เบอร์กันดีคือสีแบบไหน ทำไมฮอตไม่เคยแผ่ว
สีผมเบอร์กันดีได้แรงบันดาลใจจากไวน์ฝรั่งเศสจังหวัดเบอร์กันดี สีจะเล่นอยู่ระหว่างโทนแดง–ไวน์ มีอันเดอร์โทนให้เลือกเยอะมาก ทั้งโทนเย็น โทนอุ่น ไปจนถึงออกน้ำตาลพลัม ทำให้แมตช์ได้กับแทบทุกโทนผิว
ข้อดีคือ ให้ลุคหรู ดูแพง และยังคงความเป็นธรรมชาติ ถ้าเลือกอันเดอร์โทนถูกกับสีผิวของเรา
แต่อย่าลืมว่าเม็ดสีเบอร์กันดีมักจะชะล้างเร็ว ถ้าดูแลไม่ดีสีจะดรอปและดูหม่นง่าย การย้อมซ้ำและการดูแลหลังทำสีจึงสำคัญมาก
สำหรับใครที่คิดจะทำสีนี้แบบจริงจัง การย้อมซ้ำเป็นระยะไม่ใช่แค่คำแนะนำ แต่คือสิ่งจำเป็น
โทนย่อยของเบอร์กันดี เลือกแบบไหนให้เข้าตัวเอง
เฉดเบอร์กันดีแม้จะไม่หลากหลายเท่ากลุ่มบลอนด์ แต่แต่ละโทนก็โดดเด่นและชัดมาก
เบอร์กันดีคลาสสิก – สีกลาง ๆ ระหว่างแดงกับไวน์ แทรกอันเดอร์โทนพลัมเล็กน้อย โทนจะค่อนข้างมืด ดูไม่ฉูดฉาดจนเกินไป เลยกลมกลืนได้กับลุคส่วนใหญ่
สีสุดท้ายจะออกโทนต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสีผมธรรมชาติเดิมของเรา
ไวน์สุก (โทนไวน์ทองแดง) – คล้ายสีไวน์ที่มีกลิ่นอายทองแดง ให้ฟีลอบอุ่น นุ่มนวลแบบโทนฤดูใบไม้ร่วง เหมาะกับคนที่ชอบความละมุนแต่ยังอยากให้สีดูมีมิติ
มะเขือยาว (Aubergine) – เหมาะกับสาวโทนสีผิวเย็น โทนอยู่กลาง ๆ ระหว่างม่วงกับน้ำเงิน ยิ่งผิวขาวจัด + ตาเข้ม สีนี้จะยิ่งเด่น
ป๊อปเบอร์กันดี – ทรงพลังมาก อยู่ระหว่างแดงอมม่วงกับเบอร์กันดีคลาสสิก โทนแดงย่อยจะช่วยทำให้ลุคสดและชัดขึ้น เหมาะทั้งทำเต็มหัวและทำไฮไลต์บางส่วน
พลัม–เชอร์รี่เบอร์กันดี – ส่วนผสมของมะเขือม่วงกับเชอร์รี่เบอร์กันดี ให้สีม่วงเข้มแทบจะติดดำ ลุคออกลึก น่าค้นหา อาจมีอันเดอร์โทนน้ำตาลให้ใกล้เคียงเกาลัดหรืออบเชย และสามารถเล่นอันเดอร์โทนลาเวนเดอร์ให้ดูม่วงสว่างขึ้นได้
เบอร์กันดีโทนน้ำตาลอุ่น – เหมาะกับสาวโทน “ฤดูใบไม้ผลิ” หรือคนที่ยังไม่กล้าเปลี่ยนแรง สีนี้จะดูเป็นธรรมชาติแต่แอบเก๋ ไม่สุดโต่งจนเกินไป
สีผมเบอร์กันดีเหมาะกับใครบ้าง?
