TOP OF EUROPE 8 วัน ทริปยุโรปสายวิวอลังการ
TOP OF EUROPE – SWITZERLAND FRANCE GERMANY | 8 Days
ราคาเริ่มต้นประมาณ 105,000 บาท รวมค่าวีซ่าเชงเก้นเรียบร้อย เดินทางด้วยสายการบิน Emirates (EK)
ช่วงเดินทาง: มกราคม – ตุลาคม 2568
ทริปนี้ออกแบบมาสายยุโรปครั้งแรกก็ไปได้ สายตระเวนยุโรปหลายรอบก็มีกิจกรรมให้ว้าวอีกแน่นอน ทั้งภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง เมืองเก่าริมน้ำ หมู่บ้านในไร่องุ่น และล่องเรือแม่น้ำสายโรแมนติกที่สุดสายหนึ่งของยุโรป
ไฮไลท์ทริปนี้มีอะไรบ้าง
หมู่บ้านและเมืองสวยระดับโปสการ์ด
ห้องสมุดอารามแห่งเซนต์กัลเลน
เมืองลูเซิร์น และสะพานคาเปลข้ามแม่น้ำรอยส์
เมืองกรินเดอวาลด์ จุดเริ่มต้นขึ้นเขา TOP OF EUROPE
เมืองอินเทอลาเก้น และถนนคนเดิน Hohestrase
เมืองกอลมาร์ ย่านเมืองเก่าริมน้ำ
ตลาด Covered อิฐแดงสุดคลาสสิก
หมู่บ้านในฝัน Ribeauville & Riquewihr ท่ามกลางไร่องุ่น
เมืองนกกระสา สตราสบูร์ก พร้อมมหาวิหารสุดตระการตา
เมืองไฮเดลเบิร์กและปราสาทบนเนินเขา
นครแฟรงค์เฟิร์ต เมืองใหญ่สายธุรกิจของเยอรมนี
รูเดสไฮม์อัมไรน์ เมืองไวน์น่ารักริมแม่น้ำ
เมืองบ๊อบพาร์ด จุดล่องเรือชมไรน์สุดคลาสสิก
ภูเขาและธรรมชาติที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต
ขึ้นกระเช้าลอยฟ้า Eiger Express พิชิตยอดเขา Jungfrau – Top of Europe
เดินเล่นบนลานหิมะ ชมธารน้ำแข็ง Aletsch ยาวกว่า 22 กม.
สนุกกับ Ice Palace และจุดชมวิวสูงเสียดฟ้าแบบพาโนรามา
ความสะดวกสบายตลอดทริป
พักโรงแรมระดับ 4 ดาว ตลอดเส้นทาง
รวมอาหารหลักตามโปรแกรมทั้งเช้า–กลางวัน–เย็น
รถโค้ชบริการระหว่างเมือง พร้อมหัวหน้าทัวร์ดูแลคณะ
หมายเหตุสำคัญ: ที่นั่งมีจำนวนจำกัด ควรเช็กที่ว่างก่อนทำการจองทุกครั้ง
ภาพรวมเส้นทางเดินทาง 8 วัน
เส้นทางนี้วิ่งแบบวนสวย ๆ จากสวิตเซอร์แลนด์ เข้าฝรั่งเศส แล้วจบที่เยอรมนี พร้อมบินไป–กลับผ่านดูไบด้วย Emirates
เริ่มจาก กรุงเทพฯ – ดูไบ – ซูริค
เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์: ซูริค – ลูเซิร์น – อินเทอลาเก้น – บีเทนเบิร์ก
ข้ามฝรั่งเศส: บาเซิล – กอลมาร์ – หมู่บ้าน Ribeauville & Riquewihr – สตราสบูร์ก
ปิดท้ายเยอรมนี: ไฮเดลเบิร์ก – แฟรงค์เฟิร์ต – รูเดสไฮม์อัมไรน์ – บ๊อบพาร์ด – ล่องเรือแม่น้ำไรน์
วันที่ 1: ออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ซูริค
ช่วงค่ำ คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Emirates Airline มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเช็คอินและอำนวยความสะดวกก่อนออกเดินทาง
