ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ขายสร้อยทองปี 2569 คุ้มหรือควรถือยาว?

ขายสร้อยทองปี 2569 คุ้มหรือควรถือยาว?
ความสนใจ|แฟชั่นเป็นการลงทุน

ขายสร้อยทองปี 2569 ควรขายเลยหรือถือยาวดี?

ปี 2569 หลายคนมองสร้อยทองในลิ้นชักแล้วเริ่มลังเลว่า “จะขายตอนนี้ดีไหม หรือเก็บไว้ก่อนเผื่อราคาขึ้นอีก?” เพราะข่าวราคาทองโลกขึ้นลงแรง ภาพราคาทองในอดีตที่เคยพุ่งสูง และกระแสวิเคราะห์ว่าอีก 6–12 เดือนข้างหน้าราคาอาจฟื้น ทำให้การตัดสินใจขายสร้อยทองไม่ได้ง่ายเหมือนเดินเข้าร้านแล้วปล่อยของออกมาเฉย ๆ

จากข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างราคาทอง การคิดราคารับซื้อ ปัจจัยที่มีผลต่อกำไร–ขาดทุน ไปจนถึงแนวโน้มราคาทองในอนาคต บทความนี้จะชวนคุณไล่เรียงทีละประเด็น เพื่อช่วยตอบโจทย์ว่า “ควรขายสร้อยทองในปี 2569 หรือถือยาวต่อดี”


1. ทำไมปี 2569 หลายคนถึงลังเลจะขายสร้อยทองดีไหม?

ความลังเลในปี 2569 มาจากภาพรวมราคาทองที่ผันผวนแรงและข้อมูลคาดการณ์ที่แตกต่างกัน

  • มีรายงานว่าราคาทองโลกเคยร่วงลงแรงจนหลุดระดับสำคัญ และลงมากว่า 30% จากจุดสูงสุดตลอดกาลในรอบก่อนหน้า

  • สถาบันการเงินใหญ่ระดับโลกอย่าง Goldman Sachs, J.P. Morgan และ Standard Chartered มองว่าในช่วงปลายปี 2569 ถึงปี 2570 ราคาทองมีโอกาสฟื้นกลับขึ้นไปถึงระดับสูงใหม่ (ตัวเลขอ้างอิงเป็นราคาต่อออนซ์ในตลาดโลก)

  • การฟื้นตัวที่ถูกคาดหวังนี้ตั้งอยู่บนเงื่อนไขสำคัญ เช่น วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงของสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า แรงซื้อจาก ETF และธนาคารกลางที่ยังเดินหน้าซื้อทองต่อเนื่อง

ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อมาดูราคาทองคำ 96.5% ในไทย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สมาคมค้าทองคำประกาศว่า:

  • ทองคำแท่ง ขายออก 62,650 บาท/บาททอง

  • ทองรูปพรรณ ขายออก 63,450 บาท/บาททอง

ตัวเลขนี้สะท้อนว่าแม้ราคาทองจะไม่อยู่ในจุดสูงสุดตลอดกาล แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่มีนัยสำคัญ ทำให้คนที่ซื้อทองมาช่วงราคาต่ำอาจมีกำไรแล้ว ขณะที่คนที่ซื้อช่วงราคาสูงยัง “ติดดอย” และคิดหนักว่าจะขายขาดหรือถือรอต่อไปดี


2. โครงสร้างราคาทองรูปพรรณวันนี้ต้องเข้าใจก่อนขาย

ก่อนจะตัดสินใจขายสร้อยทอง ต้องเข้าใจก่อนว่า “ราคาทองรูปพรรณวันนี้” ที่เราเห็น ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกับ “เงินที่จะได้ตอนขายคืน” เสมอไป เพราะราคาทองรูปพรรณประกอบด้วยหลายส่วน ได้แก่

  1. ราคาทองคำแท่ง (96.5%)
    เป็นราคาฐานที่สมาคมค้าทองคำประกาศในแต่ละวัน และใช้เป็นตัวตั้งต้นในการคำนวณทั้งราคาขายและราคารับซื้อคืน

  2. ค่ากำเหน็จ
    คือค่าแรงช่างและค่าออกแบบลวดลายที่บวกเพิ่มเข้าไปในตอนซื้อทองรูปพรรณ ทำให้ราคาซื้อสร้อยทองแพงกว่าทองคำแท่ง แต่เมื่อนำกลับมาขาย จะไม่ได้ค่ากำเหน็จคืน

