เปิดโลก School of Science ที่มฟล.
สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ (School of Science) ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คือโลกของ “วิทยาศาสตร์ยุคใหม่” ที่ไม่ได้สอนให้คุณเป็นแค่นักวิทยาศาสตร์ แต่ตั้งใจปั้นให้คุณเป็นคนสายวิทย์ที่ คิดเป็น ทำเป็น ต่อยอดเป็น และต่อยอดได้ไกลระดับโลก
ที่นี่เปิดสอนระดับปริญญาตรี 3 สาขาวิชา:
เคมีประยุกต์ (Applied Chemistry)
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Biosciences)
วิศวกรรมวัสดุ (Materials Engineering)
แต่ละสาขาไม่ได้เน้นแค่ทฤษฎีในห้องเรียนเท่านั้น ยังจัดหนักเรื่องทักษะปฏิบัติจริง การคิดแบบผู้ประกอบการ และการต่อยอดสู่เทรนด์ใหญ่ของโลกอย่างสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วย
เคมีประยุกต์: สายเคมีที่ไม่ใช่แค่หลอดทดลอง
เคมีประยุกต์ เป็นหลักสูตรที่เริ่มจากการปูพื้นฐานเคมีทุกแขนงให้แน่น แล้วพาไปไกลกว่านั้นด้วยการนำความรู้ไป ประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เชื่อมสู่งานวิจัยและต้นแบบนวัตกรรม ที่สามารถแตกแขนงต่อไปเป็นทั้งผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์และองค์ความรู้เชิงวิชาการ
สโลแกนของหลักสูตรเวอร์ชันใหม่คือ
“ความรู้แน่น ทักษะปฏิบัติการเยี่ยม soft-skills ครบ พร้อมทำงานทันที”
หลักสูตรมีการปรับเนื้อหาให้ทันโลกและเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานระดับสากล พร้อมติดตั้งสกิลสำคัญให้กับนักศึกษาแบบจัดเต็ม เช่น
รายวิชาทักษะการวิเคราะห์ทางเคมี ที่เน้น Hands-on Learning ทั้งปฏิบัติการเคมีทั่วไป และการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูง
ทักษะดิจิทัลสายเคมี เช่น Digital Skills for Chemists, Basic Data Analytics and Machine Learning for Science เพื่อให้พร้อมทำงานในโลกยุคดิจิทัล
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูงให้นักศึกษาได้ใช้จริงอย่างเต็มที่ ทำให้ ใช้อุปกรณ์เป็น ใช้งานคล่อง พร้อมลงสนามในอุตสาหกรรมเคมีระดับโลก
นอกจากเรื่องวิชาการ หลักสูตรยังเพิ่มมุมมองด้าน ผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ให้นักศึกษารู้จักเอาความรู้เคมีไปต่อยอดเป็นธุรกิจของตัวเอง รวมถึง:
เลือกเรียนในกลุ่ม รายวิชาชีพเลือกที่บูรณาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ครอบคลุม 3 ด้านหลักของเทรนด์โลก: สุขภาพ, สิ่งแวดล้อม, วัสดุและเทคโนโลยีสมัยใหม่
นักศึกษายังมีโอกาสเรียนกับอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เรียนร่วมกับเพื่อนต่างชาติ ในบรรยากาศนานาชาติที่ช่วยเสริมทั้ง ความรู้และทักษะการสื่อสารภาษาต่างประเทศ ให้พร้อมใช้ชีวิตและทำงานในสังคมพหุวัฒนธรรม
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ นักศึกษาสามารถออกแบบแผนการเรียนเอง และเรียนจบได้ภายใน 3 ปีครึ่ง พร้อมกับโอกาสไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับองค์กรแถวหน้า รวมถึงไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ผ่านความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันและองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เช่น Techical University of Liberec, Taylor’s University, Kangwon National University, National Taipei University of Technology, สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน), ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ, กลุ่มไทยออยล์ และองค์การเภสัชกรรม เป็นต้น
