ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

เกมสู่จอภาพยนตร์ กลยุทธ์ชุบชีวิตแฟรนไชส์ด้วยหนังและซีรีส์

เกมสู่จอภาพยนตร์ กลยุทธ์ชุบชีวิตแฟรนไชส์ด้วยหนังและซีรีส์
ความสนใจ|ญี่ปุ่น-เกาหลี

การดัดแปลงเกมเป็นหนังคืออะไร และทำไมถึงกลายเป็นยาสร้างชีวิตใหม่ให้ IP

การดัดแปลงเกมเป็นหนังคือการนำเนื้อเรื่อง ตัวละคร และโลกของวิดีโอเกมไปสร้างใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์หรือซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็น Live-Action หรืออนิเมชัน เพื่อขยายผู้ชมให้กว้างกว่าฐานคนเล่นเกมเดิม สร้างรายได้จากลิขสิทธิ์และสินค้าต่อเนื่อง รวมถึงทดสอบทิศทางใหม่ของแฟรนไชส์ที่อาจไม่ไปได้ด้วยดีในตลาดเกมอีกต่อไป แนวทางนี้กำลังเปลี่ยนจากการทดลองเสี่ยงสูงกลายเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการชุบชีวิต IP ที่กำลังถดถอย และเปิดทางให้เจ้าของ IP ทำ IP multi-media expansion แบบเต็มรูปโดยวางแผนสื่อหลายรูปแบบตั้งแต่จุดเริ่มต้น

มุมมองที่สำคัญในยุคนี้คือ เกมไม่ถูกมองเป็นแค่สินค้าหนึ่งชิ้นอีกต่อไป แต่ถูกมองเป็นจุดตั้งต้นของจักรวาลความบันเทิง เมื่อเกมเริ่มเริ่มเหนื่อยในตลาด การผลักดันเกมสู่จอภาพยนตร์จึงไม่ใช่เพียงการหาช่องทางรายได้เพิ่ม แต่เป็นการรีเซ็ตภาพลักษณ์แฟรนไชส์ในสายตาคนทั่วไป ทำให้ตัวละครกลับมาดูร่วมสมัย และเชื่อมกับคนดูที่ไม่เคยแตะเกมมาก่อน ถ้าเจ้าของ IP วางหมากถูก การย้ายจากจอเกมไปจอหนังและทีวีสามารถเปลี่ยนเส้นทางของแฟรนไชส์ได้แบบหน้ามือเป็นหลังมือ

กรณี Sonic the Hedgehog เมื่อหนังฮีโร่เม่นฟ้าเปลี่ยนชะตาแฟรนไชส์ที่เกือบถูกเลิก

Sonic คือกรณีศึกษาที่แรงที่สุดว่าภาพยนตร์สามารถพลิกชีวิตแฟรนไชส์เกมได้แค่ไหน Sonic Team เคยอยู่ในช่วงที่ความนิยมตกลงอย่างมากจนถึงขั้นผู้บริหารบอกกับ Takashi Iizuka ว่าบริษัทอาจหยุดสร้างเกม Sonic และยุติแฟรนไชส์ทั้งหมด หากไม่สามารถทำให้ตัวละครกลับมาได้รับความนิยมได้อีกครั้ง เขายืนยันในสัมภาษณ์ว่าฝั่งผู้ผลิตเกมต้องต่อสู้ภายในไม่ให้ซีรีส์ถูกตัดจบ ก่อนที่ Sonic the Hedgehog ภาพยนตร์ จะกลายเป็นจุดเปลี่ยน