Burgundy คือโทนม่วงเข้มที่มีอคติไปทางน้ำตาล อยู่ตรงกลางระหว่างแดงกับน้ำตาล และสามารถจัดอยู่ได้ทั้งโทนเย็นและโทนอุ่น
เพราะความยืดหยุ่นตรงนี้ ทำให้เบอร์กันดีสามารถเข้าได้กับสาวแทบทุกโทนสีผิว
ผิวขาว – สีจะช่วยขับให้ผิวดูสว่างคมชัดขึ้น
ผิวแทน – จะทำให้ผิวดูเข้ม ดุ ชิคขึ้น
ตาสีฟ้า/เขียว – จะยิ่งเด่นตัดกับสีผม
ตาสีน้ำตาล – จะดูร้อนแรงและมีมิติขึ้นมาก
โดยรวมแล้วสาวแทบทุกโทนสามารถลองเบอร์กันดีได้ แต่มีข้อควรระวังสำคัญคือ
หากผิวมีรอยแดงง่าย
แดงจากการแพ้บ่อย
แก้มแดงจัดจากบลัชหรือแพ้ง่าย
สีแดงในผมจะช่วยเน้นให้รอยแดงบนผิวเด่นขึ้น จึงอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักในกรณีนี้
สำหรับสีผมเดิม:
ผมบลอนด์ – ไม่ควรกระโดดไปเบอร์กันดีเลยทันที แนะนำให้ลองเปลี่ยนเป็นโทนน้ำตาลก่อน จะช่วยให้คาดเดาผลลัพธ์ได้ง่ายกว่า
ผมสีน้ำตาลเข้ม/ดำ – ถ้าเบื่อสีเดิมแต่ยังไม่อยากทำให้ผมอ่อน เบอร์กันดีคือทางเลือกที่ตอบโจทย์มาก
วิธีทำสีผมเบอร์กันดีด้วยตัวเองที่บ้าน
ถ้าอยากย้อมเองที่บ้านให้รอด ต้องเตรียมของให้พร้อมก่อนลงมือ
ของที่ต้องมี: ชามพลาสติกหรืออุปกรณ์สำหรับผสมสี แปรงย้อม กิ๊บแบ่งผม ถุงมือ และผ้าขนหนูเก่าหรือเสื้อผ้าที่เปื้อนแล้วไม่เสียดาย
ถ้าเป็นไปได้ ควรเตรียมผลิตภัณฑ์เช็ดคราบสีออกจากผิวไว้ด้วย
ขั้นตอนย้อมผมเบอร์กันดีที่บ้าน
หวีผมให้ไม่พันกัน
แบ่งผมเป็น 4 ส่วน (จากกลางศีรษะ และจากหูถึงหู) แล้วใช้กิ๊บหนีบ 3 ส่วนไว้
ปล่อยช่วงท้ายทอยด้านหนึ่งลงมาก่อน
แบ่งผมออกเป็นช่อเล็ก ๆ แล้วใช้แปรงลงสีให้ทั่วแต่ละช่อ
ทำแบบเดียวกันให้ครบทุกส่วนของศีรษะ
ใช้หวีซี่ห่างหวีเบา ๆ เพื่อกระจายสีย้อมให้เสมอกัน
ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุบนกล่องสีย้อม
ล้างออกให้สะอาด แล้วเป่าผมให้แห้ง
เลือกสีย้อมยังไงให้ได้เบอร์กันดีสวย ไม่พัง
ให้เริ่มจากการเลือก สีย้อมคุณภาพดี ก่อน โดยเฉพาะถ้าตั้งใจทำสีนี้เป็นระยะยาว เพราะเบอร์กันดีใช้ทั้งสีย้อมถาวร ทินท์ และส่วนผสมจากธรรมชาติได้หมด
ในกลุ่มสีย้อมเคมี:
หลายแบรนด์ใส่ส่วนผสมจากธรรมชาติลงไป ช่วยลดการทำร้ายเส้นผม
สีย้อมถาวรส่วนใหญ่ต้องทิ้งไว้บนผมราว ๆ 30–40 นาที เพื่อให้เม็ดสีติดแน่น
ต้องทำใจไว้ก่อนว่า สีที่ออกมาอาจไม่เป๊ะเหมือนรูปหน้ากล่องทุกครั้ง
กรณีที่ต้องระวัง:
ผมบลอนด์ธรรมชาติ – การย้อมครั้งแรกอาจให้สีออกมาแรงหรือหลอกตาได้
ผมเสีย/แห้ง/พรุนมาก – สีอาจติดผิดเพี้ยน และติดค้างนานล้างออกยาก
ผมที่เคยย้อมหลายรอบ – โทนสีอาจไม่สม่ำเสมอ รากผมอาจได้สีชัด แต่ช่วงยาวดูหม่นเป็นด่าง ๆ
สำหรับ ทินท์และบาล์มปรับสี สีจะออกมาตรงแต่ติดไม่นานเท่าสีย้อมถาวร เหมาะกับคนที่อยากลองโทนก่อน โดยทั่วไปส่วนใหญ่จะหลุดในไม่กี่ครั้งที่สระ ยกเว้นบนผมที่เสียมาก ซึ่งสีจะเกาะนานกว่า
โดยรวมแล้วผลิตภัณฑ์สำหรับการปรับโทนเบอร์กันดีมักถูกล้างออกในไม่กี่ครั้ง แต่บนผมเข้มจัด สีจะไม่เด่นมากและเห็นเป็นประกายบาง ๆ มากกว่าสีแน่นเต็ม
สำหรับ ส่วนผสมจากธรรมชาติ มีข้อควรรู้คือ:
ต้องใช้บนผมที่สระสะอาดแล้ว
ห้ามใช้ครีมนวด/มาสก์ก่อนลงสีธรรมชาติ เพราะจะเคลือบเส้นผมจนสีเกาะยาก
หลังย้อมเสร็จ ควรงดสระผมอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้สีเซ็ตตัว
ส่วนผสมควรอุ่น ๆ ไม่ร้อน เพื่อป้องกันหนังศีรษะไหม้
แม้จะเป็นธรรมชาติ แต่ ไม่ควรใช้บนผมที่เพิ่งดัด หรือผ่านเคมีแรง ๆ เพราะผลลัพธ์คาดเดายากมาก
ทำเบอร์กันดีด้วยเฮนน่า + ของในครัว
ถ้าไม่อยากใช้สีย้อมเคมี เราสามารถใช้เฮนน่าผสมกับส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อดึงโทนเบอร์กันดีขึ้นมา แทนที่จะได้แค่ส้มแดงแบบเฮนน่าปกติ
โดยทั่วไป:
ผมยาวปานกลาง ใช้เฮนน่า 1 ซอง
ผมยาวหนา ใช้ประมาณ 2 ซอง
สูตรเฮนน่า + น้ำบีทรูท
ใช้น้ำบีทรูทอุ่นเล็กน้อย ผสมกับเฮนน่าจนได้เนื้อครีมข้นเนียน ไม่เป็นก้อน
ทาให้ทั่วทั้งศีรษะ แล้วห่อด้วยถุงพลาสติกและผ้าขนหนูอุ่น
ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนล้างออกด้วยน้ำก๊อก
บางสูตรจะทิ้งส่วนผสมไว้บนผมนานสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง และใช้น้ำชาชบาแทนน้ำบีทรูทเพื่อให้โทนออกม่วงไวน์มากขึ้น
สูตรเฮนน่า + ไวน์แดง
อุ่นไวน์เล็กน้อยแล้วผสมกับเฮนน่า
ทิ้งส่วนผสมไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงให้สีเซ็ตตัว
ทาให้ทั่วเส้นผม ทิ้งอีก 1 ชั่วโมง
ล้างออกด้วยน้ำอุ่น (ไม่ควรใช้น้ำร้อน)
สูตรโกโก้ สำหรับเบอร์กันดีเข้มลึก
ผสมโกโก้กับเฮนน่า เติมน้ำแครนเบอร์รี่อุ่น ๆ จนได้เนื้อครีมข้น ทาลงบนผมประมาณ 1 ชั่วโมง
อีกสูตรหนึ่งคือผสมโกโก้ + กานพลูบด ลงในน้ำชาชบา แล้วใช้หมักผม 1 ชั่วโมง