จากนั้นบินสู่ดูไบและต่อเครื่องมุ่งหน้าสู่ นครซูริค จุดเริ่มต้นทริปยุโรปครั้งนี้
โปรแกรมนี้เป็นแบบร่างภาพรวม รายละเอียดเวลาจริงและลำดับสถานที่อาจสลับกันได้ตามไฟลต์บินและการจัดโปรแกรมของแต่ละรอบ เดินทางจริงจะได้รับโปรแกรมฉบับสมบูรณ์ประมาณ 7 วันก่อนออกเดินทาง
บริษัททัวร์ต้องจองตั๋วเครื่องบิน รถโค้ช โรงแรม ร้านอาหาร และตั๋วเข้าชมต่าง ๆ ล่วงหน้าหลายสัปดาห์ จึงอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ เช่น เที่ยวบินล่าช้า ยกเลิกไฟลต์ การนัดหยุดงาน เหตุจลาจล ภัยพิบัติ หรือการถูกปฏิเสธการเข้าเมือง หากเกิดเหตุสุดวิสัย หัวหน้าทัวร์มีสิทธิ์ปรับโปรแกรมเพื่อให้การเดินทางของคณะเป็นไปได้มากที่สุด และค่าใช้จ่ายที่จองล่วงหน้าแล้วไม่สามารถขอคืนได้
หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากเหตุที่อยู่นอกเหนือรายการ หัวหน้าทัวร์จะแจ้งให้ทราบก่อนทุกครั้ง
วันที่ 2: ซูริค – ลูเซิร์น – อินเทอลาเก้น – บีเทนเบิร์ก
ช่วงเช้ามืด ออกเดินทางจากกรุงเทพฯด้วย Emirates เที่ยวบิน EK 377 ถึงดูไบ รอเปลี่ยนเที่ยวบิน จากนั้นต่อเครื่อง EK 087 สู่ ซูริค
เมื่อถึงสนามบินซูริค ผ่าน ตม. และศุลกากรแล้ว รถโค้ชรอรับไปยังภัตตาคาร เพื่อเริ่มมื้อกลางวันมื้อแรกบนแผ่นดินยุโรป
บ่าย – ลูเซิร์น เมืองตากอากาศขวัญใจนักท่องเที่ยว
เดินเล่นในเมืองลูเซิร์น เมืองตากอากาศที่ดังมานานนับศตวรรษ
ถ่ายรูปคู่ สะพานคาเปล สัญลักษณ์ประจำเมืองที่ทอดข้ามแม่น้ำรอยส์
แวะชมอนุสาวรีย์สิงโตหิน แกะสลักบนหน้าผา เพื่อรำลึกถึงทหารรับจ้างชาวสวิสที่เสียชีวิตในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส
จากนั้นเดินทางต่อสู่เมืองอินเทอลาเก้น เมืองสำคัญในเขต Bernese Oberland ชื่อเมืองมาจากทำเลที่อยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่ง ได้แก่ Thunersee และ Brienzersee บรรยากาศโอบล้อมด้วยภูเขาและน้ำ
ค่ำ รับประทานอาหารที่ภัตตาคาร และเข้าพักที่ Parkhotel Beatenberg** หรือเทียบเท่า** ในย่านบีเทนเบิร์ก
วันที่ 3: อินเทอลาเก้น – TOP OF EUROPE – ช้อปปิ้ง – บีเทนเบิร์ก
เช้า รับประทานอาหารที่โรงแรม เตรียมตัวขึ้นเขา
มุ่งหน้าสู่กรินเดอวาลด์ – จุดเริ่มต้นพิชิต Jungfrau
เดินทางไปเมืองกรินเดอวาลด์ จุดสตาร์ตของการขึ้น ยอดเขายูงเฟรา (Jungfrau) ที่ได้ฉายาว่า Top of Europe สูงราว 3,454 เมตร
ขึ้น Jungfraubahn / Eiger Express กระเช้าลอยฟ้าขนาด 26 ที่นั่ง พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ชมวิวแบบ 360 องศา ใช้เวลาขึ้นเพียงประมาณ 1.10 ชม.
