พาสุนัขหนีความวุ่นวาย ขึ้นสวนลอยฟ้าใหญ่ที่สุดใจกลางกรุงเทพฯ
ถ้าอยากพาน้องหมาหนีรถติด ฝุ่นควัน และเสียงแตร ไปหาอากาศดี ๆ แบบไม่ต้องออกนอกเมือง “สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” คือโลเคชั่นที่ควรปักหมุดแบบห้ามพลาด
ที่นี่คือสวนลอยฟ้าขนาดกว่า 7 ไร่ (ประมาณ 11,200 ตารางเมตร) ใจกลางย่าน Super Core CBD ที่ออกแบบให้เชื่อมมุมมองสีเขียวของสวนตัวเองเข้ากับสวนลุมพินีได้อย่างไร้รอยต่อ กลายเป็นภาพพรมสีเขียวผืนใหญ่กลางเมืองที่ทั้งคนและสุนัขจะหลงรักได้ไม่ยาก
สวนถูกออกแบบเป็นทางเดินไล่ระดับตั้งแต่ชั้น 4 ไปจนถึงชั้น 7 เดินเพลิน เปลี่ยนวิวไปเรื่อย ๆ ได้ทั้งวัน เหมาะกับทั้งสายเดินเล่นชิล ๆ สายคอนเทนต์ที่ชอบถ่ายรูป และแน่นอน… สายพาหมาเที่ยว ที่อยากได้ที่วิ่งเล่นปลอดภัย มีพื้นที่สีเขียวและลมธรรมชาติให้หายใจเต็มปอด
“ดุสิตอรุณ” ชื่อที่เล่าเรื่องความสุขและการเริ่มต้นใหม่
ชื่อ สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Arun at Dusit Central Park) ไม่ได้ถูกตั้งแบบสุ่ม ๆ แต่เต็มไปด้วยความหมาย
คำว่า “ดุสิต” ไม่ได้เป็นแค่ชื่อโรงแรมดุสิตธานีที่อยู่คู่กรุงเทพฯ มานานกว่า 60 ปี แต่ยังหมายถึงดินแดนแห่งสันติสุข เปรียบเหมือนสรวงสวรรค์ที่สงบ ร่มเย็น และงดงาม
ส่วนคำว่า “อรุณ” คือแสงแรกของยามเช้า แสงสีเงินและสีทองที่โผล่ขึ้นจากขอบฟ้า เปรียบเหมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของทั้งธรรมชาติและผู้คน
แรงบันดาลใจของสวนและอาคารรอบ ๆ ยังผูกโยงกับความงดงามของ วัดอรุณราชวราราม สัญลักษณ์แห่งแสงรุ่งอรุณของกรุงเทพฯ ซึ่งถูกถ่ายทอดสู่ดีไซน์ของอาคารที่สะท้อนยอดพระปรางค์ในแบบโมเดิร์น หรู แต่ยังคงเสน่ห์ความเป็นไทยอย่างชัดเจน
ทั้งหมดนี้ทำให้ “เมืองดุสิตธานี” แห่งใหม่นี้ กลายเป็นแลนด์มาร์กที่ผสมความคลาสสิกกับความร่วมสมัยได้อย่างกลมกล่อม เหมาะทั้งกับการมาเดินเล่นพักผ่อนและสร้างความทรงจำดี ๆ กับน้องหมา
8 ไฮไลต์ของสวนดุสิตอรุณ: เดินครบคือคุ้ม ทั้งคนทั้งหมาแฮปปี้
ในสวนดุสิตอรุณฯ มีโซนเด็ด ๆ ให้แวะเช็คอินถึง 8 จุดไฮไลต์ แต่ละโซนมีคาแรกเตอร์ต่างกัน เหมาะทั้งกับการพักผ่อน กิจกรรม และการถ่ายรูปเก็บคอนเทนต์แบบจุก ๆ
1. อัฒจันทร์ดุสิตพินี – เวทีความสุขกลางสวน
อัฒจันทร์ดุสิตพินี (Dusitpini Amphitheatre) คือพื้นที่สันทนาการกึ่งเวที ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น
นั่งพักผ่อนหลังจากพาน้องหมาเดินรอบสวน
ใช้เป็นจุดนัดพบเพื่อน หรือมานั่งเล่นชิล ๆ
พื้นที่จัดกิจกรรมอย่างเวิร์กช็อป การแสดงศิลปะ ดนตรี หรือมินิอีเวนต์ตามโอกาสต่าง ๆ
จากมุมนี้จะมองเห็นวิวสีเขียวของสวนดุสิตอรุณฯ สวนลุมพินี และเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ที่ทอดยาวไปไกลสุดสายตา บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสัน เสียงดนตรี และเสียงหัวเราะ เรียกว่าเป็นโซนที่ใครได้ขึ้นมาแล้ว มักอยากนั่งให้นานที่สุด
2. จุดชมวิวระเบียงรังนก – ภาพพาโนรามาแบบไร้รอยต่อ
จุดชมวิวระเบียงรังนก (Bird Nest Viewpoint) เป็นอีกหนึ่งมุมที่ห้ามพลาดสำหรับคนรักวิวเมืองและพื้นที่สีเขียว