ล้างออกด้วยน้ำไหลสะอาด ใช้อัตราส่วนผงต่าง ๆ ประมาณ 1:1
ทริคสำคัญก่อนลงสี – อ่านก่อนช่วยเซฟผม
เวลาเราทำสีที่บ้าน อย่ามองข้ามคู่มือบนกล่อง และควรคำนวณสีให้พอ โดยเฉพาะผมยาวหรือหนา
เคล็ดลับพื้นฐาน:
ถ้าเป็นสีย้อมถาวร ให้ใช้บนผมแห้ง
ก่อนย้อมควรทดสอบแพ้ก่อนทุกครั้ง
ทดสอบโดยทาสีเล็กน้อยที่ข้อมือหรือข้อพับด้านใน ทิ้งไว้สองสามชั่วโมง
ถ้าไม่มีผื่นแดง คัน หรือแสบร้อน จึงถือว่าปลอดภัยพอจะใช้บนศีรษะ
เริ่มลงสีจากท้ายทอยก่อน เน้นที่โคนผม แล้วค่อยดึงสียาวไปทั่วเส้น
ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุ
ล้างออกด้วยน้ำมาก ๆ แล้วใช้บาล์มที่แถมมากับกล่อง
ถ้าย้อมในซาลอน เราไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นตอน แต่ต้องเตรียมงบไว้ตั้งแต่หลักพันขึ้นไป และราคาจะขยับตามความยาวผมและเทคนิคที่ใช้
แต่งลุคให้ครบกับผมสีไวน์
ผมโทนไวน์–เบอร์กันดีจะดูแพงมากถ้าเรา แมตช์การแต่งตัวและเมกอัพให้ไปในทิศทางเดียวกัน
ในแง่เสื้อผ้า โทนที่เข้ากับสีเบอร์กันดีได้ดีคือ:
ดำ เทาเข้ม น้ำตาลเข้ม โทนพื้นคลาสสิก
สีสด ๆ ก็ใส่ได้ แต่ต้องจับคู่ให้มีบาลานซ์ ไม่ชนกันจนกลบสีผม
ตัวอย่างสีย้อมโทนเบอร์กันดีที่น่าสนใจ
กล่องสีที่มีโทน “เบอร์กันดี” ให้เลือกมีเยอะมาก ตัวอย่างชื่อเฉดที่เจอได้บ่อย เช่น
Syoss Oleo Intense 4-23 เบอร์กันดี
Garnier HerbaShine Color Creme – Dark Burgundy 426
Clairol Ultress #4RV Burgundy
Garnier Nutrisse ระดับ 3 – Burgundy 42
L’Oreal Preference Infinia – Burgundy 4B
L’Oreal Feria – Blowout Burgundy R37
Revlon Colorsilk Beautiful Color #48 – Burgundy
Revlon Colorsilk Luminista #145 – Brown Burgundy
รหัสสีและเบอร์ยอดฮิตในแต่ละแบรนด์
Estel
Bordeaux 5.55
Mahogany 7.63
Burgundy 7.673
Cherry 5.65
Ollin
Bordeaux 0.66
Mahogany 7.5
Burgundy 5.6
Cherry 8.6
Garnier
Bordeaux 6.60
Mahogany 3.6
Burgundy 4.60
Cherry 4.6
Londa
Bordeaux 45
Mahogany 53
Burgundy 52
Cherry 47
ทำสีเบอร์กันดีบนผมเข้ม
ถ้าฐานผมเดิมเข้มมาก อาจจำเป็นต้องทำให้ผมสว่างขึ้นก่อน โดยเฉพาะถ้าต้องการเบอร์กันดีที่แดงชัด ไม่ใช่แค่ประกายไวน์จาง ๆ
ถ้าเคยย้อมดำมาก่อนในระดับ 1–4 โทน จำเป็นต้องทำการล้างสี/ฟอกสีออกก่อน
แนวทางพื้นฐาน:
ใช้ผงฟอกหรือตัวช่วยเพิ่มความสว่าง ลงห่างจากโคนก่อน แล้วค่อยดึงเข้าหาโคน