จุดพลิกเกมมาในปี 2020 เมื่อภาพยนตร์ Sonic the Hedgehog เข้าฉายและประสบความสำเร็จอย่างมาก ภาพยนตร์เรื่องนี้ช่วยเพิ่มความสนใจต่อ Sonic ในวงกว้าง และทำให้ทิศทางของแฟรนไชส์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยรายได้จากการให้สิทธิ์ใช้แบรนด์ Sonic เพิ่มขึ้นหลายสิบเท่าเมื่อเทียบกับช่วงประมาณ 10 ปีก่อน จากนั้นแฟรนไชส์เดินหน้าสู่ภาคต่อและซีรีส์แยก ขยายไปสู่กลุ่มผู้ชมใหม่ที่เริ่มสนใจเกมและสินค้าของ Sonic หลังจากรู้จักตัวละครผ่านหนังและแอนิเมชันมากขึ้น กรณีนี้ชี้ชัดว่าหนังไม่ใช่แค่ส่วนเสริม แต่เป็นหัวใจของยุทธศาสตร์รีแบรนด์ IP ในระยะยาว

เกมสู่จอภาพยนตร์ กลยุทธ์ชุบชีวิตแฟรนไชส์ด้วยหนังและซีรีส์

Lollipop Chainsaw live-action เมื่อเกมโหดกวนถูกชุบชีวิตด้วยหนังเรท R และแฟรนไชส์มัลติฟอร์แมต

จากเกมสายคัลต์ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2012 และถูกพูดถึงในวงจำกัด Lollipop Chainsaw กำลังถูกยกเครื่องให้เป็นแฟรนไชส์ IP multi-media expansion อย่างจริงจัง Dragami Games ประกาศเปิดตัวภาพยนตร์ Live-Action เรื่อง Lollipop Chainsaw อย่างเป็นทางการภายในงาน Tokyo Game Show 2026 หนังถูกวางเป็นแนวแอ็กชันคอมเมดี้เรท R ทำหน้าที่เป็นภาคปฐมบทของเกมต้นฉบับ ยังคงโฟกัสที่ Juliet Starling สาวเชียร์ลีดเดอร์ถือเลื่อยยนต์ฟันซอมบี้ในโรงเรียน ซึ่งบ่งชี้ชัดว่าทีมสร้างตั้งใจรักษาโทนเกมที่โตและแรง ไม่ล้างความหลุดโลกให้แมสเกินไป

ดีลนี้ไม่ได้มาคนเดียว Dragami เข้าซื้อลิขสิทธิ์ IP และปล่อยเวอร์ชันรีมาสเตอร์ Lollipop Chainsaw RePop ในปี 2024 แล้วเดินหน้าทำทั้งอนิเมะซีรีส์และเกมภาคต่อ Lollipop Chainsaw 2 Back2Back อยู่ในแผนพัฒนา เพื่อผลักดันให้ IP นี้กลายเป็นแฟรนไชส์แบบมัลติฟอร์แมตอย่างเต็มตัว ไม่ใช่แค่รีมาสเตอร์เรียกความทรงจำ สำหรับผู้เล่นใหม่ การบุ๊กมาร์กคลังไกด์เกม RePop เอาไว้ก็เป็นการเตรียมตัวที่คุ้มค่าเมื่อ Back2Back วางจำหน่ายในอนาคต กรณีนี้สะท้อนแนวคิดใหม่ คือใช้หนังเปิดประตูสู่จักรวาล Lollipop Chainsaw แทนที่จะปล่อยเกมเดี่ยวโดดๆ แล้วหวังให้คนตามมาทีหลัง