  3. ค่าเสื่อมและค่าน้ำประสาน/หลอม
    เวลาขายคืน ทองรูปพรรณจะมีการหักในส่วนนี้ ไม่เกิน 5% ของราคารับซื้อทองคำแท่ง ตามเกณฑ์สมาคมค้าทองคำ (แต่แต่ละร้านอาจหักต่างกันเล็กน้อย)

  4. ราคารับซื้อคืนของร้านทอง

    • ถ้าขายคืน ร้านเดิม ที่ซื้อมา ร้านสามารถหักจากราคารับซื้อทองคำแท่งได้ไม่เกิน 5% ตามเกณฑ์สมาคมฯ

    • ถ้าขาย ต่างร้าน มีโอกาสถูกหักมากกว่า 5%

ดังนั้น เวลาคิดว่าจะขายสร้อยทองดีไหม ต้องแยกให้ออกระหว่าง

  • “ราคาทองรูปพรรณที่เคยซื้อ” (รวมค่ากำเหน็จ)

  • กับ “ราคารับซื้อคืนวันนี้” (หักค่ากำเหน็จ/ค่าเสื่อมแล้ว)


3. วิธีเช็กราคาทองรูปพรรณวันนี้ให้แม่น ก่อนเดินเข้าร้าน

การเช็กราคาทองให้ละเอียดก่อนขาย ช่วยลดโอกาสโดนกดราคาและทำให้วางแผนได้ดีขึ้น

แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่ควรใช้

  • เว็บไซต์ สมาคมค้าทองคำ – ใช้ดูราคารับซื้อ–ขายทองคำแท่งและทองรูปพรรณ (96.5%) ณ ช่วงเวลานั้น

  • เว็บไซต์ข่าวเศรษฐกิจ/การเงินที่อัปเดตราคาทองรายวัน เช่น สำนักข่าวที่รายงานราคาทอง ณ เวลาเฉพาะ (เช่น 09:07 น.)

วิธีอ่านราคาให้ถูกจุด

เวลาเช็คหน้าเว็บ ควรดูให้ครบ 4 ตัวเลขหลัก ๆ:

  • ราคาซื้อ–ขาย ทองคำแท่ง (บาท/บาททอง)

  • ราคาซื้อ–ขาย ทองรูปพรรณ (บาท/บาททอง)

เช่น ข้อมูลวันที่ 30 มิ.ย. 2569:

  • ทองคำแท่ง: ซื้อ 62,450 / ขาย 62,650 บาท

  • ทองรูปพรรณ: ซื้อ 61,200.92 / ขาย 63,450 บาท

หากเราจะ “ขายสร้อยทอง” ให้ดูที่ฝั่ง ราคารับซื้อทองรูปพรรณ แล้วคูณด้วยน้ำหนักทองของเรา จากนั้นค่อยนำไปหักค่าเสื่อม/ค่าน้ำประสานตามเงื่อนไขร้าน

เลือกจังหวะเวลา

ข้อมูลในหลายบทความแนะนำตรงกันว่า ก่อนขายทองควร:

  • เช็กราคาทองจากสมาคมฯ และหลายร้าน

  • เลือกขายในช่วงที่ราคาทองปรับขึ้นหรือทรงตัว ไม่ใช่ช่วงผันผวนแรง


4. สูตรง่าย ๆ คำนวณกำไร–ขาดทุนจากการขายสร้อยทอง

การจะรู้ว่าขายแล้ว “คุ้มไหม” ต้องเทียบ ราคาซื้อเดิม กับ ราคารับซื้อวันนี้หลังหักทุกอย่าง

4.1 เตรียมข้อมูลก่อนคำนวณ

  • ใบเสร็จตอนซื้อเดิม (ดูราคาและน้ำหนัก)

  • น้ำหนักทองปัจจุบัน (ให้ร้านชั่งก็ได้ แต่ควรรู้คร่าว ๆ ล่วงหน้า)

  • ราคารับซื้อทองรูปพรรณวันนี้จากสมาคมฯ

4.2 สูตรพื้นฐานที่ใช้

  1. สูตรราคาขายคร่าว ๆ (อ้างอิงจากทองคำแท่ง)

ราคาขาย (ทองรูปพรรณ) ≈ น้ำหนักทอง (บาท) × ราคารับซื้อทองคำแท่ง (ต่อบาท) − ค่าใช้จ่ายที่ร้านหัก

  1. ตัวอย่างการคำนวณจากข้อมูลอ้างอิง

จากตัวอย่างการคิดราคาขายทองรูปพรรณในบทความหนึ่ง:

  • ราคารับซื้อทองรูปพรรณ = 69,000 บาท/บาททอง (สมมติ)

  • น้ำหนักทองรูปพรรณ = 1 บาท

  • ค่าน้ำประสานทอง (ค่าหลอม) = 3,450 บาท (ประมาณ 5%)

คำนวณได้ว่า:

(69,000 × 1) − 3,450 = 65,550 บาท

จากนั้นนำ 65,550 บาท ไปเทียบกับ ราคาที่เคยซื้อมาในใบเสร็จ ก็จะเห็นทันทีว่าได้กำไรหรือขาดทุน

4.3 ข้อสังเกตสำคัญ

  • ทองคำแท่งมักขายได้ใกล้เคียงราคารับซื้อทองคำแท่งมากกว่า เพราะไม่มีค่ากำเหน็จและค่าเสื่อมแบบเดียวกับทองรูปพรรณ

  • ทองรูปพรรณจะ เสียเปรียบตรงค่ากำเหน็จที่จ่ายแล้วไม่ได้คืน และอาจโดนหักค่าหลอมเพิ่มเติม


5. เปรียบเทียบกรณีซื้อสร้อยทองตอนราคาสูง–ต่ำ แล้วมาขายในปี 2569

จากข้อมูลที่มี เราไม่รู้ราคาซื้อเดิมของแต่ละคน แต่สามารถจัดกรณีศึกษาเชิงหลักการได้ว่า ถ้าเคยซื้อในช่วงต่างกัน พอถึงปี 2569 ผลลัพธ์อาจต่างกันอย่างไร โดยอิงจากโครงสร้างราคาและแนวโน้มที่ถูกพูดถึงในบทความต่าง ๆ

กรณีที่ 1: ซื้อสร้อยทองช่วงราคาต่ำ (ก่อนทองขึ้นแรง)

  • ถ้าซื้อช่วงที่ราคาทองยังไม่พุ่ง และในปี 2569 ราคารับซื้อทองรูปพรรณขยับสูงกว่าต้นทุนเดิมมาก

  • แม้จะถูกหักค่ากำเหน็จและค่าเสื่อมตามเกณฑ์ แต่โดยภาพรวมยังมีโอกาส “มีกำไร” เพราะราคาทองพื้นฐานเพิ่มขึ้น

กรณีที่ 2: ซื้อสร้อยทองช่วงราคาสูงมาก

  • ถ้าซื้อใกล้จุดสูงสุด แล้วปี 2569 ราคาทองยังฟื้นไม่ถึงระดับเดิม

  • เมื่อนำมาขายคืน นอกจากราคาทองพื้นฐานจะต่ำกว่าจุดที่เคยซื้อแล้ว ยังถูกหักค่ากำเหน็จและค่าเสื่อม
    จึงมีแนวโน้ม “ขาดทุน” มากกว่ากลุ่มที่ซื้อช่วงราคาต่ำ

ข้อสรุปจากกรอบคิดนี้

กำไร–ขาดทุนจากการขายสร้อยทองในปี 2569 ขึ้นกับ 3 จุดหลัก:

  1. ราคาทอง ณ วันที่ซื้อเดิม (ซื้อแพงหรือถูก)

  2. ระดับราคาทอง ณ วันที่ขาย (ปี 2569 ราคาขึ้นมามากแค่ไหนเมื่อเทียบกับวันซื้อ)

  3. ส่วนต่างที่เสียไปกับค่ากำเหน็จ ค่าเสื่อม และค่าใช้จ่ายของร้านทอง


6. ปัจจัยที่ทำให้กำไรหายไปตอนขายสร้อยทอง

แม้ราคาทองจะดูดีในกราฟ แต่อาจไม่ได้หมายความว่าเราจะขายได้กำไรเสมอไป เพราะยังมีปัจจัยย่อยที่ทำให้เงินที่รับจริงต่ำกว่าที่คิด

6.1 ค่าเสื่อมจากการใช้งาน

  • สร้อยที่ใส่ประจำ โดนเหงื่อ น้ำหอม สัมผัสสิ่งของบ่อย ๆ มีโอกาสน้ำหนักหายไปเล็กน้อย และอาจมีรอยชำรุด