เป้าหมายคือทำให้ผมออกเหลืองสว่างก่อนค่อยลงสีเบอร์กันดี โดยเฉพาะถ้าอยากได้โทนแดงชัด
ความแรงของตัวออกซิไดซ์
3–5% – สำหรับผมเส้นเล็ก ผมบลอนด์เข้ม หรือเฉดเกาลัด
6–10% – สำหรับผมสีเข้มมาก หนา และแข็งแรง
ทำเบอร์กันดีบนผมอ่อน/ผมฟอก
ผมที่อ่อนธรรมชาติ หรือผ่านการฟอกให้สว่างมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องฟอกซ้ำ ก่อนลงเบอร์กันดี แต่ต้องระวัง:
ผมที่สว่างมากจะเก็บเม็ดสีได้ไม่ดี สีหลุดง่าย จึงไม่ควรใช้สีย้อมแรงเกินไปซ้ำแล้วซ้ำอีก
สำหรับการรีเฟรชสี แนะนำให้ใช้สีย้อม ไม่มีแอมโมเนีย และใช้ตัวออกซิไดซ์อ่อน
สำหรับการโทนผมอ่อน ให้ใช้ตัวออกซิไดซ์ประมาณ 1.5–3%
เล่นมิติ: ผมแดงเบอร์กันดี + ไฮไลต์ & เทคนิคเส้น
สำหรับคนที่ไม่อยากลงสีเต็มหัว เทคนิคการเล่นเส้นจะช่วยให้ลุคดูแพงและมีมิติมากขึ้น
เทคนิคไฮไลต์ยอดนิยม
คลาสสิก – ย้อมเส้นเป็นช่วง ๆ ความกว้างสม่ำเสมอตลอดศีรษะ
Venetian – เน้นปลายให้สว่างขึ้น เกิดการไล่สีอย่างเป็นธรรมชาติ
California – โทนเดียวกับ Venetian แต่ออกแบบมาสำหรับผมอ่อน
Color highlighting – ใช้สีจัด ๆ อย่างแดง เบอร์กันดีสด ชมพูเข้ม ย้อมแบบเปิดเส้นชัด ๆ
Balayage – เติมสีที่ปลายหรือโคนในเฉดที่ตัดกัน ทาสีทีละเส้นให้เกิดการละลายสีอย่างนุ่มนวล
Reverse highlighting – ใช้สีเข้มย้อมทับเส้นบางส่วน เหมาะกับผมฟอกที่ต้องการเพิ่มมิติให้กลับมาดูธรรมชาติขึ้น
Bronding – ผสมระหว่างการไฮไลต์กับการเล่นคู่สี เช่น ช็อกโกแลต เบอร์กันดี และแดงเข้ม
โทนม่วง–เบอร์กันดี: เล่นสีด้วยทินท์บาล์ม
สำหรับฐานผมที่อ่อน เช่น บลอนด์หรือสีน้ำตาลอ่อน การใช้บาล์มปรับสีจะช่วยให้ได้โทนม่วง–เบอร์กันดีสวย ๆ โดยไม่ต้องใช้เคมีแรง แถมสีค่อย ๆ หลุด ไม่ผูกมัดนาน
โทนิค “Bordeaux” 4.6
วิธีใช้โดยย่อ
ทาครีมที่หูและต้นคอ ป้องกันการติดผิว หาผ้าเช็ดตัวเก่าและสวมถุงมือ
ทาบาล์มลงบนผม
เริ่มที่โคนด้านหลังศีรษะ จากนั้นค่อย ๆ ดึงลงมาตามความยาว
ล้างออกด้วยน้ำอุ่นจนกว่าน้ำจะใส
ปล่อยไว้ 5 นาทีจะได้โทนบาง ๆ 10 นาทีจะได้เบอร์กันดีอ่อน ๆ ถ้าอยากอิ่มจัดให้ทิ้งไว้ราวครึ่งชั่วโมง
โทนิค “Ripe Cherry” 3.56
วิธีใช้โดยย่อ
ทาครีมมัน ๆ บริเวณคอและหู ป้องกันเสื้อผ้าแล้วสวมถุงมือ
สระผม เช็ดให้หมาด
ใช้แปรงทาจากท้ายทอย ไล่มาที่ด้านข้างและด้านหน้า