เมื่อเรียนจบจาก เคมีประยุกต์ เส้นทางอาชีพไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ในห้องแล็บ แต่สามารถต่อยอดไปได้หลากหลาย เช่น
นักวิเคราะห์ / นักวิจัยเคมี
นักพัฒนาเทคโนโลยีด้านเคมี
นักบุกเบิกพลังงานสะอาด / พลังงานหมุนเวียน
นักพัฒนาคอสเมซูติคัล คิดค้นผลิตภัณฑ์ความงามใหม่ ๆ
ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ ร่วมวิจัยยาและเทคโนโลยีการแพทย์
ผู้ขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม
วิศวกรวัสดุ หรือนักสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่เน้นใช้เคมีแก้ปัญหาในโลกจริง
เรียกได้ว่าเรียนเคมีที่นี่ ไม่ได้จบมาแค่เป็น “คนทำแลบ” แต่เป็นคนที่ต่อยอดเทรนด์โลกได้จริงทั้งในและต่างประเทศ
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ: จากเซลล์เล็ก ๆ สู่ BCG Economy
วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Biosciences) เป็นหลักสูตรที่ปูพื้นฐานความรู้ด้านชีวภาพแบบครบทุกมิติ ทั้ง พืช สัตว์ และจุลินทรีย์ แล้วต่อยอดไปสู่การประยุกต์ใน 3 ด้านใหญ่:
เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)
ชีวการแพทย์ (Biomedical)
เศรษฐกิจบีซีจี (BCG Economy)
ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อผลิตบัณฑิตที่พร้อมทำงานในอุตสาหกรรมสมัยใหม่และสร้างธุรกิจนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน
ความโดดเด่นของสาขานี้ที่มฟล. คือ นักศึกษาสามารถ เลือกวิชาเลือกให้เข้ากับความถนัดและความชอบ โดยวิชาเลือกจะเน้นการเอาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน แบ่งเป็น 3 กลุ่มสำคัญ:
1. กลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ
เน้นการใช้เทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เช่น การเพิ่มคุณค่าทางอาหาร การหมัก การใช้จุลินทรีย์ในอาหาร (เช่น การผลิตนมเปรี้ยว โยเกิร์ต) การปรับปรุงพันธุ์พืช การศึกษาแมลงที่อาจเป็นทั้งประโยชน์และโทษต่อคน ซึ่งทั้งหมดเป็นพื้นฐานสำคัญของเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเกษตรและอาหาร2. กลุ่มชีวการแพทย์
เจาะลึกชีววิทยาของสุขภาพและโรคของมนุษย์ เช่น DNA, ไวรัสวิทยา, ระบบภูมิคุ้มกัน, เทรนด์สุขภาพและยา ฯลฯ เหมาะกับสายสุขภาพที่อยากเข้าใจโลกของโรคและการรักษาในเชิงลึก3. กลุ่มเศรษฐกิจบีซีจี (Bio-Circular Green Economy)
เศรษฐกิจแนวใหม่ที่กำลังเป็นกระแสของโลก เน้นเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่ม การผลิตสินค้าและบริการใหม่ ๆ การสร้าง ผลิตภัณฑ์สีเขียว (Green Products) การใช้พลังงานทางเลือก และการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ
จุดแข็งอีกอย่างคือ นักศึกษามีโอกาส เรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง เช่นกัน และยังมีโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบ
การไปทำวิจัย
หรือการไปเรียนระยะสั้น (1 ภาคการศึกษา)
กับสถาบันการศึกษาและบริษัทในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มาเลเซีย ฯลฯ ซึ่งตอบโจทย์คนที่สนใจ ญี่ปุ่น-เกาหลี และอยากเอาสายวิทย์ไปเชื่อมกับโลกอินเตอร์
เมื่อจบจากสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สามารถต่อยอดไปสู่หลากหลายอาชีพ เช่น
นักวิทยาศาสตร์ หรือนักวิจัยในห้องแล็บต่าง ๆ
ครูหรือผู้สอนวิทยาศาสตร์
พนักงานในฝ่ายผลิต / ควบคุมคุณภาพ / วิจัยและพัฒนาของบริษัทที่เกี่ยวกับอาหาร การเกษตร การแพทย์ และเภสัชกรรม
