เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนบินลุยยุโรปฝัน
อยากไปยุโรปทั้งที แค่จองตั๋วถูกยังไม่พอ เพราะด่านสำคัญที่สุดของสายเที่ยวคือ Visa Schengen ถ้าเตรียมตัวดี มีแผนชัด วีซ่าผ่านไม่ยากอย่างที่คิด
บทความนี้คือคู่มือฉบับอัปเดตปี 2025 ที่รวบทุกอย่างที่ควรรู้ ตั้งแต่พื้นฐานวีซ่าเชงเก้นคืออะไร เอกสารต้องเตรียมอะไรบ้าง ขั้นตอนการยื่น ไปจนถึงเคล็ดลับเพิ่มโอกาสอนุมัติให้ผ่านแบบชิล ๆ
วีซ่าเชงเก้นคืออะไร? เข้าใจให้เคลียร์ในครั้งเดียว
Visa Schengen คือวีซ่าที่อนุญาตให้คุณ เข้า-ออกหรือพำนักในกลุ่มประเทศเชงเก้นได้สูงสุด 90 วัน ภายใน 180 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าแยกทีละประเทศ สะดวกมากสำหรับคนที่อยากตะลุยยุโรปหลายเมืองในทริปเดียว
ปัจจุบัน (ปี 2025) กลุ่มประเทศเชงเก้นมีทั้งหมด 29 ประเทศ ได้แก่
ออสเตรีย, เบลเยียม, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, เอสโตเนีย
ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, ฮังการี, ไอซ์แลนด์
อิตาลี, ลัตเวีย, ลิกเตนสไตน์, ลิทัวเนีย, ลักเซมเบิร์ก, มอลตา
เนเธอร์แลนด์, นอร์เวย์, โปแลนด์, โปรตุเกส, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย
สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, โรมาเนีย และบัลแกเรีย
สรุปง่าย ๆ: ได้วีซ่าเดียว เที่ยวยุโรปได้ยาว ๆ หลายประเทศในทริปเดียว
ใครบ้างที่ต้องขอวีซ่าเชงเก้น?
ถ้าคุณไม่ใช่พลเมืองของประเทศในกลุ่มเชงเก้น และไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าสำหรับเขตเชงเก้น (เช่น สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สหราชอาณาจักร ฯลฯ) คุณจะต้องยื่นขอ Visa Schengen ก่อนเดินทาง
สำหรับ คนไทย ต้องขอวีซ่าเชงเก้นทุกครั้งที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศในกลุ่มนี้ ยกเว้นกรณีถือหนังสือเดินทางราชการบางประเภทที่ได้รับการยกเว้น

ประเภทของ Visa Schengen ที่สายเที่ยวควรรู้
Visa Schengen มีหลายประเภทตามวัตถุประสงค์การเดินทาง แต่ที่คนไทยนิยมใช้จะมีหลัก ๆ ดังนี้
วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa):
สำหรับเดินทางท่องเที่ยว พักผ่อน หรือไปเยี่ยมญาติ/เพื่อนวีซ่าธุรกิจ (Business Visa):
ใช้เดินทางเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ เข้าประชุม สัมมนา ฝึกอบรม หรือเจรจาธุรกิจวีซ่าเยี่ยมเยือน (Visitor Visa):
สำหรับเดินทางไปเยี่ยมญาติหรือเพื่อน โดยมีจดหมายเชิญจากผู้พำนักในประเทศเชงเก้นวีซ่านักเรียนระยะสั้น (Student Visa – ระยะสั้น):
ใช้เรียนคอร์สระยะสั้นไม่เกิน 90 วัน (ถ้าเรียนเกิน 90 วัน ต้องไปในหมวด National Visa แทน)
ทริกเล็ก ๆ: ก่อนยื่น ให้เช็กให้ชัดว่าเป้าหมายทริปคืออะไร จะได้เลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับการใช้งาน
Checklist เอกสารขอวีซ่าเชงเก้น 2025 (เตรียมครบ โอกาสผ่านสูง!)