แผน Physint ของ Kojima เมื่อ IP ถูกออกแบบให้เป็นมัลติมีเดียตั้งแต่ต้น

ถ้า Sonic กับ Lollipop Chainsaw คือ IP ที่มาปรับตัวทีหลัง Physint ของ Kojima Productions คือ IP ที่เกิดมาพร้อมแผนมัลติมีเดียตั้งแต่วันแรก เดิมทีโครงการนี้เคยได้รับทุนจากผู้ถือคอนโซลรายหนึ่ง แต่ทุนถูกดึงออกไปไม่กี่เดือนก่อนหน้า ทำให้สตูดิโอต้องหาพาร์ตเนอร์ใหม่ และลงเอยด้วยการจับมือกับ Xbox เพื่อเดินหน้าต่อ ฮิเดโอะ โคจิมะแชร์ว่าสาเหตุที่ไม่อยากยกเลิก เพราะได้ล็อกนักแสดงและวางรายละเอียดไปไกลแล้ว จึงเปลี่ยนวิธีเสนอโปรเจกต์ใหม่ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ภายใต้พาร์ตเนอร์รายใหม่นี้ Physint จะไม่เป็นแค่เกมเดียวจบ แต่จะกลายเป็นแฟรนไชส์เต็มรูปที่ครอบคลุมหนัง ซีรีส์ทีวี ดราม่า อนิเมะ คอมิก และดนตรี เขาระบุชัดว่ากำลังสร้าง IP ใหม่ที่รวมทุกสื่อไว้ด้วยกัน นั่นหมายความว่าเกมภาคแรกคือบทเปิดจักรวาลมากกว่าผลงานเดี่ยว เมื่อโครงสร้าง IP ถูกออกแบบให้รองรับการดัดแปลงเกมเป็นหนังตั้งแต่ต้น โอกาสในการขยายผู้ชมก็สูงกว่าโมเดลเก่าที่ค่อยมาแปลงทีหลัง และยังสะท้อนความฝันฝั่งผู้สร้างที่อยากพัฒนาเส้นทางภาพยนตร์คู่ขนานไปกับเกมอย่างจริงจัง

เกมสู่จอภาพยนตร์ในฐานะยุทธศาสตร์ระยะยาว ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว

เมื่อมอง Sonic Lollipop Chainsaw และ Physint ร่วมกัน จะเห็นชัดว่าการดัดแปลงเกมเป็นหนังและซีรีส์กำลังเปลี่ยนสถานะจากของเล่นเสี่ยงๆ เป็นยุทธศาสตร์หลักของหลายค่าย Sonic เคยเกือบถูกยุติแฟรนไชส์ ก่อนที่ Sonic the Hedgehog ภาพยนตร์ภาคแรกจะชุบชีวิต IP และเปิดทางให้ค่ายเดินหน้าภาคต่อ ภาพยนตร์ภาคใหม่ และเกมล่าสุดอย่าง Sonic X Shadow Generations ส่งสัญญาณว่าบริษัทพร้อมสนับสนุน IP นี้ต่อเนื่องในระยะยาว ขณะที่ Dragami ก็เดินหน้าอย่างรวดเร็ว ทั้งการประกาศทำอนิเมะ เปิดตัวภาคต่อ และล่าสุดคือ Lollipop Chainsaw live-action ที่จะเป็นฐานผู้ชมก้อนใหม่

ฝั่ง Kojima Productions เลือกสร้าง Physint เป็น IP multi-media expansion ตั้งแต่จุดตั้งต้น ภายใต้การเป็นแฟรนไชส์เต็มรูปกับพาร์ตเนอร์รายใหม่ ทำให้เกมสู่จอภาพยนตร์ไม่ใช่ทางเลือกสำรอง แต่เป็นแกนของแผนธุรกิจ สำหรับคนเล่นเกม ผลคือเรามีทางเลือกมากขึ้น ทั้งเกม หนัง ซีรีส์ และอนิเมะจาก IP เดียวกัน การตามแฟรนไชส์ไม่ต้องจำกัดอยู่แค่การซื้อเกม แต่สามารถเริ่มจากการดูหนังแล้วค่อยตามต่อในเกม หรือกลับกันก็ได้ ถ้าค่ายเข้าใจว่าแฟนเกมไม่ได้อยากเห็นแค่ชื่อ IP แต่ต้องการคุณภาพและเอกลักษณ์ดั้งเดิม การเดินเกมสู่จอภาพยนตร์จะไม่ใช่การขายชื่อ แต่เป็นการขยายคาแรกเตอร์และโลกของเกมให้เติบโตตามยุคสมัย

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!