  • ร้านทองอาจกดราคาลงบ้าง หากสภาพทองไม่สมบูรณ์

6.2 ลายทองและการใช้น้ำประสาน

  • ทองบางลายใช้น้ำประสานทองเยอะ ทำให้เนื้อทองล้วนมีสัดส่วนต่ำกว่ามาตรฐานทองแท่ง

  • ร้านอาจประเมินต่ำกว่าราคาที่สมาคมฯ ประกาศ เพราะต้องคิดต้นทุนหลอมใหม่

6.3 เปอร์เซ็นต์ทอง

  • ในไทย มาตรฐานที่ขายและรับซื้อเต็มราคาคือ ทอง 96.5%

  • ถ้าเป็น ทองเปอร์เซ็นต์ต่ำกว่า 96.5% ร้านส่วนใหญ่จะไม่รับซื้อ หรือรับซื้อราคาต่ำมาก

6.4 โลโก้ร้านและความน่าเชื่อถือ

  • ทองที่มีตราร้านดัง มีโลโก้ชัดเจน ร้านอื่นสามารถตรวจสอบที่มาได้ง่าย จึงมักให้ราคาดี

  • ถ้าไม่มีตราหรือดูไม่ชัด ร้านอาจระวังตัวมากขึ้นและกดราคา

6.5 น้ำหนักทอง

  • ทองคำแท่ง 1 บาท = 15.244 กรัม

  • ทองรูปพรรณ 1 บาท = 15.16 กรัม (เผื่อการสูญเสียจากการขึ้นรูป)

หากชั่งแล้วน้ำหนักขาดไปจากมาตรฐาน จะถูกหักมูลค่าทันที เพราะร้านคิดเป็น “บาททองคำ” และกรัมอย่างละเอียด


7. กลยุทธ์คิดให้ชัด: ขายสร้อยทองตอนนี้ หรือเก็บต่อในปี 2569

เมื่อรู้โครงสร้างราคาและปัจจัยที่เกี่ยวข้องแล้ว ขั้นต่อไปคือวางกลยุทธ์ตัดสินใจ โดยใช้กรอบคิดจากข้อมูลในบทความต่าง ๆ

7.1 ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองก่อน

ถามตัวเองให้ชัดว่า สร้อยเส้นนี้สำหรับอะไร

  • เพื่อใช้เงินฉุกเฉิน → เน้นสภาพคล่อง ได้เงินเร็ว คุ้มในระยะสั้น

  • เพื่อการลงทุน → เน้นผลตอบแทนและจังหวะราคา

  • มีคุณค่าทางจิตใจ → อาจพิจารณา “จำนำ” แทนการขายขาด หากอยากได้คืน

7.2 เปรียบเทียบ “ขายทอง” กับ “จำนำทอง”

จากข้อมูลที่มี การ “ขายทอง” และ “จำนำทอง” ให้ผลต่างกันชัดเจน

  • ขายทอง

    • ได้เงินใกล้เคียงราคาตลาดมากกว่า (ประมาณ 95–98% ของมูลค่า หลังหักค่าเสื่อม)

    • ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องไถ่ถอนกลับ

    • แต่สิทธิ์ในทองสิ้นสุดทันที หากราคาทองขึ้นในอนาคตจะไม่ได้ประโยชน์อีก

  • จำนำทอง

    • ได้เงินน้อยกว่าการขาย (ราว 70–90% ของมูลค่า)

    • ต้องเสียดอกเบี้ย และต้องบริหารเวลาไถ่ถอนให้ดี

    • เหมาะกับคนที่ต้องการเงินระยะสั้น แต่ยังอยากเก็บทองไว้ในระยะยาว

7.3 พิจารณาแนวโน้มราคาทองกับค่าเงิน

จากบทวิเคราะห์:

  • มีมุมมองว่าราคาทองอาจฟื้นขึ้นภายใน 6–12 เดือนภายใต้เงื่อนไขสำคัญของเศรษฐกิจโลกและดอกเบี้ยสหรัฐฯ

  • หากสมมติฐานเป็นจริง คนที่ “ติดดอยทอง” มีโอกาสได้ “หลุดดอย” ในช่วงปลายปี 2569 ถึง 2570

ในมุมนี้:

  • ถ้าไม่ได้เดือดร้อนเงินสด และมองว่าราคาทองยังมีโอกาสไปต่อ อาจ “ถือรอ” ได้

  • ถ้าเสี่ยงรับความผันผวนไม่ได้ หรือมีภาระการเงินรีบด่วน การ “ขายบางส่วน” เพื่อลดความเสี่ยง ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่อยู่ในกรอบข้อมูลนี้ (เลือกขายเฉพาะเส้นที่เสื่อมสภาพมากหรือลายไม่นิยม)