การยื่นวีซ่าไม่ได้น่ากลัว ถ้าเอกสารคุณแน่นและตรงเงื่อนไข มาดู เช็กลิสต์เอกสารสำคัญ กันแบบเป็นข้อ ๆ
แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa Application Form)
กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่อง และลงนามเรียบร้อยหนังสือเดินทาง (Passport)
ต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 3 เดือน นับจากวันเดินทางออกจากเขตเชงเก้น
มีหน้าว่างอย่างน้อย 2 หน้า
แนบสำเนาหน้าพาสปอร์ต และสำเนาวีซ่าเชงเก้น/สหรัฐอเมริกา/สหราชอาณาจักร/แคนาดา/ญี่ปุ่น/เกาหลีใต้ ที่เคยได้รับ (ถ้ามี)
รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว (จำนวน 1–2 รูป แล้วแต่ประเทศ/ศูนย์ยื่นกำหนด)
พื้นหลังสีขาว
ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
เห็นใบหน้าชัดเจน ไม่ใส่หมวกหรือแว่นกันแดด (ยกเว้นเหตุผลทางศาสนา)
ประกันภัยการเดินทาง (Travel Insurance)
คุ้มครองทุกประเทศในเขตเชงเก้น
วงเงินความคุ้มครองไม่น้อยกว่า 30,000 ยูโร
ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล, การส่งตัวกลับประเทศ, กรณีเสียชีวิต
ระยะเวลาคุ้มครองต้องครอบคลุมตลอดช่วงที่พำนักในเชงเก้น
หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบินไป–กลับ
แสดงวันเดินทางเข้า–ออกให้ชัดเจนหลักฐานการจองที่พัก
เช่น โรงแรม โฮสเทล หรือจดหมายเชิญจากผู้ที่พักอยู่ในเชงเก้น พร้อมสำเนาเอกสารยืนยันตัวตนของผู้เชิญ และต้องครอบคลุมทุกคืนที่อยู่ในยุโรปหลักฐานทางการเงิน
Bank Statement ย้อนหลัง 3–6 เดือน (ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสถานทูต)
Bank Certification Letter หรือหนังสือรับรองยอดเงินคงเหลือที่เพียงพอ
หากเป็นฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการ อาจต้องแนบเอกสารเสริม เช่น ทะเบียนการค้า หรืองบการเงิน
หลักฐานการทำงาน/ศึกษา
พนักงานบริษัท: หนังสือรับรองการทำงาน ระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันที่เริ่มงาน และช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลางาน
เจ้าของกิจการ: เอกสารจดทะเบียนบริษัท (DBD) หรือทะเบียนพาณิชย์
นักเรียน/นักศึกษา: หนังสือรับรองสถานะจากสถาบันการศึกษา
เกษียณอายุ/ว่างงาน: ควรมีหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจน หรือเอกสารที่แสดงความผูกพันกับประเทศไทย
แผนการเดินทาง (Itinerary)
ระบุเมืองที่จะไป สถานที่คร่าว ๆ และวิธีการเดินทางในแต่ละวัน ไม่ต้องเป๊ะทุกชั่วโมง แต่อย่าเว่อร์จนดูไม่น่าเชื่อถือสำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชน
หากเอกสารเป็นภาษาไทย ควรมีฉบับแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่สถานทูตรับรองเอกสารอื่น ๆ (ตามกรณี)
สูติบัตร (กรณีผู้เยาว์)
ทะเบียนสมรส/ทะเบียนหย่า
หนังสือยินยอมจากบิดา/มารดา หากผู้เยาว์เดินทางคนเดียว หรือเดินทางกับผู้ปกครองเพียงฝ่ายเดียว
สิ่งที่ห้ามลืม: เอกสารทุกฉบับควรเป็นภาษาอังกฤษ หรือมีคำแปลที่ผ่านการรับรองตามที่สถานทูตกำหนด
Step-by-Step: ขั้นตอนการขอวีซ่าเชงเก้น
มาดูภาพรวมตั้งแต่ต้นจนจบ ว่ากว่าจะได้สติ๊กเกอร์วีซ่าติดพาสปอร์ตต้องทำอะไรบ้าง
เลือกประเทศที่จะยื่นคำร้อง
ยื่นที่ประเทศที่คุณจะ พำนักนานที่สุด
ถ้าอยู่แต่ละประเทศระยะเวลาเท่า ๆ กัน ให้ยื่นกับประเทศที่คุณ เดินทางเข้าเป็นประเทศแรก
จองคิวยื่นวีซ่าออนไลน์
เข้าเว็บไซต์ของสถานทูตหรือศูนย์รับยื่นวีซ่า (เช่น VFS Global, TLScontact, BLS International) เพื่อจองวัน–เวลานัดหมายกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
กรอกรายละเอียดให้ครบ ถูกต้อง และตรวจเช็กหลาย ๆ รอบก่อนส่งหรือปริ๊นต์เตรียมเอกสารทั้งหมดให้เรียบร้อย
จัดเรียงเอกสารตามลำดับ ตรวจซ้ำอีกครั้งว่า ครบทุกชิ้น อัปเดต และข้อมูลตรงกันไปยื่นเอกสารตามวันนัด
ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า (ปกติราว ๆ 80 ยูโร สำหรับผู้ใหญ่)
สแกนลายนิ้วมือ (Biometrics) และถ่ายรูปหน้าตรง
อาจมีการสัมภาษณ์เพิ่มเติม หากเจ้าหน้าที่ต้องการข้อมูลเพิ่ม
รอผลการพิจารณา
ระยะเวลามาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 15 วันทำการ แต่ในช่วงเทศกาลหรือไฮซีซั่นอาจใช้เวลานานกว่านั้นรับหนังสือเดินทางคืน
เมื่อพาสปอร์ตพร้อมรับคืน มักจะมีการแจ้งผ่านอีเมลหรือ SMS จากศูนย์รับยื่นหรือสถานทูต

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณในการขอ Visa Schengen
อยากวางงบเที่ยวให้เป๊ะ ต้องรู้ค่าใช้จ่ายเรื่องวีซ่าด้วย
ค่าธรรมเนียมวีซ่า
ผู้ใหญ่: ประมาณ 80 ยูโร
เด็ก 6–12 ปี: ประมาณ 40 ยูโร
เด็กต่ำกว่า 6 ปี: ฟรี
ค่าบริการศูนย์รับยื่นวีซ่า
เช่น VFS Global, TLScontact
อยู่ที่ประมาณ 700 – 1,000 บาท (แล้วแต่ประเทศและศูนย์)ค่าประกันการเดินทาง
ขึ้นกับระยะเวลาทริปและวงเงินคุ้มครอง โดยทั่วไปประมาณ 500 – 2,000 บาทค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ค่าถ่ายรูปขอวีซ่า
ค่าถ่ายเอกสารและค่ารับรอง/แปลเอกสาร
ค่าเดินทางไป–กลับศูนย์ยื่นวีซ่าหรือสถานทูต
เคล็ดลับเพิ่มโอกาสวีซ่าอนุมัติ (ลดโอกาสโดนปัดตก)
อยากให้วีซ่าผ่านตั้งแต่รอบแรก ลองเช็กตัวเองกับทริกเหล่านี้
ยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1–3 เดือน
ยิ่งช่วงไฮซีซั่น ยิ่งควรรีบยื่น เพื่อกันความเสี่ยงกรณีคิวแน่นหรือพิจารณานานเอกสารต้องครบและใหม่ล่าสุด
