รับแอปรับแอป

ทำสีผมเบอร์กันดี 2025 ให้ปังแบบซาลอน ด้วยงบสาวบ้าน ๆ

ธนดล ศรีงาม01-31

เบอร์กันดีคือสีแบบไหน ทำไมฮอตไม่เคยแผ่ว

สีผมเบอร์กันดีได้แรงบันดาลใจจากไวน์ฝรั่งเศสจังหวัดเบอร์กันดี สีจะเล่นอยู่ระหว่างโทนแดง–ไวน์ มีอันเดอร์โทนให้เลือกเยอะมาก ทั้งโทนเย็น โทนอุ่น ไปจนถึงออกน้ำตาลพลัม ทำให้แมตช์ได้กับแทบทุกโทนผิว

ข้อดีคือ ให้ลุคหรู ดูแพง และยังคงความเป็นธรรมชาติ ถ้าเลือกอันเดอร์โทนถูกกับสีผิวของเรา

แต่อย่าลืมว่าเม็ดสีเบอร์กันดีมักจะชะล้างเร็ว ถ้าดูแลไม่ดีสีจะดรอปและดูหม่นง่าย การย้อมซ้ำและการดูแลหลังทำสีจึงสำคัญมาก

สำหรับใครที่คิดจะทำสีนี้แบบจริงจัง การย้อมซ้ำเป็นระยะไม่ใช่แค่คำแนะนำ แต่คือสิ่งจำเป็น

โทนย่อยของเบอร์กันดี เลือกแบบไหนให้เข้าตัวเอง

เฉดเบอร์กันดีแม้จะไม่หลากหลายเท่ากลุ่มบลอนด์ แต่แต่ละโทนก็โดดเด่นและชัดมาก

  • เบอร์กันดีคลาสสิก – สีกลาง ๆ ระหว่างแดงกับไวน์ แทรกอันเดอร์โทนพลัมเล็กน้อย โทนจะค่อนข้างมืด ดูไม่ฉูดฉาดจนเกินไป เลยกลมกลืนได้กับลุคส่วนใหญ่

สีสุดท้ายจะออกโทนต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับสีผมธรรมชาติเดิมของเรา

  • ไวน์สุก (โทนไวน์ทองแดง) – คล้ายสีไวน์ที่มีกลิ่นอายทองแดง ให้ฟีลอบอุ่น นุ่มนวลแบบโทนฤดูใบไม้ร่วง เหมาะกับคนที่ชอบความละมุนแต่ยังอยากให้สีดูมีมิติ

  • มะเขือยาว (Aubergine) – เหมาะกับสาวโทนสีผิวเย็น โทนอยู่กลาง ๆ ระหว่างม่วงกับน้ำเงิน ยิ่งผิวขาวจัด + ตาเข้ม สีนี้จะยิ่งเด่น

  • ป๊อปเบอร์กันดี – ทรงพลังมาก อยู่ระหว่างแดงอมม่วงกับเบอร์กันดีคลาสสิก โทนแดงย่อยจะช่วยทำให้ลุคสดและชัดขึ้น เหมาะทั้งทำเต็มหัวและทำไฮไลต์บางส่วน

  • พลัม–เชอร์รี่เบอร์กันดี – ส่วนผสมของมะเขือม่วงกับเชอร์รี่เบอร์กันดี ให้สีม่วงเข้มแทบจะติดดำ ลุคออกลึก น่าค้นหา อาจมีอันเดอร์โทนน้ำตาลให้ใกล้เคียงเกาลัดหรืออบเชย และสามารถเล่นอันเดอร์โทนลาเวนเดอร์ให้ดูม่วงสว่างขึ้นได้

  • เบอร์กันดีโทนน้ำตาลอุ่น – เหมาะกับสาวโทน “ฤดูใบไม้ผลิ” หรือคนที่ยังไม่กล้าเปลี่ยนแรง สีนี้จะดูเป็นธรรมชาติแต่แอบเก๋ ไม่สุดโต่งจนเกินไป

สีผมเบอร์กันดีเหมาะกับใครบ้าง?