8. ข้อคิดปิดท้าย: เช็คราคาให้เป๊ะ คำนวณให้จบ ก่อนเดินเข้าร้านทอง

จากข้อมูลทั้งหมด จะเห็นว่า การตัดสินใจขายสร้อยทองในปี 2569 ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ราคาทองขึ้นหรือลง” อย่างเดียว แต่ต้องมองรวมกันหลายชั้น ทั้งราคาซื้อเดิม โครงสร้างราคารับซื้อในวันนี้ ค่าใช้จ่ายแฝง และแนวโน้มในอนาคต

แนวปฏิบัติที่นำไปใช้ได้ทันที

  1. รวบรวมข้อมูลเดิมให้ครบ – ใบเสร็จ น้ำหนักทอง ประเภททอง (96.5% หรืออื่น ๆ)

  2. เช็กราคาทองวันนี้ – จากสมาคมค้าทองคำและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้

  3. ลองคำนวณราคารับซื้อคร่าว ๆ – ตามสูตรน้ำหนัก (บาททองคำ) × ราคารับซื้อทองคำแท่ง แล้วหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

  4. เปรียบเทียบราคาจากหลายร้าน – โดยเฉพาะร้านเดิมที่เคยซื้อ เพราะมีโอกาสถูกหักน้อยกว่า

  5. ตัดสินใจจากเป้าหมายการเงิน – ถ้าต้องการเงินก้อนและไม่คิดจะถือทองต่อ “ขาย” อาจตอบโจทย์ แต่ถ้าอยากรักษาทองไว้ในอนาคต “จำนำ” อาจเหมาะกว่าในบางกรณี

  6. ติดตามแนวโน้มราคาทองต่อเนื่อง – ใช้ข้อมูลราคาทองวันนี้และราคาย้อนหลังช่วยประเมินจังหวะ

เมื่อมีตัวเลขอยู่ในมือครบ คุณจะไม่จำเป็นต้องเดาอีกต่อไปว่า “ขายสร้อยทองตอนนี้จะคุ้มไหม” แต่จะสามารถตอบได้ด้วยข้อมูลของตัวเอง ว่าจังหวะปี 2569 นี้ควรขาย เก็บ หรือค่อย ๆ ปรับพอร์ตทองอย่างไรให้เหมาะกับสถานการณ์และเป้าหมายของคุณมากที่สุด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 จากโรงแรมหรูสู่คอลเลกชันของขวัญลิมิเต็ด

ขนมไหว้พระจันทร์ 2569 จากโรงแรมหรูสู่คอลเลกชันของขวัญลิมิเต็ด

ครีมชอบแชร์12 ก.ย. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ประสบการณ์ลงมือทำที่เปลี่ยนเด็กให้เป็นนักคิดยุค AI

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 ประสบการณ์ลงมือทำที่เปลี่ยนเด็กให้เป็นนักคิดยุค AI

กานต์สินี เทียนทอง29 ส.ค. 2569
ผลประกอบการครึ่งปี 2569 ชี้บริษัทยักษ์ใหญ่กำไรพุ่ง เปิดเกมลงทุนภูมิภาค

ผลประกอบการครึ่งปี 2569 ชี้บริษัทยักษ์ใหญ่กำไรพุ่ง เปิดเกมลงทุนภูมิภาค

กลัฟขายทุกอย่าง21 ส.ค. 2569
ชุดไทยลอยกระทง 2569: รวมแบบชุดไทยผู้หญิง พร้อมคู่มือตัดสินใจว่าจะซื้อหรือเช่าดี

ชุดไทยลอยกระทง 2569: รวมแบบชุดไทยผู้หญิง พร้อมคู่มือตัดสินใจว่าจะซื้อหรือเช่าดี

กิ๊ฟจัง11 ก.ย. 2569
วิธีทำกระทงรักษ์โลกด้วยตัวเอง ทีละขั้นตอน ฉบับลอยกระทง 2569

วิธีทำกระทงรักษ์โลกด้วยตัวเอง ทีละขั้นตอน ฉบับลอยกระทง 2569

ฐิติมา วรรณประเสริฐ11 ก.ย. 2569
มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 เปลี่ยนงานนิทรรศการให้เป็นสนามฝึกทักษะ STEM สำหรับเด็ก

มหกรรมวิทยาศาสตร์ 2569 เปลี่ยนงานนิทรรศการให้เป็นสนามฝึกทักษะ STEM สำหรับเด็ก

กานต์สินี เทียนทอง28 ส.ค. 2569
Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!