ZestBuy

ทรัมป์ให้เกาหลีใต้สร้างเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ จุดเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ในเอเชียแปซิฟิก

โปรไฟล์ ภูริเดช คำทองภูริเดช คำทอง10-30

ในวันที่ 29 ตุลาคม 2025 ณ เมือง กย็องจู (Kyeongju) ประเทศเกาหลีใต้ เผชิญกับเหตุการณ์ด้านการเมืองระหว่างประเทศที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่า ได้ให้ อนุมัติการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ (nuclear-powered submarine) แก่เกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นการเปิดประตูครั้งใหม่ของการถ่ายโอนเทคโนโลยีที่ละเอียดอ่อนทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

การประกาศดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อสร้างอาวุธใหม่ แต่มีหลายมิติที่แทรกอยู่ — ทั้งด้านความมั่นคงระดับภูมิภาค การลงทุนอุตสาหกรรมการต่อเรือของสหรัฐฯ และการเปลี่ยนบทบาทของเกาหลีใต้ในฐานะประเทศผู้สร้างเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์เอง

การประชุมครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้กรอบของ Asia‑Pacific Economic Cooperation (APEC) เป็นการรวมตัวของผู้นำธุรกิจและเศรษฐกิจจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก การที่ทรัมป์เลือกใช้เวทีนี้ในการประกาศถือเป็นสัญลักษณ์ว่า เรื่องความมั่นคงทางทะเลและเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไม่ได้อยู่ห่างไกลจากเศรษฐกิจอีกต่อไป

ในบทความนี้เราจะเจาะลึกถึง

  • เหตุผลและที่มาของการตัดสินใจครั้งนี้

  • ความหมายเชิงยุทธศาสตร์ทั้งต่อสหรัฐฯ เกาหลีใต้ และภูมิภาค

  • ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเรือ การลงทุน และความมั่นคง

  • สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้


ที่มาและการเดินเรื่องของการตัดสินใจ

เกาหลีใต้กับความต้องการยกระดับความสามารถทางทะเล

เกาหลีใต้ได้แสดงเจตจำนงชัดเจนว่า “เรือดำน้ำพลังงานดีเซล” ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ตอบโจทย์ในหลายด้าน โดยเฉพาะความสามารถในการดำน้ำลึกและอยู่ใต้น้ำนาน ซึ่งมีความสำคัญต่อการติดตามเรือและกิจกรรมใต้น้ำของจีน และ เกาหลีเหนือ

ประธานาธิบดี อี แจ‑มยองได้ยื่นขอเทคโนโลยีนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงสำหรับเรือดำน้ำ (submarine-reactor fuel) จากสหรัฐฯ โดยกล่าวว่า หากเกาหลีใต้ได้รับอนุมัติให้สร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ไม้ล่ะหลายลำ จะช่วย ลดภาระ (burden) ของกองทัพสหรัฐฯ ที่ประจำอยู่ในคาบสมุทรเกาหลี

สหรัฐฯ กับการผลักดันอุตสาหกรรมการต่อเรือภายในประเทศ

ทรัมป์ระบุว่า การผลิตเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้จะเกิดขึ้นที่ อู่ต่อเรือฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Shipyard) ซึ่งขณะนี้เป็นของกลุ่มบริษัทเกาหลีใต้ที่เข้าซื้อกิจการเมื่อปีที่ผ่านมา

ท่ามกลางความตกต่ำของอุตสาหกรรมต่อเรือในสหรัฐฯ ไปหลายปี การใช้โครงการนี้เป็นเครื่องมือกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานและการลงทุนในภาคการต่อเรือของสหรัฐฯ คือ หนึ่ง ในเหตุผลที่ทรัมป์หยิบยกขึ้นมาเป็นมุมสำคัญ

ข้อตกลงด้านการค้าและการลงทุน

การอนุมัติเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์เกิดขึ้นพร้อมกับข้อตกลงทางการค้าขนาดใหญ่ระหว่างสหรัฐฯ–เกาหลีใต้ โดยเกาหลีใต้ให้คำมั่นว่าจะลงทุนหลายร้อยพันล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ และลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าส่งออกสหรัฐฯ

การเปิดเผยสู่สาธารณะและความไวของเทคโนโลยี

สหรัฐฯ เคยจำกัดการถ่ายโอนเทคโนโลยีการเดินแท่นเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ไว้กับพันธมิตรสำคัญอย่าง อังกฤษ และ ออสเตรเลียภายใต้โครงการ AUKUS เท่านั้น

การที่เกาหลีใต้ได้รับการอนุมัตินี้จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางยุทธศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ


ความหมายเชิงยุทธศาสตร์ของการตัดสินใจครั้งนี้

ความมั่นคงทางทะเลและภูมิภาค

ด้วยจีนที่มีแสนยานุภาพทางทะเลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเกาหลีเหนือที่พัฒนาระบบ submarine-launched missile อย่างต่อเนื่อง การที่เกาหลีใต้จะมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ช่วยให้สามารถอยู่ใต้น้ำได้นานขึ้น ดำเหนือน้ำนานขึ้น เป็นความสามารถที่มีค่าทางยุทธศาสตร์อย่างสูง

นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณว่า สหรัฐฯพร้อมจะปลดล็อก technology สำคัญให้พันธมิตรในเอเชียอย่างเกาหลีใต้ ซึ่งอาจเป็นการปรับสมดุลอำนาจในภูมิภาคอย่างมีนัย

การฟื้นฟูอุตสาหกรรมต่อเรือสหรัฐฯ

อู่ต่อเรือฟิลาเดลเฟียและภาคการผลิตเรือในสหรัฐฯ กำลังได้รับโอกาสใหม่จากโครงการนี้ การที่เกาหลีใต้ลงทุนในสหรัฐฯ ย่อมหมายถึงการจ้างงาน การพัฒนาเทคโนโลยี และการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ–เกาหลีใต้

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจยกระดับพันธมิตรสหรัฐฯ–เกาหลีใต้จาก “ความร่วมมือทางทหารทั่วไป” ไปสู่ “พันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับสูง” ซึ่งอาจหมายถึงการมีบทบาทมากขึ้นของเกาหลีใต้ทั้งในด้านการผลิตและการออกแบบอาวุธยุทโธปกรณ์

มิติของการส่งออกวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ

ถึงแม้ประเด็นหลักคือความมั่นคงทางทหารและอุตสาหกรรม แต่การที่เกาหลีใต้เข้ามามีบทบาทในโครงการนี้ช่วยส่งเสริมภาพของประเทศว่าเป็น “ศูนย์กลางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมขั้นสูง” ไม่ใช่แค่ K-Pop หรือสมาร์ทโฟน


ความท้าทายที่ต้องจับตามอง

กฎหมายและข้อผูกพันด้านนิวเคลียร์

ภายใต้ Agreement for Cooperation between the United States and the Republic of Korea (เรื่องพลังงานนิวเคลียร์พลเรือน) เกาหลีใต้ถูกจำกัดเรื่องการแปรรูปเชื้อเพลิงนิวเคลียร์และการเสริมสมรรถนะทางทหาร

การสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์อาจต้องมีการแก้ไขหรือปรับเงื่อนไขของข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างสองประเทศ

ภูมิรัฐศาสตร์และปฏิกิริยาจากจีน/เกาหลีเหนือ

จีนแสดงอำนาจทางทะเลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเกาหลีเหนือมีโครงการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของตนเองเช่นกัน

โครงการของเกาหลีใต้อาจถูกมองว่าเป็นการขยายขอบเขตทางทหาร ซึ่งอาจสร้างความตึงเครียดใหม่ในภูมิภาค

ความสามารถของอุตสาหกรรมต่อเรือและการจัดหาเชื้อเพลิง

แม้เกาหลีใต้มีความเชี่ยวชาญด้านการต่อเรือมาก แต่การสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์นั้นต้องการความเชี่ยวชาญพิเศษในระบบนิวเคลียร์ การจัดหาเชื้อเพลิง การออกแบบเครื่องยนต์นิวเคลียร์ ซึ่งยังมีช่องว่างอยู่


ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น และสิ่งที่ต้องติดตาม

เกาหลีใต้ ก้าวสู่ผู้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับโลก

หากโครงการเดินหน้า เกาหลีใต้อาจกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ผลิตเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ได้เอง ซึ่งจะยกระดับบทบาทของชาติในภูมิภาคและโลก

สหรัฐฯ ใช้พันธมิตรเพื่อเสริมยุทธศาสตร์ภูมิภาค

การให้สิทธิเช่นนี้กับพันธมิตรคือการเสริมขีดความสามารถของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมกันนั้นยังช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมภายในประเทศ

ความมั่นคงทางทะเลในเอเชีย-แปซิฟิก จุดเปลี่ยน

การที่เกาหลีใต้ได้รับอนุมัติสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์อาจเปลี่ยนโหมดของการแข่งขันทางทะเลในภูมิภาคในอนาคต

การลงทุนและอุตสาหกรรม โอกาสใหม่

บริษัทต่อเรือ สายผลิตชิ้นส่วนและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอาจได้รับโอกาสการลงทุนจากโครงการขนาดใหญ่ เช่นนี้

การที่ประธานาธิบดีทรัมป์อนุมัติให้เกาหลีใต้สร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ไม่ใช่แค่ข่าวทางทหาร แต่เป็นข่าวที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของยุทธศาสตร์ภูมิภาค ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และบทบาทของอุตสาหกรรมในโลกยุคใหม่

ทั้งสหรัฐฯและเกาหลีใต้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความมั่นคงทางทหาร เทคโนโลยีล้ำหน้า และอุตสาหกรรมหนักเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก

เหตุการณ์นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อตกลงระหว่างสองประเทศ
แต่เป็น สัญญาณของยุคใหม่ ที่ในอนาคตจะมีผลกระทบต่อภูมิรัฐศาสตร์ การลงทุน และบทบาทของประเทศในเวทีโลก

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น