จากจุดนี้ จะมองเห็นการเชื่อมต่อกันของสวนดุสิตอรุณฯ กับสวนลุมพินีแบบเนียนกริบ เหมือนพรมสีเขียวผืนใหญ่ใจกลางเมืองผสานกับเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ในมุมพาโนรามา
ที่นี่เหมาะทั้งกับการ
มานั่งพักผ่อนสูดอากาศ พร้อมชมวิวธรรมชาติ
ถ่ายภาพเก็บฟีดสวย ๆ ได้ทั้งช่วงเช้ากับยามค่ำคืน
3. จุดชมวิวสวัสดีบางกอก – เช้าจิบกาแฟ เย็นชมวิวกับหมา
จุดชมวิวสวัสดีบางกอก (Sawasdee Bangkok Viewpoint) คือจุดที่มอบมุมมองใหม่ของกรุงเทพฯ ในแบบที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน
จากด้านบน จะเห็นแนวสีเขียวต่อเนื่องของสวนดุสิตอรุณฯ ที่เชื่อมกับต้นไม้ของสวนลุมพินี ราวกับเมืองถูกโอบล้อมด้วยหุบเขาสีเขียวใจกลางความวุ่นวาย
สำหรับสายจิบกาแฟยามเช้า ลอง
ซื้อกาแฟแก้วโปรด
พาน้องหมาขึ้นมานั่งเฝ้ามองแสงแรกของวัน
รับรองว่าบรรยากาศดีจนอยากกลับมาอีก
4. เดอะ เทอเรส – ลานกิจกรรมฟีลเหมือนเดินเล่นต่างประเทศ
เดอะ เทอเรส (The Terrace) เป็นลานกิจกรรมที่ตั้งอยู่ใกล้โซน Food Passage ซึ่งเชื่อมระหว่างสวนดุสิตอรุณฯ กับอาคารสำนักงาน Central Park Offices
ความเก๋ของโซนนี้อยู่ที่ดีไซน์พื้น — ใช้กระเบื้องสีเทาตัดกับกระจกสีฟ้าและน้ำพุเล็ก ๆ ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูโมเดิร์น เท่ และมีกลิ่นอายต่างประเทศชัดเจน
ที่นี่เป็นได้ทั้ง
จุดนัดพบก่อนพาน้องหมาเดินต่อทั่วสวน
อีกหนึ่งมุมถ่ายรูปที่ได้ฟีลสตรีทชิค ๆ แบบไม่ต้องบินไกล
5. ม่านน้ำ 2513 – น้ำตกกลางเมืองที่เล่าเรื่องอดีต
ม่านน้ำ 2513 (Cascade 2513) คือมุมน้ำตกกลางสวนที่โอบล้อมด้วยไม้น้ำนานาพรรณ ได้แรงบันดาลใจจาก “น้ำตกสวรรค์ชั้นดุสิต” น้ำตก 9 ชั้นซึ่งเป็นอัตลักษณ์สำคัญของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ที่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2513
จุดนี้ให้ฟีล
เดินเล่นรับลมเย็นธรรมชาติ
ได้ยินเสียงน้ำตกกลบความวุ่นวายของเมือง
ทั้งภาพและเสียงช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบ หรูหราเหนือกาลเวลา จนรู้สึกเหมือนหลุดมาอยู่อีกโลกหนึ่ง ทั้งที่ยังอยู่กลางกรุงเทพฯ
6. เดอะ พลาซ่า – ลานหญ้าสีเขียวพร้อมละอองน้ำตก
เดอะ พลาซ่า (The Plaza) คือสนามหญ้าสีเขียวที่ออกแบบเป็นพื้นที่สันทนาการสำหรับการเดินเล่น พักผ่อน หรือทำกิจกรรมเบา ๆ ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้
ความพิเศษคือยังได้สัมผัสละอองน้ำเย็น ๆ ที่ลอยมาจากม่านน้ำ 2513 ทำให้บรรยากาศเย็นสบายขึ้นอีกขั้น เป็นมุมที่เหมาะมากกับการ
ปูเสื่อเล็ก ๆ นั่งเล่นกับน้องหมา
พักขาหลังจากเดินชมสวนรอบใหญ่
7. ดี การ์เด้น – สวนดอกไม้ชั้นสูงสุดของโครงการ
ดี การ์เด้น (D Garden) เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่สำหรับลูกบ้านของ The Residences at Dusit Central Park และแขกของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ
ที่นี่โดดเด่นด้วยหมู่มวลดอกไม้หลากสีสันและกลิ่นหอมสดชื่น เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ ผ่อนคลายอารมณ์และเก็บภาพวิวมุมสูงที่ต่างออกไปจากโซนอื่นของสวน
เพราะเป็นชั้นสูงสุดของสวนดุสิตอรุณฯ ทำให้ได้ทั้งมุมมองท้องฟ้า เมือง และพื้นที่สีเขียวในเฟรมเดียวกัน