Burgundy คือโทนม่วงเข้มที่มีอคติไปทางน้ำตาล อยู่ตรงกลางระหว่างแดงกับน้ำตาล และสามารถจัดอยู่ได้ทั้งโทนเย็นและโทนอุ่น

เพราะความยืดหยุ่นตรงนี้ ทำให้เบอร์กันดีสามารถเข้าได้กับสาวแทบทุกโทนสีผิว

  • ผิวขาว – สีจะช่วยขับให้ผิวดูสว่างคมชัดขึ้น

  • ผิวแทน – จะทำให้ผิวดูเข้ม ดุ ชิคขึ้น

  • ตาสีฟ้า/เขียว – จะยิ่งเด่นตัดกับสีผม

  • ตาสีน้ำตาล – จะดูร้อนแรงและมีมิติขึ้นมาก

โดยรวมแล้วสาวแทบทุกโทนสามารถลองเบอร์กันดีได้ แต่มีข้อควรระวังสำคัญคือ

  • หากผิวมีรอยแดงง่าย

  • แดงจากการแพ้บ่อย

  • แก้มแดงจัดจากบลัชหรือแพ้ง่าย

สีแดงในผมจะช่วยเน้นให้รอยแดงบนผิวเด่นขึ้น จึงอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนักในกรณีนี้

สำหรับสีผมเดิม:

  • ผมบลอนด์ – ไม่ควรกระโดดไปเบอร์กันดีเลยทันที แนะนำให้ลองเปลี่ยนเป็นโทนน้ำตาลก่อน จะช่วยให้คาดเดาผลลัพธ์ได้ง่ายกว่า

  • ผมสีน้ำตาลเข้ม/ดำ – ถ้าเบื่อสีเดิมแต่ยังไม่อยากทำให้ผมอ่อน เบอร์กันดีคือทางเลือกที่ตอบโจทย์มาก

วิธีทำสีผมเบอร์กันดีด้วยตัวเองที่บ้าน

ถ้าอยากย้อมเองที่บ้านให้รอด ต้องเตรียมของให้พร้อมก่อนลงมือ

ของที่ต้องมี: ชามพลาสติกหรืออุปกรณ์สำหรับผสมสี แปรงย้อม กิ๊บแบ่งผม ถุงมือ และผ้าขนหนูเก่าหรือเสื้อผ้าที่เปื้อนแล้วไม่เสียดาย

ถ้าเป็นไปได้ ควรเตรียมผลิตภัณฑ์เช็ดคราบสีออกจากผิวไว้ด้วย

ขั้นตอนย้อมผมเบอร์กันดีที่บ้าน

  1. หวีผมให้ไม่พันกัน

  2. แบ่งผมเป็น 4 ส่วน (จากกลางศีรษะ และจากหูถึงหู) แล้วใช้กิ๊บหนีบ 3 ส่วนไว้

  3. ปล่อยช่วงท้ายทอยด้านหนึ่งลงมาก่อน

  4. แบ่งผมออกเป็นช่อเล็ก ๆ แล้วใช้แปรงลงสีให้ทั่วแต่ละช่อ

  5. ทำแบบเดียวกันให้ครบทุกส่วนของศีรษะ

  6. ใช้หวีซี่ห่างหวีเบา ๆ เพื่อกระจายสีย้อมให้เสมอกัน

  7. ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุบนกล่องสีย้อม

  8. ล้างออกให้สะอาด แล้วเป่าผมให้แห้ง

เลือกสีย้อมยังไงให้ได้เบอร์กันดีสวย ไม่พัง

ให้เริ่มจากการเลือก สีย้อมคุณภาพดี ก่อน โดยเฉพาะถ้าตั้งใจทำสีนี้เป็นระยะยาว เพราะเบอร์กันดีใช้ทั้งสีย้อมถาวร ทินท์ และส่วนผสมจากธรรมชาติได้หมด

ในกลุ่มสีย้อมเคมี:

  • หลายแบรนด์ใส่ส่วนผสมจากธรรมชาติลงไป ช่วยลดการทำร้ายเส้นผม

  • สีย้อมถาวรส่วนใหญ่ต้องทิ้งไว้บนผมราว ๆ 30–40 นาที เพื่อให้เม็ดสีติดแน่น

ต้องทำใจไว้ก่อนว่า สีที่ออกมาอาจไม่เป๊ะเหมือนรูปหน้ากล่องทุกครั้ง

กรณีที่ต้องระวัง:

  • ผมบลอนด์ธรรมชาติ – การย้อมครั้งแรกอาจให้สีออกมาแรงหรือหลอกตาได้

  • ผมเสีย/แห้ง/พรุนมาก – สีอาจติดผิดเพี้ยน และติดค้างนานล้างออกยาก

  • ผมที่เคยย้อมหลายรอบ – โทนสีอาจไม่สม่ำเสมอ รากผมอาจได้สีชัด แต่ช่วงยาวดูหม่นเป็นด่าง ๆ

สำหรับ ทินท์และบาล์มปรับสี สีจะออกมาตรงแต่ติดไม่นานเท่าสีย้อมถาวร เหมาะกับคนที่อยากลองโทนก่อน โดยทั่วไปส่วนใหญ่จะหลุดในไม่กี่ครั้งที่สระ ยกเว้นบนผมที่เสียมาก ซึ่งสีจะเกาะนานกว่า

โดยรวมแล้วผลิตภัณฑ์สำหรับการปรับโทนเบอร์กันดีมักถูกล้างออกในไม่กี่ครั้ง แต่บนผมเข้มจัด สีจะไม่เด่นมากและเห็นเป็นประกายบาง ๆ มากกว่าสีแน่นเต็ม

สำหรับ ส่วนผสมจากธรรมชาติ มีข้อควรรู้คือ:

  • ต้องใช้บนผมที่สระสะอาดแล้ว

  • ห้ามใช้ครีมนวด/มาสก์ก่อนลงสีธรรมชาติ เพราะจะเคลือบเส้นผมจนสีเกาะยาก

  • หลังย้อมเสร็จ ควรงดสระผมอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้สีเซ็ตตัว

  • ส่วนผสมควรอุ่น ๆ ไม่ร้อน เพื่อป้องกันหนังศีรษะไหม้

  • แม้จะเป็นธรรมชาติ แต่ ไม่ควรใช้บนผมที่เพิ่งดัด หรือผ่านเคมีแรง ๆ เพราะผลลัพธ์คาดเดายากมาก

ทำเบอร์กันดีด้วยเฮนน่า + ของในครัว

ถ้าไม่อยากใช้สีย้อมเคมี เราสามารถใช้เฮนน่าผสมกับส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อดึงโทนเบอร์กันดีขึ้นมา แทนที่จะได้แค่ส้มแดงแบบเฮนน่าปกติ

โดยทั่วไป:

  • ผมยาวปานกลาง ใช้เฮนน่า 1 ซอง

  • ผมยาวหนา ใช้ประมาณ 2 ซอง

สูตรเฮนน่า + น้ำบีทรูท

  • ใช้น้ำบีทรูทอุ่นเล็กน้อย ผสมกับเฮนน่าจนได้เนื้อครีมข้นเนียน ไม่เป็นก้อน

  • ทาให้ทั่วทั้งศีรษะ แล้วห่อด้วยถุงพลาสติกและผ้าขนหนูอุ่น

  • ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนล้างออกด้วยน้ำก๊อก

บางสูตรจะทิ้งส่วนผสมไว้บนผมนานสูงสุดถึง 6 ชั่วโมง และใช้น้ำชาชบาแทนน้ำบีทรูทเพื่อให้โทนออกม่วงไวน์มากขึ้น

สูตรเฮนน่า + ไวน์แดง

  • อุ่นไวน์เล็กน้อยแล้วผสมกับเฮนน่า

  • ทิ้งส่วนผสมไว้ประมาณ 3 ชั่วโมงให้สีเซ็ตตัว

  • ทาให้ทั่วเส้นผม ทิ้งอีก 1 ชั่วโมง

  • ล้างออกด้วยน้ำอุ่น (ไม่ควรใช้น้ำร้อน)

สูตรโกโก้ สำหรับเบอร์กันดีเข้มลึก

  1. ผสมโกโก้กับเฮนน่า เติมน้ำแครนเบอร์รี่อุ่น ๆ จนได้เนื้อครีมข้น ทาลงบนผมประมาณ 1 ชั่วโมง

