ่าง่ายขึ้น เที่ยวได้นานขึ้น: เข้า–ออกจีนแบบสบายๆ
หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของการท่องเที่ยวจีน คือการที่การเดินทาง “ง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”
จีนขยายเวลาผ่านแดนฟรีวีซ่าเป็น 240 ชั่วโมง
เพิ่มจุดผ่านแดนเป็น 60 แห่ง ใน 24 มณฑล
ประกอบด้วยนโยบายยกเว้นวีซ่าหลายรูปแบบ ทั้งแบบภูมิภาค ฝ่ายเดียว และการยกเว้นต่อกัน
ผลลัพธ์คือ นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากรู้สึกว่า “อยากมาเมื่อไหร่ ก็มาได้เลย”
ครอบครัวฮัทชินสันจากอังกฤษ เป็นตัวอย่างชัดเจน พวกเขาเคยมาจีนแบบรีบเร่งด้วยสิทธิฟรีวีซ่า 144 ชั่วโมง เที่ยว 7–8 เมืองแบบหายใจไม่ทัน และรู้สึกว่า “เที่ยวไม่พอ”
รอบล่าสุด พวกเขาเลยจัดหนัก ใช้เวลา 10 วันเต็มในจีน
ใช้เวลาอยู่ในเซี่ยงไฮ้อย่างจุใจ
เดินช้อปตุ๊กตา “ลาบูบู้” แถวถนนนานกิง
ดูพลุที่ดิสนีย์แลนด์
เดินเล่นสองฝั่งแม่น้ำหวงผู่ที่เดอะบันด์
และยังวางแผนไป ฉางชา – กว่างโจว – เซินเจิ้น เพื่อดื่มชานม กินหม้อไฟ และลองอาหารเช้ากวางตุ้งแบบต้นตำรับ
จากกำแพงเมืองโบราณสู่ป่าสมบูรณ์: จีนของสายลุยและสายธรรมชาติ

จีนไม่ได้มีดีแค่เมืองใหญ่และห้างหรู แต่ยังเป็นสวรรค์ของคนรักการ เดินป่า เทรคกิ้ง และปีนเขา ด้วย
เรนาน หนุ่มชาวบราซิล ตัดสินใจบินลัดฟ้ามาจีน เพราะอยากสัมผัส “ประสบการณ์การปีนเขาชื่อดังของจีน” เขาเริ่มทริปที่เมืองหยางซั่ว ขี่จักรยานไฟฟ้าออกไปตามหา ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมจัดเต็มอุปกรณ์ปีนเขา
เขาเล่าอย่างตื่นเต้นว่า:
จ้างไกด์ง่าย
เช่าอุปกรณ์สะดวก
ระบบท่องเที่ยวดีและคุ้มค่า
ที่สำคัญคือ ไกด์พูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าเขาเองอีก
เรนานทิ้งท้ายแบบไม่เกินจริงว่า:
“ถ้าคุณมาเที่ยวหยางซั่ว แล้วไม่ลองปีนเขาธรรมชาติสักครั้ง คุณจะต้องเสียใจแน่นอน”
อีกด้านหนึ่ง มาร์คและเอลีน คู่สามีภรรยาชาวสวิสเลือกไปเมืองโบราณคาสือในซินเจียง แล้วหลงรักที่นั่นแบบถอนตัวไม่ขึ้น
ขี่อูฐท่ามกลางบรรยากาศแบบดินแดนไกลโพ้น
ทำขนมปังพื้นเมืองในร้านชาเก่าแก่
ลองซาลาเปาย่าง ลูกท้อประจำท้องถิ่น และน้ำทับทิมคั้นสด
พวกเขาบอกว่าเมืองนี้ “สวยเหมือนโลกเทพนิยาย” และหลงรักตั้งแต่สถาปัตยกรรม ดนตรี ไปจนถึงงานหัตถกรรม
ระบบใหม่ที่ทำให้เที่ยวจีน “ง่ายขึ้นจริง”
สิ่งที่หลายคนเคยกลัวในการมาเที่ยวจีน คือ
พูดภาษาจีนไม่ได้
ระบบจ่ายเงินซับซ้อน
การจองตั๋วเข้าที่เที่ยวยุ่งยาก
แต่ตอนนี้ จีนค่อยๆ แก้ทุกปัญหาแบบเป็นรูปธรรมแล้ว
เพิ่ม ป้ายสัญลักษณ์และบริการหลายภาษา
รองรับการจ่ายเงินทั้งบัตรเครดิต สแกน QR Code และใช้เงินสดได้เหมือนเดิม
หลายแหล่งท่องเที่ยว ไม่ต้องจองล่วงหน้า และเปิดเที่ยวตอนกลางคืนมากขึ้น
