เปิดฟีดมาอาทิตย์นี้มีมีเจอคลิปเทียบของถูกแทนของแพงวันละหลายคลิป ทั้งสายมอยส์เจอร์ไรเซอร์ สายเซรั่ม ไปจนถึงเมคอัพ ยอดวิวรวมกันหลักล้าน เราดูจบเกือบทุกคลิปแล้วรู้สึกว่าคำถามที่คนถามเยอะที่สุดไม่ใช่ตัวไหนดี แต่คือตัวถูกใช้แทนตัวแพงได้จริงไหม บทความนี้เราเลยทำแบบที่ทำทุกที คือเอาสามคู่ที่ดังที่สุดในฟีดไทยตอนนี้มากางส่วนผสม เทียบเนื้อสัมผัส แล้วเช็กราคาจริงใน Shopee ไทยให้จบ ว่าคู่ไหนแทนได้แบบสบายใจ คู่ไหนแทนได้แค่บางสภาพผิว และคู่ไหนที่การประหยัดคือการเอาหน้าไปเสี่ยง
คู่ที่หนึ่ง มอยส์เจอร์ไรเซอร์ B5 ระหว่าง La Roche-Posay Cicaplast Baume B5+ กับ Glad2Glow B5 Cica Barrier Cream
คู่นี้เป็นคู่ที่เถียงกันสนุกที่สุด ฝั่งตัวแพงอย่าง La Roche-Posay Cicaplast Baume B5+ ขนาด 40 ml เป็นบาล์มกู้ผิวที่หลายคนยกให้เป็นตัวแม่เรื่องปลอบผิวแห้งลอก ส่วนฝั่งถูกอย่าง Glad2Glow B5 Cica Barrier Cream ขนาด 30 ml ก็ดังขึ้นมาพอดีในฐานะเจลครีม B5 ราคาหลักร้อย พอกางสูตรเทียบกันเราคิดว่าทั้งสองตัวคล้ายกันจริงตรงตัวเอก คือแพนทีนอลหรือวิตามิน B5 กับมาเดคาสโซไซด์จากใบบัวบก ที่ใส่มาเพื่อปลอบผิวและเสริมเกราะผิวเหมือนกันทั้งคู่
ความต่างอยู่ที่เนื้อและตัวประกอบ เรารู้สึกว่าเนื้อของ Cicaplast หนักกว่าชัด ทาแล้วเคลือบผิวและล็อกความชุ่มชื้นได้ดีกว่า แถมมีไตรไบโอม่า กลุ่มพรีไบโอติกที่ช่วยบาลานซ์ไมโครไบโอมบนผิว ซึ่งฝั่ง Glad2Glow ไม่มี ขณะที่ Glad2Glow ชนะตรงเนื้อเจลครีมบางเบากว่า และใส่ตัวที่ฝั่งฝรั่งเศสไม่ได้ใส่มา ทั้งเอกโตอิน สารสกัดใบบัวบก และโทโคเฟอรอลหรือวิตามินอี เรื่องราคาก็คนละโลก Cicaplast Baume B5+ ขนาด 40 ml ในร้านทางการบน Shopee ไทยอยู่ที่ 680 บาท วันแคมเปญเราเคยเห็นไหลลงมาแถว 549 บาท ดูราคาปัจจุบันได้ที่หน้าสินค้า La Roche-Posay Cicaplast Baume B5+ ใน Shopee ส่วน Glad2Glow B5 Cica Barrier Cream ขนาด 30 ml ร้านทางการราคาหลังหักโค้ดอยู่ที่ 119 บาท และมีโปรซื้อ 2 แถม 2 เริ่มต้น 499 บาท สั่งได้ที่หน้าสินค้า Glad2Glow B5 Cica Barrier Cream ใน Shopee