ล้างออกด้วยน้ำอุ่นจนใส
ทินท์บาล์ม “Concept” สำหรับโทนแดง
บาล์มชนิดนี้ติดง่ายและหลุดเร็ว ถ้าไม่อยากได้สีจัดมาก สามารถเจือจางด้วยแชมพูหรือครีมนวดก่อนใช้
การใช้โดยคร่าว ๆ
ใส่เสื้อผ้าเก่าและสวมถุงมือ
ทาบนผมที่เปียกหมาด
ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
หลังจากใช้ไม่จำเป็นต้องสระซ้ำด้วยแชมพู และไม่ควรใช้หลังดัดผมใหม่ ๆ หากอยากล้างสีออกให้เร็วขึ้น ให้สระผมหลาย ๆ ครั้งในช่วงวันถัดไป
ทินท์บาล์ม “Fara” 509-a Pomegranate
วิธีใช้โดยย่อ
สวมถุงมือและเสื้อผ้าเก่า
ทาลงบนผมสะอาดที่เปียกหมาด โดยหลีกเลี่ยงผิวหน้า
ทิ้งประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
ยิ่งทิ้งไว้นาน สีจะลึกและเห็นชัดมากขึ้น ผมเข้มมักต้องใช้เวลามากกว่า 20 นาที ในขณะที่ผมบลอนด์หรือขาวใช้เวลาน้อยกว่า และบนผมที่ไม่เคยย้อม สีจะติดสม่ำเสมอสวยเป็นพิเศษ
การดูแลผมเบอร์กันดีหลังทำสี
ผมเบอร์กันดีต้องดูแลมากเป็นพิเศษ เพราะเม็ดสีไม่เสถียรและหลุดไว ถ้าไม่ดูแล สีจะซีดและผมดูหม่นแห้งได้ง่าย
เคล็ดลับหลักคือ สลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “สำหรับผมทำสี” แทนของเดิม
แชมพูควรเป็นสูตรไม่มีซัลเฟต เพื่อไม่ให้สารทำความสะอาดแรง ๆ ดึงเม็ดสีออกเร็วเกินไป
มาสก์และครีมนวดควรใช้ในปริมาณพอดี เพราะบางชนิดอาจดึงสีออกทีละน้อย
เสริมด้วยผลิตภัณฑ์ช่วยล็อกสี เช่น เซรั่มหรือสเปรย์เคลือบสี
ในหน้าร้อน ควรปกป้องผมจากแดดเสมอด้วยหมวกหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันรังสี UV เพราะแดดทำให้สีจางเร็วมาก
ส่วนหน้าหนาวก็อย่าลืมปกป้องเส้นผมจากอากาศเย็นจัดและลมแห้งเช่นกัน
แชมพูสำหรับผมทำสี – ลงทุนหน่อยแต่คุ้มสี
แชมพูสำหรับผมทำสีที่คุณภาพดี มักจะไม่ใช่ตัวถูกมาก แต่ช่วยยืดอายุสีและสภาพผมได้เยอะ
ตัวอย่างแชมพูที่น่าสนใจ
Lush – มาในรูปแบบสบู่ก้อน กลิ่นและส่วนผสมมีความเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผมเข้มและผมที่ใช้เฮนน่า ทำความสะอาดด้วยน้ำมันส้มและดินโมร็อกโก พร้อมบำรุงด้วยโปรตีนจากถั่วเหลือง
Colorlast – ใช้คู่กับครีมนวดสูตรเดียวกันจะดีที่สุด ช่วยยืดสีได้นานถึงประมาณ 9 สัปดาห์ ให้ความชุ่มชื้นและทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน หากใช้กับสีอ่อนมาก สีอาจหลุดเร็วกว่าโทนเข้ม