ระบบ คืนภาษีได้ทันทีที่ร้านค้า ลดเวลาและขั้นตอนก่อนออกนอกประเทศ
ผลลัพธ์คือ การท่องเที่ยวจีนทุกวันนี้ ไม่ใช่แค่เที่ยวสถานที่สวยๆ แต่ยังเป็นการได้สัมผัสกับ มิตรไมตรีและความตั้งใจของคนจีน ที่อยากให้แขกต่างชาติรู้สึกสะดวกและสบายใจ

ช้อปปิ้งในจีน: จากของที่ระลึกถูกๆ สู่สินค้านวัตกรรมไฮเทค
สำหรับหลายคน การมาเที่ยวจีนในยุคนี้ ถ้าไม่ได้ ช้อปปิ้ง ถือว่ามาไม่ถึง
ไมค์ บล็อกเกอร์ชาวอเมริกันคำนวณอย่างจริงจังว่า:
“ตั๋วเครื่องบินไป–กลับ 800 ดอลลาร์ แค่ช้อปให้ครบ 2,000 ดอลลาร์ก็คุ้มแล้ว”
เขามองว่าการบินมาช้อปที่จีน ยังอาจคุ้มกว่าการจ่ายภาษีนำเข้าที่บ้านตัวเองเสียอีก
บนแอปจีนยอดนิยมอย่าง Xiaohongshu เต็มไปด้วยคอนเทนต์ประเภท “คู่มือช้อปปิ้งในจีน” มากกว่าล้านโพสต์ นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากจะ
ทำการบ้านล่วงหน้า
จดลิสต์ของที่ต้องซื้อ
ตัวอย่างของฮิต ได้แก่
โทรศัพท์หน้าจอพับ
ชุดจีนโบราณฮั่นฝู
เซรามิก ถ้วยชามดีไซน์สวย
ของกินเล่นรสเผ็ดหม่าล่า
หลายโพสต์ยังแนะนำแบบขำๆ ว่า “ควรหิ้วกระเป๋าเปล่าไปจีน” เพราะเพื่อนๆ รอบตัวมักฝากซื้อของจนกระเป๋าเต็มเอาง่ายๆ
มาตรการคืนภาษีใหม่: ช้อปแล้วได้เงินคืนทันที
หนึ่งในจุดที่ทำให้การช้อปปิ้งในจีนสะดวกขึ้นมาก คือมาตรการ “คืนภาษีทันทีที่ซื้อ”
ที่ศูนย์การค้า Deji Plaza เมืองหนานจิง มารีโน นักท่องเที่ยวชาวอิตาลี ได้รับเงินคืนภาษีเกือบ 1,000 หยวน ก่อนเดินออกจากห้าง เขาบอกอย่างประทับใจว่า
“แค่กดบนมือถือ เงินก็เด้งเข้าบัญชีแล้ว แล้วฉันก็ยังมีงบไปซื้อของดีๆ เพิ่มอีก”
มาตรการนี้เริ่มใช้จริงทั่วประเทศตั้งแต่เมษายน 2025 พร้อมเงื่อนไขใหม่ที่ดึงดูดมากขึ้น
ลดยอดซื้อขั้นต่ำเพื่อขอคืนภาษีจาก 500 เหลือ 200 หยวน
เพิ่มวงเงินคืนภาษีแบบเงินสดจาก 10,000 เป็น 20,000 หยวน
จำนวนร้านค้าปลอดภาษีมากกว่า 7,200 แห่ง ทั่วประเทศ
ยอดขายสินค้าที่เข้าข่ายคืนภาษีจึงเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในครึ่งปีแรก
นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสคนหนึ่งเล่าว่า เมื่อก่อนเวลามาจีน เขาชอบซื้อตุ๊กตาและเสื้อที่ระลึกราคาถูก แต่ตอนนี้ เขาหันมาซื้อ
ผ้าไหม
ชุดฮั่นฝู
เครื่องปั้นดินเผา
ผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ
เขาสรุปอย่างชัดเจนว่า
“จีนยกระดับคุณภาพสินค้าและดีไซน์ได้เร็ว แปลกใหม่ และน่าทึ่งมาก”
ส่วนเมืองเซินเจิ้น ก็กลายเป็น สวรรค์ของสายแกดเจ็ต จากคำบอกเล่าคู่บล็อกเกอร์ชาวไอริช
“ที่เซินเจิ้น คุณหาทุกอย่างได้ตั้งแต่ของไอทีทั่วไปไปจนถึงไฮเอนด์หายาก แถมเดินเปรียบเทียบราคาได้จนพอใจ”
ทั้งหมดนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “เมดอินไชน่า” ไปสู่ “เทคโนโลยีอัจฉริยะที่คิดค้นโดยจีน” อย่างเต็มตัว