  2. อีกสูตรหนึ่งคือผสมโกโก้ + กานพลูบด ลงในน้ำชาชบา แล้วใช้หมักผม 1 ชั่วโมง

  3. ล้างออกด้วยน้ำไหลสะอาด ใช้อัตราส่วนผงต่าง ๆ ประมาณ 1:1

ทริคสำคัญก่อนลงสี – อ่านก่อนช่วยเซฟผม

เวลาเราทำสีที่บ้าน อย่ามองข้ามคู่มือบนกล่อง และควรคำนวณสีให้พอ โดยเฉพาะผมยาวหรือหนา

เคล็ดลับพื้นฐาน:

  1. ถ้าเป็นสีย้อมถาวร ให้ใช้บนผมแห้ง

  2. ก่อนย้อมควรทดสอบแพ้ก่อนทุกครั้ง

  3. ทดสอบโดยทาสีเล็กน้อยที่ข้อมือหรือข้อพับด้านใน ทิ้งไว้สองสามชั่วโมง

  4. ถ้าไม่มีผื่นแดง คัน หรือแสบร้อน จึงถือว่าปลอดภัยพอจะใช้บนศีรษะ

  5. เริ่มลงสีจากท้ายทอยก่อน เน้นที่โคนผม แล้วค่อยดึงสียาวไปทั่วเส้น

  6. ทิ้งไว้ตามเวลาที่ระบุ

  7. ล้างออกด้วยน้ำมาก ๆ แล้วใช้บาล์มที่แถมมากับกล่อง

ถ้าย้อมในซาลอน เราไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นตอน แต่ต้องเตรียมงบไว้ตั้งแต่หลักพันขึ้นไป และราคาจะขยับตามความยาวผมและเทคนิคที่ใช้

แต่งลุคให้ครบกับผมสีไวน์

ผมโทนไวน์–เบอร์กันดีจะดูแพงมากถ้าเรา แมตช์การแต่งตัวและเมกอัพให้ไปในทิศทางเดียวกัน

ในแง่เสื้อผ้า โทนที่เข้ากับสีเบอร์กันดีได้ดีคือ:

  • ดำ เทาเข้ม น้ำตาลเข้ม โทนพื้นคลาสสิก

  • สีสด ๆ ก็ใส่ได้ แต่ต้องจับคู่ให้มีบาลานซ์ ไม่ชนกันจนกลบสีผม

ตัวอย่างสีย้อมโทนเบอร์กันดีที่น่าสนใจ

กล่องสีที่มีโทน “เบอร์กันดี” ให้เลือกมีเยอะมาก ตัวอย่างชื่อเฉดที่เจอได้บ่อย เช่น

  • Syoss Oleo Intense 4-23 เบอร์กันดี

  • Garnier HerbaShine Color Creme – Dark Burgundy 426

  • Clairol Ultress #4RV Burgundy

  • Garnier Nutrisse ระดับ 3 – Burgundy 42

  • L’Oreal Preference Infinia – Burgundy 4B

  • L’Oreal Feria – Blowout Burgundy R37

  • Revlon Colorsilk Beautiful Color #48 – Burgundy

  • Revlon Colorsilk Luminista #145 – Brown Burgundy

รหัสสีและเบอร์ยอดฮิตในแต่ละแบรนด์

Estel

  • Bordeaux 5.55

  • Mahogany 7.63

  • Burgundy 7.673

  • Cherry 5.65

Ollin

  • Bordeaux 0.66

  • Mahogany 7.5

  • Burgundy 5.6

  • Cherry 8.6

Garnier

  • Bordeaux 6.60

  • Mahogany 3.6

  • Burgundy 4.60

  • Cherry 4.6

Londa

  • Bordeaux 45

  • Mahogany 53

  • Burgundy 52

  • Cherry 47

ทำสีเบอร์กันดีบนผมเข้ม

ถ้าฐานผมเดิมเข้มมาก อาจจำเป็นต้องทำให้ผมสว่างขึ้นก่อน โดยเฉพาะถ้าต้องการเบอร์กันดีที่แดงชัด ไม่ใช่แค่ประกายไวน์จาง ๆ

