ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

จากผมคอมมาจีนนีสู่บัซคัทคลาสสิก ผู้ชายกำลังตัดทรงอะไร

จากผมคอมมาจีนนีสู่บัซคัทคลาสสิก ผู้ชายกำลังตัดทรงอะไร
ความสนใจ|เทคนิคการแต่งทรง

ทรงผมชาย 2026 คือสนามทดลองระหว่างความเทรนด์กับความเรียบง่าย

ทรงผมชาย 2026 คือภาพรวมของแบบตัดผมเทรนด์ที่ผู้ชายใส่ใจรูปลักษณ์มากขึ้น แต่ไม่ต้องการลุคที่ดูตั้งใจเกินไป เป็นการเลือกทรงผมที่เน้นเท็กซ์เจอร์ ความยาวกลางๆ และเส้นผมที่ดูเป็นธรรมชาติ ควบคู่กับการจัดแต่งเคราอย่างมีรายละเอียด เพื่อให้ภาพรวมดูเหมือนไม่ได้คิดมาก ทั้งที่จริงต้องผ่านการออกแบบและสไตล์ลิ่งอย่างรอบคอบ เมื่อมองลึกลงไป เทรนด์ทรงผมชายปีนี้สะท้อนว่าผู้ชายไม่ได้หนีจากการดูแลตัวเองอีกต่อไป ข้อมูลจากการสำรวจหนึ่งพบว่ามากถึง 96% ของผู้ชายให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของตัวเอง และบริการตัดผมกับการดูแลเส้นผมครองสัดส่วนการใช้จ่ายกว่า 30% รองจากเสื้อผ้า นั่นแปลว่าร้านตัดผมกลายเป็นพื้นที่ที่ผู้ชายใช้ในการทดลองอัตลักษณ์ใหม่ ๆ แต่ยังต้องดูเหมือน “สบาย ๆ” และไม่ประดิษฐ์จนเกินไป

เจน Z กับ K-Pop comma hair และ textured shag ที่เน้นเท็กซ์เจอร์

ในกลุ่มวัยรุ่นและเจน Z แบบตัดผมเทรนด์ที่ครองใจอย่างชัดเจนคือ K-Pop comma hair ซึ่งมีการค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 400% เมื่อเทียบปีต่อปี ทรงนี้มีลักษณะเด่นคือหน้าม้าที่ยกโค้งเข้าหาหน้าผากคล้ายสัญลักษณ์จุลภาค โครงสร้างดูนุ่ม มีเลเยอร์ และเล่นเท็กซ์เจอร์มากกว่าทรงปาดเรียบ เป็นใบเสร็จของอิทธิพล K-pop ซีรีส์ และวัฒนธรรม K-beauty ที่ทำให้ผู้ชายวัยเด็กและวัยรุ่นยอมจ่ายเพื่อทรงผมที่ดูละเอียดและมีเลเยอร์ อีกสไตล์ที่เริ่มแรงไม่แพ้กันคือ textured shag cut ซึ่งมียอดสนใจเพิ่มขึ้น 164% ต่อปี เพราะปรับให้เข้ากับรูปหน้าได้หลากหลาย ทั้งหน้ากลม หน้ายาว หรือกรามเด่น จุดร่วมของทั้งสองทรงคือการเน้นเท็กซ์เจอร์ให้ผมดูมีมิติและพองกำลังดี ไม่เนี๊ยบจนแข็ง แต่ก็ไม่ยุ่งเหยิงแบบปล่อยทิ้ง ผู้ชายกลุ่มนี้ต้องการทรงผมที่สะท้อนความเป็นตัวเองผ่านการจัดทรงและการเคลื่อนไหวของเส้นผมมากกว่ากรอบรูปทรงตายตัว

มิลเลนเนียลกับลุคเท่แบบ 90s และความเรียบง่ายที่คิดมาแล้ว

มิลเลนเนียลอยู่ตรงกลางระหว่างสายทดลองของเจน Z และสายภาคปฏิบัติของเจน X กลุ่มนี้นิยมทรงยาวปานกลางอย่าง flow haircut ที่ยอดสนใจเพิ่มขึ้นถึง 173% ต่อปี ทรงนี้ให้เลเยอร์อ่อน ๆ ปาดไปด้านหลังดูโล่งใบหน้า คล้ายภาพหนุ่มดารายุค 90s แบบ Brad Pitt ที่หลายคนยังจำได้ ความน่าสนใจคือทรงแนวนี้ดูสุภาพกับที่ทำงานแต่ใช้เวลาเซ็ตน้อย สอดรับกับชีวิตที่วุ่นวาย ในภาพกว้าง เทรนด์ grooming ชายยุคนี้ยืมโค้ดจากยุค 90s อย่างชัดเจน ทั้งลุคดาราวัยรุ่นและบรรยากาศผมยุ่งเบา ๆ แต่ตั้งใจให้ดูสบาย ข้อมูลหนึ่งชี้ว่าผมยุ่งแนว Heartthrob Fringe ที่อ้างอิงสไตล์ Jacob Elordi กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของการตัดผมชายร่วมสมัย ผู้ชายมิลเลนเนียลจึงมักเลือกทรงที่บาลานซ์ระหว่างความดูดีและการดูแลรายวันแบบไม่ยุ่งยาก เป็นการคิดเยอะเพื่อให้ดูเหมือนไม่คิดมาก