วัฒนธรรมจีน: จากงานฝีมือสู่เส้นทางท่องเที่ยวตามภาพยนตร์และเกม

เสน่ห์ของจีนไม่ได้อยู่แค่ในตึกสูงและเทคโนโลยี แต่ยังอยู่ใน มรดกทางวัฒนธรรมและงานฝีมือ ที่ถูกดึงมาสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบลึกซึ้ง
ที่เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น เมืองเซรามิกพันปี ถนนเถาหยางหลี่คึกคักตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ด้วย กลุ่มชาวต่างชาติที่หลงรักเครื่องเคลือบ พวกเขาเดินทางมาที่นี่เพื่อเข้าเวิร์กช็อปปั้นดิน จับดิน สัมผัสเตาเผาของจริง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เมืองนี้กลายเป็นเหมือน “โรงงานในฝัน” ของศิลปินทั่วโลก
ศิลปินเซรามิกต่างชาติกว่า 5,000 คน ตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ที่นี่
ก่อให้เกิดชุมชนใหม่ที่หลายคนเรียกว่า “ชาวต่างชาติผู้คลั่งไคล้จิ่งเต๋อเจิ้น”
แอนนี่ ช่างปั้นเซรามิกชาวอังกฤษบอกว่า:
“ประสบการณ์สร้างงานฝีมือที่นี่มันยอดเยี่ยมมาก เครื่องมือ สีเคลือบ และดินปั้น อยู่ใกล้มือตลอด ทำให้ฉันปล่อยความคิดสร้างสรรค์ได้เต็มที่”
อีกด้านหนึ่ง เอมี่ บล็อกเกอร์ชาวออสเตรเลีย ตั้งใจมา เมืองตุนหวง เพื่อชมถ้ำโม่เกา 735 แห่ง ที่โด่งดังระดับโลก เธอบอกว่า
“งานศิลปะในถ้ำโม่เกาเกิดจากผู้คนต่างยุค ใช้เวลาสร้างต่อเนื่องกว่าพันปี สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือเรามองเห็นการเปลี่ยนแปลงของสไตล์ศิลปะตามแต่ละราชวงศ์ นี่คือมรดกทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง”
แต่งฮั่นฝู ล่องเรือ เที่ยวเมืองโบราณ: เทรนด์ใหม่ของคนรุ่นใหม่
ที่อูเจิ้น นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่นิยม
ใส่ชุดจีนโบราณฮั่นฝูเดินเล่นตามเมืองน้ำ
ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน
ที่เจียอวี้กวาน พวกเขา
พก “เอกสารผ่านด่าน” แบบโบราณ
เดินสำรวจชายแดนเก่าแก่
ที่ซีอาน นักท่องเที่ยวแห่ไปดูโชว์แสงสีเสียง “ฉางอันยามราตรี” เพื่อสัมผัส ความรุ่งโรจน์และโรแมนติกของราชวงศ์ถัง ด้วยตัวเอง

ไม่เพียงเท่านั้น การสัมผัส มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ก็กลายเป็นไฮไลต์ใหม่
สตูดิโอปั้นดินที่เทียนจิน
ร้านว่าวที่เหวยฟาง
ศูนย์วัฒนธรรมสิงโตกวางตุ้งที่กว่างโจว
เฟบี สาวชาวออสเตรเลีย ได้เข้าร่วมเวิร์กช็อปจักสานไม้ไผ่ที่หมู่บ้านเต้าหมิง เมืองเฉิงตู ด้วยคำแนะนำแบบใจเย็นของครูสอน ทำให้เธอสามารถสานพัดไม้ไผ่สวยๆ กลับบ้านได้ด้วยตัวเอง
จีนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ มรดกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และดันให้ IP วัฒนธรรมจีนแบบดั้งเดิม ก้าวสู่เวทีโลก มากขึ้น ส่งผลให้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเติบโตอย่างต่อเนื่อง
เมื่อหนังและเกมกลายเป็นแรงบันดาลใจในการจัดทริป
แรงดึงดูดของวัฒนธรรมจีนยุคใหม่ ไม่ได้มาจากสถานที่จริงเท่านั้น แต่ยังมาจาก ภาพยนตร์และเกมชื่อดัง อีกด้วย
แอนิเมชันจีนเรื่อง “นาจา 2” ทำรายได้ถล่มทลาย และปลุกกระแสการท่องเที่ยว “ตามรอยนาจา”
กลุ่มสถาปัตยกรรมโบราณอู่ตังซาน ในมณฑลหูเป่ย ที่ถูกยกย่องว่าเป็น “วังบนเมฆ” กลายเป็นจุดหมายของแฟนๆ ต่างชาติ
สถานที่อย่างวังอวี้ซีและไท่จื่อโปว ซึ่งปรากฏในภาพยนตร์ ก็ได้รับความนิยมตามไปด้วย
นักท่องเที่ยวจำนวนมากดูหนังจบแล้ว จองตั๋วมุ่งหน้าสู่อู่ตังซาน ทันที เพื่อพิสูจน์ความงามของสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่เหมือนหลุดออกมาจากจอภาพยนตร์จริงๆ
ด้านเกมก็ไม่น้อยหน้า “Black Myth : Wukong” กลายเป็นเกมขายดีอันดับ 1 บนหลายแพลตฟอร์มต่างประเทศ ด้วยฉากในเกมที่ถูกออกแบบจากสถานที่จริงในจีน
อเล็กซ์ บล็อกเกอร์ชาวเยอรมัน เลือกมุ่งหน้าสู่มณฑลซานซี เพื่อ ตามรอยฉากในเกม ที่เขาหลงรัก โดยสถานที่แรกที่เขาไป คือวัดอวี้หวง เมืองจิ้นเฉิง ซึ่งเป็นต้นแบบของฉากต่อสู้กับบอส “Kang-Jin Star”
เมื่อได้เห็นสถานที่จริง เขาถึงกับอุทานว่า
“น่าทึ่งมาก! เกือบเหมือนในเกมทุกประการ”

ธรรมชาติของจีน: เส้นทางสำรวจ ระบบนิเวศ และหมู่บ้านโบราณ
สำหรับสายธรรมชาติและคนรักการเดินป่า–เทรคกิ้ง จีนคือ สนามเล่นขนาดมหึมา
ที่ นาขั้นบันไดหมีเล่อหานี ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 1,300 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก โจอันน่า นักท่องเที่ยวชาวบราซิลถึงกับเปรียบเทียบว่า
“ระบบชลประทานที่นี่เหมือนเส้นเลือดของผืนดิน”
นาขั้นบันไดแห่งนี้ถูกยกย่องว่าเป็น แบบอย่างของการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และในช่วงฤดูร้อน นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากเลือกเดินทางตาม “เส้นทางสำรวจเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ” อุทยานแห่งชาติ และหมู่บ้านสวยงามทั่วจีน
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ พื้นที่ชุ่มน้ำโพหยาง เอ็มม่า นักดูนกชาวอังกฤษถึงกับตื่นเต้นสุดๆ เมื่อเธอเห็น นกกระสาขาวตะวันออก ที่ถูกขนานนามว่า “แพนด้าในวงศ์นก” กำลังหาอาหารอยู่ในแหล่งน้ำตื้น
กว่า 80% ของนกสายพันธุ์นี้ในโลก เลือกมาใช้ที่นี่เป็นพื้นที่หนีหนาวทุกปี
ตอนนี้ทั่วโลกเหลือนกชนิดนี้เพียงประมาณ 9,000 ตัว
เอ็มม่าพูดอย่างประทับใจว่า
“ฉันได้เห็นมันกับตาที่จีนแล้ว”