ถ้าเคยย้อมดำมาก่อนในระดับ 1–4 โทน จำเป็นต้องทำการล้างสี/ฟอกสีออกก่อน

แนวทางพื้นฐาน:

  • ใช้ผงฟอกหรือตัวช่วยเพิ่มความสว่าง ลงห่างจากโคนก่อน แล้วค่อยดึงเข้าหาโคน

  • เป้าหมายคือทำให้ผมออกเหลืองสว่างก่อนค่อยลงสีเบอร์กันดี โดยเฉพาะถ้าอยากได้โทนแดงชัด

ความแรงของตัวออกซิไดซ์

  • 3–5% – สำหรับผมเส้นเล็ก ผมบลอนด์เข้ม หรือเฉดเกาลัด

  • 6–10% – สำหรับผมสีเข้มมาก หนา และแข็งแรง

ทำเบอร์กันดีบนผมอ่อน/ผมฟอก

ผมที่อ่อนธรรมชาติ หรือผ่านการฟอกให้สว่างมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องฟอกซ้ำ ก่อนลงเบอร์กันดี แต่ต้องระวัง:

  • ผมที่สว่างมากจะเก็บเม็ดสีได้ไม่ดี สีหลุดง่าย จึงไม่ควรใช้สีย้อมแรงเกินไปซ้ำแล้วซ้ำอีก

  • สำหรับการรีเฟรชสี แนะนำให้ใช้สีย้อม ไม่มีแอมโมเนีย และใช้ตัวออกซิไดซ์อ่อน

สำหรับการโทนผมอ่อน ให้ใช้ตัวออกซิไดซ์ประมาณ 1.5–3%

เล่นมิติ: ผมแดงเบอร์กันดี + ไฮไลต์ & เทคนิคเส้น

สำหรับคนที่ไม่อยากลงสีเต็มหัว เทคนิคการเล่นเส้นจะช่วยให้ลุคดูแพงและมีมิติมากขึ้น

เทคนิคไฮไลต์ยอดนิยม

  • คลาสสิก – ย้อมเส้นเป็นช่วง ๆ ความกว้างสม่ำเสมอตลอดศีรษะ

  • Venetian – เน้นปลายให้สว่างขึ้น เกิดการไล่สีอย่างเป็นธรรมชาติ

  • California – โทนเดียวกับ Venetian แต่ออกแบบมาสำหรับผมอ่อน

  • Color highlighting – ใช้สีจัด ๆ อย่างแดง เบอร์กันดีสด ชมพูเข้ม ย้อมแบบเปิดเส้นชัด ๆ

  • Balayage – เติมสีที่ปลายหรือโคนในเฉดที่ตัดกัน ทาสีทีละเส้นให้เกิดการละลายสีอย่างนุ่มนวล

  • Reverse highlighting – ใช้สีเข้มย้อมทับเส้นบางส่วน เหมาะกับผมฟอกที่ต้องการเพิ่มมิติให้กลับมาดูธรรมชาติขึ้น

  • Bronding – ผสมระหว่างการไฮไลต์กับการเล่นคู่สี เช่น ช็อกโกแลต เบอร์กันดี และแดงเข้ม

โทนม่วง–เบอร์กันดี: เล่นสีด้วยทินท์บาล์ม

สำหรับฐานผมที่อ่อน เช่น บลอนด์หรือสีน้ำตาลอ่อน การใช้บาล์มปรับสีจะช่วยให้ได้โทนม่วง–เบอร์กันดีสวย ๆ โดยไม่ต้องใช้เคมีแรง แถมสีค่อย ๆ หลุด ไม่ผูกมัดนาน

  • โทนิค “Bordeaux” 4.6

วิธีใช้โดยย่อ

  1. ทาครีมที่หูและต้นคอ ป้องกันการติดผิว หาผ้าเช็ดตัวเก่าและสวมถุงมือ

  2. ทาบาล์มลงบนผม

  3. เริ่มที่โคนด้านหลังศีรษะ จากนั้นค่อย ๆ ดึงลงมาตามความยาว

  4. ล้างออกด้วยน้ำอุ่นจนกว่าน้ำจะใส

  5. ปล่อยไว้ 5 นาทีจะได้โทนบาง ๆ 10 นาทีจะได้เบอร์กันดีอ่อน ๆ ถ้าอยากอิ่มจัดให้ทิ้งไว้ราวครึ่งชั่วโมง