บนยอดเขามีกิจกรรมให้เล่นเพียบ
เดินเล่นบนลานหิมะ Sphinx จุดชมวิวสูงสุดระดับทวีปยุโรป
ชม Glacier Plateau และ Ice Palace ถ้ำน้ำแข็งที่แกะสลักอย่างประณีต อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกลงไปประมาณ 30 เมตร
ซึมซับความอลังการของ ธารน้ำแข็ง Aletsch ที่ยาวราว 22 กม. หนากว่า 700 เมตร
แวะชมโซน Alpine Sensation รู้จักเรื่องราวและเสน่ห์ภูเขาแอลป์ไปพร้อมกับการชิมช็อกโกแลต
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารบนเส้นทาง
บ่าย เดินทางกลับอินเทอลาเก้น เดินเล่นบนถนนคนเดิน Hohestrase ปล่อยเวลาให้ช้อปปิ้งนาฬิกา สินค้าพื้นเมืองสวิส และของฝากสุดน่ารักตามอัธยาศัย
ค่ำ ทานอาหารที่ภัตตาคาร และพักคืนที่ Parkhotel Beatenberg** หรือเทียบเท่า** เช่นเดิม
วันที่ 4: อินเทอลาเก้น – บาเซิล – กอลมาร์ เมืองเวนิสน้อยแห่งฝรั่งเศส
เช้า รับประทานอาหารที่โรงแรม จากนั้นออกเดินทางด้วยรถโค้ชไปยัง บาเซิล เมืองอุตสาหกรรมเคมีสำคัญและจุดเชื่อมของสามประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี
ข้ามแดนเข้าสู่ฝรั่งเศส มุ่งสู่เมือง Colmar เมืองโรแมนติกที่ได้รางวัลอันดับ 3 ของสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดของยุโรป
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
บ่าย – กอลมาร์ เวนิสน้อยแห่งฝรั่งเศส
เดินชมย่านเมืองเก่า ได้ฉายาว่า Little Venice เพราะมีแม่น้ำ Lauch ไหลผ่านกลางเมือง บ้านเรือนกึ่งไม้ซุงเรียงรายสองฝั่งน้ำ
ชมสถาปัตยกรรมอาคารตลาด Covered ที่สร้างด้วยอิฐแดงตั้งแต่ปี 1865 ปัจจุบันเป็นทั้งตลาดสดและแหล่งรวมร้านอาหารแบบบิสโทรริมแม่น้ำ ตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสดใส
แวะชมโบสถ์ Saint Martin สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ใช้เวลาสร้างกว่าร้อยปี ปัจจุบันกลายเป็นทั้งศูนย์กลางเมืองและโซนช้อปปิ้งของคนท้องถิ่น
ค่ำ ทานอาหาร ณ ภัตตาคาร และพักที่ Hotel L’Europe Colmar** หรือเทียบเท่า**
วันที่ 5: กอลมาร์ – หมู่บ้านไวน์ในฝัน – สตราสบูร์ก
เช้า รับประทานอาหารที่โรงแรม ก่อนออกเดินทางสู่หมู่บ้านที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส (Les Plus Beaux Villages de France)
Ribeauville และ Riquewihr – หมู่บ้านในไร่องุ่นเหมือนหลุดมาจากเทพนิยาย
เดินเล่นท่ามกลางบ้านกึ่งไม้ซุงโบราณตั้งแต่ยุคกลาง
อาคารแต่ละหลังทาสีโทนพาสเทล สดใสแต่มองแล้วกลมกลืน
หน้าร้านต่าง ๆ ตกแต่งด้วยป้ายเหล็กดัดและดอกไม้หลากสี บรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกเทพนิยายกลางไร่องุ่น
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
บ่าย – มุ่งหน้าสู่สตราสบูร์ก เมืองหลวงแห่งแคว้นอัลซาส
เมืองนี้ถูกขนานนามว่าเป็น เมืองแห่งนกกระสา และเป็นเมืองหลวงใหญ่ของแคว้น Alsace
แม่น้ำอีลไหลล้อมรอบเกาะ Grande Île และย่าน Petite France ที่เต็มไปด้วยตึกกึ่งไม้ซุงสไตล์ยุคกลาง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO
ชม มหาวิหารสตราสบูร์ก สถาปัตยกรรมแบบโกธิคสุดวิจิตร เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของเมือง
เดินเล่นแถวจัตุรัส Place Kléber ที่มักใช้จัดตลาดคริสต์มาสขนาดใหญ่ มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1517
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร และเข้าพักที่ Holiday Inn - Strasbourg – Nord** หรือเทียบเท่า**
วันที่ 6: สตราสบูร์ก – ไฮเดลเบิร์ก – แฟรงค์เฟิร์ต – ช้อปปิ้งเมืองเก่า
