รับแอปรับแอป

เปิดทุกมุมมองสายวิทย์ยุคใหม่ที่มฟล. เรียนอะไร ทำงานอะไรได้บ้าง?

ธีรวัฒน์ ชัยศรี01-30

เปิดโลก School of Science ที่มฟล.

สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ (School of Science) ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คือโลกของ “วิทยาศาสตร์ยุคใหม่” ที่ไม่ได้สอนให้คุณเป็นแค่นักวิทยาศาสตร์ แต่ตั้งใจปั้นให้คุณเป็นคนสายวิทย์ที่ คิดเป็น ทำเป็น ต่อยอดเป็น และต่อยอดได้ไกลระดับโลก

ที่นี่เปิดสอนระดับปริญญาตรี 3 สาขาวิชา:

  • เคมีประยุกต์ (Applied Chemistry)

  • วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Biosciences)

  • วิศวกรรมวัสดุ (Materials Engineering)

แต่ละสาขาไม่ได้เน้นแค่ทฤษฎีในห้องเรียนเท่านั้น ยังจัดหนักเรื่องทักษะปฏิบัติจริง การคิดแบบผู้ประกอบการ และการต่อยอดสู่เทรนด์ใหญ่ของโลกอย่างสุขภาพ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วย

เคมีประยุกต์: สายเคมีที่ไม่ใช่แค่หลอดทดลอง

เคมีประยุกต์ เป็นหลักสูตรที่เริ่มจากการปูพื้นฐานเคมีทุกแขนงให้แน่น แล้วพาไปไกลกว่านั้นด้วยการนำความรู้ไป ประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เชื่อมสู่งานวิจัยและต้นแบบนวัตกรรม ที่สามารถแตกแขนงต่อไปเป็นทั้งผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์และองค์ความรู้เชิงวิชาการ

สโลแกนของหลักสูตรเวอร์ชันใหม่คือ

“ความรู้แน่น ทักษะปฏิบัติการเยี่ยม soft-skills ครบ พร้อมทำงานทันที”

หลักสูตรมีการปรับเนื้อหาให้ทันโลกและเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงานระดับสากล พร้อมติดตั้งสกิลสำคัญให้กับนักศึกษาแบบจัดเต็ม เช่น

  • รายวิชาทักษะการวิเคราะห์ทางเคมี ที่เน้น Hands-on Learning ทั้งปฏิบัติการเคมีทั่วไป และการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูง

  • ทักษะดิจิทัลสายเคมี เช่น Digital Skills for Chemists, Basic Data Analytics and Machine Learning for Science เพื่อให้พร้อมทำงานในโลกยุคดิจิทัล

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ขั้นสูงให้นักศึกษาได้ใช้จริงอย่างเต็มที่ ทำให้ ใช้อุปกรณ์เป็น ใช้งานคล่อง พร้อมลงสนามในอุตสาหกรรมเคมีระดับโลก

นอกจากเรื่องวิชาการ หลักสูตรยังเพิ่มมุมมองด้าน ผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ให้นักศึกษารู้จักเอาความรู้เคมีไปต่อยอดเป็นธุรกิจของตัวเอง รวมถึง:

  • เลือกเรียนในกลุ่ม รายวิชาชีพเลือกที่บูรณาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

  • ครอบคลุม 3 ด้านหลักของเทรนด์โลก: สุขภาพ, สิ่งแวดล้อม, วัสดุและเทคโนโลยีสมัยใหม่

นักศึกษายังมีโอกาสเรียนกับอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เรียนร่วมกับเพื่อนต่างชาติ ในบรรยากาศนานาชาติที่ช่วยเสริมทั้ง ความรู้และทักษะการสื่อสารภาษาต่างประเทศ ให้พร้อมใช้ชีวิตและทำงานในสังคมพหุวัฒนธรรม

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ นักศึกษาสามารถออกแบบแผนการเรียนเอง และเรียนจบได้ภายใน 3 ปีครึ่ง พร้อมกับโอกาสไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพกับองค์กรแถวหน้า รวมถึงไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ ผ่านความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันและองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เช่น Techical University of Liberec, Taylor’s University, Kangwon National University, National Taipei University of Technology, สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน), ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ, กลุ่มไทยออยล์ และองค์การเภสัชกรรม เป็นต้น

เมื่อเรียนจบจาก เคมีประยุกต์ เส้นทางอาชีพไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ในห้องแล็บ แต่สามารถต่อยอดไปได้หลากหลาย เช่น

  • นักวิเคราะห์ / นักวิจัยเคมี

  • นักพัฒนาเทคโนโลยีด้านเคมี

  • นักบุกเบิกพลังงานสะอาด / พลังงานหมุนเวียน

  • นักพัฒนาคอสเมซูติคัล คิดค้นผลิตภัณฑ์ความงามใหม่ ๆ

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ ร่วมวิจัยยาและเทคโนโลยีการแพทย์