  • โทนิค “Ripe Cherry” 3.56

วิธีใช้โดยย่อ

  1. ทาครีมมัน ๆ บริเวณคอและหู ป้องกันเสื้อผ้าแล้วสวมถุงมือ

  2. สระผม เช็ดให้หมาด

  3. ใช้แปรงทาจากท้ายทอย ไล่มาที่ด้านข้างและด้านหน้า

  4. ล้างออกด้วยน้ำอุ่นจนใส

  • ทินท์บาล์ม “Concept” สำหรับโทนแดง

บาล์มชนิดนี้ติดง่ายและหลุดเร็ว ถ้าไม่อยากได้สีจัดมาก สามารถเจือจางด้วยแชมพูหรือครีมนวดก่อนใช้

การใช้โดยคร่าว ๆ

  1. ใส่เสื้อผ้าเก่าและสวมถุงมือ

  2. ทาบนผมที่เปียกหมาด

  3. ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

หลังจากใช้ไม่จำเป็นต้องสระซ้ำด้วยแชมพู และไม่ควรใช้หลังดัดผมใหม่ ๆ หากอยากล้างสีออกให้เร็วขึ้น ให้สระผมหลาย ๆ ครั้งในช่วงวันถัดไป

  • ทินท์บาล์ม “Fara” 509-a Pomegranate

วิธีใช้โดยย่อ

  • สวมถุงมือและเสื้อผ้าเก่า

  • ทาลงบนผมสะอาดที่เปียกหมาด โดยหลีกเลี่ยงผิวหน้า

  • ทิ้งประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

ยิ่งทิ้งไว้นาน สีจะลึกและเห็นชัดมากขึ้น ผมเข้มมักต้องใช้เวลามากกว่า 20 นาที ในขณะที่ผมบลอนด์หรือขาวใช้เวลาน้อยกว่า และบนผมที่ไม่เคยย้อม สีจะติดสม่ำเสมอสวยเป็นพิเศษ

การดูแลผมเบอร์กันดีหลังทำสี

ผมเบอร์กันดีต้องดูแลมากเป็นพิเศษ เพราะเม็ดสีไม่เสถียรและหลุดไว ถ้าไม่ดูแล สีจะซีดและผมดูหม่นแห้งได้ง่าย

เคล็ดลับหลักคือ สลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “สำหรับผมทำสี” แทนของเดิม

แชมพูควรเป็นสูตรไม่มีซัลเฟต เพื่อไม่ให้สารทำความสะอาดแรง ๆ ดึงเม็ดสีออกเร็วเกินไป

  • มาสก์และครีมนวดควรใช้ในปริมาณพอดี เพราะบางชนิดอาจดึงสีออกทีละน้อย

  • เสริมด้วยผลิตภัณฑ์ช่วยล็อกสี เช่น เซรั่มหรือสเปรย์เคลือบสี

ในหน้าร้อน ควรปกป้องผมจากแดดเสมอด้วยหมวกหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันรังสี UV เพราะแดดทำให้สีจางเร็วมาก

ส่วนหน้าหนาวก็อย่าลืมปกป้องเส้นผมจากอากาศเย็นจัดและลมแห้งเช่นกัน

แชมพูสำหรับผมทำสี – ลงทุนหน่อยแต่คุ้มสี

แชมพูสำหรับผมทำสีที่คุณภาพดี มักจะไม่ใช่ตัวถูกมาก แต่ช่วยยืดอายุสีและสภาพผมได้เยอะ

ตัวอย่างแชมพูที่น่าสนใจ

  • Lush – มาในรูปแบบสบู่ก้อน กลิ่นและส่วนผสมมีความเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผมเข้มและผมที่ใช้เฮนน่า ทำความสะอาดด้วยน้ำมันส้มและดินโมร็อกโก พร้อมบำรุงด้วยโปรตีนจากถั่วเหลือง