สรุปคู่นี้เราคิดว่าแทนกันได้ แต่ต้องเลือกตามสภาพผิว ไม่ใช่เลือกตามราคา ใครผิวแห้งมาก ผิวลอกแสบหลังลุยแดดหนักหรือหลังทำหัตถการ Cicaplast ยังคุ้มเงินกว่าเพราะล็อกน้ำได้แน่นกว่าจริง แต่ใครผิวมันหรือผิวมันขาดน้ำ ต้องทาครีมก่อนออกแดดเมืองไทยทุกวัน เรารู้สึกว่า Glad2Glow เอาอยู่กว่า โบกหนาได้โดยไม่เยิ้มระหว่างวัน และราคา 119 บาททำให้ไม่ต้องคิดนาน
ข้อดีเมื่อแทนด้วย Glad2Glow B5 Cica Barrier Cream
- ราคา 119 บาท ถูกกว่าฝั่งตัวแพงราวห้าเท่าจนโบกได้ทั้งหน้าและข้อศอกเข่า
- เนื้อเจลครีมบางเบาคุมมัน เหมาะกับแดดและอากาศชื้นแบบไทย
- มีเอกโตอินและวิตามินอีเสริมมา ซึ่งฝั่งตัวแพงไม่มี
จุดที่ยังแทน Cicaplast Baume B5+ ไม่ได้
- เนื้อเบากว่า ล็อกความชุ่มชื้นบนผิวแห้งมากและผิวลอกสู้ไม่ได้
- ไม่มีไตรไบโอม่ากลุ่มพรีไบโอติกสำหรับบาลานซ์ไมโครไบโอมผิว
- คนผิวแสบแดงลอกหลังหัตถการยังควรไปฝั่งตัวแพงจะปลอดภัยกว่า
คู่ที่สอง เซรั่มเปปไทด์ ระหว่าง Paula's Choice Pro-Collagen Multi-Peptide Booster กับ The Ordinary Multi-Peptide + HA Serum
คู่นี้สายต้านริ้วรอยต้องเคยเห็นผ่านตา Paula's Choice Pro-Collagen Multi-Peptide Booster ขนาด 20 ml เป็นเซรั่มกลุ่มโปรคอลลาเจนที่ใส่กรดอะมิโนและเปปไทด์เพื่อหนุนคอลลาเจนใต้ผิว เหมาะกับคนที่ริ้วรอยเริ่มลึกและผิวเริ่มหย่อน เราเช็กราคาใน Shopee ไทยอยู่ที่ 630 บาทหลังหักโค้ดร้าน สั่งได้ที่หน้าสินค้า Paula's Choice Pro-Collagen Multi-Peptide Booster ใน Shopee
ฝั่งตัวถูก The Ordinary Multi-Peptide + HA Serum ขนาด 30 ml ใส่เปปไทด์หลายกลุ่มบวกกรดไฮยาลูโรนิก ขวดเดียวได้ทั้งล็อกความชุ่มชื้น บูสต์คอลลาเจน และให้ผิวดูเงาแบบผิวสุขภาพดี ราคาใน Shopee ไทยตอนนี้อยู่ที่ 357 บาทจากราคาเต็ม 790 บาท ดูได้ที่หน้ารวมสินค้า The Ordinary Multi-Peptide + HA Serum ใน Shopee เราคิดว่าคู่นี้เป็นคู่ที่แทนกันได้สบายที่สุดในการเทียบรอบนี้ เพราะกลุ่มสารหลักเดินมาทางเดียวกัน เนื้อของ The Ordinary เป็นเซรั่มใส hơi ข้น เกลี่ยแล้วซึมไว ทาตอนเช้าแล้วลงกันแดดทับไม่เป็นขุย เราใช้ติดกันราวสามสัปดาห์รู้สึกได้ว่าผิวฟูและนุ่มขึ้นคล้ายตอนใช้ตัวแพง และเมื่อเทียบราคาต่อขวดแล้วฝั่งถูกเบากว่าเกือบครึ่ง ใครงบจำกัดเรารู้สึกว่าข้ามไปตัวแพงได้แบบไม่เสียดาย ยกเว้นเธอชอบเนื้อที่เบากว่านี้จริง ๆ หรืออยากได้สูตรโฟกัสโปรคอลลาเจนแบบเข้มข้น Paula's Choice ถึงค่อยคุ้ม