ที่หมู่บ้านต้งไจ้ เมืองจ้าวซิง มณฑลกุ้ยโจว ลูก้า นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีได้นั่งเรียนรู้การย้อมผ้าด้วยครามจากชาวบ้าน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมากว่า 1,000 ปี
ขณะเดียวกัน กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียก็กำลังตะลึงกับภูมิทัศน์ของ อุทยานธรณีศาสตร์สีต้านเซียจางเย่ มณฑลกันซู่ พวกเขาบอกว่า
“นี่คือตำราธรณีวิทยาที่งดงามที่สุดในโลก”
อีกด้านหนึ่ง โทมัสและครอบครัวชาวสวีเดน เลือกไปพักที่ บ้านดินฝูเจี้ยนหย่งติ้ง โดยพิเศษตรงที่ได้ค้างคืนในตึกเจิ้นเฉิงโหลว ที่ได้รับสมญา “เจ้าชายแห่งสถาปัตยกรรมดินเผา” พวกเขาประทับใจในแนวคิดการสร้างบ้านจากวัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายกลับสู่สิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต
ลูคัส นักท่องเที่ยวชาวสวิส สรุปภาพรวมของประสบการณ์ในจีนไว้อย่างคมชัดว่า
“ในยุโรป ต้องเดินทางหลายประเทศถึงจะเห็นระบบนิเวศหลากหลายเท่านี้ แต่ในจีน แค่มณฑลเดียวก็เพียงพอแล้ว”
ปัจจุบัน จีนมีพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติทุกระดับเกือบ 10,000 แห่ง เป็นประเทศที่มีมรดกโลกทางธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และยังเป็นแหล่งรวบรวมระบบนิเวศบนบกเกือบ 90% ของโลก รวมทั้งเป็นที่อยู่อาศัยของ 74% ของสายพันธุ์สำคัญที่ต้องได้รับการอนุรักษ์
ทอม นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ พูดถึงความรู้สึกต่อจีนว่า
“จีนกว้างใหญ่ไพศาล ทุกที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์สวยงาม ทั้งประวัติศาสตร์ที่น่าดึงดูดและวัฒนธรรมที่ทันสมัย ฉันแนะนำให้ทุกคนมาเยือนจีน จีนคุ้มค่ากับการกลับมาอีกแน่นอน”
ทำไมจีนกลายเป็นทริปที่อยากกลับไปซ้ำ
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ชัดว่าความสำเร็จของ การท่องเที่ยวจีน ในปี 2025 ไม่ได้มาจากแค่ “กระแสชั่วคราว” แต่เกิดจากการผสมผสานหลายปัจจัยอย่างลงตัว
นโยบายวีซ่าที่เปิดกว้างและยืดหยุ่นขึ้น
การอำนวยความสะดวกด้านภาษา การจ่ายเงิน และระบบการเดินทาง
ประสบการณ์ใหม่ๆ สำหรับสายเดินป่า เทรคกิ้ง และธรรมชาติ
พลังของวัฒนธรรมจีน ทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย
การเชื่อมโยงสถานที่จริงเข้ากับหนัง เกม และคอนเทนต์ระดับโลก
ทั้งหมดนี้ทำให้การมาเที่ยวจีน ไม่ใช่แค่การมา “เช็กอิน” แต่คือการเก็บประสบการณ์กลับบ้าน ทั้งในรูปของความทรงจำ ภาพถ่าย งานฝีมือ สินค้านวัตกรรม และเรื่องเล่าที่อยากชวนคนอื่นตามมา
ถ้าคุณเป็นสายธรรมชาติ เดินป่า เทรคกิ้ง หรือชอบผจญภัยผสมวัฒนธรรม จีนในปี 2025 คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ “พลาดไม่ได้เด็ดขาด”