8. เดอะ คอร์ดยาร์ด – มุมกิจกรรมสบาย ๆ ใน D Garden
เดอะ คอร์ดยาร์ด (The Courtyard) ตั้งอยู่ภายในโซน D Garden เป็นอีกหนึ่งพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้งสำหรับแขกของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ
โซนนี้รองรับกิจกรรมขนาดย่อมหลายรูปแบบ บรรยากาศสบาย เหมาะกับการจัดงานเล็ก ๆ หรือใช้เป็นมุมพักหายใจระหว่างพาเที่ยวยาวทั้งสวน
Pet-Friendly จริงจัง: พาหมาเดินได้ มีโซนเฉพาะให้วิ่งเล่น
สำหรับสายพาสุนัขเที่ยว นี่คือไฮไลต์ที่ทำให้สวนดุสิตอรุณฯ ยิ่งน่าไปกว่าเดิม เพราะที่นี่ออกแบบมาให้ รองรับครอบครัวทุกแบบ ทุกเจน ทุกไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะคนรักสัตว์
Pets’ Area – โซนวิ่งเล่นของน้องสัตว์เลี้ยง
สวนดุสิตอรุณฯ จัดพื้นที่ Pets’ Area สำหรับพาน้องสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมาวิ่งเล่นโดยเฉพาะ และทั้งสวนยังเป็นโซน Pet-Friendly ที่เปิดรับทั้งน้องหมาและน้องแมวให้มาชมธรรมชาติและสร้างโมเมนต์น่ารักร่วมกับเจ้าของ
เพื่อให้เที่ยวสวนได้แบบสบายใจและเคารพผู้ใช้พื้นที่คนอื่นไปพร้อมกัน แนะนำให้เตรียมให้พร้อมก่อนพาน้องไปเที่ยว เช่น
รถเข็นหรือกระเป๋าใส่น้อง (สำหรับตัวเล็กหรือสายขี้กลัว)
สายจูงที่ควบคุมได้ดี
อุปกรณ์เก็บมูลและอุปกรณ์ทำความสะอาด
เตรียมครบก็เดินเข้าชิล ๆ ได้เลย เที่ยวสวย ๆ แบบมีมารยาท เจ้าของแฮปปี้ น้องหมาแฮปปี้ คนรอบข้างก็สบายใจ
Joyful Playground – สนามเด็กเล่นสำหรับครอบครัวมีลูกเล็ก
นอกจากโซนสัตว์เลี้ยงแล้ว ยังมี Joyful Playground สำหรับบ้านที่มีเด็ก ๆ ให้ได้สนุกกับกิจกรรมและเครื่องเล่นหลากหลายแบบ เป็นอีกจุดที่ทำให้ทั้งครอบครัวได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันแบบไม่ต้องแยกโซน
Natural Trail – ทางเดินที่ทุกคนเข้าถึงได้จริง
ทางเดิน Natural Trail ถูกออกแบบด้วยหลัก Universal Design ทำให้ใช้งานได้สะดวกทั้ง
ผู้สูงอายุ
ผู้ที่ใช้รถเข็น
ครอบครัวที่พาลูกเล็กหรือสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น
ทั้งหมดนี้ช่วยให้สวนดุสิตอรุณฯ กลายเป็นพื้นที่สีเขียวที่ โอบรับคนทุกเพศ ทุกวัย ทุกไลฟ์สไตล์ อย่างแท้จริง
เวลาเปิด–ปิด และทริคเล็ก ๆ สำหรับสายพาหมาเที่ยว
สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น.
ถ้าจะพาน้องสุนัขไป แนะนำทริคเล็ก ๆ เพื่อให้ทริปสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ไปช่วงเช้าตรู่หรือเย็น จะได้อากาศไม่ร้อนจนเกินไปสำหรับน้องหมา
ตรวจพื้นก่อนให้เดินเสมอ ถ้าพื้นร้อนเกิน มือคนยังทนยาก อุ้งเท้าน้องหมายิ่งเสี่ยงบาดเจ็บ
พกน้ำดื่มและชามน้ำพกพาให้น้องแยกต่างหาก ไม่ใช้ร่วมกับของคน
ให้ความสำคัญกับมารยาทในที่สาธารณะ ทั้งเรื่องเสียง เหม็น และความสะอาด
ถ้าคุณกำลังมองหาสวนสวย ๆ ที่พาสุนัขไปด้วยได้แบบไม่รู้สึกผิด สวนดุสิตอรุณ ณ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค คือหนึ่งในตัวเลือกที่ต้องลองไปให้ได้สักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าการพาหมาเดินเล่นบนสวนลอยฟ้าใจกลางเมือง… มันฟีลกู๊ดกว่าที่คิดมากแค่ไหน