  • ผู้ขับเคลื่อนด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม

  • วิศวกรวัสดุ หรือนักสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่เน้นใช้เคมีแก้ปัญหาในโลกจริง

เรียกได้ว่าเรียนเคมีที่นี่ ไม่ได้จบมาแค่เป็น “คนทำแลบ” แต่เป็นคนที่ต่อยอดเทรนด์โลกได้จริงทั้งในและต่างประเทศ

วิทยาศาสตร์ชีวภาพ: จากเซลล์เล็ก ๆ สู่ BCG Economy

วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Biosciences) เป็นหลักสูตรที่ปูพื้นฐานความรู้ด้านชีวภาพแบบครบทุกมิติ ทั้ง พืช สัตว์ และจุลินทรีย์ แล้วต่อยอดไปสู่การประยุกต์ใน 3 ด้านใหญ่:

  • เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)

  • ชีวการแพทย์ (Biomedical)

  • เศรษฐกิจบีซีจี (BCG Economy)

ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อผลิตบัณฑิตที่พร้อมทำงานในอุตสาหกรรมสมัยใหม่และสร้างธุรกิจนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน

ความโดดเด่นของสาขานี้ที่มฟล. คือ นักศึกษาสามารถ เลือกวิชาเลือกให้เข้ากับความถนัดและความชอบ โดยวิชาเลือกจะเน้นการเอาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน แบ่งเป็น 3 กลุ่มสำคัญ:

  • 1. กลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ
    เน้นการใช้เทคโนโลยีกับวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เช่น การเพิ่มคุณค่าทางอาหาร การหมัก การใช้จุลินทรีย์ในอาหาร (เช่น การผลิตนมเปรี้ยว โยเกิร์ต) การปรับปรุงพันธุ์พืช การศึกษาแมลงที่อาจเป็นทั้งประโยชน์และโทษต่อคน ซึ่งทั้งหมดเป็นพื้นฐานสำคัญของเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเกษตรและอาหาร

  • 2. กลุ่มชีวการแพทย์
    เจาะลึกชีววิทยาของสุขภาพและโรคของมนุษย์ เช่น DNA, ไวรัสวิทยา, ระบบภูมิคุ้มกัน, เทรนด์สุขภาพและยา ฯลฯ เหมาะกับสายสุขภาพที่อยากเข้าใจโลกของโรคและการรักษาในเชิงลึก

  • 3. กลุ่มเศรษฐกิจบีซีจี (Bio-Circular Green Economy)
    เศรษฐกิจแนวใหม่ที่กำลังเป็นกระแสของโลก เน้นเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่ม การผลิตสินค้าและบริการใหม่ ๆ การสร้าง ผลิตภัณฑ์สีเขียว (Green Products) การใช้พลังงานทางเลือก และการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ

จุดแข็งอีกอย่างคือ นักศึกษามีโอกาส เรียนจบภายใน 3 ปีครึ่ง เช่นกัน และยังมีโอกาสไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ ทั้งในรูปแบบ

  • การไปทำวิจัย

  • หรือการไปเรียนระยะสั้น (1 ภาคการศึกษา)

กับสถาบันการศึกษาและบริษัทในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มาเลเซีย ฯลฯ ซึ่งตอบโจทย์คนที่สนใจ ญี่ปุ่น-เกาหลี และอยากเอาสายวิทย์ไปเชื่อมกับโลกอินเตอร์

เมื่อจบจากสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สามารถต่อยอดไปสู่หลากหลายอาชีพ เช่น

  • นักวิทยาศาสตร์ หรือนักวิจัยในห้องแล็บต่าง ๆ

  • ครูหรือผู้สอนวิทยาศาสตร์

  • พนักงานในฝ่ายผลิต / ควบคุมคุณภาพ / วิจัยและพัฒนาของบริษัทที่เกี่ยวกับอาหาร การเกษตร การแพทย์ และเภสัชกรรม

  • ผู้ประกอบการสายวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เช่น ธุรกิจเพาะเลี้ยงพันธุ์ไม้หายากเพื่อการค้า ที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรง

สายชีวภาพที่นี่ไม่ใช่แค่เรียนเรื่องเซลล์ แต่คือการเรียนเพื่อเข้าใจระบบชีวิตทั้งหมด แล้วเอาไปต่อยอดในโลกธุรกิจและอุตสาหกรรมจริง