เช้า รับประทานอาหารที่โรงแรม จากนั้นออกเดินทางสู่เมือง ไฮเดลเบิร์ก เมืองริมแม่น้ำเน็กคาร์ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติก
ไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ และเป็นเมืองพระราชสมภพของรัชกาลที่ 8
ขึ้นชม ปราสาทไฮเดลเบิร์ก ที่ตั้งบนเชิงเขาเหนือแม่น้ำ มองเห็นวิวเมืองได้แบบเต็มตา ตัวปราสาทสร้างด้วยหินทรายสีแดง อายุเกิน 900 ปี ภายในยังมีถังเก็บไวน์ขนาดยักษ์ที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
บ่าย – เข้าสู่แฟรงค์เฟิร์ต เมืองการเงินสำคัญของยุโรป
เดินเล่นย่านเมืองเก่าบริเวณจัตุรัส Römerberg ศูนย์กลางเมืองที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและอาคารโบราณแนวไม้ซุง
อิสระเดินช้อปปิ้งบนถนนสายหลักของเมือง ศูนย์รวมทั้งแบรนด์เนมและร้านท้องถิ่น
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร และเข้าพักที่ Essential by Dorint Frankfurt-Niederrad** หรือเทียบเท่า**
วันที่ 7: แฟรงค์เฟิร์ต – รูเดสไฮม์ – ล่องเรือแม่น้ำไรน์ – เตรียมบินกลับ
เช้า รับประทานอาหารที่โรงแรม ก่อนมุ่งหน้าสู่เมือง Rüdesheim am Rhein เมืองเล็ก ๆ ริมแม่น้ำไรน์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์
เมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตไวน์ มีไร่องุ่นและปราสาทกระจายตามแนวภูเขารอบเมือง
เดินเล่นในเขตเมืองเก่า ชมอาคารสไตล์ศตวรรษที่ 16 ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี
แวะจุดชมวิวใกล้ อนุสาวรีย์ Niederwald มองลงมาเห็นแม่น้ำไรน์ตัดกับภูเขาสีเขียวและเมืองเก่าสุดโรแมนติก
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
บ่าย – ล่องเรือชมแม่น้ำไรน์จากบ๊อบพาร์ด
เดินทางไปเมือง Boppard เมืองสำคัญริมแม่น้ำไรน์ตอนกลาง เป็นศูนย์กลางการผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาค
ลงเรือล่องไปตามแม่น้ำไรน์ ความยาวสายนี้ราว 1,320 กม. จัดเป็นแม่น้ำใหญ่ลำดับ 3 ของยุโรป แต่โดดเด่นเรื่องตำนานและปราสาทริมสองฝั่งน้ำ
ระหว่างล่องเรือจะได้เห็นปราสาทต่าง ๆ จากยุคโรมันและยุคชนเผ่าเยอรมันที่ยังคงมนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย
ผ่านจุดชมวิวหน้าผา Lorelei Rock ตามตำนานหญิงสาวเสียงไพเราะที่ล่อลวงกะลาสีเรือให้พลาดท่าในแม่น้ำสายนี้
จากนั้นเรือจะแล่นเข้าสู่บริเวณเมือง Saint Goar ก่อนคณะเดินทางต่อสู่สนามบินแฟรงค์เฟิร์ต เพื่อเตรียมตัวเช็คอินเที่ยวบินขากลับ
ค่ำ ออกเดินทางด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบิน EK 048 สู่ดูไบ
วันที่ 8: เดินทางกลับถึงกรุงเทพฯ
เช้า ถึงสนามบินดูไบเพื่อเปลี่ยนเที่ยวบิน ต่อเครื่องสู่กรุงเทพฯ ด้วย Emirates เที่ยวบิน EK 372
ช่วงเย็น คณะเดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ ปิดทริปยุโรป 3 ประเทศแบบครบทั้งภูเขา เมืองเก่า ไร่องุ่น และแม่น้ำสายในฝัน
เงื่อนไขและหมายเหตุเพิ่มเติม
โปรแกรมสามารถปรับเปลี่ยนลำดับการเที่ยวได้ตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและประสบการณ์ของผู้เดินทางเป็นหลัก
การเปลี่ยนแปลงอาจเกิดจากสภาพอากาศ การจราจร สถานการณ์ภายในประเทศปลายทาง หรือเงื่อนไขจากสายการบินและผู้ให้บริการท้องถิ่น
รายการที่ได้ชำระและจองล่วงหน้าแล้ว (เช่น ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถโค้ช ตั๋วเข้าชม) ไม่สามารถขอคืนได้หากเกิดเหตุสุดวิสัยนอกเหนือการควบคุม
แนะนำ: ก่อนตัดสินใจจอง ควรสอบถามที่นั่งว่าง อัปเดตโปรแกรม และเงื่อนไขล่าสุดกับบริษัททัวร์ทุกครั้ง เพื่อวางแผนทริปยุโรปครั้งนี้ให้ลงตัวที่สุดสำหรับคุณ