Natura Siberica – มีขี้ผึ้งสีขาวช่วยเพิ่มความเงางาม และน้ำมันถั่วเหลืองจาก Dauria ช่วยฟื้นฟูเส้นผม ใช้กรดธรรมชาติในการสร้างฟองแทนสารเคมีแรง ๆ
มาสก์บำรุงหลังทำสี – ฟื้นผมไม่ให้แห้งฟู
มาสก์สำหรับผมทำสีสำคัญมาก เพราะช่วยชดเชยความชื้นและสารอาหารที่ผมสูญเสียจากกระบวนการย้อม
เลือกมาสก์ให้เหมาะกับสภาพผม เพื่อไม่ให้ยิ่งหนักหรือทำร้ายโครงสร้างผมเพิ่ม
ตัวอย่างมาสก์
Kapous – มีโปรตีนจากข้าวสาลีและเคราติน เหมาะกับผมทุกประเภท เนื้อครีมล้างออกง่าย ราคาปานกลางต่อปริมาณ
Ollin Megapolis – ใช้ข้าวดำเป็นส่วนผสมหลัก เหมาะกับผมแห้ง ผมหยิก และผมทำสี ปกป้องเส้นผมจากปัจจัยทำร้ายภายนอก
สเปรย์กันร้อน & กันแดด – ของจำเป็นสายจัดแต่ง
เวลาเราไดร์ ม้วน หนีบ ความร้อนคือศัตรูตัวฉกาจของสีผมเบอร์กันดีและโครงสร้างเส้นผม
การใช้สเปรย์กันร้อนที่ดี ช่วยยืดทั้งสีและสุขภาพผมไปพร้อมกัน
ตัวอย่างสเปรย์กันร้อน
Estel Airex – ให้การยึดทรงดี พร้อมปกป้องความร้อนสองชั้น มีโปรตีนไหมและวิตามิน B5
Ga.ma Protect-Ion – มีโปรตีนไหมและวิตามิน F ทำให้ผมนุ่มลื่น
Wella Resolute Lift – ช่วยให้ผมนุ่มและจัดทรงง่าย ป้องกันยูวีได้ แต่หากใช้ในอากาศร้อนจัดอาจทำให้ผมดูจับตัวกันได้
เมื่อเลือกโทนเบอร์กันดี ควรอิงจากโทนสีผิวและสภาพผม เพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่ไม่ตรงใจ เพราะสีสดแบบนี้บางครั้งล้างออกช้า และทิ้งพรรคพวกสีแดงไว้บนเส้นผมอีกนาน
การลงทุนกับแชมพู มาสก์ และผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนที่เหมาะสม จะช่วยให้สีเบอร์กันดีของคุณ เงาสวยและดูแพงไปอีกนาน
สรุป: ทำเบอร์กันดีให้รอด ไม่ใช่แค่ย้อมแล้วจบ
“เบอร์กันดี” กลับมาแรงอีกครั้งในวงการสีผม พร้อมเฉดย่อยอย่างแดงทองแดงและมะเขือยาวที่ช่วยให้เราเล่นกับลุคได้หลากหลาย จะย้อมเต็มหัวหรือแค่เพิ่มเส้นไฮไลต์ก็สามารถเปลี่ยนฟีลได้แบบเห็นชัด
สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ:
เลือกเฉดให้เข้ากับโทนสีผิวและสีตา
วางแผนจากฐานผมเดิมก่อนเสมอ ว่าต้องฟอกหรือไม่
ดูแลหลังทำสีด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ
อย่าลืมกันร้อนและกันแดดให้เส้นผม
ถ้าทำครบทุกข้อ ผมเบอร์กันดีของคุณจะไม่ใช่แค่สีชั่วคราว แต่จะกลายเป็น ลุคซิกเนเจอร์ที่ใคร ๆ ก็จำได้