วิศวกรรมวัสดุ: สายวิศวะที่เข้าใจวัสดุตั้งแต่โครงสร้างจนถึงโรงงาน

วิศวกรรมวัสดุ (Materials Engineering) คือหลักสูตรที่ผสมผสาน วัสดุศาสตร์ + วิศวกรรมศาสตร์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผู้เรียนจะได้พื้นฐานครบทั้ง:

  • คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่จำเป็น

  • ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์ เช่น ลักษณะเฉพาะของวัสดุ กระบวนการผลิต การคัดสรรและออกแบบวัสดุ

  • ความรู้เกี่ยวกับวัสดุประเภทต่าง ๆ เช่น บรรจุภัณฑ์ พอลิเมอร์ เซรามิก โลหะ

  • วิศวกรรมพื้นฐาน เช่น วิศวกรรมวัสดุเบื้องต้น การออกแบบเครื่องมือวิศวกรรม ความปลอดภัยในงานวิศวกรรม การเขียนแบบ ทักษะงานช่าง พื้นฐานวิศวกรรมไฟฟ้า

ผลลัพธ์คือบัณฑิตที่สามารถ

  • คิดวิเคราะห์และทำวิจัยได้แบบนักวัสดุศาสตร์

  • ออกแบบวัสดุที่เหมาะกับการผลิตจริง

  • ปรับปรุงคุณสมบัติวัสดุให้ตอบโจทย์การใช้งาน

  • จัดการการผลิตและดำเนินการในระดับอุตสาหกรรม

ความโดดเด่นของหลักสูตรวิศวกรรมวัสดุที่มฟล. คือโอกาสด้าน International Exposure แบบจัดเต็ม

  • นักศึกษาสามารถ ขอฝึกประสบการณ์ต่างประเทศ (Oversea Training)

  • มีโอกาสต่อยอดทั้งการทำงานและเรียนต่อในต่างประเทศ

รูปแบบการเรียนการสอนและหน่วยกิตถูกออกแบบให้ เลือกวิชาให้ตรงกับสมรรถนะที่ตัวเองต้องการ ได้ เช่น

  • การแปรรูปวัสดุกลับมาใช้ใหม่

  • เซรามิกอุตสาหกรรมเบื้องต้น

  • วัสดุนาโน

  • วัสดุบรรจุภัณฑ์

  • วัสดุชีวการแพทย์

  • เทคโนโลยีสิ่งทอ

  • การออกแบบเครื่องมือวิศวกรรม

  • การประเมินรอยเท้าคาร์บอนและผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ

ที่สำคัญ ในปี พ.ศ. 2568 สาขานี้เปิดกว้างให้ น้อง ม.6 ทุกแผนการเรียน สามารถสมัครได้ ทั้ง

  • วิทย์-คณิต

  • ศิลป์-คำนวณ

  • ศิลป์-ภาษา

  • ศิลป์-สังคม

  • ปวช. / กศน.

เมื่อเรียนจบวิศวกรรมวัสดุ เส้นทางอาชีพก็หลากหลายมาก สามารถทำงานเป็นวิศวกรหรือนักพัฒนาวัสดุในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น

  • ยานยนต์

  • วัสดุก่อสร้าง ซีเมนต์ เซรามิก โลหะ พลาสติก

  • วัสดุด้านพลังงาน

  • วัสดุอิเล็กทรอนิกส์

  • วัสดุทางการแพทย์

  • วัสดุบรรจุภัณฑ์

  • หรือนักวิจัยและพัฒนาวัสดุรูปแบบใหม่

เรียกได้ว่าเป็นสาขาที่เชื่อมโลกวัสดุเข้ากับเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมได้แบบครบวงจร

สรุป: ถ้าคุณอยากเป็น “มากกว่า” คนสายวิทย์

สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ไม่ได้ปั้นบัณฑิตให้เก่งแต่ในตำรา แต่โฟกัสที่การสร้างคนสายวิทย์ที่พร้อมสำหรับโลกจริง ทั้งในแง่

  • ความรู้พื้นฐานที่แน่น

  • ทักษะปฏิบัติการที่ใช้ได้จริงในห้องแล็บและโรงงาน

  • ทักษะดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูล

  • มุมมองแบบผู้ประกอบการ

  • โอกาสฝึกงานและแลกเปลี่ยนทั้งในและต่างประเทศ

ไม่ว่าคุณจะชอบ เคมี ชีวภาพ หรือวิศวกรรมวัสดุ ที่นี่มีเส้นทางให้เลือก และช่วยปูทางไปสู่การทำงานทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะคนที่มองเทรนด์ญี่ปุ่น-เกาหลีและสายอินเตอร์เป็นเป้าหมายในอนาคต

เลือกสาขาให้ตรงกับตัวเอง แล้วใช้เวลาที่มฟล. เป็นจุดสตาร์ทของการเป็น “นักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่” ที่ไปได้ไกลกว่าที่คิด