คู่ที่สาม ไนอาซินาไมด์ The Ordinary Niacinamide 10% + Zinc 1% คือเพดานของความถูก ไม่ใช่ฝั่งดูป
ไนอาซินาไมด์เป็นส่วนผสมที่ถูกทำเลียนแบบเยอะที่สุดในตลาดสกินแคร์ตอนนี้ เซรั่มโนเนมราคาห้าสิบเก้าสิบเก้าบาทเต็มฟีดไปหมด จนหลายคนเข้าใจว่า The Ordinary Niacinamide 10% + Zinc 1% คือตัวถูกที่ไปแทนตัวแพงได้ แต่เราคิดว่าคู่นี้ต้องกลับด้านมอง เพราะตัวนี้แหละคือมาตรฐานที่ฝั่งดูปวิ่งไล่ตามแล้วยังไม่ทันของคุณภาพ ไนอาซินาไมด์ของเขาเข้มข้นนิ่งจริง ใช้แล้วเรื่องความมันส่วนเกินและความดูกระชับของรูขุมขนค่อย ๆ ดีขึ้นในราวสองสัปดาห์ ราคาในร้านทางการบน Shopee ไทยอยู่ที่ 370 บาทสำหรับขนาด 30 ml และวันแฟลชเซลเราเคยเห็นลงมาถึง 299 บาท เช็กได้ที่หน้ารวมสินค้า The Ordinary Niacinamide ใน Shopee

เพราะฉะนั้นคู่นี้เราไม่อยากให้เธอประหยัดลงไปอีกขั้น เซรั่มไนอาซินาไมด์ที่ถูกกว่านี้มาก ๆ โดยไม่มีแบรนด์และแหล่งผลิตชัดคือจุดที่ของปลอมชอบสวมรอยที่สุด ของพวกนั้นเนื้อครีมหรือเนื้อเซรั่มจะแปลก ๆ เหนียวหรือแยกชั้น ทาแล้วคันยิบ ๆ ซึ่งคือสัญญาณแรกของสินค้าลอกเลียนแบบที่ควรหยุดทันที เรารู้สึกว่าจ่าย 370 บาทให้กับของที่รู้แน่ ๆ ว่าคืออะไร คุ้มกว่าประหยัดสองร้อยแล้วเอาหน้าไปทดลอง
เช็กลิสต์ก่อนกดสั่งของถูกแทนของแพงของมีมี
ก่อนจบ เราสรุปวิธีเช็กแบบที่ใช้อยู่จริงทุกครั้งให้เธอเอาไปใช้ได้เลย อย่างแรกดูตัวเอกและความเข้มข้นบนฉลากก่อนเชื่อคำเคลมหน้ากล่อง คู่ที่แทนกันได้จริงต้องแชร์ตัวเอกตัวเดียวกันเหมือนคู่ B5 กับคู่เปปไทด์ในรอบนี้ อย่างที่สองเลือกเนื้อให้เข้ากับผิวตัวเอง เนื้อบาล์มหนักกับเจลครีมบางเบาให้ผลคนละแบบแม้สูตรจะคล้ายกัน อย่างที่สามราคาถูกผิดสังเกตให้สงสัยไว้ก่อน ของปลอมมาพร้อมเนื้อแปลกและอาการคันเสมอ และอย่างที่สี่สั่งจากร้านทางการบน Shopee เท่านั้น เพื่อดูรีวิวภาพถ่ายจาก lote จริงของคนซื้อก่อนกด
ปิดท้ายแบบเพื่อนคุยกับเพื่อน ของถูกแทนของแพงช่วยประหยัดเงินได้จริงต่อเมื่อมันเข้ากับสภาพผิวเธอ ถ้าใช่ตัวที่ใช่ มอยส์ 119 บาทที่ใช้หมดหลอดย่อมคุ้มกว่าบาล์มหกร้อยแปดสิบที่วางค้างชั้นเพราะเหนียวหน้า แต่ถ้ายังไม่ใช่ การจ่ายให้ตัวแพงที่ใช้หมดเสมอคือการประหยัดแบบหนึ่งเหมือนกัน มีมีขอให้เลือกแบบหลังเงินในกระเป๋าไม่ร้องไห้ แล้วเจอกันบทความหน้านะทุกคน