  • Colorlast – ใช้คู่กับครีมนวดสูตรเดียวกันจะดีที่สุด ช่วยยืดสีได้นานถึงประมาณ 9 สัปดาห์ ให้ความชุ่มชื้นและทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน หากใช้กับสีอ่อนมาก สีอาจหลุดเร็วกว่าโทนเข้ม

  • Natura Siberica – มีขี้ผึ้งสีขาวช่วยเพิ่มความเงางาม และน้ำมันถั่วเหลืองจาก Dauria ช่วยฟื้นฟูเส้นผม ใช้กรดธรรมชาติในการสร้างฟองแทนสารเคมีแรง ๆ

มาสก์บำรุงหลังทำสี – ฟื้นผมไม่ให้แห้งฟู

มาสก์สำหรับผมทำสีสำคัญมาก เพราะช่วยชดเชยความชื้นและสารอาหารที่ผมสูญเสียจากกระบวนการย้อม

เลือกมาสก์ให้เหมาะกับสภาพผม เพื่อไม่ให้ยิ่งหนักหรือทำร้ายโครงสร้างผมเพิ่ม

ตัวอย่างมาสก์

  • Kapous – มีโปรตีนจากข้าวสาลีและเคราติน เหมาะกับผมทุกประเภท เนื้อครีมล้างออกง่าย ราคาปานกลางต่อปริมาณ

  • Ollin Megapolis – ใช้ข้าวดำเป็นส่วนผสมหลัก เหมาะกับผมแห้ง ผมหยิก และผมทำสี ปกป้องเส้นผมจากปัจจัยทำร้ายภายนอก

สเปรย์กันร้อน & กันแดด – ของจำเป็นสายจัดแต่ง

เวลาเราไดร์ ม้วน หนีบ ความร้อนคือศัตรูตัวฉกาจของสีผมเบอร์กันดีและโครงสร้างเส้นผม

การใช้สเปรย์กันร้อนที่ดี ช่วยยืดทั้งสีและสุขภาพผมไปพร้อมกัน

ตัวอย่างสเปรย์กันร้อน

  • Estel Airex – ให้การยึดทรงดี พร้อมปกป้องความร้อนสองชั้น มีโปรตีนไหมและวิตามิน B5

  • Ga.ma Protect-Ion – มีโปรตีนไหมและวิตามิน F ทำให้ผมนุ่มลื่น

  • Wella Resolute Lift – ช่วยให้ผมนุ่มและจัดทรงง่าย ป้องกันยูวีได้ แต่หากใช้ในอากาศร้อนจัดอาจทำให้ผมดูจับตัวกันได้

เมื่อเลือกโทนเบอร์กันดี ควรอิงจากโทนสีผิวและสภาพผม เพื่อหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่ไม่ตรงใจ เพราะสีสดแบบนี้บางครั้งล้างออกช้า และทิ้งพรรคพวกสีแดงไว้บนเส้นผมอีกนาน

การลงทุนกับแชมพู มาสก์ และผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนที่เหมาะสม จะช่วยให้สีเบอร์กันดีของคุณ เงาสวยและดูแพงไปอีกนาน

สรุป: ทำเบอร์กันดีให้รอด ไม่ใช่แค่ย้อมแล้วจบ

“เบอร์กันดี” กลับมาแรงอีกครั้งในวงการสีผม พร้อมเฉดย่อยอย่างแดงทองแดงและมะเขือยาวที่ช่วยให้เราเล่นกับลุคได้หลากหลาย จะย้อมเต็มหัวหรือแค่เพิ่มเส้นไฮไลต์ก็สามารถเปลี่ยนฟีลได้แบบเห็นชัด

สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ:

  • เลือกเฉดให้เข้ากับโทนสีผิวและสีตา

  • วางแผนจากฐานผมเดิมก่อนเสมอ ว่าต้องฟอกหรือไม่

  • ดูแลหลังทำสีด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ

  • อย่าลืมกันร้อนและกันแดดให้เส้นผม

ถ้าทำครบทุกข้อ ผมเบอร์กันดีของคุณจะไม่ใช่แค่สีชั่วคราว แต่จะกลายเป็น ลุคซิกเนเจอร์ที่ใคร ๆ ก็จำได้