วันหมดอายุ ข้อมูลส่วนตัว และรายละเอียดต่าง ๆ ควรอัปเดตให้เรียบร้อย พยายามอย่าให้มีจุดที่ทำให้เจ้าหน้าที่สงสัยข้อมูลทุกอย่างต้องสอดคล้องกัน
วันที่ในตั๋วเครื่องบิน การจองโรงแรม แผนการเดินทาง และประกันการเดินทาง ควรไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมดแสดงความผูกพันกับประเทศไทยให้ชัดเจน
เช่น มีงานประจำ มีธุรกิจ ครอบครัว หรือทรัพย์สินในประเทศ เพื่อให้เห็นว่าคุณมีเหตุผลต้องกลับ ไม่ได้ตั้งใจไปอยู่เกินวีซ่าแสดงหลักฐานการเงินที่แข็งแรงพอ
มียอดเงินเหมาะสมกับจำนวนวันที่จะอยู่ในยุโรป และเคลื่อนไหวบัญชีสมเหตุสมผล ไม่ใช่เพิ่งโอนเข้าแบบผิดสังเกตตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา และมั่นใจ
หากถูกสัมภาษณ์ ให้ตอบให้ตรงกับเอกสารและแผนการเดินทาง ไม่ต้องแต่งเรื่องเกินจริงแต่งกายสุภาพในวันยื่น
แม้จะไม่มีระบุเป็นกฎ แต่การแต่งกายเรียบร้อยช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อเจ้าหน้าที่ได้

FAQ: คำถามยอดฮิตเรื่อง Visa Schengen
Q: ควรยื่นวีซ่าเชงเก้นที่ไหนดีที่สุด?
A: ให้ยื่นกับสถานทูตหรือศูนย์รับยื่นวีซ่าของประเทศที่คุณจะ พำนักนานที่สุด หรือประเทศที่คุณ เข้าเป็นประเทศแรก หากพักแต่ละประเทศระยะเวลาเท่ากัน
Q: ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ถึงจะยื่นได้?
A: ไม่มีจำนวนตายตัว แต่โดยประมาณควรมีอย่างน้อย 3,000 – 5,000 บาทต่อวันของทริป หรือยอดเงินรวมที่สมเหตุสมผลกับจำนวนวันและสไตล์การเดินทางของคุณ
Q: ไม่มีงานประจำ ขอวีซ่าเชงเก้นได้ไหม?
A: ทำได้ แต่ควรมี หลักฐานทางการเงินที่แข็งแรง หรือมีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย (Sponsor) ที่ยื่นเอกสารรับรองชัดเจน
Q: ขอวีซ่าแบบ Multiple Entry ได้หรือไม่?
A: ขึ้นกับดุลยพินิจของสถานทูต และประวัติการเดินทางของคุณ หากเคยเข้า–ออกเชงเก้นแล้วปฏิบัติตามกฎดี มีโอกาสได้ Multiple Entry สูงขึ้น
Q: ถ้าวีซ่าออกช้า ใกล้วันบินแล้วต้องทำอย่างไร?
A: นี่คือเหตุผลว่าทำไมควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1–3 เดือน ถ้าใกล้วันเดินทางแล้วยังไม่ทราบผล ควรติดต่อศูนย์รับยื่นหรือสถานทูตที่คุณได้ยื่นไปโดยตรงเพื่อสอบถามสถานะ
สรุป: วีซ่าผ่านไม่ใช่เรื่องดวง แต่เป็นเรื่องการเตรียมตัว
การขอ Visa Schengen สำหรับหลายคนอาจดูยุ่งยากในครั้งแรก แต่ถ้าคุณ
เข้าใจประเภทวีซ่าและเลือกได้ตรงกับทริป
เตรียมเอกสารครบถ้วนและสอดคล้องกัน
วางแผนยื่นล่วงหน้า ไม่กดดันตัวเองจนเกินไป
ทริปยุโรปในฝันก็อยู่แค่เอื้อมเท่านั้น เตรียมพาสปอร์ต เตรียมเอกสาร แล้วไปเก็บแลนด์มาร์กยุโรปกันให้จุใจ ขอให้วีซ่าผ่านฉลุย และทริปออกมาดีกว่าที่คิด!