ผู้ประกอบการสายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เช่น ธุรกิจเพาะเลี้ยงพันธุ์ไม้หายากเพื่อการค้า ที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรง
สายชีวภาพที่นี่ไม่ใช่แค่เรียนเรื่องเซลล์ แต่คือการเรียนเพื่อเข้าใจระบบชีวิตทั้งหมด แล้วเอาไปต่อยอดในโลกธุรกิจและอุตสาหกรรมจริง
วิศวกรรมวัสดุ: สายวิศวะที่เข้าใจวัสดุตั้งแต่โครงสร้างจนถึงโรงงาน
วิศวกรรมวัสดุ (Materials Engineering) คือหลักสูตรที่ผสมผสาน วัสดุศาสตร์ + วิศวกรรมศาสตร์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผู้เรียนจะได้พื้นฐานครบทั้ง:
คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่จำเป็น
ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ เช่น ลักษณะเฉพาะของวัสดุ กระบวนการผลิต การคัดสรรและออกแบบวัสดุ
ความรู้เกี่ยวกับวัสดุประเภทต่าง ๆ เช่น บรรจุภัณฑ์ พอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ
วิศวกรรมพื้นฐาน เช่น วิศวกรรมวัสดุเบื้องต้น การออกแบบเครื่องมือวิศวกรรม ความปลอดภัยในงานวิศวกรรม การเขียนแบบ ทักษะงานช่าง พื้นฐานวิศวกรรมไฟฟ้า
ผลลัพธ์คือบัณฑิตที่สามารถ
คิดวิเคราะห์และทำวิจัยได้แบบนักวัสดุศาสตร์
ออกแบบวัสดุที่เหมาะกับการผลิตจริง
ปรับปรุงคุณสมบัติวัสดุให้ตอบโจทย์การใช้งาน
จัดการการผลิตและดำเนินการในระดับอุตสาหกรรม
ความโดดเด่นของหลักสูตรวิศวกรรมวัสดุที่มฟล. คือโอกาสด้าน International Exposure แบบจัดเต็ม
นักศึกษาสามารถ ขอฝึกประสบการณ์ต่างประเทศ (Oversea Training)
มีโอกาสต่อยอดทั้งการทำงานและเรียนต่อในต่างประเทศ
รูปแบบการเรียนการสอนและหน่วยกิตถูกออกแบบให้ เลือกวิชาให้ตรงกับสมรรถนะที่ตัวเองต้องการ ได้ เช่น
การแปรรูปวัสดุกลับมาใช้ใหม่
เซรามิกอุตสาหกรรมเบื้องต้น
วัสดุนาโน
วัสดุบรรจุภัณฑ์
วัสดุชีวการแพทย์
เทคโนโลยีสิ่งทอ
การออกแบบเครื่องมือวิศวกรรม
การประเมินรอยเท้าคาร์บอนและผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ
ที่สำคัญ ในปี พ.ศ. 2568 สาขานี้เปิดกว้างให้ น้อง ม.6 ทุกแผนการเรียน สามารถสมัครได้ ทั้ง
วิทย์-คณิต
ศิลป์-คำนวณ
ศิลป์-ภาษา
ศิลป์-สังคม
ปวช. / กศน.
เมื่อเรียนจบวิศวกรรมวัสดุ เส้นทางอาชีพก็หลากหลายมาก สามารถทำงานเป็นวิศวกรหรือนักพัฒนาวัสดุในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น
ยานยนต์
วัสดุก่อสร้าง ซีเมนต์ เซรามิก โลหะ พลาสติก
วัสดุด้านพลังงาน
วัสดุอิเล็กทรอนิกส์
วัสดุทางการแพทย์
วัสดุบรรจุภัณฑ์
หรือนักวิจัยและพัฒนาวัสดุรูปแบบใหม่
เรียกได้ว่าเป็นสาขาที่เชื่อมโลกวัสดุเข้ากับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมได้แบบครบวงจร
สรุป: ถ้าคุณอยากเป็น “มากกว่า” คนสายวิทย์
สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ไม่ได้ปั้นบัณฑิตให้เก่งแต่ในตำรา แต่โฟกัสที่การสร้างคนสายวิทย์ที่พร้อมสำหรับโลกจริง ทั้งในแง่
ความรู้พื้นฐานที่แน่น
ทักษะปฏิบัติการที่ใช้ได้จริงในห้องแล็บและโรงงาน
ทักษะดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูล
มุมมองแบบผู้ประกอบการ
โอกาสฝึกงานและแลกเปลี่ยนทั้งในและต่างประเทศ
ไม่ว่าคุณจะชอบ เคมี ชีวภาพ หรือวิศวกรรมวัสดุ ที่นี่มีเส้นทางให้เลือก และช่วยปูทางไปสู่การทำงานทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะคนที่มองเทรนด์ญี่ปุ่น-เกาหลีและสายอินเตอร์เป็นเป้าหมายในอนาคต
เลือกสาขาให้ตรงกับตัวเอง แล้วใช้เวลาที่มฟล. เป็นจุดสตาร์ทของการเป็น “นักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่” ที่ไปได้ไกลกว่าที่คิด