จากผมคอมมาจีนนีสู่บัซคัทคลาสสิก ผู้ชายกำลังตัดทรงอะไร

เจน X และรุ่นใหญ่ที่กลับไปพึ่ง classic buzzcut กับ Caesar cut

เมื่อมองไปยังเจน X และกลุ่มวัยทำงานอายุสูงขึ้น แบบตัดผมเทรนด์ที่มาแรงคือ classic buzzcut ซึ่งยอดสนใจเพิ่มขึ้น 175% ต่อปี รวมถึง induction cut ที่สั้นที่สุดเท่าที่จะตัดได้โดยไม่โกนหัวสนิท และ Caesar cut ที่มียอดค้นหาเพิ่ม 83% เช่นกัน ทรงสั้นเหล่านี้ให้ภาพที่ชัดเจนเรียบร้อย เข้าได้กับสังคมการทำงานที่ยังคาดหวังรูปแบบการแต่งกายที่ไม่หวือหวา บาร์เบอร์รายงานว่ากลุ่มเจน X แม้จะเห็นเทรนด์ดัดลอน เล่นเท็กซ์เจอร์ และเฟดหลายระดับ แต่ยังยึดติดกับลุคคลาสสิกที่คุ้นเคย เพราะง่ายต่อการดูแล และลดความเสี่ยงที่จะดู “พยายาม” เกินไป จุดนี้สอดคล้องกับการสำรวจที่พบว่าผู้ชายส่วนใหญ่กว่า 86% ใช้เวลาในรูทีนดูแลตัวเองแต่ละวันไม่เกิน 10 นาที ทรงสั้นจัดจึงตอบโจทย์ผู้ชายที่ต้องการความเรียบร้อยทันทีที่ตื่น โดยไม่ต้องพึ่งสไตล์ลิ่งหลายขั้น

ความหลากหลายของคำขอที่ร้านตัดผม และสมดุลใหม่ของผู้ชายยุคนี้

ภาพรวมจากข้อมูลการค้นหาและการจองคิวตัดผมเผยชัดว่าร้านบาร์เบอร์ทุกวันนี้ต้องรับมือทรงผมชาย 2026 ที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ K-Pop comma hair และ Korean two-block ที่เป็นหมุดหมายของเจน Z ไปจนถึง textured shag cut, classic buzzcut, Caesar cut และทรงอื่น ๆ ที่สะท้อนตัวตนของแต่ละเจน ขณะเดียวกัน การออกแบบเคราก็เคลื่อนตามแนวคิดเดียวกัน เช่น Beard Fade ที่ไล่ระดับเคราให้เรียบเนียน ระหว่างความเป็นธรรมชาติและเส้นที่นิ่งเป๊ะ สิ่งที่เห็นชัดคือ ผู้ชายยุคนี้ไม่หนีการทดลองเทรนด์ใหม่ แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นคลาสสิกและความง่ายในการดูแล หลายคนเลือกให้ผมดูมีเท็กซ์เจอร์เบา ๆ ส่วนเคราและไลน์รอบใบหน้าเก็บอย่างเนี้ยบ เพื่อสร้างภาพให้ดูสุภาพแต่มีคาแรกเตอร์ ข้อมูลสำรวจหนึ่งยังชี้ว่าถึง 83% ของผู้หญิงมองว่าทรงผมมีผลต่อเสน่ห์โดยรวมของผู้ชาย และ 51% ชอบผมความยาวกลางแบบดูแลดี นั่นยิ่งผลักให้ผู้ชายรู้ว่า การลงทุนกับทรงผมไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่เป็นภาษาของตัวเองในยุคที่ความประทับใจแรกเจอสำคัญกว่าที่เคย สรุปแล้ว เทรนด์ตอนนี้ไม่ได้แบ่งขาดว่าใครต้องตัดทรงไหน แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชายทุกวัยเลือกสมดุลของตัวเองระหว่างความทันสมัยกับความง่ายในการใช้ชีวิต หากคุณกำลังเดินเข้าร้านบาร์เบอร์ครั้งต่อไป คำถามไม่ใช่แค่ว่าทรงไหนกำลังดัง แต่อยู่ที่ว่า ทรงไหนเล่าเล่าเรื่องตัวคุณได้ชัดที่สุด

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!